เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวบ้านเชียงรายลุกฮือต่อต้านโรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะ
ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า">เชียงราย – เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ชาวบ้านในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ได้ออกมารวมตัวกันครั้งใหญ่เพื่อปกป้องชุมชน กลุ่มนี้คือเครือข่ายต่อต้านโรงไฟฟ้าขยะจาก 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลทานตะวัน ตำบลแม่เย็น และตำบลม่วงคำ พวกเขานำโดย พ.ท.สมเจต ช่างซอ และแกนนำคนสำคัญ พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 200 คน
การรวมตัวครั้งนี้จัดขึ้นที่บริเวณหน้า อบต.ม่วงคำ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าขยะอย่างเด็ดขาด กิจกรรมนี้ยังเป็นการรำลึกวาระครบรอบ 1 ปีของการเคลื่อนไหวต่อสู้ของชาวบ้านอีกด้วย หลังจากตั้งขบวนเสร็จสิ้น พวกเขาได้เคลื่อนขบวนรถมุ่งหน้าไปยังลานหน้า อบต.ป่าหุ่ง เพื่อจัดเวทีชุมนุมใหญ่และรณรงค์ให้สังคมรับรู้
ประเด็นสำคัญ
- การชุมนุมครั้งใหญ่: ชาวบ้านกว่า 200 คนจาก 40 หมู่บ้าน นัดรวมตัวครบรอบ 1 ปี เพื่อคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าขยะในอำเภอพาน
- ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม: ประชาชนหวั่นเกรงว่าโครงการจะทำลายแหล่งน้ำสาธารณะ พื้นที่เกษตรกรรม และแหล่งเพาะพันธุ์ปลานิลที่สำคัญ
- ยื่น 3 ข้อเรียกร้องชัดเจน: ขอให้ยกเลิกโครงการถาวร จัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็นใหม่ให้โปร่งใส และยกเลิกข้อตกลง (MOU) ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายชาวบ้านทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องบ้านเกิด พวกเขาจัดเวทีให้ความรู้และรับฟังความเห็นหมุนเวียนไปตามหมู่บ้านต่างๆ ถึง 17 ครั้ง สิ่งนี้ช่วยให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ข้อมูลจากแกนนำระบุว่า พื้นที่ตั้งโครงการใหม่นั้นอยู่ใกล้กับชุมชนมากเกินไป นอกจากนี้ยังมีคลองชลประทานและแหล่งน้ำสาธารณะไหลผ่านหลายจุด หากเกิดมลพิษขึ้นมา จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ทำการเกษตร แหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และแหล่งเพาะพันธุ์ปลานิลซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนในพื้นที่ รวมถึงอาจทำลายสุขภาพของชาวบ้านในระยะยาว

ปมปัญหาความโปร่งใสและคนนอกพื้นที่
พ.ท.สมเจต ช่างซอ แกนนำชาวบ้าน เล่าว่าเดิมทีโครงการนี้จะไปสร้างที่บ้านห้วยประเสริฐ แต่เกิดการคัดค้านและบังเอิญพบแหล่งโบราณสถานเสียก่อน โครงการจึงต้องย้ายมาหาพื้นที่ใหม่ แต่ความไม่ชัดเจนจากหน่วยงานรัฐทำให้ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาต้านอีกครั้ง แม้จะเคยยื่นเรื่องไปถึงกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่ารัฐจะเอายังไงต่อไป
ด้าน นายณัฐพงษ์ ทาแกง ตัวแทนกลุ่ม ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสหลายจุด โดยเฉพาะการทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่องการจัดการขยะระหว่าง อบต.ป่าหุ่ง กับท้องถิ่นอื่นๆ ชาวบ้านมองว่า MOU นี้เป็นแค่การตกลงเรื่องค่าธรรมเนียมทิ้งขยะ ไม่ควรนำมาตีความว่าเป็นการอนุญาตให้สร้างโรงไฟฟ้าขยะข้ามพื้นที่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการทำประชาพิจารณ์ที่ผ่านมาก็ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ชาวบ้านอ้างว่ามีการแจกแบบสอบถามที่เขียนคำตอบนำทางไว้แล้ว แถมยังมีการนำคนจากนอกพื้นที่เข้ามาร่วมกระบวนการด้วย เครือข่ายจึงเรียกร้องให้จัดเวทีรับฟังความเห็นใหม่ โดยอ้างอิงข้อมูลทางวิชาการที่ระบุว่า รัศมีผลกระทบของโรงไฟฟ้าขยะอาจกว้างถึง 3 กิโลเมตร
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของโรงไฟฟ้าขยะ สามารถอ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews)

3 ข้อเรียกร้องหลักจากภาคประชาชน
ในวันครบรอบ 1 ปีนี้ เครือข่ายชาวบ้านได้ประกาศจุดยืนและยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อต่อนายอำเภอพานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อแรกคือ ขอให้รัฐยุติและยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ทั้ง 3 ตำบลอย่างถาวร เพื่อคืนความสงบสุขให้ชุมชน
ข้อที่สอง หากยังดึงดันไม่ยอมยกเลิกโครงการ รัฐจะต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนใหม่ภายในปี 2569 โดยต้องทำอย่างโปร่งใสและให้คนในพื้นที่ตัดสินใจเอง ข้อที่สาม ขอให้ยกเลิกข้อตกลง MOU การจัดการขยะทั้งหมดที่ อบต.ป่าหุ่ง ทำร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ในกลุ่มจังหวัดเชียงราย
ที่ผ่านมา กลุ่มชาวบ้านไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขาเคยยื่นเรื่องร้องเรียนไปถึงสำนักนายกรัฐมนตรี สภาผู้บริโภค และคณะกรรมาธิการของวุฒิสภามาแล้ว มีการลงพื้นที่ตรวจสอบจริง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคำสั่งระงับโครงการอย่างเป็นทางการออกมา ชาวบ้านจึงต้องรวมพลังกันอีกครั้งเพื่อกดดันให้เกิดการแก้ไข
เครือข่ายชาวบ้านยืนยันอย่างหนักแน่นว่า หากหน่วยงานรัฐยังคงเพิกเฉยหรือพยายามประวิงเวลา พวกเขาพร้อมที่จะยกระดับการต่อสู้ทันที ชาวบ้านเตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง หรือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน การออกมาชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้ทำไปเพื่อท้าทายรัฐ แต่ทำเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและปกป้องชีวิตของคนในชุมชน.
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สิ้นสุดยุคสมัย!! หาดเชียงรายปิดให้บริการเพื่อการพัฒนาเมืองครั้งใหญ่
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายลดลง 24 เซนติเมตร ขณะที่งานสำคัญในเชียงของยังคงดำเนินต่อไป
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า
เชียงราย – เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน ได้ผนึกกำลังกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นระหว่างเวลา 22.00 ถึง 24.00 น. บริเวณหน้าตู้ยามตำบลสันติสุข อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย เพื่อตั้งจุดตรวจสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชนในชุมชน
การปฏิบัติงานนี้ดำเนินการตามแผนที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นำข้อมูลอาชญากรรมมาวิเคราะห์อย่างละเอียด ทีมงานนำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ ผู้กำกับการ สภ.พาน พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจและ น.ส.พิชญกานต์ ตาดทอง กำนันตำบลสันติสุข ทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดจุดตรวจที่เหมาะสมที่สุด การใช้ข้อมูลจริงมาวางแผนช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- กำลังเจ้าหน้าที่ร่วม 30 นาย ตั้งด่านเครือข่ายใยแมงมุมในตำบลสันติสุขเพื่อสกัดกั้นยาเสพติด
- ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอาชญากรรมเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตั้งจุดตรวจและป้องกันเหตุร้าย
- จับกุมชายวัย 33 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 10 เม็ด และตั้งข้อหาหนักเรื่องการเสพยาขณะขับขี่
ผลลัพธ์จากการตั้งจุดตรวจใยแมงมุม
จากการตรวจตราอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้หนึ่งราย ผู้ต้องหาเป็นชายชาวตำบลสันติสุข อายุ 33 ปี ซึ่งขับขี่ยานพาหนะผ่านเข้ามายังจุดตรวจ เมื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 10 เม็ดอยู่ในความครอบครอง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานทันที
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ข้อหาหลักคือการครอบครองยาเสพติดให้โทษและการเสพยาเสพติดในขณะขับขี่ยานพาหนะ ขณะนี้ผู้ต้องหาได้ถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว เหตุการณ์นี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สะท้อนการทำงานอย่างหนักของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อความสงบสุขของประชาชน
พลังของชุมชนในการต้านภัยยาเสพติด
ความสำเร็จในคืนดังกล่าวไม่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่ง ฝ่ายปกครองและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต่างมีบทบาทสำคัญในการลงพื้นที่ การทำงานแบบบูรณาการนี้ช่วยยกระดับการป้องกันปัญหายาเสพติดในอำเภอพานได้อย่างเป็นรูปธรรม
ชาวบ้านในตำบลสันติสุขต่างรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเห็นการทำงานที่จริงจังและใกล้ชิดประชาชน การตั้งด่านแบบเครือข่ายใยแมงมุมจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมในพื้นที่ ทุกฝ่ายหวังว่าความร่วมมือนี้จะทำให้จังหวัดเชียงรายน่าอยู่และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติการครั้งสำคัญเพื่อรักษาความปลอดภัยในจังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5">ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ พวกเขาได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อตั้งจุดตรวจความปลอดภัย ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นบริเวณหน้าตลาดล้านเมือง ตำบลสันทราย โดยมีเป้าหมายหลักในการป้องกันเหตุร้ายและดูแลประชาชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ใช้แผนปฏิบัติการที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่เน้นความแม่นยำและการใช้ข้อมูลจริง เจ้าหน้าที่จะนำสถิติและสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาวิเคราะห์ เพื่อหาจุดที่ควรตั้งด่านตรวจให้เกิดประโยชน์สูงสุด วิธีนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่การสุ่มตรวจทั่วไป แต่เป็นการวางกำลังเพื่อป้องกันและสกัดกั้นคนทำผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญ
- ยกระดับความปลอดภัย: ตำรวจภาค 5 สนธิกำลังตั้งด่าน “ใยแมงมุม” ทั่วเชียงรายเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
- จับกุมผู้กระทำผิด: ด่านแม่คำ อำเภอแม่จัน สามารถรวบตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดได้ 1 รายอย่างรวดเร็ว
- ใช้ข้อมูลทำงาน: แผนใยแมงมุมใช้การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เพื่อจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่อย่างแม่นยำและตรงจุด
ผลงานด่านแม่คำ สกัดจับเครือข่ายยาเสพติด
ในคืนเดียวกันนั้น แผนเครือข่ายใยแมงมุมก็แสดงผลงานอย่างชัดเจนในอีกพื้นที่หนึ่งของจังหวัด พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่จัน ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมกันตั้งด่านตรวจสกัด พวกเขาประจำการอยู่ที่บริเวณด่านตรวจแม่คำ อำเภอแม่จัน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจร การทำงานเป็นไปอย่างเข้มงวดและรัดกุมตามนโยบายระดับจังหวัดที่วางเอาไว้
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างขะมักเขม้น พวกเขาได้เรียกตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยตามหลักการทำงาน ผลจากการตรวจค้นอย่างละเอียด ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมชายผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดได้จำนวนหนึ่ง การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การตั้งด่านแบบมีข้อมูลรองรับนั้น สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดของสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างแท้จริง โดยสามารถติดตาม ข่าวสารตำรวจภูธรภาค 5 เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางทางการ
อำเภอแม่จันถือเป็นพื้นที่สำคัญที่มีการสัญจรไปมาอย่างหนาแน่น และเชื่อมต่อกับหลายอำเภอ การตั้งจุดตรวจที่ด่านแม่คำจึงเป็นการตัดวงจรการขนส่งสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างดีเยี่ยม เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้กระทำผิดเล็ดลอดไปได้ การสกัดจับครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ยาเสพติดจะกระจายเข้าสู่ชุมชนตอนใน
บูรณาการกำลัง สร้างความอุ่นใจให้ชุมชน
การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและฝ่ายปกครอง ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการนี้ราบรื่นและประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างรู้หน้าที่และเป้าหมายของตนเองอย่างชัดเจน การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบและเชื่อมโยงข้อมูลกันเหมือนใยแมงมุม ทำให้ผู้กระทำผิดหลบหนีได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา
เป้าหมายสูงสุดของปฏิบัติการทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมผู้ทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่คือการดูแลความสงบเรียบร้อยให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดล้านเมือง หรือชาวบ้านที่เดินทางไปมาในยามวิกาล ต่างรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น พวกเขามีความมั่นใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ในอนาคต คาดว่าทางเจ้าหน้าที่จะยังคงใช้แผนเครือข่ายใยแมงมุมนี้ต่อไป พร้อมทั้งปรับปรุงข้อมูลให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้การทำงานของตำรวจมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ประชาชนเองก็สามารถเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
การเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงราย ด้วยการทำงานที่โปร่งใส ใช้ข้อมูลจริง และร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทำให้ความหวังที่จะเห็นชุมชนปลอดภัยจากเหตุร้ายต่างๆ เข้าใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม">เชียงราย – เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน ได้นำกำลังตั้งจุดตรวจยาเสพติดที่บริเวณด่านตรวจปูแกง ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย การปฏิบัติงานครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายบนถนนพหลโยธิน
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้มีรถบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา รถคันนี้เดินทางมาจากอำเภอเมืองเชียงรายและกำลังมุ่งหน้าไปยังจังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่พบว่ารถมีลักษณะน่าสงสัยจึงได้เรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด โดยพบผู้ขับขี่คือ นายวรวุฒิ อายุ 32 ปี และมีแฟนสาวคือ น.ส.ปภัสรา อายุ 33 ปี นั่งโดยสารมาด้วย ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย
ประเด็นสำคัญ
-
ตำรวจด่านปูแกงจับกุมหนุ่มสาวชาวหนองคาย ลักลอบขนยาไอซ์จำนวน 350 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระบะดัดแปลง
-
ผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับจ้างขนยาจากชายแดนแม่สาย ไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ แลกกับค่าตอบแทน 300,000 บาท
-
เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสืบสวนขยายผล เพื่อกวาดล้างผู้ว่าจ้างและเครือข่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ในตอนแรก การตรวจสอบภายนอกรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมท่าทางที่มีพิรุธ จึงได้ทำการตรวจค้นรถอย่างละเอียดอีกครั้ง จนกระทั่งพบว่าบริเวณพื้นกระบะด้านหลังถูกดัดแปลงอย่างแนบเนียนให้เป็นช่องลับใต้ท้องรถ ช่องลับนี้ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการขันนอตจึงจะสามารถเปิดออกได้
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดช่องลับ พวกเขาพบซองชาเขียวบรรจุสุญญากาศ 350 ซองเรียงกันอย่างแน่นหนาอยู่ภายใน การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแต่ละซองบรรจุยาเมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) ประมาณ 1 กิโลกรัม รวมทั้งหมด 350 กิโลกรัม ผู้ต้องสงสัยทั้งสองถูกจับกุมในทันที
สารภาพรับจ้างขนส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ให้การรับสารภาพว่า พวกตนไปรับยาเสพติดจำนวนนี้มาจากพื้นที่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ทางฝั่งอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป้าหมายคือการลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดไปส่งให้ผู้รับในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ต้องหาเปิดเผยว่าได้รับค่าจ้างในการขนส่งครั้งนี้เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท
หลังจากทำการจับกุมและสอบสวนเบื้องต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งมอบให้กับชุดสืบสวน สภ.พาน นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับชุดขยายผลยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทางตำรวจจะเร่งสืบสวนเพื่อขยายผลไปถึงตัวผู้ว่าจ้างและทลายเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดนี้ให้สิ้นซาก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าว - News4 days agoสลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoเชียงรายอัปเกรดระบบเตือนภัยน้ำท่วม-ดินถล่ม รับมือภัยพิบัติ

