ข่าวอาชญากรรม - Crime
ปลอดภัยดี!! นักวิ่งเทรลที่หลงทาง 4 คนได้รับการช่วยเหลือจากป่าเชียงรายแล้ว
เตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – ภารกิจกู้ชีพสุดระทึกขวัญได้เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนต้องร่วมกันค้นหานักวิ่งเทรล 4 ชีวิตที่สูญหายไปในป่าลึก พวกเขาหลงทางบนพื้นที่ดอยลิไข่ ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย เนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างกะทันหัน
กลุ่มนักวิ่งกลุ่มนี้ประกอบด้วยผู้ชาย 3 คนและผู้หญิง 1 คน พวกเขาเริ่มต้นเส้นทางจากพื้นที่ราบเพื่อวิ่งท้าทายความสามารถขึ้นสู่ยอดดอย แต่สถานการณ์กลับพลิกผันเมื่อต้องเผชิญกับพายุฝน ทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ทำให้พวกเขาหลงทิศทางและไม่สามารถหาเส้นทางออกจากป่าได้ โชคดีที่เจ้าหน้าที่สามารถรับทราบเหตุการณ์และจัดทีมเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา
ประเด็นสำคัญ
- นักวิ่งเทรล 4 คน (ชาย 3 หญิง 1) พลัดหลงในป่าดอยลิไข่ จังหวัดเชียงราย เนื่องจากพายุฝนตกหนักและทัศนวิสัยปิด
- เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน รวมถึงทีมกู้ภัยและผู้ชำนาญเส้นทาง ระดมกำลังเดินเท้าและใช้รถวิบากค้นหาอย่างเร่งด่วน
- ทีมค้นหาสามารถพบตัวนักวิ่งทั้ง 4 คนได้อย่างปลอดภัยในเวลา 18.53 น. โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
หลังจากการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน นายสุชาติ สมประสงค์ นายกเทศมนตรีตำบลนางแล ได้สั่งการด่วนให้ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือทันที พร้อมทั้งระดมทีมเจ้าหน้าที่และชาวบ้านผู้เชี่ยวชาญเส้นทางป่าเข้าทำการค้นหา การปฏิบัติงานครั้งนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องและสภาพทางเดินที่ลื่นชัน
ทีมกู้ภัยในครั้งนี้ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เทศบาลตำบลนางแล ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ศูนย์นเรนทรเชียงราย และสมาคมกู้ภัยต่างๆ ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีหน่วยกู้ภัยแสงแก้วโพธิญาณ จุดแม่จัน พร้อมด้วยทีมรถวิบากที่เข้ามาสนับสนุน ภารกิจเดินเท้าค้นหาดำเนินไปอย่างไม่ลดละเพื่อแข่งกับเวลาและความมืด
นาทีชีวิตและการพบตัวผู้สูญหาย
ข่าวดีที่ทุกคนรอคอยเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 18.53 น. ของวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เมื่อทีมเจ้าหน้าที่ได้พบตัวนักวิ่งเทรลทั้ง 4 คนในสภาพที่ปลอดภัย พวกเขากำลังพยายามเดินหาทางออกจากป่าท่ามกลางความมืด เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางสูงได้ประเมินสถานการณ์และรีบนำตัวทุกคนเดินทางกลับมายังจุดประสานงานด้านล่าง
ต่อมา นายพิษณุ เขื่อนเพชร รองนายกเทศมนตรีตำบลนางแล ได้โพสต์ข้อความเปิดเผยข่าวดีนี้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เหตุการณ์นี้สร้างความโล่งใจให้กับบรรดาญาติพี่น้องและผู้ที่ติดตามข่าว ภารกิจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและการประสานงานที่รวดเร็วของหน่วยงานกู้ภัยในจังหวัดเชียงราย
คำแนะนำความปลอดภัยสำหรับนักวิ่งเทรล
การวิ่งเทรลในสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาในช่วงฤดูฝนนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก นักวิ่งทุกท่านควรตรวจสอบสภาพอากาศจาก กรมอุตุนิยมวิทยา อย่างละเอียดก่อนออกเดินทางเสมอ การเตรียมพร้อมเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการป้องกันอุบัติเหตุ
นอกจากนี้ ควรพกอุปกรณ์ยังชีพขั้นพื้นฐาน เช่น ไฟฉาย เสื้อกันฝน นกหวีด และอุปกรณ์สื่อสารสำรอง หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือรู้ตัวว่าหลงป่า ควรรีบหยุดเดินและติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที การรอคอยความช่วยเหลือในจุดที่ปลอดภัยจะช่วยให้ทีมค้นหาทำงานได้ง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พลิกโฉม “กาแฟเชียงราย” สู่ตลาดโลก: ดันเกษตรมูลค่าสูงด้วยกล้าพันธุ์พรีเมียม
