Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เทคโนโลยี - Tech

ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม: ธุรกิจไทยยุคใหม่แห่ทิ้งเว็บไซต์ธรรมดา มุ่งสู่ ‘Web Application’ เต็มรูปแบบ

หากคุณคิดว่าการมีแค่ “เว็บไซต์” ก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำธุรกิจในยุคนี้ คุณอาจกำลังคิดผิด เพราะวันนี้ภาพรวมของการแข่งขันในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง รายงานล่าสุดจาก Google, Temasek และ Bain & Company (e-Conomy SEA 2024) ระบุชัดเจนว่า…

Published

on

เว็บไซต์

หากคุณคิดว่าการมีแค่ “เว็บไซต์” ก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำธุรกิจในยุคนี้ คุณอาจกำลังคิดผิด เพราะวันนี้ภาพรวมของการแข่งขันในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

รายงานล่าสุดจาก Google, Temasek และ Bain & Company (e-Conomy SEA 2024) ระบุชัดเจนว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด คาดว่าจะมีมูลค่าสินค้ารวม (GMV) แตะระดับ 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 ซึ่งถือว่าใหญ่และโตเร็วเป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเติบโตมหาศาลนี้เป็นตัวเร่งให้ผู้ประกอบการไทยต้องรีบปรับตัว

ธุรกิจตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ต่างเริ่มตระหนักว่าเว็บไซต์แบบเดิมๆ ไม่สามารถตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยได้อีกต่อไป สิ่งที่กำลังเข้ามาแทนที่คือระบบที่ฉลาดกว่า ทำงานได้ลึกซึ้งกว่า ซึ่งวงการเทคโนโลยีเรียกกันว่า Web Application (เว็บแอปพลิเคชัน)

เมื่อเว็บไซต์หน้าเดียวไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

ในอดีต เว็บไซต์เปรียบเสมือนโบรชัวร์ออนไลน์ หน้าที่หลักคือการให้ลูกค้าเข้ามาอ่านข้อมูล ดูภาพสินค้า หรือหาเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกลับ แต่ในปัจจุบัน ผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟนเป็นอวัยวะที่ 33 พวกเขาต้องการความรวดเร็วและต้องการทำทุกอย่างให้จบด้วยปลายนิ้ว

เว็บไซต์แบบเก่ามักจะมีปัญหาโหลดช้า ใช้งานยากเมื่อดูผ่านหน้าจอมือถือ และไม่มีระบบโต้ตอบกับผู้ใช้งาน ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้าในยุคนี้ไม่มีความอดทนรอ หากเว็บของคุณค้างหรือใช้งานยาก พวกเขาก็พร้อมจะกดปิดและย้ายไปหาคู่แข่งทันที

ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจไทยจึงมองหาทางออกที่ตอบโจทย์กว่าเดิม นั่นคือการยกระดับจากการมีแค่ “พื้นที่ให้ข้อมูล” ไปเป็น “แพลตฟอร์มที่ให้บริการ” ซึ่งสามารถสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นและจดจำพฤติกรรมของลูกค้าได้

Web Application คืออะไร ทำไมธุรกิจต้องมี?

หากจะอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย Web Application คือเว็บไซต์ที่ทำงานได้ฉลาดเหมือนแอปพลิเคชันในมือถือ แต่ข้อดีคือลูกค้าไม่ต้องกดดาวน์โหลดลงเครื่องให้เปลืองพื้นที่

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ระบบสั่งอาหารออนไลน์ของแบรนด์ดัง หรือระบบจองตั๋วหนัง เมื่อคุณกดเข้าไปผ่านเบราว์เซอร์ คุณสามารถล็อกอิน เลือกสินค้า สแกนจ่ายเงิน และดูสถานะการจัดส่งได้ทันที ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนหน้าเว็บโดยที่คุณไม่ต้องลงแอปเพิ่มเลย

การเปลี่ยนมาใช้ระบบนี้ ช่วยให้ธุรกิจสามารถนำเสนอบริการที่ตรงใจลูกค้าแต่ละคนได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบสะสมคะแนน ระบบสต็อกสินค้าหลังบ้าน หรือการออกคูปองส่วนลดเฉพาะบุคคล ทุกอย่างสามารถเชื่อมต่อและบริหารจัดการได้ในที่เดียว

เจาะลึกประโยชน์ที่แท้จริง: ทำไมต้องลงทุน?

การสร้างเว็บแอปพลิเคชันอาจต้องใช้เงินลงทุนและเวลามากกว่าการทำเว็บทั่วไป แต่สำหรับผู้ประกอบการ นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ต่อไปนี้คือเหตุผลหลักที่ภาคธุรกิจยอมจ่าย:

  • เข้าถึงง่าย ไม่ต้องโหลดแอป: ลูกค้าสามารถกดลิงก์จากหน้าโซเชียลมีเดียแล้วเข้ามาใช้บริการได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนที่น่ารำคาญใจ
  • รองรับทุกหน้าจอ: ระบบถูกออกแบบมาให้ยืดหยุ่น ใช้งานได้ลื่นไหลไม่ว่าจะเปิดผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน
  • เก็บข้อมูลเพื่อทำการตลาดได้แม่นยำ: ระบบสามารถบันทึกได้ว่าลูกค้าชอบซื้ออะไร เข้ามาดูสินค้าช่วงเวลาไหน ทำให้ธุรกิจจัดโปรโมชันได้โดนใจมากขึ้น
  • ลดต้นทุนการดูแลระบบ: แทนที่จะต้องจ้างทีมงานมาทำแอปพลิเคชันแยกสำหรับระบบ iOS และ Android ธุรกิจทำเว็บแอปพลิเคชันเพียงตัวเดียวก็สามารถรองรับลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

กรณีศึกษาจากธุรกิจจริงในกรุงเทพฯ

เราจะเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจนที่สุดเมื่อมองไปที่ร้านอาหารและธุรกิจบริการในน้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ ทุกวันนี้ร้านอาหารหลายแห่งยกเลิกเมนูกระดาษ และหันมาใช้ระบบสแกนคิวอาร์โค้ดแทน

เมื่อลูกค้าสแกน พวกเขาจะถูกพาเข้าไปยัง Web Application ของร้านโดยตรง สามารถกดสั่งอาหาร ปรับระดับความเผ็ด และกดชำระเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ได้ทันที วิธีนี้ช่วยแก้ปัญหาพนักงานรับออเดอร์ผิดพลาด และยังทำให้ร้านค้าได้ข้อมูลของลูกค้าไว้สำหรับการทำโปรโมชันในรอบหน้า

นอกจากนี้ ธุรกิจคลินิกความงามก็เริ่มนำระบบนี้มาใช้ ลูกค้าสามารถกดจองคิวแพทย์ ดูประวัติการรักษา และตรวจสอบยอดเงินคงเหลือในแพ็กเกจได้ด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความประทับใจและลดภาระของพนักงานต้อนรับได้อย่างมหาศาล

AI และอนาคตของธุรกิจดิจิทัลในไทย

นอกจากการยกระดับระบบให้ทำงานแบบแอปพลิเคชันแล้ว การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาผสานการทำงาน ก็เป็นเทรนด์ที่ผู้ประกอบการไทยกำลังจับตามอง AI จะเข้ามาช่วยทำให้ระบบมีความเป็นมนุษย์และเข้าใจลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ลองจินตนาการถึงหน้าเว็บที่มีผู้ช่วยอัจฉริยะ คอยแนะนำสินค้าที่ตรงกับสไตล์ของคุณทันทีที่กดเข้าเว็บ หรือระบบแชทที่สามารถตอบคำถามซับซ้อน ช่วยแก้ปัญหาเบื้องต้น และรับออเดอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องใช้พนักงาน

การผสมผสานระหว่างความสะดวกของ Web Application และความฉลาดของ AI จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการทำธุรกิจในอนาคตอันใกล้ ธุรกิจไหนที่นำเทคโนโลยีนี้มาปรับใช้ได้ก่อน ย่อมได้เปรียบในการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดที่กำลังเติบโต

บทสรุปของการเปลี่ยนแปลง

ภาพรวมของเรื่องนี้ชัดเจนว่า ยุคของการทำธุรกิจด้วยเว็บไซต์หน้าเดียวแบบเดิมๆ ได้จบลงแล้ว ตลาดดิจิทัลของไทยมีการแข่งขันสูง และผู้บริโภคก็มีทางเลือกมากมายอยู่ในมือ

เทคโนโลยี Web Application ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องที่สงวนไว้สำหรับบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อีกต่อไป แต่มันคือเครื่องมือพื้นฐานที่ธุรกิจทุกระดับต้องมี เพื่อสร้างความสะดวกสบาย มัดใจลูกค้า และผลักดันยอดขายให้เติบโต

สำหรับผู้ประกอบการที่ยังลังเล การลงทุนปรับเปลี่ยนระบบในวันนี้ ไม่ใช่แค่การวิ่งตามเทรนด์ แต่คือการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ในยุคทองของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

การเหยียบย่ำ:

วิธีการปกป้อง AI ข้อมูล และแอปพลิเคชันในระบบคลาวด์ (2026)

ปฏิวัติโลกออนไลน์: เจาะลึกกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลและเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกในไทยปี 2026

 

