เชียงใหม่ - Chiang Mai
ผู้นำด้านการท่องเที่ยวของเชียงใหม่เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วน หลังเกิดเหตุการณ์สงกรานต์ที่เงียบเหงา
เชียงใหม่ – แม้ควันหลงเทศกาลสงกรานต์หรือ “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง” จะเพิ่งผ่านพ้นไป แต่ภาพรวมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ กลับไม่ได้คึกคักอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ล่าสุดผู้ประกอบการภาคเอกชนออกมาส่งสัญญาณเตือน…
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด">เชียงใหม่ – แม้ควันหลงเทศกาลสงกรานต์หรือ “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง” จะเพิ่งผ่านพ้นไป แต่ภาพรวมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ กลับไม่ได้คึกคักอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ล่าสุดผู้ประกอบการภาคเอกชนออกมาส่งสัญญาณเตือน หลังพบตัวเลขยอดจองที่พักลดลงอย่างน่าตกใจ พร้อมวอนขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลให้เร่งกระตุ้นตลาดภายในประเทศก่อนสถานการณ์จะทรุดหนักกว่าเดิม
สถิติน่ากังวล: เมื่อยอดจองหายไปเกือบครึ่ง
จากการสำรวจข้อมูลหลังเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ข้อมูลจากเดลินิวส์ พบว่ายอดการจองที่พักในจังหวัดเชียงใหม่ลดลงกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เหลืออยู่เพียง 10% เท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเชียงใหม่กำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวของการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว ได้แก่:
- กำลังซื้อภายในประเทศ: สภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้คนไทยระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
- การแข่งขันสูง: จังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ เริ่มมีการจัดกิจกรรมดึงดูดใจมากขึ้น
- พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป: นักท่องเที่ยวเน้นการเดินทางระยะสั้นและประหยัดงบประมาณ
ฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่อุปสรรค? เอกชนชี้ฟ้าหลังฝนย่อมสดใส
แม้ว่าในช่วงก่อนหน้านี้ ปัญหามลพิษทางอากาศหรือฝุ่น PM 2.5 จะเป็นประเด็นร้อนที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง แต่ในมุมมองของผู้ประกอบการท้องถิ่นกลับมองต่างออกไป โดยระบุว่าปัญหาฝุ่นไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงในช่วงสงกรานต์ เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าหลังจากเทศกาลสงกรานต์ผ่านพ้นไป สภาพอากาศจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ
“เราอยากให้มีการเสนอข่าวในเชิงบวกว่าตอนนี้อากาศเริ่มกลับมาสดใสแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาในช่วง Green Season” หนึ่งในตัวแทนผู้ประกอบการระบุ
ข้อเสนอถึงรัฐบาล: ปลุกชีพ ‘ไทยเที่ยวไทย’
ภาคธุรกิจท่องเที่ยวในภาคเหนือตอนบนมีความเห็นตรงกันว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทเชิงรุกในการจัดแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เข้มข้นขึ้น โดยมีข้อเสนอแนะดังนี้:
- เพิ่มโปรโมชั่น “ไทยเที่ยวไทย”: ออกมาตรการสนับสนุนส่วนลดที่พักและร้านอาหาร เพื่อจูงใจให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ
- สนับสนุนกิจกรรมท้องถิ่น: ชูจุดขายวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิม เช่น พิธีสระเกล้าดำหัวผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และกิจกรรม “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง” ที่ทรงคุณค่า
- การกระจายรายได้สู่ชุมชน: ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองรอบ ๆ เชียงใหม่ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายไปถึงฐานราก
ความเคลื่อนไหวในพื้นที่: สืบสานประเพณีและเข้มงวดความปลอดภัย
ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวกำลังเร่งหาทางออก ทางด้านการบริหารจัดการภายในจังหวัดยังคงดำเนินไปอย่างเข้มแข็ง ล่าสุด นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดจวนผู้ว่าฯ ให้คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน เข้าสระเกล้าดำหัวเพื่อความเป็นสิริมงคลตามประเพณีล้านนา
ขณะเดียวกัน ในจังหวัดใกล้เคียงอย่างจังหวัดแพร่ นายสมชาย อำพันกาญจน์ ปลัดจังหวัดแพร่ ก็ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำจังหวัดแพร่ เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและสิ่งของต้องห้ามอย่างเข้มงวด ตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยให้กับพื้นที่ภาคเหนือ
บทสรุป: ความร่วมมือคือทางออก
วิกฤตยอดจองที่หายไปกว่า 40% เป็น “สัญญาณเตือนภัย” ที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่อาจละเลยได้ การรอคอยเพียงนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจไม่เพียงพออีกต่อไปในสถานการณ์ปัจจุบัน การหันกลับมาให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวชาวไทยผ่านโปรโมชั่นที่จับต้องได้ และการชูความพร้อมด้านสภาพอากาศหลังหมดฤดูฝุ่น คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยฟื้นลมหายใจให้กับธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่และภาคเหนือให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง
Keywords: ท่องเที่ยวเชียงใหม่, สงกรานต์ 2569, ไทยเที่ยวไทย, วิกฤตโรงแรม, ฝุ่น PM 2.5, ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง, รัฐพล นราดิศร, โปรโมชั่นท่องเที่ยว, เศรษฐกิจภาคเหนือ, ข่าวเชียงใหม่ล่าสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ภาพจากโดรนนำไปสู่การจับกุมเกษตรกรที่ก่อไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่
