เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายกำลังตามล่าคนขับรถเร็วชนชายชาวบ้านเสียชีวิต
เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สถานีตำรวจภูธรแม่สรวย ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนคนเดินเท้าแล้วหลบหนี เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 1 ราย โดยจุดเกิดเหตุอยู่บนถนนสายหลักบริเวณ บ้านห้วยส้ม หมู่ 3 ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยทีมกู้ภัยในพื้นที่ได้รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น
เมื่อทีมงานและเจ้าหน้าที่ไปถึงจุดเกิดเหตุ ได้พบกับภาพที่น่าหดหู่ใจ ร่างของผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่ริมถนน ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายพิสิทธิ์ อายุ 46 ปี สภาพร่างกายได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก แขนและขาหักผิดรูป ซึ่งเป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงความรุนแรงของการชนได้อย่างชัดเจน
ในเวลาไม่นาน ญาติพี่น้องและครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ทันทีที่เห็นร่างของนายพิสิทธิ์ ทุกคนต่างอยู่ในอาการโศกเศร้า ร้องไห้เสียใจอย่างหนักกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านที่ออกมาดูเหตุการณ์เป็นอย่างมาก
เกือบถึงบ้าน: วินาทีชีวิตที่ถูกพรากไป
จากการสอบถามชาวบ้านและสอบสวนเบื้องต้น ทราบข้อมูลที่น่าเศร้าว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพิสิทธิ์กำลังเดินเท้ากลับบ้านพักของตนเอง ซึ่งบ้านของเขาอยู่ห่างจากจุดที่ถูกชนเพียงแค่ 2-3 หลังคาเรือนเท่านั้น เขาเกือบจะถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว แต่จู่ๆ ก็มีรถยนต์เก๋งคันหนึ่ง ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ขับพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูงมาก
รถคันดังกล่าวพุ่งชนร่างของนายพิสิทธิ์อย่างแรงจนร่างกระเด็นและเสียชีวิตคาที่ในทันที สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ ผู้ขับขี่ไม่ได้หยุดรถเพื่อลงมาดูดำดูดีหรือให้ความช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อย กลับเร่งเครื่องยนต์หลบหนีหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ผู้บาดเจ็บนอนเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว
กล้องวงจรปิด: กุญแจสำคัญในการตามล่าผู้ก่อเหตุ
อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ กล้องวงจรปิดของชุมชน ในบริเวณใกล้เคียงสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้ ภาพวิดีโอแสดงให้เห็นรถเก๋งต้องสงสัยที่ขับมาด้วยความเร็วสูง แต่เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนและรถวิ่งเร็วมาก ทำให้ภาพที่ได้ยังไม่สามารถระบุหมายเลขทะเบียนรถได้อย่างชัดเจนนัก
ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งทำงานอย่างหนัก ทั้งการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางอื่นๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี รวมถึงการลงพื้นที่หาข่าวเพิ่มเติม เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด
เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญถึงเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะในบริเวณชุมชนที่มีประชาชนเดินเท้าสัญจรไปมา การขับขี่รถด้วยความเร็วสูงในเขตชุมชนไม่เพียงแต่เป็นอันตราย แต่ยังนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ การใช้รถใช้ถนนร่วมกันต้องอาศัยความระมัดระวังและมีน้ำใจ หากเกิดอุบัติเหตุ การหยุดรถเพื่อให้ความช่วยเหลือคือสิ่งที่พึงกระทำ ไม่ใช่การหลบหนีทิ้งความรับผิดชอบ
ขอความร่วมมือจากประชาชน: ทุกเบาะแสมีความสำคัญ
เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน เพื่อช่วยกันทวงคืนความยุติธรรมให้กับนายพิสิทธิ์และครอบครัว หากท่านใดมีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยเบาะแสที่ตำรวจกำลังต้องการ ได้แก่:
- ผู้ที่เห็นเหตุการณ์: หากท่านขับรถผ่าน หรือเห็นเหตุการณ์ในช่วงค่ำของวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 บริเวณบ้านห้วยส้ม
- ภาพจากกล้องหน้ารถ: รถยนต์ที่ขับผ่านเส้นทางดังกล่าวในช่วงเวลาเกิดเหตุ อาจมีภาพกล้องหน้ารถที่บันทึกรถเก๋งต้องสงสัยที่กำลังหลบหนีได้
- อู่ซ่อมรถหรือเต็นท์รถ: หากมีรถเก๋งที่มีร่องรอยการชนด้านหน้าอย่างรุนแรงและมีคราบเลือด นำรถเข้ามาซ่อมในพื้นที่เชียงรายหรือจังหวัดใกล้เคียง
- ผู้ที่คุ้นเคยกับรถในภาพ: หากท่านได้ดูภาพจากข่าวและคุ้นเคยกับลักษณะของรถคันก่อเหตุ
ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลและเบาะแสต่างๆ ได้ที่ สภ.แม่สรวย จังหวัดเชียงราย หรือติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตลอดเวลา ทุกเบาะแสของท่าน ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน อาจเป็นกุญแจสำคัญในการนำตัวคนผิดมารับโทษ และช่วยคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตที่ต้องสูญเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ตำรวจชายแดนเชียงรายสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนรถยนต์ข้ามชาติขนาดใหญ่
ชาวบ้านอาข่าเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมจากกรณีถูกหลอกลวงเรื่องการหางานในอิสราเอล
เชียงราย - Chiang Rai News
ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
เชียงราย – สังคมไทยยังมีเรื่องราวดีๆ ให้เราได้ชื่นชมกันเสมอในทุกวัน ล่าสุดเกิดเหตุการณ์น่าประทับใจขึ้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย หญิงพลเมืองดีท่านหนึ่งได้ทำความดีครั้งใหญ่ด้วยการเก็บกระเป๋าเงินได้ ภายในกระเป๋านั้นมีเงินสดมูลค่าสูงถึง 300,000 บาท เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ที่ยังมีอยู่ในสังคมของเราอย่างแท้จริง
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 23 ตุลาคม 2569 นางสาวดาวรุ่ง แลเซอ ได้เดินผ่านบริเวณหน้าซอยเทศบาล 23 ตำบลเมืองพาน เธอสังเกตเห็นกระเป๋าใบหนึ่งตกอยู่บนพื้นจึงเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเปิดดูก็ต้องตกใจเพราะพบว่ามีเงินสดจำนวนมากอยู่ข้างใน เธอไม่รอช้าและตัดสินใจนำกระเป๋าใบนี้ไปส่งมอบให้ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรพาน ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามหาเจ้าของที่แท้จริงต่อไป
สรุปประเด็นสำคัญ:
- พลเมืองดีพบเงินสด: นางสาวดาวรุ่ง แลเซอ เก็บเงินสด 300,000 บาทได้ที่ซอยเทศบาล 23 อำเภอพาน
- ส่งมอบให้ตำรวจทันที: เธอรีบนำเงินทั้งหมดไปมอบให้ สภ.พาน เพื่อประกาศหาเจ้าของโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
- เจ้าของรับคืนใน 1 ชั่วโมง: นายบุญนัก ตันติ๊บ ติดต่อขอรับทรัพย์สินคืนอย่างรวดเร็ว โดยเงินยังอยู่ครบทุกบาท
ส่งมอบทรัพย์สินคืนครบทุกบาทภายใน 1 ชั่วโมง
หลังจากที่พลเมืองดีเข้าแจ้งความได้เพียงไม่นาน เวลาประมาณ 11.00 น. ของวันเดียวกันนั้นเอง นายบุญนัก ตันติ๊บ ซึ่งเป็นเจ้าของกระเป๋าตัวจริง ได้เดินทางมาติดต่อพนักงานสอบสวนที่โรงพักด้วยอาการร้อนใจ เขาเล่าว่ารู้สึกตกใจมากเมื่อรู้ว่ากระเป๋าเงินหายไปโดยไม่รู้ตัว แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังมีความหวังว่าจะได้ทรัพย์สินทั้งหมดคืนกลับมา
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อยืนยันตัวตนของนายบุญนักให้แน่ชัด ผลการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินภายในกระเป๋าและเงินสดทั้งหมด 300,000 บาทนั้นยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดสูญหายไปแม้แต่ชิ้นเดียว เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าของเงินรู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจในความดีของนางสาวดาวรุ่งเป็นอย่างมาก
การกระทำที่น่ายกย่องของนางสาวดาวรุ่งในครั้งนี้ ได้รับคำชื่นชมจากทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทั่วไปในพื้นที่อย่างล้นหลาม สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกที่ดีงามและความซื่อสัตย์สุจริตจากใจจริง การไม่คิดเอาของคนอื่นมาเป็นของตนเอง ถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคม
เรื่องราวสุดประทับใจนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เจ้าของเงินรอดพ้นจากความเดือดร้อน แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมอยากทำความดีต่อไป ข่าวที่สร้างรอยยิ้มแบบนี้จึงสมควรได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง เพื่อยกย่องคนดีและสร้างแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมให้กับทุกคนในประเทศต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
เชียงราย – นายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หมู่บ้านผาสุข ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้และพื้นที่ใกล้เคียงรวมกว่า 200 หลังคาเรือน กำลังเดือดร้อนอย่างหนักเพราะไม่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตใช้ การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหาทางแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในชุมชน
นายชินรัตน์ แกะไซ ผู้ใหญ่บ้านบ้านผาสุข เล่าว่าชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมาโดยตลอด เพราะขาดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลและรับฟังปัญหาถึงที่ ชาวบ้านทุกคนจึงรู้สึกดีใจและมีความหวังมากขึ้น พวกเขาขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ใส่ใจความเดือดร้อน และหวังว่าปัญหาทั้งหมดจะได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านผาสุขกว่า 200 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ตใช้
- ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งลุยลงพื้นที่ด่วน เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อน
- ข่าวดีคือชาวบ้านจะได้เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
เร่งประชุมหาทางออกเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา
นายชำนาญ สรรพลิขิต จ่าจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางเข้าไปยังพื้นที่ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงจากเทศบาลตำบลแม่ยาว การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการทำตามคำสั่งของผู้ว่าฯ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที จากการสำรวจพบว่าปัญหาหลักคือเขตไฟฟ้ายังขยายไปไม่ถึงหมู่บ้าน ทางจังหวัดจึงเตรียมนัดประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เพื่อหาข้อสรุปที่รวดเร็วที่สุด
สำหรับเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ต เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับ หน่วยงานท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย เรียบร้อยแล้ว คาดว่าภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ชาวบ้านจะสามารถเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้ ซึ่งถือเป็นของขวัญปีใหม่ล่วงหน้าที่สร้างความสุขให้ชุมชน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบปัญหาระบบน้ำประปาและสะพานในหมู่บ้านที่ต้องแก้ไข ทางจังหวัดยืนยันว่าจะติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ชาวบ้านทุกคนเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แม่น้ำในจังหวัดเชียงรายถูกคุกคามจากน้ำเสียจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
เชียงราย – วันศุกร์ที่ผ่านมา ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่ โดยสกัดรถกระบะคันหนึ่งที่กำลังวิ่งผ่านประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทย เจ้าหน้าที่พบยาเสพติดซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายในรถ ที่น่าตกใจคือ คนขับใช้ภรรยาและลูกเล็กสองคนเป็นฉากบังหน้า
ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดร่วมมือกับหน่วยสืบสวนอย่างใกล้ชิด พวกเขาเฝ้าระวังเส้นทางสายรองที่มุ่งหน้าไปทางอำเภอเทิง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็พบรถกระบะอีซูซุสีเทาต้องสงสัยขับผ่านมา รถคันนี้ใช้เส้นทางหลบเลี่ยงเมืองตามที่ได้รับรายงานมาจริง
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 280,000 เม็ด ซ่อนในลำโพงรถกระบะ
- ผู้ต้องหารับจ้างขนยาไปส่งที่จังหวัดตาก แลกเงิน 50,000 บาท
- ภรรยาและลูก 2 คนที่นั่งมาด้วยไม่มีส่วนรู้เห็น จึงถูกปล่อยตัวกลับบ้าน
รถกระบะคันดังกล่าวขับผ่านอำเภอแม่จันและเข้าสู่อำเภอเชียงแสน คนขับพยายามใช้ถนนสายบายพาสตะวันออกเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจหลัก จากนั้นรถได้เลี้ยวเข้าเส้นทางสายรองในตำบลดงมหาวันและตำบลทุ่งก่อ ตำรวจได้ติดตามรถคันนี้ไปอย่างเงียบๆ ตลอดเส้นทาง
ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ตั้งจุดสกัดที่บริเวณถนนสามแยกเทิง-สันทรายงาม เมื่อรถกระบะขับมาถึง ตำรวจจึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น ภายในรถพบนายสิทธิศักดิ์ อายุ 28 ปี เป็นคนขับ เขาเดินทางมาพร้อมกับภรรยาและลูกสาวอีกสองคน
การค้นพบยาบ้าซุกซ่อนในรถ
เด็กหญิงทั้งสองคนมีอายุเพียง 9 ปีและ 4 ปีเท่านั้น ตำรวจจึงดำเนินการตรวจค้นด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เด็กตกใจ เมื่อตรวจดูที่บริเวณเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติที่ลำโพง การค้นพบนี้เป็นผลงาน ข่าวอาชญากรรม ที่สำคัญของตำรวจเชียงราย
เมื่อถอดลำโพงด้านซ้ายและขวาออก ตำรวจก็พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ ยาบ้าทั้งหมดถูกมัดรวมกันเป็น 140 มัดอย่างแน่นหนา เจ้าหน้าที่ประเมินว่ามียาบ้ารวมทั้งหมดประมาณ 280,000 เม็ด นายสิทธิศักดิ์จึงถูกจับกุมตัวในทันที
คำสารภาพของคนขับรถ
ระหว่างการสอบสวน นายสิทธิศักดิ์ยอมรับสารภาพข้อกล่าวหาทั้งหมด เขากล่าวว่าได้รับจ้างให้นำยาเสพติดลอตนี้ไปส่งที่จังหวัดตาก โดยผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายค่าเหนื่อยให้เป็นเงินจำนวน 50,000 บาทเมื่องานสำเร็จ เขายืนยันว่าครอบครัวไม่ได้รู้เรื่องนี้เลย
ผู้ต้องหาตั้งใจพาครอบครัวมาด้วยเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้สอบปากคำและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ยืนยันได้ว่าภรรยาและลูกไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ พวกเขาจึงได้รับการปล่อยตัวไปอย่างปลอดภัย
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายสิทธิศักดิ์ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ตำรวจจะขยายผลการจับกุมเพื่อค้นหาเครือข่ายผู้สั่งการต่อไป คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาที่ใช้เส้นทางใหม่ๆ เสมอ ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
แม่น้ำในจังหวัดเชียงรายถูกคุกคามจากน้ำเสียจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
คำเตือน! มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและข่มขู่เด็กนักเรียนผ่านวิดีโอคอล
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น
-
สุขภาพและการแพทย์ Health7 days ago
เปิดแล้ว! บ้านลำดวน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บริหารงานโดยโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย
-
ข่าว - News5 days ago
ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