Continue Reading

เทคโนโลยี - Tech

รับมือ PHP2Shell: ไทยเร่งอุดช่องโหว่สกัดแฮกเกอร์

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

PHP2Shell

ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา ล่าสุดวงการไอทีทั่วโลกต้องตื่นตัวกับช่องโหว่ร้ายแรงที่ชื่อว่า PHP2Shell ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามใหม่ที่น่ากลัวมาก ช่องโหว่นี้เปิดทางให้แฮกเกอร์สามารถเจาะเข้าระบบและควบคุมเว็บไซต์ที่ใช้ภาษา PHP ได้จากระยะไกลโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน สิ่งนี้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกขโมยไปใช้ในทางที่ผิดได้อย่างง่ายดาย  

หน่วยงานรัฐบาลของไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ออกคำสั่งด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและอัปเดตระบบปฏิบัติการทันที นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ยังได้ออกโรงเตือนให้ทุกองค์กรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่าไทยกำลังแข่งขันกับเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตข้อมูลรั่วไหลระดับชาติ  

ประเด็นสำคัญ 

  • ช่องโหว่ PHP2Shell เป็นภัยคุกคามระดับวิกฤตที่เปิดทางให้แฮกเกอร์เจาะระบบและรันโค้ดอันตรายบนเว็บไซต์ได้ทันที
  • หน่วยงานรัฐสั่งการด่วนให้มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลเร่งอัปเดตระบบ เพื่อป้องกันข้อมูลอ่อนไหวของประชาชนรั่วไหล
  • องค์กรต่างๆ ต้องอัปเดตระบบ PHP เป็นเวอร์ชันล่าสุด พร้อมเฝ้าระวังการเข้าถึงเครือข่ายที่ผิดปกติอย่างใกล้ชิด

อาชญากรรมไซเบอร์พุ่ง รัฐเร่งปกป้องข้อมูลประชาชน

อาชญากรรมทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตที่น่ากังวลอย่างมากในปัจจุบัน มิจฉาชีพและแฮกเกอร์มุ่งเป้าไปที่การขโมยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำไปหลอกลวงหรือเรียกค่าไถ่ การค้นพบช่องโหว่ร้ายแรงนี้จึงกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกฝ่ายต้องจับตามอง ช่องโหว่ตัวนี้เกิดจากข้อผิดพลาดในการจัดการหน่วยความจำของระบบภาษา PHP ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมมิ่งพื้นฐานที่เว็บไซต์ส่วนใหญ่ทั่วโลกเลือกใช้งาน 

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระบุว่า แฮกเกอร์สามารถอาศัยช่องโหว่นี้เพื่อสั่งรันโค้ดอันตรายได้อย่างอิสระ ความน่ากลัวคือผู้โจมตีไม่จำเป็นต้องมีรหัสผ่านหรือสิทธิ์ผู้ดูแลระบบใดๆ เลย หากเว็บไซต์ยังไม่ได้ติดตั้งแพตช์แก้ไขเพื่ออุดรอยรั่ว แฮกเกอร์ก็จะสามารถเข้าถึงฐานข้อมูล ดึงข้อมูลผู้ใช้งาน หรือแม้แต่ฝังสคริปต์เพื่อโจมตีผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่อไปได้แบบเนียนๆ  

ด้วยเหตุนี้ ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย จึงได้ออกประกาศแจ้งเตือนระดับสูงสุดผ่านเว็บไซต์ของตนเอง พวกเขาเรียกร้องให้ผู้ดูแลระบบไอทีทั่วประเทศตรวจสอบเวอร์ชันของโปรแกรมที่ใช้งานอยู่อย่างละเอียด หากพบว่าเป็นเวอร์ชันเก่าที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ต้องทำการอัปเดตให้เป็นเวอร์ชันที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วนที่สุดเพื่อปิดช่องโหว่ 

สั่งจับตาโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยเป็นพิเศษ

เมื่อเกิดเหตุการณ์ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับนี้ เป้าหมายหลักที่แฮกเกอร์มักจะให้ความสนใจคือแหล่งรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ รัฐบาลไทยจึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการปกป้องระบบของมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลในสังกัดโรงเรียนแพทย์ สถาบันเหล่านี้ครอบครองข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นประวัติการรักษาพยาบาล ข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษา หรือข้อมูลงานวิจัยที่สำคัญ  

หากข้อมูลสำคัญเหล่านี้หลุดรอดออกไป ผลกระทบที่ตามมาจะรุนแรงและประเมินค่าไม่ได้ในระยะยาว ข้อมูลคนไข้สามารถถูกนำไปแบล็กเมล์หรือขายในตลาดมืดได้ในราคาสูง การปกป้องระบบของสถาบันเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัยทางไอทีเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการปกป้องสิทธิและความเป็นส่วนตัวของประชาชนคนไทยนับล้านคนอีกด้วย  

ทางกระทรวงฯ ได้ประสานงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อช่วยแนะนำสถาบันต่างๆ ในการอุดช่องโหว่อย่างถูกต้อง การทำงานนี้เปรียบเสมือนการแข่งกับเวลา เพราะกลุ่มแฮกเกอร์ทั่วโลกต่างก็ทราบถึงจุดอ่อนนี้แล้วเช่นกัน การตอบสนองที่รวดเร็วและเด็ดขาดคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้รอดพ้นจากภัยคุกคามในครั้งนี้ได้  

วิธีรับมือและป้องกันสำหรับองค์กรยุคดิจิทัล

สำหรับองค์กรธุรกิจและผู้ดูแลเว็บไซต์ การกระทำที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือการสำรวจระบบของตนเองอย่างละเอียด ผู้ดูแลระบบต้องเร่งอัปเดต PHP ให้เป็นเวอร์ชัน 8.2.35, 8.3.36, 8.4.27 หรือ 8.5.12 ตามที่ รายงานจากเว็บไซต์ The Nation Thailand และหน่วยงานด้านความปลอดภัยระดับสากลแนะนำ นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบบันทึกการใช้งานระบบอย่างถี่ถ้วน เพื่อค้นหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา  

ในส่วนของประชาชนและผู้ใช้งานทั่วไป แม้เราจะไม่สามารถเข้าไปอัปเดตระบบของเว็บไซต์ต่างๆ ได้เอง แต่เราก็สามารถป้องกันตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถืออย่างสม่ำเสมอ หากพบว่ามีข้อความหรืออีเมลที่ส่งลิงก์แปลกๆ มาให้กดเพื่ออัปเดตข้อมูล โปรดอย่าหลงเชื่อและอย่าคลิกเด็ดขาด เพราะนั่นอาจเป็นกลลวงของมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสสร้างความสับสน  

สุดท้ายนี้ วิกฤต PHP2Shell ถือเป็นเสมือนสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่สำหรับระบบอินเทอร์เน็ตทั่วโลก องค์กรทุกแห่งในประเทศไทยต้องปรับตัวและหันมาลงทุนกับระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้มากขึ้น การป้องกันและเตรียมพร้อมล่วงหน้า ย่อมส่งผลดีกว่าการต้องมานั่งตามแก้ปัญหาเมื่อข้อมูลอันมีค่าถูกขโมยออกไปแล้วอย่างแน่นอน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

AI กำลังเปลี่ยนการศึกษาไทยอย่างไรในปี 2026

เจาะลึก iPhone 18 Pro Max: ปฏิวัติวงการด้วยชิป 2nm และกล้องรูรับแสงปรับได้ (เตรียมเข้าไทย กันยายน 2026)

Continue Reading

เทคโนโลยี - Tech

สถิติใหม่ชี้ เฟซบุ๊กครองสัดส่วน 74% คดีโกงออนไลน์ในไทย

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

สถิติใหม่ชี้ เฟซบุ๊กครองสัดส่วน 74% คดีโกงออนไลน์ในไทย

สถิติใหม่ล่าสุดตอกย้ำปัญหาใหญ่ของวงการอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย เมื่อตัวเลขชี้ชัดว่าเฟซบุ๊กกลายเป็นศูนย์กลางหลักของการหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ ข้อมูลนี้สร้างความกังวลให้กับทั้งผู้บริโภคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมาก

ปัจจุบัน คนไทยนิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น เพราะความสะดวกสบายและราคาที่เข้าถึงได้ง่าย แต่นั่นก็เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาหาผลประโยชน์เช่นกัน รายงานล่าสุดพบว่า 74% ของคดีหลอกลวงซื้อของออนไลน์ทั้งหมดในไทยเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มนี้

ประเด็นสำคัญ 

  • เฟซบุ๊กคือช่องทางอันดับหนึ่งที่มีการรายงานคดีหลอกลวงซื้อขายออนไลน์มากที่สุดถึง 74% ในประเทศไทย
  • อาชญากรไซเบอร์มักใช้ความน่าเชื่อถือของโฆษณาและหน้าเพจปลอมเพื่อดึงดูดเหยื่อให้โอนเงิน
  • ผู้บริโภคจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลผู้ขายอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าเสมอ

วิกฤตการหลอกลวงบนโลกอีคอมเมิร์ซ

ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ตัวเลข 74% สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด  เหยื่อส่วนใหญ่มักถูกหลอกลวงจากเพจที่เพิ่งสร้างใหม่ หรือเพจที่มีการยิงโฆษณาโปรโมทสินค้าราคาถูกเกินจริง มิจฉาชีพเหล่านี้มักมีเทคนิคที่แยบยล ทำให้ผู้ซื้อหลงเชื่อและตัดสินใจโอนเงินอย่างรวดเร็ว

หน่วยงานต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้ออกมาเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง ถึงรูปแบบการโกงที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว  โดยเฉพาะการหลอกลวงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงอันดับต้นๆ ของนักช้อปชาวไทยไปแล้ว ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าเราต้องการมาตรการที่เด็ดขาดมากขึ้น

เมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปแล้ว การติดตามเงินคืนมักทำได้ยากมากในระบบการเงินปัจจุบัน หลายกรณีมิจฉาชีพจะบล็อกบัญชีผู้ใช้และหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันที สิ่งนี้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจระดับประเทศ และความบอบช้ำทางจิตใจให้กับเหยื่อเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

ทำไมมิจฉาชีพถึงพุ่งเป้าไปที่แพลตฟอร์มนี้?

เฟซบุ๊กมีฐานผู้ใช้งานในประเทศไทยจำนวนมหาศาล ทำให้เป็นตลาดที่ใหญ่และเข้าถึงคนได้ทุกเพศทุกวัย ความง่ายในการสร้างเพจใหม่หรือการซื้อโฆษณาโปรโมทโพสต์ ทำให้มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนับแสนคนได้ในเวลาอันรวดเร็วด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก

นอกจากนี้ ระบบการตรวจสอบและคัดกรองเพจที่ผิดกฎหมายยังคงมีช่องโหว่ที่ถูกเอาเปรียบได้ง่าย มิจฉาชีพมักสวมรอยเป็นร้านค้าที่มีชื่อเสียง หรือขโมยรูปภาพรีวิวสินค้าของคนอื่นมาใช้หลอกลวง ทำให้เหยื่อที่ไม่มีประสบการณ์แยกแยะความแตกต่างระหว่างร้านค้าจริงกับร้านค้าปลอมได้ยากมาก

ความเชื่อใจก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาชญากรทำงานสำเร็จ หลายคนคุ้นเคยกับการใช้แพลตฟอร์มนี้ในชีวิตประจำวันเพื่อคุยกับเพื่อนหรือครอบครัว จึงขาดความระมัดระวังตัวเมื่อเห็นข้อเสนอที่น่าดึงดูดใจ อาชญากรจึงอาศัยความคุ้นเคยนี้เป็นเครื่องมือชั้นดีในการหลอกลวงคนไทยอย่างต่อเนื่อง

วิธีป้องกันตัวและรับมือกับกลโกง

การป้องกันตัวเองเริ่มต้นจากการตั้งข้อสงสัยกับสิ่งรอบตัวเสมอ หากพบเห็นสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดมากเกินไป ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นการหลอกลวงรูปแบบหนึ่ง อย่ารีบโอนเงินเพราะเห็นแก่ของถูก หรือเพราะผู้ขายพยายามเร่งรัดให้ตัดสินใจอย่างเร่งด่วน

ควรตรวจสอบประวัติของเพจหรือร้านค้าอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนซื้อ เช่น การดูวันที่สร้างเพจ จำนวนผู้ติดตาม และอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริงให้ถี่ถ้วน  หากเป็นเพจที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ไม่กี่วันแต่มีผู้ติดตามจำนวนมาก อาจเป็นการซื้อยอดไลก์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือปลอมๆ เพื่อตบตาผู้ซื้อ

สุดท้ายนี้ การเลือกซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีระบบรับประกันตัวกลาง หรือการเก็บเงินปลายทาง จะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียเงินได้มาก หากคุณโชคร้ายตกเป็นเหยื่อ ควรรีบแจ้งความและติดต่อธนาคารเพื่อระงับการโอนเงินทันที การมีสติและรอบคอบคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดของคุณ

วิธีสังเกตมิจฉาชีพบนเฟซบุ๊ก วิดีโอนี้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับวิธีสังเกตและป้องกันตัวเองจากกลโกงบนเฟซบุ๊ก

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

นักวิชาการเรียกร้องให้ใช้ชื่อเชียงรายบนเฟซบุ๊กอย่างมีความรับผิดชอบ

เพจเฟซบุ๊ก ‘กรมควบคุมโรค’ ปรากฏตัวเป็นผู้ชมรับเชิญในไลฟ์สตรีมสำหรับผู้ใหญ่ (18+) ที่แชร์สถานที่แจกถุงยางอนามัยฟรี

 

 

Continue Reading

เทคโนโลยี - Tech

AIS ได้เผยแพร่ “รายงานข่าวความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทยประจำปี 2026” แล้ว

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

AIS ได้เผยแพร่ "รายงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศไทย ปี 2026" แล้ว

AIS เผยผลการศึกษาดัชนีสุขภาวะดิจิทัลของไทย หรือ Thailand Cyber Wellness Index 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อสำรวจความพร้อมของคนไทยในการใช้ชีวิตออนไลน์ และติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านทักษะดิจิทัล ข้อมูลจากการศึกษายังช่วยให้ AIS ออกแบบการพัฒนาความรู้และภูมิคุ้มกันให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของคนแต่ละกลุ่ม

ผลสำรวจพบว่า คะแนนสุขภาวะดิจิทัลของคนไทยเพิ่มจาก 0.51 ในปี 2566 เป็น 0.724 ในปี 2569 ทำให้ภาพรวมขยับขึ้นสู่ระดับก้าวหน้า แม้คนไทยจะใช้เทคโนโลยีได้คล่องขึ้น แต่ทักษะการรู้เท่าทันและตรวจสอบข้อมูลยังต้องได้รับการพัฒนา โดยผลวิจัยเผย 5 สถานการณ์สำคัญบนโลกดิจิทัล ซึ่งแต่ละช่วงวัยเผชิญความท้าทายแตกต่างกัน

ประเด็นสำคัญ

  • ดัชนีสุขภาวะดิจิทัลของคนไทยปี 2026 ขยับขึ้นสู่ระดับก้าวหน้าด้วยคะแนน 0.724 เพิ่มจากเดิมที่ 0.51
  • คนไทยจับสมาร์ทโฟนและใช้งานแอปพลิเคชันได้คล่องแคล่ว แต่ทักษะด้านการรู้เท่าทันดิจิทัลกลับมีคะแนนต่ำที่สุด
  • คนไทย 1 ใน 5 เคยเผชิญภัยหลอกลวงออนไลน์">หลอกลวงออนไลน์ ขณะที่เด็ก Gen Alpha มีคะแนนสุขภาวะดิจิทัลต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า “ผล Thailand Cyber Wellness Index ในปีนี้เป็นสัญญาณที่ดี เพราะแสดงให้เห็นว่าคนไทยพร้อมใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีได้คล่องไม่ได้แปลว่าจะรู้เท่าทันข้อมูลและความเสี่ยงออนไลน์เสมอไป ประเทศไทยจึงควรพัฒนาทักษะให้คนคิด วิเคราะห์ และตรวจสอบข้อมูลได้ รวมถึงใช้งานอย่างปลอดภัยและคำนึงถึงผู้อื่น เพราะทักษะเหล่านี้จำเป็นต่อชีวิตประจำวันที่มี AI ข้อมูลข่าวสาร และภัยออนไลน์เข้ามาเกี่ยวข้อง”

“ผล TCWI 2026 ยังชี้ว่าการสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลต้องคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละกลุ่ม เด็ก เยาวชน วัยทำงาน และผู้สูงอายุมีพฤติกรรมและความเสี่ยงไม่เหมือนกัน AIS จึงจะนำข้อมูลไปใช้วางแนวทางการเรียนรู้ให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย ผ่าน Digital Health Check หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์: AI Literacy และความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้คนไทยใช้เทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน”

Thailand Cyber Wellness Index 2026 เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 77,492 คนทั่วประเทศ และประเมินสุขภาวะดิจิทัล 7 ด้าน ได้แก่ การใช้งานดิจิทัล ทักษะดิจิทัล การสื่อสารและการทำงานร่วมกัน อัตลักษณ์และสิทธิบนโลกดิจิทัล ความปลอดภัยและความมั่นคง การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ และความสัมพันธ์ดิจิทัล ผลการศึกษาพบสถานการณ์สำคัญ 5 ข้อ ดังนี้

AIS เผยผล Thailand Cyber Wellness Index 2026

  1. สุขภาวะดิจิทัลสูงสุดในรอบ 4 ปี แต่คนไทย 1 ใน 6 ยังต้องพัฒนาทักษะ

คะแนนสุขภาวะดิจิทัลเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นจาก 0.51 ในปี 2566 เป็น 0.724 ในปี 2569 ทำให้ภาพรวมของประเทศอยู่ในระดับก้าวหน้า อย่างไรก็ตาม คนไทยราว 1 ใน 6 ยังต้องได้รับการเสริมความรู้และทักษะดิจิทัล เพื่อให้ทุกคนมีความพร้อมและไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

AIS เผยผล Thailand Cyber Wellness Index 2026

  1. ใช้เทคโนโลยีคล่อง แต่การรู้เท่าทันและตรวจสอบข้อมูลยังเป็นจุดที่ต้องพัฒนา

เมื่อแยกคะแนนตามสุขภาวะดิจิทัลทั้ง 7 ด้าน พบว่าความสามารถในการใช้งานดิจิทัลมีคะแนนเฉลี่ย 0.720 ส่วนทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัลได้คะแนนต่ำที่สุดที่ 0.653 ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าทักษะการใช้งานและการประเมินข้อมูลควรได้รับการพัฒนาไปพร้อมกัน

การใช้อุปกรณ์ แพลตฟอร์ม และบริการออนไลน์ได้อย่างคล่องแคล่วควรควบคู่กับการตั้งคำถาม วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ และตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล โดยเฉพาะในยุค Generative AI ที่สร้างข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอได้อย่างรวดเร็วและสมจริง ผู้ใช้จึงควรหยุดคิดและตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อหรือส่งต่อ

AIS เผยผล Thailand Cyber Wellness Index 2026

  1. ภัยหลอกลวงออนไลน์ใกล้ตัวกว่าที่คิด คนไทย 1 ใน 5 เคยเกี่ยวข้อง

ผล TCWI 2026 ระบุว่า คนไทย 20.7% หรือประมาณ 1 ใน 5 เคยพบประสบการณ์เกี่ยวกับการหลอกลวงออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งรูปแบบ เช่น ลิงก์ปลอม ข้อความหลอกลวง การแอบอ้างเป็นบุคคลหรือหน่วยงาน รวมถึงการชักชวนให้เปิดเผยข้อมูลหรือโอนเงิน

การป้องกันภัยออนไลน์จึงครอบคลุมมากกว่าการตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายากหรือป้องกันมัลแวร์ ผู้ใช้ควรตรวจสอบตัวตน แหล่งที่มา และความน่าเชื่อถือของข้อมูล พร้อมคิดให้รอบคอบก่อนคลิกลิงก์ เปิดเผยข้อมูลสำคัญ หรือโอนเงิน

AIS เผยผล Thailand Cyber Wellness Index 2026

  1. เด็ก Gen Alpha อายุ 10 ถึง 15 ปี ใช้เทคโนโลยีตั้งแต่เล็ก แต่คะแนนสุขภาวะดิจิทัลยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

เด็ก Gen Alpha มีคะแนนสุขภาวะดิจิทัลเฉลี่ย 0.61 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ โดย 29.4% หรือเกือบ 3 ใน 10 ยังอยู่ในกลุ่มที่ต้องเร่งพัฒนา โดยเฉพาะด้านการรู้เท่าทันข้อมูล ความปลอดภัย ความสัมพันธ์ออนไลน์ และความเข้าใจเรื่องร่องรอยดิจิทัล หรือ Digital Footprint

เมื่อพิจารณาคะแนนด้าน Cyberbullying ตามช่วงวัย พบว่าคะแนนอยู่ที่ 0.82 ในเด็กอายุ 10 ถึง 12 ปี ลดลงเป็น 0.76 ในกลุ่มอายุ 13 ถึง 15 ปี และ 0.75 ในช่วงอายุ 16 ถึง 22 ปี การป้องกันจึงควรเริ่มตั้งแต่อายุ 10 ถึง 12 ปี ให้เด็กเข้าใจว่าการโพสต์ แสดงความคิดเห็น และส่งต่อข้อมูลอาจส่งผลต่อผู้อื่นและทิ้งร่องรอยไว้บนโลกออนไลน์

นอกจากนี้ เด็กควรเรียนรู้วิธีปกป้องข้อมูลส่วนตัว คิดก่อนโพสต์หรือแชร์ เคารพสิทธิและความรู้สึกของผู้อื่น ไม่ร่วมส่งต่อการกลั่นแกล้ง และขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญ Cyberbullying

AIS เผยผล Thailand Cyber Wellness Index 2026

  1. คนไทยคุ้นเคยกับ AI มากขึ้น แต่ความแตกต่างระหว่างวัยยังเห็นได้ชัด

คะแนนเฉลี่ยด้านการใช้และความเข้าใจ AI ของคนไทยในปี 2569 อยู่ที่ 3.30 จาก 5 เพิ่มขึ้นจาก 3.18 ในปี 2568 แสดงให้เห็นว่าคนไทยเริ่มใช้ AI และคุ้นเคยกับเทคโนโลยีนี้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม คะแนนของแต่ละช่วงวัยแตกต่างกัน กลุ่มอายุ 23 ถึง 29 ปีได้คะแนนสูงสุดที่ 3.61 ส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปได้คะแนนต่ำสุดที่ 2.53 ความแตกต่างนี้สะท้อนช่องว่างด้านโอกาสเข้าถึง ความรู้ และทักษะการใช้ AI หรือความเหลื่อมล้ำทาง AI (AI Divide)

การใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเข้าถึงเทคโนโลยีเท่านั้น ผู้ใช้ยังต้องเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงาน ตั้งคำถาม ตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ และเข้าใจข้อจำกัดของ AI เพื่อให้สามารถคิดและตัดสินใจได้ด้วยตนเอง

AIS เผยผล Thailand Cyber Wellness Index 2026

AIS จะนำผล Thailand Cyber Wellness Index ไปใช้พัฒนาทักษะให้เหมาะกับความเสี่ยงและบริบทของแต่ละวัย เด็กจะได้เรียนรู้พื้นฐานการรู้เท่าทันข้อมูล ร่องรอยดิจิทัล และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เยาวชนจะได้เตรียมรับมือ Cyberbullying และแรงกดดันจากสังคมออนไลน์ ส่วนวัยทำงานจะเน้นการใช้ AI และการป้องกันภัยหลอกลวง ขณะที่ผู้สูงอายุจะได้รับการเสริมความมั่นใจด้าน AI และความปลอดภัยออนไลน์

AIS ทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ ครอบครัว สื่อมวลชน และพันธมิตร เพื่อนำข้อมูลจากผลสำรวจไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งการค้นหาช่องว่างผ่าน Digital Health Check การพัฒนาความรู้ด้วยหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์: AI Literacy และการร่วมสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยและรับผิดชอบ AIS มุ่งเชื่อมต่อคนไทยกับเทคโนโลยี พร้อมสนับสนุนให้ทุกคนใช้เป็น คิดเป็น ตรวจสอบเป็น ใช้งานอย่างปลอดภัย และรับผิดชอบต่อผู้อื่น เพื่อให้สุขภาวะดิจิทัลเติบโตทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะ AI Literacy สามารถเรียนรู้วิธีเลือกใช้ AI ตรวจสอบข้อมูล และใช้งานอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และรับผิดชอบได้ที่ https://aunjaicyber.ais.th/pathway/162

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY

OpenAI ปล่อยฟีเจอร์ “Code”บนแอปมือถือ ChatGPT เปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็นศูนย์ควบคุม AI เขียนโค้ด

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
เชียงราย - Chiang Rai News11 hours ago

ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน

ททท. แจกส่วนลดตั๋วบิน 500 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ 300 ล้าน
ข่าวธุรกิจ Business14 hours ago

ททท. แจกส่วนลดตั๋วบิน 500 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ 300 ล้าน

จับแล้ว! หนุ่มหัวร้อนทุบรถชกหน้าสาว อ้างฉุนถูกชนก่อน
ข่าวอาชญากรรม - Crime15 hours ago

ตำรวจจับกุมแล้ว! ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนที่ต่อยหน้าผู้หญิง โดยอ้างว่าโมโหจัด

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า
ข่าวอาชญากรรม - Crime15 hours ago

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า

จับ 11 ต่างชาติหนีแก๊งสแกมเมอร์ ซุกไร่อ้อยแม่สอด
ข่าวอาชญากรรม - Crime15 hours ago

ชาวต่างชาติ 11 คนที่หลบหนีแก๊งมิจฉาชีพถูกจับกุมขณะซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อย

AIS ยกระดับเทศกาลโคมไฟลำพูนด้วยเทคโนโลยี 5G
ข่าวอาชญากรรม - Crime16 hours ago

AIS ยกระดับเทศกาลโคมไฟลำพูนด้วยเทคโนโลยี 5G

ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
เชียงราย - Chiang Rai News16 hours ago

ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต

ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
เชียงราย - Chiang Rai News16 hours ago

ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก

PHP2Shell
เทคโนโลยี - Tech2 days ago

รับมือ PHP2Shell: ไทยเร่งอุดช่องโหว่สกัดแฮกเกอร์

ไทยจ่อแก้กฎหมายยาเสพติด: ขัง 7 วัน-ฟันผู้เสพติด
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

ไทยจ่อแก้กฎหมายยาเสพติด: ขัง 7 วัน-ฟันผู้เสพติด

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
การเงิน -Finance3 weeks ago

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ปิดทำการหลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
ข่าว - News4 weeks ago

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ปิดทำการหลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ตำรวจเชียงรายจับกุมคนขับรถลักลอบขนคนเข้าเมือง 13 คน
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

ตำรวจเชียงรายจับกุมคนขับรถลักลอบขนคนเข้าเมือง 13 คน

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

ระทึก! กระบะเสียหลักชนเสาไฟแม่สาย ตำรวจลุยจับจอดผิดกฎ
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ระทึก! กระบะเสียหลักชนเสาไฟแม่สาย ตำรวจลุยจับจอดผิดกฎ

วิกฤตอุทกภัยส่งผลกระทบต่อ 31 จังหวัดในประเทศไทย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมพุ่งสูงถึง 24 ราย
ข่าว - News3 weeks ago

วิกฤตอุทกภัยส่งผลกระทบต่อ 31 จังหวัดในประเทศไทย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมพุ่งสูงถึง 24 ราย

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน

ราคาทองคำวันนี้

24 October 2026, 09:03

Gold bar 96.5%
Buy
63,900.00
Sell
64,100.00
▼ -250
Gold ornament 96.5%
Buy
62,625.96
Sell
64,900.00

Baht per 1 baht-weight (15.244 g)
Source: Gold Traders Association

Download Our App

Trending