เชียงใหม่แชมป์เก่า! สรุปยอด 6 วันสงกรานต์ คดีเมาขับพุ่งทะลุ 5,000 ราย
สัญญาณบวกท่ามกลางวิกฤต: จุดความร้อนภาคเหนือลดลง 3% แต่เชียงราย-เชียงใหม่ยังน่าห่วง
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจชายแดนร่วมกันสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่อำเภอแม่อาย กองกำลังผาเมืองได้จัดทีมทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดน มาตั้งจุดตรวจบริเวณถนนสาธารณะสายฝาง-แม่จัน ใกล้หมู่บ้านห้วยน้ำเย็น การทำงานร่วมกันครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการแอบขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างมาก
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดอยู่นั้น มีรถกระบะต้องสงสัยคันหนึ่งขับเข้ามาใกล้จุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณไฟและเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้นตามปกติ ทว่าผู้ขับขี่กลับไม่ยอมหยุดรถและตัดสินใจเร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำกำลังขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งไปพบรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ป้ายทะเบียนเชียงใหม่ จอดเสียหลักอยู่บริเวณริมข้างทาง แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับไม่พบตัวคนขับ ซึ่งคาดว่าคนร้ายได้อาศัยความคุ้นเคยกับเส้นทางในป่าหลบหนีไปได้ทันเวลา
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้มากถึง 2.8 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบ 14 ใบ
- ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน ทิ้งรถกระบะและของกลางหลบหนีเข้าป่าไปได้อย่างลอยนวล
- การสกัดจับเกิดขึ้นที่จุดตรวจบนถนนสายฝาง-แม่จัน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรถกระบะคันดังกล่าวอย่างละเอียด ก็พบหลักฐานที่น่าตกใจ ภายในห้องโดยสารและท้ายรถมีกระสอบเป้ที่ถูกดัดแปลงพิเศษจำนวน 14 ใบวางซุกซ่อนอยู่ เมื่อเปิดกระสอบออกดูพบว่าเป็นยาบ้าจำนวนมหาศาล โดยนับรวมกันได้มากถึงประมาณ 2.8 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดรถยนต์และยาเสพติดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง การยึดยาเสพติดล็อตนี้ถือเป็นการตัดวงจรการค้ายาเสพติดครั้งสำคัญที่จะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
แถลงข่าวและเร่งล่าตัวผู้กระทำผิด
หลังจากยึดของกลางได้สำเร็จ ในช่วงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ทางกองกำลังผาเมืองได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อชี้แจงผลการปฏิบัติงานต่อสื่อมวลชน พ.อ.จิรจำนงค์ โกษาวัง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการตรวจสอบของกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากใครสนใจติดตามสถานการณ์เพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่าน ข่าวอาชญากรรม เพื่อดูความคืบหน้าและการขยายผลของคดี ปัจจุบันของกลางทั้งหมดถูกส่งมอบให้กับสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งสืบสวนตามหาตัวคนขับรถมารับโทษต่อไปอย่างเร่งด่วน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
เชียงใหม่ - Chiang Mai
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
เชียงใหม่ – วันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังพร้อมหมายศาล บุกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในอำเภอสันทราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังตำรวจสืบทราบว่า มีการลักลอบขายอาวุธปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก ถือเป็นภัยอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ล่อซื้อปืนจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ใช้ชีวิต ให้คุ้มค่า” ซึ่งโพสต์ขายปืนลมแรงดันสูงในกลุ่มที่มีสมาชิกกว่า 2,200 คน เมื่อทีมตรวจค้นไปถึงบ้านเป้าหมาย พบว่ามีสุนัขเฝ้าบ้าน 3 ตัว โดยหนึ่งในนั้นเป็นสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานที่ดุร้ายมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องนำอาหารไปหลอกล่อให้สุนัขเชื่องและเดินออกไปก่อน จึงจะสามารถบุกเข้าไปในบ้านได้อย่างปลอดภัย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภาค 5 บุกค้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ทลายแหล่งผลิตอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์
- เจ้าหน้าที่ต้องใช้อาหารล่อสุนัขดุร้าย 3 ตัว ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาวัย 50 ปีได้สำเร็จ
- ผู้ต้องหาสั่งอะไหล่จากอินเทอร์เน็ตมาประกอบปืนขาย สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน
เมื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ด้านหลังบ้าน ตำรวจก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกดัดแปลงเป็นโกดังผลิตอาวุธปืนเถื่อน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวนายดวงจันทร์ อายุ 50 ปี ชาวตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย ทันที พร้อมยึดของกลางเป็นปืนลมแรงดันสูง (PCP) จำนวน 4 กระบอก นอกจากนี้ยังพบกล้องเล็ง กระสุนหัวตะกั่ว กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 17 นัด และอุปกรณ์ประกอบปืนอีกหลายรายการ
จากการสอบถามเบื้องต้น นายดวงจันทร์เล่าว่าตนเองเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษา แต่เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เขาใช้ประสบการณ์ที่คลุกคลีกับการทำปืนเถื่อนมานานกว่า 15 ปีเป็นทุนเดิม โดยมักจะสั่งซื้อชิ้นส่วนต่างๆ ผ่านทางแอปพลิเคชันซื้อขายออนไลน์ชื่อดัง จากนั้นก็นำอะไหล่ทั้งหมดมานั่งประกอบชิ้นส่วนในห้องหลังบ้านของตนเอง
รายได้งามจากการขายอาวุธปืนออนไลน์
หลังจากประกอบปืนเสร็จ เขาจะนำสินค้าไปโพสต์ขายในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยตั้งราคาอยู่ที่กระบอกละ 9,500 ถึง 11,500 บาท นายดวงจันทร์รับสารภาพว่าเขาสามารถขายปืนได้ประมาณ 2 ถึง 5 กระบอกต่อเดือน ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000 ถึง 50,000 บาทเลยทีเดียว ขณะนี้ทาง ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
เหตุการณ์จับกุมครั้งนี้ถือเป็นการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ การลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนทางอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องผิดกฎหมายและสร้างความไม่ปลอดภัยในสังคม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนและกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความสงบสุขของประชาชน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ
ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง
เชียงใหม่ - Chiang Mai
เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่
เชียงใหม่ – เชียงใหม่เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 ตุลาคม 2569 อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากชายคนหนึ่งที่เมาแล้วขับรถเก๋งพุ่งชนพนักงานทำความสะอาดของเทศบาลนครเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เธอกำลังปฏิบัติหน้าที่กวาดถนนอยู่รอบคูเมืองอย่างขยันขันแข็ง
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจอย่างมากให้กับเพื่อนร่วมงานที่ยืนเห็นเหตุการณ์ ตำรวจและหน่วยกู้ภัยรีบเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พวกเขาพบร่างของผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์และต้องเร่งนำตัวคนขับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
ประเด็นสำคัญ
- ชายวัย 48 ปี ขับรถเก๋งด้วยความเมา พุ่งชนพนักงานกวาดถนนของเทศบาลนครเชียงใหม่
- ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 67 ปี เธอถูกชนและลากไปกับพื้นถนนจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
- ผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของคนขับพุ่งสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด
จุดเกิดเหตุริมคูเมืองเชียงใหม่
เหตุการณ์สลดนี้เกิดขึ้นบนถนนบุญเรืองฤทธิ์ บริเวณหน้าร้านกาแฟชื่อดังในตัวเมืองเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุและรีบลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบ พร้อมกับประสานงานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีเทา จอดอยู่บริเวณข้างทาง นอกจากนี้ยังพบร่างของนางสาวสมจิตร จะอือ อายุ 67 ปี พนักงานกวาดขยะของเทศบาล ติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์คันดังกล่าว
ทีมกู้ภัยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำร่างของเธอออกมาและหวังจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายเธอก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในที่สุด ท่ามกลางความตกใจและเสียใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์

ผลตรวจแอลกอฮอล์พุ่งสูงเกินกฎหมาย
จากการสอบสวนพบว่ารถยนต์คันก่อเหตุขับโดยนายชุมนัดภ์ มณีศิริ อายุ 48 ปี ในตอนที่เกิดเหตุเขามีอาการคล้ายคนเมาสุราอย่างหนัก เขาขับรถมาตามเส้นทางปกติก่อนจะเสียหลักพุ่งชนผู้เคราะห์ร้ายอย่างจัง
ตำรวจไม่ได้รอช้า รีบควบคุมตัวนายชุมนัดภ์ไปที่สถานีตำรวจเมืองเชียงใหม่ทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของเขา เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีต่อไป
ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ออกมาสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดไว้หลายเท่า ตำรวจจึงควบคุมตัวเขาไว้ดำเนินคดี ก่อนที่ทนายความของผู้ก่อเหตุจะเดินทางมายื่นเรื่องขอประกันตัวในเวลาต่อมา

ปัญหาเมาแล้วขับที่ยังแก้ไม่หาย
อุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับมักนำมาซึ่งความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เสมอ ชุมชนในเชียงใหม่ต่างพากันแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนางสาวสมจิตรที่ต้องมาจบชีวิตลงขณะทำงานสุจริต หลายคนเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดมากขึ้น การขับรถขณะมึนเมาสุราไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังทำลายครอบครัวและอนาคตของผู้กระทำผิดด้วย
แนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน
เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ ผู้คนบนท้องถนนไม่ควรต้องมาเสี่ยงชีวิตเพียงเพราะความประมาทของใครบางคน การปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
หน่วยงานท้องถิ่นอาจต้องพิจารณาเพิ่มแสงสว่างและป้ายเตือนในจุดที่พนักงานต้องทำงานในเวลากลางคืนหรือเช้ามืด มาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยในอนาคตได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ
ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอพาน พร้อมยึดยาเมทแอมเฟตามีน 96 เม็ด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง


