เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายกำลังเร่งติดตามจับกุมฆาตกรที่สังหารครูใหญ่โรงเรียน
เชียงราย – ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กรณีคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนยิง นายศิรสิทธิ์ รติภัทรกุล เขาคือผู้อำนวยการโรงเรียนฟู้ชิง ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนชื่อดัง เหตุเกิดที่บ้านห้วยซิง หมู่ 27 ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกให้กับชุมชนอย่างมาก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตลงแล้วที่โรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง ท่ามกลางความเสียใจของทุกคน ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวง กำลังเร่งทำงานอย่างหนัก พวกเขาพยายามรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุมที่สุด เพื่อแกะรอยหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- มือปืน 2 คนก่อเหตุอุกอาจ ยิงผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาจีนจนเสียชีวิต
- ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและข้อมูลมือถือเพื่อหาเบาะแสคนร้าย
- ปมสังหารยังคงเป็นปริศนา โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง
ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้งภายในและบริเวณโดยรอบโรงเรียน รวมถึงเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี นอกจากนี้ยังมีการนำโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อดูประวัติการติดต่อสื่อสารและความเคลื่อนไหวก่อนที่จะเกิดเหตุสลดขึ้น
จากการสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ พบข้อมูลที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 10.00 น. มีชายแปลกหน้า 2 คน เดินวนเวียนอยู่บริเวณหน้าโรงเรียน พวกเขานั่งรออยู่ประมาณ 20-30 นาที ก่อนที่เวลาประมาณ 11.00 น. จะมีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด
นายศักดิ์ชัย อายุ 49 ปี หัวหน้าคนงานก่อสร้างภายในโรงเรียน เล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญให้ฟัง หลังสิ้นเสียงปืน เขารีบวิ่งเข้าไปดูและพบผู้อำนวยการนอนบาดเจ็บอยู่ เขาจึงรีบเรียกคนมาช่วย ก่อนที่ลูกชายของผู้ตายจะพาพ่อส่งโรงพยาบาล แต่ก็ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้
เร่งคลี่คลายปมสังหารและล่าตัวคนร้าย
พยานระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนสวมหมวกและหน้ากากปิดบังใบหน้า หลังจากเกิดเหตุ พวกเขารีบวิ่งหนีไปยังด้านหลังของโรงเรียน ปัจจุบันการสืบสวนยังคงมีข้อจำกัดและอุปสรรคหลายอย่าง เนื่องจากคนร้ายมีการวางแผนมาอย่างดีและปกปิดใบหน้ามิดชิด เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย รวมถึงการสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม เพื่อตีกรอบผู้ต้องสงสัยให้แคบลง
สำหรับประเด็นมูลเหตุจูงใจในการสังหารครั้งนี้ ทางตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบประวัติความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องงาน หรือปัญหาอื่นๆ ที่อาจจะนำมาสู่ความรุนแรงในครั้งนี้ โดยตำรวจยังคงเปิดกว้างในทุกข้อสันนิษฐาน
เหตุการณ์นี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาของชุมชน ทำให้ชาวบ้านและผู้ปกครองต่างหวาดผวาอย่างมาก ทางด้านผู้บัญชาการตำรวจได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ปูพรมค้นหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้สูญเสียโดยเร็วที่สุด
ผลกระทบต่อชุมชนและความปลอดภัย
โรงเรียนฟู้ชิงถือเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่สำคัญของเด็กๆ ในตำบลแม่สลองใน การสูญเสียบุคลากรสำคัญในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของครูและนักเรียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนยังคงอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ผู้นำชุมชนได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่สถานศึกษาและแหล่งชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงซ้ำรอย ทั้งนี้ชาวบ้านหวังว่าคดีนี้จะคลี่คลายโดยเร็วที่สุด
ตำรวจกำลังเตรียมเรียกตัวบุคคลใกล้ชิดกับเหยื่อมาสอบปากคำเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า การรวบรวมข้อมูลทั้งหมดจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนานี้ ประชาชนยังคงรอคำตอบว่าใครอยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมสุดสยองนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รับเปิดเทอม ท.6 เชียงราย แจ้ง 4 เส้นทางเลี่ยงรถติดอุโมงค์
การโจมช็อก! มือปืนยิงผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาจีนในจังหวัดเชียงรายเสียชีวิต
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมชาวจีนผู้ต้องหาหลบหนีที่ถูกหมายจับแดง
เชียงราย – เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้สร้างผลงานสำคัญในการสกัดกั้นอาชญากรข้ามชาติ โดยสามารถรวบตัวชายชาวจีนผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล หรือหมายแดง (Red Notice) ได้สำเร็จ การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นขณะผู้ต้องหากำลังพยายามหลบหนีออกจากประเทศไทยผ่านจุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อมุ่งหน้าไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
การปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล ผบก.ตม.5 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ประจำจุดผ่านแดนได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและรัดกุม จนสามารถสกัดจับ นายกัว อายุ 27 ปี สัญชาติจีน ไว้ได้ในที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- ตม.เชียงแสน สกัดจับนายกัว ชาวจีนวัย 27 ปี ผู้ต้องหาหมายจับอินเตอร์โพล ขณะพยายามหนีข้ามแดนไปลาว
- ผู้ต้องหาก่อเหตุหลอกลวงเพื่อนร่วมชาติให้ลงทุนตั้งบริษัทในลาว สร้างความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
- เจ้าหน้าที่ได้เพิกถอนวีซ่าทันทีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และเตรียมส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน
คดีนี้เริ่มต้นจากการร้องขอของทางการจีนผ่านองค์การตำรวจสากล โดยระบุว่านายกัวมีพฤติการณ์หลอกลวงที่แนบเนียนมาก อาชญากรรมข้ามชาติลักษณะนี้กำลังเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาได้ใช้ความน่าเชื่อถือจอมปลอมชักชวนผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวจีนด้วยกัน ให้มาร่วมลงทุนจัดตั้งบริษัทใน สปป.ลาว กลุ่มมิจฉาชีพมักจะใช้ข้ออ้างเรื่องผลตอบแทนที่สูงลิ่ว เพื่อดึงดูดใจให้นักลงทุนหน้าใหม่หลงเชื่อและโอนเงินให้ในที่สุด
แต่ท้ายที่สุดกลับเป็นการฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่วางแผนมาเป็นอย่างดี มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นจากคดีนี้สูงกว่า 2 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยมากกว่า 10 ล้านบาทเลยทีเดียว ทางการจีนโดยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ เขตหนานฉวน นครฉงชิ่ง จึงได้ออกคำร้องขอให้ออกหมายจับตำรวจสากลสีแดง เลขที่ A-17361/10-2026 อย่างเร่งด่วน
ทันทีที่ทางการไทยได้รับแจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังอย่างขีดสุด การเฝ้าระวังนี้ครอบคลุมไปถึงจุดผ่านแดนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่อำเภอเชียงแสนซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่อาชญากรมักใช้เป็นเส้นทางหลบหนี เมื่อนายกัวปรากฏตัวที่จุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ (สบรวก) เพื่อทำพิธีการออกนอกประเทศ เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวและตรวจสอบประวัติทันที
การบังคับใช้กฎหมายและการส่งตัวกลับประเทศ
ระบบฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ช่วยยืนยันตัวตนได้อย่างแม่นยำ ผลการตรวจสอบยืนยันแน่ชัดว่าเขาคือบุคคลตามหมายจับที่ทางการจีนต้องการตัว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวเพื่อสอบสวนเพิ่มเติมและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ภายหลังการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้พิจารณาพฤติการณ์ของผู้ต้องหาอย่างรัดกุมที่สุด
เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร เนื่องจากมีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งตรงตามมาตรา 12 (7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 อย่างชัดเจน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งกบดานของอาชญากรข้ามชาติอีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา 36 ในทันที ขั้นตอนต่อไปคือการประสานงานกับสถานทูตจีนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมผลักดันและส่งตัวผู้ต้องหารายนี้กลับไปรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ไทย ในการปกป้องความมั่นคงของประเทศอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่าประเทศไทยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด การร่วมมือกับนานาชาติในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ถือเป็นนโยบายหลักที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญมาโดยตลอด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รับเปิดเทอม ท.6 เชียงราย แจ้ง 4 เส้นทางเลี่ยงรถติดอุโมงค์
การโจมช็อก! มือปืนยิงผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาจีนในจังหวัดเชียงรายเสียชีวิต
เชียงราย - Chiang Rai News
รับเปิดเทอม ท.6 เชียงราย แจ้ง 4 เส้นทางเลี่ยงรถติดอุโมงค์
เชียงราย – ผู้ปกครองต้องวางแผนเดินทางกันให้ดีๆ สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2 ของโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย เนื่องจากบริเวณหน้าโรงเรียนยังคงมีการก่อสร้างถนนและอุโมงค์ทางลอดอย่างต่อเนื่อง โครงการระดับจังหวัดนี้ส่งผลให้บางช่วงของถนนมีช่องจราจรจำกัด และอาจเกิดปัญหาจราจรติดขัดสะสมในช่วงเวลาเร่งด่วนได้
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ทางโรงเรียนได้ประชาสัมพันธ์แนวทางการเดินรถรับ-ส่งนักเรียน เพื่ออำนวยความสะดวกและลดปัญหาการจราจร โดยเฉพาะบริเวณฝั่งมัธยมศึกษาตอนต้น ทีมงานจราจรของโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย จึงขอแนะนำเส้นทางเดินรถ 4 ทิศทางเพื่อให้ผู้ปกครองใช้วางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม
ประเด็นสำคัญ
- โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย เปิดเทอม 2 ท่ามกลางการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดหน้าโรงเรียน
- ทีมจราจรแนะนำ 4 เส้นทางหลัก เพื่อกระจายรถและลดความแออัดในช่วงรับส่งนักเรียน
- ผู้ปกครองฝั่ง ม.ต้น ต้องนำรถเข้าไปจอดชิดรั้วด้านในโรงเรียนเท่านั้น เพื่อไม่ให้กีดขวางถนนสายหลัก
เส้นทางแนะนำจากสนามกีฬาและบ้านฝั่งหมิ่น

สำหรับเส้นทางที่ 1
รถที่เดินทางจากแยกสนามกีฬา ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำกกต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากบนสะพานจะเหลือช่องจราจรเพียงช่องเดียว เมื่อลงสะพานแล้วจะแยกเป็นสองช่องทาง โดยช่องขวาสามารถมุ่งหน้าไปสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง และศูนย์ราชการได้ ส่วนช่องซ้ายให้ใช้เข้าสู่เส้นทางด้านในเพื่อส่งนักเรียนฝั่ง ม.ต้น หรือเดินทางต่อไปยังบ้านป่าแดง
หากผู้ปกครองต้องการกลับไปแยกสนามกีฬา สามารถใช้จุดกลับรถข้างศูนย์การเรียนรู้ได้ จากนั้นให้เลี้ยวขวาบริเวณทางแยกเพื่อกลับไปทางฝั่งมัธยมศึกษาตอนปลาย เส้นทางนี้จะช่วยให้การระบายรถมีความคล่องตัวมากขึ้นในช่วงเช้าและเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่มีผู้คนสัญจรหนาแน่น

สำหรับเส้นทางที่ 2
ผู้ปกครองที่มาจากบ้านฝั่งหมิ่นสามารถเลือกใช้ได้สองทางเลือกหลัก ทางเลือกแรกคือกลับรถบริเวณจุดข้างศูนย์การเรียนรู้ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอย 7 บ้านป่าแดง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเลียบแม่น้ำกกเข้าสู่ถนนหน้าโรงเรียน
ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งคือเลี้ยวขวาบริเวณทางแยกบนทางลอดไปยังฝั่ง ม.ปลาย เพื่อส่งนักเรียนใต้สะพานลอย หรือจะเลือกไปกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำกกเพื่อมุ่งหน้าไปยังฝั่ง ม.ต้น ก็สามารถทำได้อย่างสะดวกเช่นกัน การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก

เส้นทางที่ 3
สำหรับรถที่เดินทางมาจากสนามบิน สามารถขับข้ามทางแยกเพื่อตรงไปส่งนักเรียนบริเวณใต้สะพานลอยฝั่ง ม.ปลาย ได้ทันที หรือหากต้องการไปฝั่ง ม.ต้น ก็ให้ไปกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำกก การกระจายเส้นทางแบบนี้ช่วยลดคอขวดบนถนนสายหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากส่งนักเรียนเสร็จสิ้นแล้ว สามารถกลับรถตรงจุดข้างศูนย์การเรียนรู้ และเลี้ยวซ้ายเพื่อเดินทางกลับไปยังเส้นทางสนามบินได้ตามปกติ การขับขี่ในบริเวณนี้ควรใช้ความเร็วต่ำเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
เส้นทางที่ 4

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจรับส่งแล้ว ผู้ปกครองสามารถใช้จุดกลับรถข้างศูนย์การเรียนรู้ได้เช่นเดิม จากนั้นขับข้ามทางแยกเพื่อเดินทางกลับไปยังศูนย์ราชการหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงรายได้อย่างปลอดภัย
ย้ำกฎเกณฑ์จุดรับส่งเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
ทางโรงเรียนได้เน้นย้ำเรื่องจุดรับส่งนักเรียนฝั่งมัธยมศึกษาตอนต้นอย่างชัดเจน โดยขอความร่วมมือผู้ปกครองให้เลี้ยวเข้าไปใช้ช่องทางด้านในที่ติดกับรั้วโรงเรียน การจอดรถจะต้องจอดชิดรั้วเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้กีดขวางการจราจรบนถนนสายหลักที่กำลังก่อสร้าง
เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังมีการดำเนินงานเครื่องจักรและปรับปรุงพื้นผิวจราจร ผู้ใช้รถใช้ถนนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากที่สุด การปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จราจรอย่างเคร่งครัด จะช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทุกคน
การให้ความร่วมมือจากชุมชนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรและเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนร่วมทาง ปัญหารถติดหน้าโรงเรียนจะลดลงอย่างแน่นอน และโครงการก่อสร้างก็จะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจยึดยาไอซ์ 285 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย
การโจมช็อก! มือปืนยิงผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาจีนในจังหวัดเชียงรายเสียชีวิต
เชียงราย - Chiang Rai News
การโจมช็อก! มือปืนยิงผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาจีนในจังหวัดเชียงรายเสียชีวิต
เชียงราย – เกิดเหตุอุกฉกรรจ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อคนร้ายบุกยิงผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาจีนเสียชีวิตคาที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวง เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและหาเบาะแสคนร้ายอย่างเร่งด่วน เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนขวัญแก่บุคลากรและชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก
พ.ต.ท.ภัชโสภณ นิสสัย สารวัตรสอบสวน ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 30 ตุลาคม 2569 จุดเกิดเหตุอยู่ภายในห้องประชุมของโรงเรียนในพื้นที่หมู่ 27 ตำบลแม่สลองใน โดยผู้เสียชีวิตคือ นายศิรสิทธิ์ ผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้
ประเด็นสำคัญ
- คนร้ายบุกยิงนายศิรสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาจีนใน อ.แม่ฟ้าหลวง เสียชีวิต
- เหตุเกิดในห้องประชุมขณะผู้ตายอยู่ตามลำพัง โดยคนร้ายสวมหมวกปิดบังใบหน้าหลบหนีไป
- ตำรวจคาดใช้ปืน 9 มม. และกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ก่อนเกิดเหตุนายศิรสิทธิ์กำลังนั่งอยู่ภายในห้องประชุมเพียงลำพัง พยานในพื้นที่สังเกตเห็นชายต้องสงสัยหลายคนขับรถวนเวียนไปมาบริเวณรอบโรงเรียนอย่างผิดสังเกต ก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้นประมาณสองนัดติดต่อกัน
หลังสิ้นเสียงปืน พยานเห็นชายต้องสงสัยประมาณสองคนสวมหมวกเพื่อปิดบังใบหน้า วิ่งหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุไปทางด้านหลังของโรงเรียนอย่างรวดเร็ว บุคลากรของโรงเรียนจึงรีบเข้าไปตรวจสอบภายในห้องประชุมทันที
เร่งนำส่งโรงพยาบาลแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้
เมื่อเจ้าหน้าที่และบุคลากรเข้าไปในห้องประชุม พวกเขาพบร่างของผู้อำนวยการนอนหมดสติอยู่บนพื้น โดยมีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกยิงที่บริเวณลำตัว ญาติและผู้เห็นเหตุการณ์จึงรีบนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
แม้ทีมแพทย์จะพยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ แต่ก็ได้รับแจ้งในเวลาต่อมาว่านายศิรสิทธิ์ได้เสียชีวิตลงแล้วจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว เหตุการณ์นี้สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดเป็นอย่างยิ่ง
ตำรวจเร่งสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน
ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุน่าจะเป็นปืนพกสั้นขนาด 9 มิลลิเมตร อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ยังคงต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันชนิดของอาวุธที่แน่ชัด
ขณะนี้ทีมสืบสวนได้ทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งภายในห้องประชุมและพื้นที่โดยรอบ พร้อมทั้งเรียกสอบปากคำพยานและบุคลากรในโรงเรียน เพื่อหาเบาะแสและแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการรายงานยืนยันตัวผู้ก่อเหตุ หรือระบุได้แน่ชัดว่ามูลเหตุจูงใจในการลอบสังหารครั้งนี้มาจากเรื่องใด ทางตำรวจกำลังเร่งทำงานอย่างหนักเพื่อคลี่คลายคดีและนำตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย
คดีนี้ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต หากผู้ใดมีเบาะแสเพิ่มเติมสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจยึดยาไอซ์ 285 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย
ตำรวจเชียงรายเพิ่มการลาดตระเวนแม่น้ำโขงเพื่อปราบปรามอาชญากรรม
-
ข่าว - News6 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 วันที่แล้ว
เหมืองแร่ใหม่จากเมียนมาร์ก่อให้เกิดมลพิษในแหล่งน้ำของเชียงราย
-
ข่าว - News6 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน