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวิ่งสุดยิ่งใหญ่ Doitung Sky Race 2026 โดยมีนักวิ่งเข้าร่วมกว่า 800 คน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
ลำพูน – เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นกลางดึกในพื้นที่จังหวัดลำพูน ซึ่งสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและผู้คนในละแวกนั้นอย่างมาก เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพวัยรุ่นชายสองคน ขับขี่รถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุอย่างอุกอาจ โดยหนึ่งในคนร้ายได้เดินลงจากรถพร้อมกับถือแกลลอนบรรจุน้ำมันมาด้วย จากนั้นเขาตรงเข้าไปราดน้ำมันใส่ร้านส้มตำปากเปิด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน ก่อนที่จะจุดไฟเผาร้านอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญ
- วัยรุ่นสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ นำแกลลอนน้ำมันมาราดและจุดไฟเผาร้านส้มตำในจังหวัดลำพูน
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานีตำรวจมาก และคนร้ายยังมีการถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุไว้ด้วย
- ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าตกใจมากที่สุดคือ จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือเพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้เพื่อนของคนร้ายที่มาด้วยกัน ยังใจเย็นใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุเอาไว้อีกด้วย ก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบสตาร์ทรถ แล้วขับหลบหนีไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ตำรวจเร่งลงพื้นที่ค้นหาความจริง
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านระบุว่าทางตำรวจได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และเห็นพฤติกรรมการก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปอย่างชัดเจน ดังนั้นภาพเหล่านี้จึงถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ในการตามหาตัวคนร้ายมารับโทษตามกฎหมาย
ในขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อพูดคุยและสอบถามเจ้าของร้านที่ได้รับความเสียหาย รวมไปถึงพยานแวดล้อมต่างๆ ตำรวจต้องการรับทราบข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ พ.ต.อ.ฐิติพล เน้นย้ำว่าทุกปัญหาต้องมีที่มาที่ไป และตำรวจจำเป็นต้องทราบถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้
มั่นใจตามจับกุมคนร้ายได้แน่นอน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความมั่นใจอย่างมาก ว่าจะสามารถตามจับผู้ก่อเหตุทั้งสองคนมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ทีมตำรวจกำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่ โดยการไล่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ในพื้นที่โดยรอบ เพื่อแกะรอยเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายอย่างใกล้ชิด
คดีนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เพราะเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ทำมาหากิน คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์ ทางตำรวจยืนยันว่าจะตามจับคนผิดมารับโทษให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความปลอดภัยและคืนความสงบสุขให้กับทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส
ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม
ข่าวอาชญากรรม - Crime
สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส
กำแพงเพชร – เกิดเหตุสลดขึ้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์ของ 3 แม่ลูกอย่างแรง อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ผู้เป็นแม่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนลูกอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส คุณสามารถอ่านรายละเอียดของเหตุการณ์นี้ได้จากข่าวต้นฉบับที่ MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุรุนแรง: รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างแรง ส่งผลให้แม่เสียชีวิตและลูก 2 คนบาดเจ็บสาหัส
- คำให้การที่ขัดแย้ง: ตำรวจอ้างว่ารถเสียหลักและปฏิเสธการดื่มสุรา แต่พยานในที่เกิดเหตุยืนยันว่าได้กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดเจน
- การเยียวยาครอบครัว: ตำรวจคู่กรณีเข้าร่วมงานศพเพื่อขอขมา และสัญญาว่าจะดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเต็มที่
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนสายคลองลาน-กำแพงเพชร ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นรถยนต์พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างรุนแรง ความแรงของการชนทำให้ร่างของ 3 แม่ลูกกระเด็นไปคนละทิศละทาง
ผู้เป็นแม่ตกลงไปในท่อระบายน้ำและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ส่วนลูกชายวัย 13 ปีและลูกอีกคนกระเด็นไปกลางถนน ตอนนี้เด็กทั้งคู่ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู
ครอบครัวกังวลเรื่องอนาคต
ลูกสาวของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า เธอยังรู้สึกสับสนและกังวลใจอย่างมาก แม่คือเสาหลักของครอบครัวที่จากไปอย่างกะทันหัน ตอนนี้ทุกคนเป็นห่วงอาการของน้องๆ ที่ยังไม่ฟื้น
นอกจากนี้ ทางครอบครัวยังกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและผลกระทบระยะยาว หากน้องๆ ฟื้นขึ้นมาแล้วร่างกายอาจจะไม่เหมือนเดิม นายอานนท์ น้องชายของผู้เสียชีวิต ย้ำว่าครอบครัวต้องการความยุติธรรมและการเยียวยาที่ชัดเจนที่สุด
ร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร ตำรวจคู่กรณี ได้เดินทางไปร่วมงานศพและกราบขอขมาศพผู้เสียชีวิต เขาได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับครอบครัว พร้อมยืนยันว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเต็มที่
เขาอธิบายว่าตอนเกิดเหตุ รถไหลลงจากเนินและควบคุมไม่ได้ จึงเสียหลักไปชนท้ายรถจักรยานยนต์ เขายืนยันว่าไม่ได้หลบหนีและลงมาช่วยคนเจ็บทันที นอกจากนี้เขายังปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ได้ดื่มสุรา
พยานยืนยันได้กลิ่นแอลกอฮอล์
อย่างไรก็ตาม คำให้การของตำรวจกลับขัดแย้งกับข้อมูลของพยานในที่เกิดเหตุ นางสาวศิริณา ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่ารถกระบะขับเบี่ยงไปชนท้ายรถจักรยานยนต์โดยตรง ไม่ได้มีการตัดหน้าตามที่อ้าง
ที่สำคัญ พยานระบุอย่างชัดเจนว่าได้กลิ่นสุรา และสังเกตเห็นท่าทางมึนเมาของตำรวจคู่กรณี เธอพร้อมที่จะให้การกับเจ้าหน้าที่ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย
หลังจากคลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ผู้คนจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น หลายคนรู้สึกสะเทือนใจกับภาพที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างโปร่งใส
เนื่องจากคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนจึงจับตามองการทำงานของกระบวนการยุติธรรมอย่างใกล้ชิด ทุกคนหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการชดเชยที่เหมาะสมและเป็นธรรม
เหตุการณ์นี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวหนึ่ง การสูญเสียเสาหลักของบ้านส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจและความเป็นอยู่ของคนที่เหลือ
กระบวนการทางกฎหมายจะต้องดำเนินต่อไปเพื่อค้นหาความจริง เจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อให้สังคมมั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นโปร่งใสอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม
ช่วงเวลาแห่งการช่วยชีวิต! ตำรวจหญิงผู้กล้าหาญช่วยหญิงคลอดลูกแฝดในห้องน้ำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม
ภูเก็ต – ตำรวจไซเบอร์บุกจับกุมชายวัย 26 ปี ผู้ต้องหาคดีเจาะระบบแพลตฟอร์มเติมเงินเกมออนไลน์ ซึ่งสร้างความเสียหายให้บริษัทเอกชนกว่าสองแสนบาท สิ่งที่น่าตกใจคือผู้ก่อเหตุจบการศึกษาเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แต่ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเรียนรู้วิธีการเป็นแฮกเกอร์มืออาชีพ
ประเด็นสำคัญ
- เรียนรู้ผ่าน AI: แม้จะมีวุฒิการศึกษาเพียงชั้น ป.6 แต่ผู้ต้องหาสามารถใช้ AI Chatbot เป็นอาจารย์สอนการเจาะระบบคอมพิวเตอร์ระดับสูงได้ด้วยตนเอง
- เป้าหมายแรกคือลบหมายจับ: แรงจูงใจเริ่มต้นคือการเจาะระบบของหน่วยงานรัฐเพื่อลบหมายจับ 5 คดีของตนเอง เมื่อไม่สำเร็จจึงเปลี่ยนมาแฮกเว็บเอกชน
- ถูกจับพร้อมอาวุธและยาเสพติด: เจ้าหน้าที่บุกจับกุมตัวที่ภูเก็ต โดยผู้ต้องหาพยายามต่อสู้ขัดขวาง พร้อมยึดของกลางเป็นปืนกึ่งอัตโนมัติ ยาบ้า 80 เม็ด และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
พฤติการณ์ของแฮกเกอร์รายนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ให้บริการเติมเงินเกมออนไลน์แห่งหนึ่ง ตรวจพบความผิดปกติในระบบการชำระเงิน คนร้ายได้ลักลอบเจาะระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อเข้าไปสร้างบัญชีผู้ใช้งานปลอมขึ้นมา
จากนั้นเขาใช้วิธีหลอกลวงระบบว่ามีการโอนเงินเข้ามาแล้ว เพื่อสร้างยอดเครดิตในบัญชีของตนเองโดยไม่ต้องจ่ายเงินจริง เครดิตลมเหล่านี้ถูกนำไปใช้สั่งซื้อสินค้า ทำให้ระบบอัตโนมัติหักเงินของบริษัทไปจ่ายค่าสินค้าแทน เหตุการณ์นี้ทำให้บริษัทสูญเสียรายได้รวมกว่า 200,000 บาท ทางตัวแทนบริษัทจึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ ตามที่รายงานข้อมูลโดย MGR Online
ปฏิบัติการบุกจับกุมที่ภูเก็ต
หลังรับแจ้งเหตุ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ได้สั่งการให้ทีมสืบสวนออกติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานทางไซเบอร์จนทราบว่าคนร้ายคือ นายสหชาติ อายุ 26 ปี ทีมสืบสวนจึงขออำนาจศาลเพื่อออกหมายจับทันที
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายสหชาติได้หลบหนีมากบดานอยู่ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังและหมายค้นเข้าตรวจสอบห้องพักเป้าหมาย
เมื่อนายสหชาติเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาได้พยายามต่อสู้และขัดขวางเพื่อหาทางหลบหนี แต่ท้ายที่สุดก็ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้สำเร็จ จากการตรวจค้นภายในห้องพัก ตำรวจพบยาบ้าจำนวน 80 เม็ด รวมถึงอาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติขนาด .380 ที่ขึ้นลำกล้องพร้อมใช้งาน และกระสุนปืนอีก 64 นัด
จากผู้ต้องหาหลบหนีคดีสู่แฮกเกอร์
เมื่อตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบว่าเขามีประวัติการก่อเหตุที่โชกโชนมาก เขามีหมายจับติดตัวอยู่ถึง 5 คดี ทั้งข้อหาปล้นทรัพย์ ครอบครองอาวุธปืน ฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการแฮกเกอร์ เกิดขึ้นหลังจากที่เขาไปก่อเหตุปล้นทรัพย์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นเขาได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่บริเวณชายแดนประเทศเมียนมา ระหว่างที่หลบซ่อนตัว เขามีความคิดที่จะเจาะระบบฐานข้อมูลของรัฐบาลเพื่อลบหมายจับของตัวเองทิ้ง
เขาจึงเริ่มศึกษาการแฮกข้อมูล โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ Claude AI เป็นเสมือนอาจารย์ผู้ช่วยสอน เมื่อพบว่าการเจาะระบบของรัฐนั้นทำไม่สำเร็จ เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายมารับจ้างแฮกเว็บไซต์ที่มีช่องโหว่แทน หลังจากนั้นเขาได้ย้ายมารับงานแฮกเว็บไซต์ที่จังหวัดภูเก็ต จนกระทั่งถูกบุกจับกุมในที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์บุกทลายเว็บไซต์พนันออนไลน์ในจังหวัดเชียงราย จับกุมผู้ต้องสงสัย 6 ราย
ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย








