ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจตั้งข้อหาฆาตกรรมเจ้าของร้านตัดผมและภรรยาสองคนของเขา
กรุงเทพฯ – จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นภายในร้านตัดผมแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด กรณีการเสียชีวิตของ นายฐิติ กอบทรัพย์เจริญ อายุ 26 ปี ที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตอย่างทารุณ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้คุมตัวผู้ต้องหาพร้อมภรรยาอีก 2 คน…
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นภายในร้านตัดผมแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด กรณีการเสียชีวิตของ นายฐิติ กอบทรัพย์เจริญ อายุ 26 ปี ที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตอย่างทารุณ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้คุมตัวผู้ต้องหาพร้อมภรรยาอีก 2 คน ดำเนินคดีในข้อหาหนักร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ท่ามกลางคำให้การที่อ้างว่าเป็นการป้องกันตัว
สรุปเหตุการณ์สยอง: สากกะเบือสังหารกลางร้านตัดผม
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากพยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนผู้ตาย โดยในคลิปปรากฏภาพขณะที่ นายจีราวัฒน์ รัตนาวิมานทิพย อายุ 59 ปี เจ้าของร้านตัดผม ใช้สากกะเบือกระหน่ำทุบไปที่ศีรษะของผู้ตาย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีการใช้เหล็กตีเข้าที่ขาของผู้ตายด้วย
จากการสืบสวนพบว่า ในขณะเกิดเหตุไม่ได้มีเพียงนายจีราวัฒน์เท่านั้น แต่ยังมีภรรยาอีก 2 คน อยู่ในเหตุการณ์และมีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่:
- ภรรยาคนที่ 1: น.ส.ณัฐธยาน์ รัตนาวิมานทิพย อายุ 43 ปี (ภรรยาที่จดทะเบียนสมรส)
- ภรรยาคนที่ 2: Miss Phonephimonh Sengchanh อายุ 34 ปี (ชาวลาว)

ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก “ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรอง”
เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด พร้อมทีมสืบสวน ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายมาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจเก็บ DNA และลายนิ้วมือเพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดตัว
ทางพนักงานสอบสวนได้พิจารณาพฤติการณ์แล้วเห็นว่า เป็นการกระทำที่รุนแรงและมีการเตรียมการ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
นายจีราวัฒน์ หรือเจ้าของร้านตัดผม ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนสั้นๆ ระหว่างถูกคุมตัวว่า ตนเองไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่สิ่งที่ทำลงไปเป็นการป้องกันตัว เนื่องจากถูกผู้ตายเข้ามาทำร้ายร่างกายก่อน ส่วนสากกะเบือและเหล็กที่ใช้เป็นอาวุธนั้น เป็นสิ่งที่หยิบฉวยได้ในขณะเกิดเหตุเพื่อใช้ระงับเหตุเท่านั้น
นอกเหนือจากคดีฆาตกรรมที่น่าตกใจแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่กลายเป็นจุดสนใจของสังคมคือคำกล่าวอ้างของนายจีราวัฒน์ที่ระบุว่า ตนเองมีภรรยาทั้งหมดถึง 28 คน โดยมีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องเพียงคนเดียว และในวันเกิดเหตุก็มีภรรยา 2 คนที่อยู่ร่วมในร้าน ซึ่งประเด็นนี้ทำให้สังคมเกิดคำถามถึงความสัมพันธ์ภายในบ้านที่เป็นชนวนเหตุนำไปสู่ความรุนแรงในครั้งนี้
ลำดับเหตุการณ์และหลักฐานสำคัญ
- พยานปากสำคัญ: น.ส. เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี พยานที่ถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด
- อาวุธที่ใช้: สากกะเบือหินและท่อนเหล็ก ซึ่งเจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานหลัก
- การตรวจสอบ DNA: เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจสอบคราบเลือดและรอยนิ้วมือแฝงบนอาวุธ
- แรงจูงใจ: ตำรวจกำลังเร่งขยายผลว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากเรื่องส่วนตัว หรือความขัดแย้งภายในร้านตัดผม
คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ถึงการใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหา แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว แต่ตามหลักกฎหมายแล้ว การป้องกันตัวจะต้องพอสมควรแก่เหตุ การใช้สากกะเบือทุบศีรษะจนเสียชีวิตอาจถูกมองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ
ในฐานะสื่อมวลชน เราขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่าง Thai Rath และรอผลการสรุปสำนวนคดีจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย และจะมีการส่งฝากขังต่อศาลต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจกำลังสอบสวนหลังชายวัย 26 ปีถูกทำร้ายจนเสียชีวิตในร้านตัดผม
วันแรกของเทศกาลสงกรานต์สุดเหวี่ยง! ตำรวจกวาดล้างผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับ จับกุมผู้คนไปกว่า 2,600 คน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี
ลำปาง – เกิดเหตุการณ์สุดสลดขึ้นที่อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา รถกระบะคันหนึ่งเสียหลักข้ามเลนพุ่งชนรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์อย่างรุนแรง ส่งผลให้เด็กนักเรียนหญิงวัย 14 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ผู้ขับขี่รถกระบะคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนักขณะขับรถกลับบ้าน
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุร้ายแรง: อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเมาแล้วขับ ชนรถจักรยานยนต์ของนักเรียนหญิงวัย 14 ปี จนเสียชีวิตคาที่
- แอลกอฮอล์เกินกำหนด: ตำรวจตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายผู้ก่อเหตุสูงถึง 171 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งผิดกฎหมายชัดเจน
- การเยียวยาครอบครัว: ผู้ก่อเหตุเข้าร่วมงานศพเพื่อขอขมา พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นและรับปากจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ผู้เสียชีวิตคือ น้องไข่มุก หรือ เด็กหญิงภาสิณี สุดสาคร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนแม่ทะวิทยาคม เธอเป็นเด็กที่ขยันเรียน นิสัยดี และเป็นความหวังสูงสุดของครอบครัว นางกนกรัตน์ วัย 63 ปี ผู้เป็นย่าที่เลี้ยงดูน้องมาตั้งแต่เกิด เปิดใจทั้งน้ำตาว่าเธอรักหลานคนนี้มาก
น้องไข่มุกมีผลการเรียนดีเยี่ยมด้วยเกรดเฉลี่ยมากกว่า 3.00 เธอยังมีความสามารถหลากหลายรอบด้าน ล่าสุดเพิ่งชนะเลิศการประกวดเขียนเรียงความเนื่องในวันครู นอกจากนี้ เธอกำลังตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อไปแข่งขันวอลเลย์บอลในเร็วๆ นี้ แต่ความฝันทั้งหมดต้องจบลงเพราะคนเมาแล้วขับ
คำพูดสุดท้ายก่อนเกิดโศกนาฏกรรม
ในเย็นวันเกิดเหตุ น้องไข่มุกกลับจากโรงเรียนและกินอาหารเย็นฝีมือย่าอย่างมีความสุข เธอขอเงินย่า 30 บาทเพื่อไปเติมอินเทอร์เน็ตโทรศัพท์มือถือ พร้อมบอกว่าจะขี่รถไปส่งเพื่อนที่บ้านก่อน ย่าไม่เคยคิดเลยว่านั่นจะเป็นการพูดคุยครั้งสุดท้ายกับหลานสาวสุดที่รัก
หลังจากน้องขี่รถออกไปได้ไม่นาน ย่าก็ได้รับสายโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายที่สุดในชีวิต มีคนโทรมาบอกว่าหลานสาวถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว ย่าฝากข้อคิดเตือนใจถึงทุกคนในสังคมว่า หากดื่มสุราจนเมาก็ไม่ควรขับรถเด็ดขาด เพราะเมื่อเกิดความสูญเสียแล้ว ชีวิตคนไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้
จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ รถกระบะของอดีตผู้อำนวยการขับส่ายไปมาบนท้องถนน รถคันดังกล่าวเกือบจะเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นที่ขับสวนทางมาหลายครั้ง จนกระทั่งขับมาถึงบริเวณหน้าที่ทำการไปรษณีย์อำเภอแม่ทะ รถกระบะคันนี้ก็เสียหลักพุ่งข้ามเลน
จังหวะนั้นเอง น้องไข่มุกกำลังขี่รถจักรยานยนต์สวนทางมาพอดี ทำให้รถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของเธออย่างจัง จนรถไถลตกลงไปข้างทาง ส่งผลให้น้องไข่มุกในชุดนักเรียนเสียชีวิตคาที่ทันที นี่คือเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้คนในพื้นที่อย่างมาก
ผู้ก่อเหตุรับสารภาพและพร้อมชดใช้
เช้าวันรุ่งขึ้น อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนได้เดินทางมาร่วมงานศพเพื่อแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย เขานำเงินสดจำนวน 20,000 บาท มอบให้เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น นอกจากนี้ เขายังรับปากว่าจะซื้อรถจักรยานยนต์คันใหม่มูลค่ากว่า 70,000 บาท เพื่อทดแทนคันที่พังเสียหาย
ผู้ก่อเหตุให้คำมั่นสัญญาว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพทั้งหมดจนเสร็จสิ้น เขาพร้อมจะเยียวยาครอบครัวของน้องไข่มุกอย่างเต็มที่ โดยจะมีการเจรจาพูดคุยเรื่องค่าเสียหายทั้งหมดอีกครั้ง หลังจากเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 24 กรกฎาคม
พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่ทะ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ขับขี่รถกระบะ ผลปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 171 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้มาก อดีตผู้อำนวยการรายนี้ให้การรับสารภาพว่าดื่มสุรามาจริง
เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักคือ ขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะเดียวกัน ทางโรงเรียนแม่ทะวิทยาคมได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของนักเรียนอันเป็นที่รัก ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MGR Online
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง
แม่ของเด็กอายุ 2 ขวบที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่เกิดจากคนขับรถเมาสุราในจังหวัดลำปาง เรียกร้องค่าชดเชย 10 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว
พะเยา – ตำรวจรายงานว่าชาวนาในภาคเหนือของประเทศไทย">ภาคเหนือของประเทศไทยพบสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวขณะทำงานในนาข้าว เขาพบศพชายคนหนึ่งที่เน่าเปื่อยอย่างมากและมีรอยสักที่โดดเด่นอยู่ทั่วตัว ตำรวจท้องถิ่นกำลังเร่งรวบรวมเบาะแสและคลี่คลายคดีที่น่าตกใจนี้
เหตุการณ์อันน่าสยดสยองนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านเกษตรกรรมที่เงียบสงบของบ้านจำปาหวาย ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดพะเยาทางภาคเหนือของประเทศไทย นายเชิด ปิงเมือง ชาวบ้านคนหนึ่ง กำลังดูแลนาของญาติในช่วงบ่าย ขณะที่เขากำลังใส่ปุ๋ย เขาได้สังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติอย่างมากซ่อนอยู่ลึกในน้ำโคลน
ประเด็นสำคัญ
- พบศพชายปริศนาถูกทิ้งกลางทุ่งนาในจังหวัดพะเยา พร้อมรอยทุบที่ศีรษะ 4 จุด
- จุดสังเกตสำคัญคือรอยสักรูปแมงมุม และรอยสักคำว่า “พ่อ” และ “แม่” ที่หัวไหล่
- ผู้ใหญ่บ้านคาดว่าผู้ตายอาจเป็นชายวัย 55 ปีในหมู่บ้านที่หายตัวไปเมื่อ 3 วันก่อน
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวบ้านคนหนึ่งออกไปทำงานตามปกติ นายเชิด ปิงเมือง เป็นผู้พบศพคนแรกขณะกำลังใส่ปุ๋ยในนาของญาติ เขาเล่าว่าเห็นศพนอนหงายอยู่กลางทุ่งนาและมีสภาพที่น่ากลัวมาก
หนอนชอนไชไปทั่วบริเวณใบหน้าและลำตัวจนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้ สภาพศพนั้นทำให้เขาตกใจมากจนต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เขาเชื่อว่าอาจมีคนนำศพมาทิ้งอำพรางไว้ในพื้นที่นาแห่งนี้
หลักฐานในที่เกิดเหตุและรอยสัก
ตำรวจจาก สภ.แม่กา และแพทย์นิติเวชได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ผู้ตายสวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น และรองเท้าผ้าใบ สิ่งของที่พบในตัวมีเพียงซองบุหรี่ ยาเส้น และไฟแช็ก
สิ่งที่ช่วยระบุตัวตนได้ดีที่สุดคือรอยสักบนร่างกายของผู้ตาย เขามีรอยสักรูปแมงมุมที่มือขวาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีรอยสักคำว่า “พ่อ” ที่ไหล่ขวา และ “แม่” ที่ไหล่ซ้าย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น แพทย์พบร่องรอยบาดแผลที่น่าสงสัย ศีรษะของผู้ตายมีรอยคล้ายถูกกระแทกด้วยของแข็งจำนวนสี่จุด คาดว่าชายคนนี้เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามวัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้สรุปสาเหตุการตายที่แน่ชัด แต่พวกเขาก็ไม่ได้ตัดประเด็นการถูกทำร้ายหรือฆาตกรรมทิ้งไป ข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ ที่ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด
ความเชื่อมโยงกับคนหายในหมู่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับทางตำรวจ เขาตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตายอาจจะเป็นนายหล้า ชายวัย 55 ปีในหมู่บ้าน นายหล้าเป็นคนในพื้นที่และเป็นที่รู้จักว่ามักจะดื่มสุราเป็นประจำ
ชาวบ้านสังเกตเห็นว่าเขาหายตัวออกจากบ้านไปประมาณสามวันแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่มีญาติพี่น้องคนไหนไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจเลย ตำรวจเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ตายคือนายหล้า แต่ทุกอย่างยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ปกติแล้วหมู่บ้านแห่งนี้มีความสงบสุขและไม่ค่อยมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ชาวบ้านหลายคนรู้สึกตกใจและอยากรู้ความจริงโดยเร็ว
พวกเขาหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ หากนี่เป็นคดีฆาตกรรมจริงๆ ความปลอดภัยในชุมชนคือสิ่งที่ทุกคนกำลังให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้ 
ผลการตรวจสอบนี้จะช่วยยืนยันตัวตนที่แท้จริงของผู้เสียชีวิตได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยไขปริศนาได้ว่านี่คือการฆาตกรรมอำพรางหรือเกิดจากอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปเพื่อปิดคดีนี้ให้ได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
ข่าวอาชญากรรม - Crime
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
ลำพูน – เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นกลางดึกในพื้นที่จังหวัดลำพูน ซึ่งสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและผู้คนในละแวกนั้นอย่างมาก เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพวัยรุ่นชายสองคน ขับขี่รถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุอย่างอุกอาจ โดยหนึ่งในคนร้ายได้เดินลงจากรถพร้อมกับถือแกลลอนบรรจุน้ำมันมาด้วย จากนั้นเขาตรงเข้าไปราดน้ำมันใส่ร้านส้มตำปากเปิด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน ก่อนที่จะจุดไฟเผาร้านอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญ
- วัยรุ่นสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ นำแกลลอนน้ำมันมาราดและจุดไฟเผาร้านส้มตำในจังหวัดลำพูน
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานีตำรวจมาก และคนร้ายยังมีการถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุไว้ด้วย
- ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าตกใจมากที่สุดคือ จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือเพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้เพื่อนของคนร้ายที่มาด้วยกัน ยังใจเย็นใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุเอาไว้อีกด้วย ก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบสตาร์ทรถ แล้วขับหลบหนีไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ตำรวจเร่งลงพื้นที่ค้นหาความจริง
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านระบุว่าทางตำรวจได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และเห็นพฤติกรรมการก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปอย่างชัดเจน ดังนั้นภาพเหล่านี้จึงถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ในการตามหาตัวคนร้ายมารับโทษตามกฎหมาย
ในขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อพูดคุยและสอบถามเจ้าของร้านที่ได้รับความเสียหาย รวมไปถึงพยานแวดล้อมต่างๆ ตำรวจต้องการรับทราบข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ พ.ต.อ.ฐิติพล เน้นย้ำว่าทุกปัญหาต้องมีที่มาที่ไป และตำรวจจำเป็นต้องทราบถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้
มั่นใจตามจับกุมคนร้ายได้แน่นอน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความมั่นใจอย่างมาก ว่าจะสามารถตามจับผู้ก่อเหตุทั้งสองคนมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ทีมตำรวจกำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่ โดยการไล่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ในพื้นที่โดยรอบ เพื่อแกะรอยเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายอย่างใกล้ชิด
คดีนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เพราะเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ทำมาหากิน คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์ ทางตำรวจยืนยันว่าจะตามจับคนผิดมารับโทษให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความปลอดภัยและคืนความสงบสุขให้กับทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส
ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
การเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วของตำรวจช่วยหญิงคนหนึ่งให้รอดพ้นจากการถูกหลอกลวงทางออนไลน์มูลค่า 198,000 บาท
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ชายวัย 65 ปีถูกจับกุมในข้อหาขโมยชุดชั้นในสตรี โดยพบว่าเขาสวมใส่ชุดชั้นในนั้นอยู่ขณะถูกจับกุม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เชียงรายกำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด! กลุ่มประชาชนเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ






