เชียงราย - Chiang Rai News
คนแห่เที่ยวล้นภูชี้ฟ้า ต้นฤดูหนาว อุทยานฯ ประกาศห้ามล้ำแนวกั้นรั้วโดยเด็ดขาด!!
กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโปงการทุจริตในโรงเรียน">เชียงราย – นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางไปชมความงามของภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย ในช่วงเริ่มต้นฤดูหนาวปีนี้ สภาพอากาศบนยอดภูชี้ฟ้าบริเวณชายแดนไทยและลาว มีอุณหภูมิเย็นสบายอยู่ที่ประมาณ 19 องศาเซลเซียส อากาศที่สดชื่นทำให้หลายคนตั้งใจเดินทางมาเพื่อสัมผัสลมหนาวแรกของปี ทุกคนต่างเฝ้ารอชมพระอาทิตย์ขึ้นและดูทะเลหมอกที่สวยงามในยามเช้า
เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักท่องเที่ยวทุกคน ทางอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้าได้ออกประกาศเตือนอย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าห้ามนักท่องเที่ยวเดินออกนอกเส้นทางศึกษาธรรมชาติและแนวกั้นรั้วโดยเด็ดขาด ปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่ได้สร้างรั้วกั้นตามจุดหน้าผาที่อาจเกิดอันตรายไว้ตลอดแนวเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ถึงแม้จะมีรั้วกั้น แต่นักท่องเที่ยวยังคงสามารถชื่นชมวิวทิวทัศน์ของยอดภูชี้ฟ้าได้อย่างใกล้ชิดเช่นเดิม
ประเด็นสำคัญ
- นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาภูชี้ฟ้าเพื่อสัมผัสอากาศเย็น 19 องศาเซลเซียส
- อุทยานฯ สั่งห้ามออกนอกเส้นทางและแนวกั้นรั้วหน้าผาอย่างเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย
- นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อกางเต็นท์พักแรมได้จนถึงเวลา 18.00 น. ของทุกวัน
กิจกรรมเสริมและจุดบริการลานกางเต็นท์
นอกจากจุดชมวิวหลักบนยอดภูแล้ว ทางอุทยานฯ ยังประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพิ่มเติม เส้นทางนี้เริ่มต้นจากฝั่งหน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว ในตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น ซึ่งมีความสวยงามและน่าสนใจมาก นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และเพลิดเพลินกับความงามของทุ่งดอกพญาเสือโคร่งระหว่างทาง
สำหรับผู้ที่ต้องการค้างคืน ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวหลายคนมาปักหลักกางเต็นท์เพื่อรอชมแสงแรก ทางอุทยานฯ เปิดให้บริการลานกางเต็นท์อย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถอ่าน ข่าวการท่องเที่ยว เพิ่มเติม และต้องติดต่อจุดบริการกางเต็นท์ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 18.00 น. หากเกินกำหนดเวลานี้เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้เดินทางขึ้นไปยังลานกางเต็นท์อย่างเด็ดขาด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิดแล้ว! อุทยานแห่งชาติพร้อมรับนักท่องเที่ยว
อดีตครูจากเชียงรายมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโปงการทุจริตในโรงเรียน
เชียงราย - Chiang Rai News
อดีตครูจากเชียงรายมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโปงการทุจริตในโรงเรียน
เชียงราย – นายบุญธัน ธรรมปัญญา อดีตข้าราชการครูวัย 64 ปี จากจังหวัดเชียงราย เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครอีกครั้ง โดยมีจุดหมายปลายทางที่อาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ ถนนพระรามที่ 4 เพื่อขอความช่วยเหลือจาก นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือ “หนุ่ม กรรชัย” พิธีกรรายการ “โหนกระแส” ทางช่อง 3 หลังจากที่เขาได้พยายามร้องเรียนเรื่องความผิดปกติด้านงบประมาณของนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนที่เคยสอนมาหลายปี แต่ยังไม่ได้รับความกระจ่างในหลายประเด็น
ก่อนออกเดินทางในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายบุญธันได้ไปกราบขอพรที่ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย เขาปรากฏตัวในเสื้อที่พิมพ์ข้อความเกี่ยวกับ “ครูกาหลง” ซึ่งเป็นครูอีกท่านหนึ่งที่เคยออกมาแฉปัญหาการใช้งบประมาณในสถานศึกษา พร้อมกับแขวนป้ายที่คอมีข้อความว่า “ไปต่อไม่ไหว พี่หนุ่มกรรชัยช่วยผมที” สะท้อนให้เห็นถึงความอัดอั้นตันใจและความพยายามอย่างหนักในการเรียกร้องความยุติธรรม
ประเด็นสำคัญ
- ครูเกษียณไม่ยอมแพ้: นายบุญธัน ธรรมปัญญา อดีตครูวัย 64 ปี เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อขอความช่วยเหลือจาก “หนุ่ม กรรชัย” รายการ “โหนกระแส”
- ปมทุจริตงบโรงเรียน: ข้อร้องเรียนมุ่งเน้นไปที่ความผิดปกติของข้อมูลนักเรียน (สงสัยนักเรียนผี) เงินสหกรณ์ และการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจมีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท
- หวังสังคมตรวจสอบ: หลังจากยื่นเรื่องหลายหน่วยงานแต่ยังไม่คืบหน้า จึงหวังพึ่งสื่อเพื่อผลักดันให้เกิดการตรวจสอบอย่างโปร่งใส คุ้มครองผลประโยชน์ของเด็กนักเรียน
เดินหน้าร้องเรียน แม้หนทางยาวไกล
การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของนายบุญธัน ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายน 2569 เขาเคยขี่รถจักรยานยนต์จากเชียงรายกว่า 900 กิโลเมตร เพื่อไปร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส แม้จะได้รับความช่วยเหลือในบางเรื่อง แต่หลายประเด็นก็ยังคงค้างคาใจ
ประเด็นหลักที่นายบุญธันต้องการให้ตรวจสอบคือ ข้อมูลนักเรียนในปี 2560 และ 2564 ที่เขาสงสัยว่ามีรายชื่อ “นักเรียนผี” หรือนักเรียนที่ไม่มีตัวตนจริงถึง 379 คน แต่กลับมีชื่อเบิกงบประมาณรายหัว ก่อนจะถูกจำหน่ายออกในภายหลัง
นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเรื่องเงินสหกรณ์โรงเรียนที่ถูกโอนเข้าบัญชีผู้อำนวยการ และการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 300 โครงการ ซึ่งคาดว่ามีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท นายบุญธันยืนยันว่ามีเอกสารหลักฐานพร้อมและต้องการให้ตรวจสอบอย่างละเอียด
พึ่ง “โหนกระแส” เป็นที่พึ่งสุดท้าย
แม้จะเคยยื่นเรื่องต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ทั้งในระดับจังหวัดและส่วนกลาง แต่เรื่องกลับไม่คืบหน้าเท่าที่ควร การตัดสินใจมาขอความช่วยเหลือจากรายการ “โหนกระแส” จึงเป็นความหวังที่จะให้สังคมได้รับรู้ และกดดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อสิทธิและประโยชน์ของนักเรียน
ทางด้าน ครูกาหลง จบศรี ผู้มีประสบการณ์ร้องเรียนทุจริตในโรงเรียนจน ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดมาแล้ว ได้ให้กำลังใจและระบุว่ากระบวนการร้องเรียนอาจใช้เวลานานและบั่นทอนจิตใจ แต่ก็เป็นเรื่องจำเป็นเพื่อความถูกต้อง
การเดินทางของนายบุญธันในครั้งนี้ คือการยืนหยัดเพื่อความโปร่งใสในระบบการศึกษา โดยมีผลประโยชน์ของนักเรียนเป็นที่ตั้ง หากพบว่ามีการทุจริตจริง ผู้กระทำผิดก็สมควรได้รับการลงโทษตามกฎหมาย เพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อไป.
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ครูสุดทน! แฉทุจริตงบอาหารกลางวันเด็ก โดนคุกคามหนัก วอนรัฐมนตรีช่วยด่วน
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารพรานเชียงรายสกัดจับแก๊งลักลอบขนจยย.ข้ามแดน
เชียงราย – เมื่อเช้าวันที่ 18 ตุลาคม 2569 เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารพราน">ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 (ฉก.ทพ.31) ได้ออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนจังหวัดเชียงราย ภารกิจนี้เน้นการป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร พื้นที่เป้าหมายในการลาดตระเวนครั้งนี้คือบริเวณบ้านร่มโพธิ์ทอง หมู่ 19 ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงในการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย
ขณะลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นกลุ่มผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 คนกำลังช่วยกันลำเลียงรถจักรยานยนต์ 4 คันไปทางชายแดน พวกเขาอยู่ห่างจากเส้นเขตแดนประเทศเพื่อนบ้านเพียง 50 เมตรเท่านั้น ทันทีที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานแสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจค้น กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้ทิ้งรถและพยายามวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าทึบ เจ้าหน้าที่ได้วิ่งติดตามอย่างกระชั้นชิดจนสามารถควบคุมตัวผู้กระทำผิดได้ 2 คน ส่วนผู้ต้องสงสัยอีก 2 คนได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีรอดไปได้
ประเด็นสำคัญ
- ทหารพรานสกัดจับแก๊งลักลอบขนรถจักรยานยนต์ข้ามแดนที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ก่อนข้ามฝั่งเพียง 50 เมตร
- เจ้าหน้าที่สามารถยึดรถจักรยานยนต์ได้ 4 คัน และวิ่งติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน
- รถทั้งหมดไม่มีเอกสารครอบครอง จึงถูกส่งให้ตำรวจภูธรเทิงเพื่อสืบหาที่มาและดำเนินคดีตามกฎหมาย
มาตรการคุมเข้มชายแดนและการสืบสวนเพิ่มเติม
เมื่อทำการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 คันที่ถูกทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่ไม่พบเอกสารคู่มือจดทะเบียนรถหรือหลักฐานใดๆ ที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของ การไม่มีเอกสารเหล่านี้บ่งชี้ว่าอาจเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาเพื่อเตรียมส่งขายยังประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง การดำเนินการครั้งนี้ช่วยป้องกันการกระทำผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของรถตัวจริง
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้นำตัวผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมทั้ง 2 คน พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลางทั้งหมด ส่งมอบให้กับ สถานีตำรวจภูธรเทิง เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทางตำรวจจะดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อตรวจสอบประวัติและที่มาของรถแต่ละคัน นอกจากนี้ จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อออกหมายจับผู้ต้องสงสัยอีก 2 คนที่ยังคงหลบหนี การปฏิบัติงานครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปกป้องทรัพย์สินของประชาชนและรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย
ตำรวจสกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าของเถื่อนชาวจีนในภาคเหนือของประเทศไทย
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น
เชียงราย – วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ได้ฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ของนักเรียน เด็กหญิงอามิน จิน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โชว์ความสามารถสุดทึ่ง เธอเพิ่งคว้ารางวัลชนะเลิศในการแข่งขันคณิตคิดเลขเร็วระดับประเทศ งานนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดย The Genius Thailand ที่ภูกลอง ฮิล จังหวัดพะเยา
ผลการแข่งขันของน้องอามินนั้นยอดเยี่ยมและน่าประทับใจมาก เธอสามารถทำคะแนนได้สูงถึง 98 จาก 100 คะแนนเต็ม ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงทักษะการคิดคำนวณที่แม่นยำและรวดเร็ว ความสามารถที่โดดเด่นของเธอทำให้เธอเอาชนะผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ จากทั่วประเทศได้สำเร็จ
ประเด็นสำคัญ
- น้องอามิน จิน คว้าแชมป์คณิตคิดเลขเร็วระดับประเทศด้วยวัยเพียงมัธยมต้น
- เธอทำคะแนนการแข่งขันได้เกือบเต็ม คือ 98 จาก 100 คะแนน
- เธอได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันต่อที่ประเทศญี่ปุ่น
ก้าวต่อไปสู่เวทีนานาชาติที่ญี่ปุ่น
ความสำเร็จในระดับประเทศครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับน้องอามิน เธอได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อไปแข่งขันคณิตศาสตร์ที่ประเทศญี่ปุ่น การเดินทางครั้งนี้คือโอกาสสำคัญในการนำความสามารถของเด็กไทยไปแสดงให้ชาวโลกได้เห็น ทุกคนในโรงเรียนต่างตื่นเต้นและคอยเตรียมความพร้อมให้เธออย่างเต็มที่
ชัยชนะของอามินนำมาซึ่งความภาคภูมิใจอย่างยิ่งแก่ประชาชนชาวเชียงราย นอกจากนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยตั้งใจเรียนและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
การฝึกฝนอย่างหนักคือเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้น้องอามินประสบความสำเร็จ เธอใช้เวลาว่างในการทบทวนและฝึกคิดเลขอย่างสม่ำเสมอ ความมุ่งมั่นตั้งใจนี้ช่วยพัฒนาศักยภาพของเธอไปสู่ระดับที่สูงขึ้น เราทุกคนจะรอติดตามและส่งกำลังใจให้เธอคว้าชัยชนะที่ประเทศญี่ปุ่นในเร็วๆ นี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
โรงเรียนเทศบาลหมายเลข 6 จังหวัดเชียงราย ได้รับรางวัลพระราชทานตราตั้งด้านสถาบันการศึกษา
ตำรวจในจังหวัดเชียงรายทลายแก๊งพนัน ยึดสมุดบัญชีพนันและบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoช็อก! เพื่อนสนิทฆ่าหนุ่มพิการขายหวย ทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoด่วน! ไฟไหม้ศูนย์ราชการฯ เชียงราย คุมเพลิงได้ใน 2 ชม
-
การเงิน -Finance6 days agoทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
-
เทคโนโลยี - Tech6 days agoนาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย

