ข่าว - News
ประกาศเตือนภัยมลพิษทางอากาศ: วิกฤต PM2.5 พัดถล่มเชียงรายและจังหวัดอื่นๆ ขณะที่จุดที่มีมลพิษสูงพุ่งสูงขึ้น
เชียงราย -สถานการณ์มลพิษทางอากาศในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่หลายคนควรจะได้พักผ่อนอย่างมีความสุข แต่กลับต้องเผชิญกับวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่พุ่งสูงขึ้นจนเข้าขั้นอันตราย…
แม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย">เชียงราย -สถานการณ์มลพิษทางอากาศในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่หลายคนควรจะได้พักผ่อนอย่างมีความสุข แต่กลับต้องเผชิญกับวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่พุ่งสูงขึ้นจนเข้าขั้นอันตราย ล่าสุดรายงานจากศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ระบุว่าพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานครอบคลุมถึง 38 จังหวัดทั่วประเทศ โดยพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือกลายเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนโดยตรง
เปิดสถิติจุดความร้อน: ไทย-เพื่อนบ้านระอุ
จากการตรวจสอบข้อมูลดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) โดย GISTDA พบความเคลื่อนไหวที่น่าตกใจของ “จุดความร้อน” (Hotspots) ที่เป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นควันในครั้งนี้
- ประเทศไทย: พบจุดความร้อนพุ่งสูงถึง 5,277 จุด โดยส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (3,117 จุด) ตามมาด้วยป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่เกษตรกรรม
- ประเทศเพื่อนบ้าน: สปป.ลาว ยังคงครองแชมป์จุดความร้อนสูงสุดในภูมิภาค โดยตรวจพบมากถึง 9,313 จุด ขณะที่เมียนมาและเวียดนามก็พบหลักพันและหลักร้อยจุดตามลำดับ
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้กระแสลมพัดพาฝุ่นควันข้ามพรมแดนมาสะสมในประเทศไทย ประกอบกับสภาพอากาศที่นิ่งในช่วงนี้ ทำให้ฝุ่นไม่สามารถระบายออกไปได้
สรุปสถานการณ์ฝุ่นแยกตามภูมิภาค
เมื่อดูภาพรวมทั่วประเทศ จะเห็นความแตกต่างของระดับมลพิษในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน ดังนี้:
- ภาคเหนือ: สถานการณ์วิกฤตที่สุด วัดค่าฝุ่นได้ระหว่าง 41.8 – 189.8 มคก./ลบ.ม. พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีแดงเข้ม จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และพะเยา
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: พบฝุ่นเกินมาตรฐานเป็นส่วนใหญ่เช่นกัน วัดได้สูงสุดถึง 158.9 มคก./ลบ.ม. ในจังหวัดบึงกาฬ หนองคาย และเลย
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล: แม้ภาพรวมจะดีกว่าภาคเหนือ แต่ยังมีบางพื้นที่ที่ค่าฝุ่นเริ่มขยับสูงจนเกินเกณฑ์มาตรฐาน
- ภาคใต้และภาคตะวันออก: เป็นเพียงสองภูมิภาคที่คุณภาพอากาศยังอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก ประชาชนสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ
ผลกระทบต่อสุขภาพ: ใครบ้างที่ต้องระวัง?
ฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เพียงแค่หมอกควันธรรมดา แต่มันคือเพชฌฆาตเงียบที่ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจและหลอดเลือดหัวใจในระยะยาว
- กลุ่มเสี่ยง: เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด หรือโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น
- ประชาชนทั่วไป: หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรใส่หน้ากากอนามัยชนิด N95 ที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ จาม หรือแน่นหน้าอก
วิธีรับมือและป้องกันตนเองจากฝุ่นร้าย
ท่ามกลางสภาวะอากาศปิดเช่นนี้ ประชาชนสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ง่ายๆ ดังนี้:
- เช็กค่าฝุ่นทุกเช้า: ตรวจสอบแอปพลิเคชัน Air4Thai หรือ AirBKK ก่อนออกจากบ้าน
- ปิดประตูหน้าต่าง: เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นภายนอกเข้ามาสะสมภายในอาคาร หากมีเครื่องฟอกอากาศควรเปิดใช้งาน
- งดกิจกรรมกลางแจ้ง: โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงมาก เพราะจะทำให้ร่างกายสูดฝุ่นเข้าไปมากกว่าปกติ
- ดื่มน้ำสะอาด: ช่วยให้ร่างกายขับสารพิษและลดอาการระคายเคืองในลำคอ
วิกฤตฝุ่นครั้งนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ภาครัฐและประชาชนต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องมองไปถึงการจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าและการทำเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อให้คนไทยได้มีอากาศบริสุทธิ์กลับมาหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ฝุ่นละออง PM2.5 พัดถล่มจังหวัดเชียงราย ส่งผลให้ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงเกิน 300 และทำให้ประชาชนมีอาการเลือดกำเดาไหล
ข่าว - News
นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร
เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นในสถานศึกษาชื่อดังของจังหวัดลำปาง เมื่อนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถูกเพื่อนร่วมชั้นทำร้ายร่างกาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในห้องเรียนเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้บาดเจ็บเป็นเด็กชายที่ทำหน้าที่จดชื่อเพื่อนส่งครู ทำให้เพื่อนอีกคนเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง
ชนวนเหตุเริ่มจากการที่เด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุส่งเสียงดังและไม่สนใจทำงานกลุ่มในเวลาเรียน เมื่อถูกจดชื่อรายงานครูจึงเกิดบันดาลโทสะ คว้ากรรไกรในห้องเรียนแทงเพื่อนร่วมชั้นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บาดแผลฉกรรจ์ส่งผลให้ผู้เสียหายต้องเย็บแผลถึง 16 เข็ม ทางครอบครัวผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีทันทีที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง
ประเด็นสำคัญ
- สาเหตุความรุนแรง: เหตุการณ์เกิดจากความขัดแย้งเรื่องการจดชื่อนักเรียนที่ส่งเสียงดังในห้องเรียน ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจและใช้กรรไกรทำร้ายเพื่อนจนต้องเย็บถึง 16 เข็ม
- การเจรจาเยียวยา: ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญลำปางนำคณะผู้บริหารเข้าเยี่ยมและขอโทษผู้ปกครองอย่างเป็นทางการ โดยครอบครัวผู้เสียหายพอใจและเตรียมถอนแจ้งความ
- การปรับปรุงมาตรการ: โรงเรียนเตรียมยกเลิกระบบการให้เด็กจดชื่อเพื่อนบนกระดาน เพื่อลดความขัดแย้งในวัยเดียวกัน และส่งตัวผู้ก่อเหตุเข้ารับการประเมินจิตใจ
2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg" alt="นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร" width="1920" height="1080" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?w=1920&ssl=1 1920w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=300%2C169&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=1024%2C576&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=768%2C432&ssl=1 768w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=1536%2C864&ssl=1 1536w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?w=1480&ssl=1 1480w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ความคืบหน้าล่าสุดในเย็นวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ภราดา ดร.วิทยา เทพกอม ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ได้นำคณะครูและสมาคมผู้ปกครองเข้าพบครอบครัวผู้เสียหาย ทางผู้บริหารได้มอบกระเช้าขอโทษและร่วมพูดคุยแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ
มารดาของเด็กชายที่บาดเจ็บเปิดเผยว่า ตนต้องการให้เหตุการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาของโรงเรียน การลงโทษและดูแลเด็กต้องทำอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เด็กพัฒนาพฤติกรรมที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังขอให้โรงเรียนประสานผู้ปกครองฝ่ายผู้ก่อเหตุ พาลูกไปตรวจสภาพจิตใจด้วย
โรงเรียนเตรียมปรับกฎห้องเรียน ลดขัดแย้งในกลุ่มนักเรียน
หลังจากการพูดคุยอย่างยาวนาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเข้าใจอันดีและได้ข้อสรุปที่พอใจทั้งสองฝ่าย ครอบครัวผู้เสียหายระบุว่าเห็นความตั้งใจจริงของโรงเรียนในการแก้ปัญหา จึงเตรียมเดินทางไปถอนแจ้งความที่สถานีตำรวจ
ด้านผู้บริหารโรงเรียนระบุว่า ผู้ปกครองของเด็กผู้ก่อเหตุยอมรับผิดและพร้อมให้ความร่วมมือในการเยียวยาทุกขั้นตอน โรงเรียนจะนำเด็กเข้าสู่กระบวนการดูแลตามระเบียบของสถานศึกษาอย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้ ทางโรงเรียนรับปากจะทบทวนวิธีดูแลนักเรียนในห้องเรียนร่วมกับครูประจำชั้น โดยจะปรับเปลี่ยนระบบการให้เด็กจดชื่อเพื่อนที่คุยกันบนกระดาน เนื่องจากวิธีนี้อาจสร้างแรงกดดันและความขัดแย้งในกลุ่มเด็กวัยเดียวกันโดยไม่จำเป็น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ครูชื่อดังถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายนักเรียนอย่างโหดร้าย
เหตุไฟฟ้ารั่วที่ค่ายพักแรมของโรงเรียน ส่งผลให้นักเรียนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย
ข่าว - News
สุดเศร้า! ครอบครัวรับร่าง ส.ต.ต.หญิง เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดเชียงราย
แม่น้ำโขงในจังหวัดเหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย">เชียงราย – บดบังไปด้วยคราบน้ำตาและความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อครอบครัวและเพื่อนพ้องตำรวจเดินทางมาร่วมส่งดวงวิญญาณของข้าหลวงตัวน้อยอย่างสมเกียรติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ณ ร้านโรงเบียร์ชื่อดังย่านลาดพร้าว
ทางด้านครอบครัวของ ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี อายุ 24 ปี ยังคงอยู่ในอาการช็อกและปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชนอย่างเข้าใจได้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความวังเวียงขณะที่ญาติสนิทร่วมกันเคาะโลงศพเพื่อเรียกประคองดวงวิญญาณให้เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเดิม ณ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- การสูญเสียบุคลากรตำรวจ: ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี วัย 24 ปี สังกัดตำรวจสันติบาล ปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
- เพิ่งเริ่มต้นชีวิตราชการ: ผู้เสียชีวิตเพิ่งได้รับการประดับยศตำรวจมาได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ก่อนจะประสบอุบัติเหตุทางอัคคีภัยร้ายแรงในครั้งนี้
- ส่งร่างกลับมาตุภูมิ: ครอบครัวได้รับศพออกจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
สำหรับผู้เสียชีวิตรายนี้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญ ณ ทำเนียบรัฐบาล การจากไปก่อนวัยอันควรสร้างความตกใจและสะเทือนใจให้แก่เพื่อนร่วมงานในองค์กรเป็นอย่างมาก
ตามรายงานข่าวสารของสำนักข่าวชื่อดังอย่าง ข่าวสดออนไลน์ ระบุว่า มีกลุ่มเพื่อนข้าราชการตำรวจจำนวนมากเดินทางมาร่วมไว้อาลัยในพิธีรับร่าง หลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวเมื่อต้องส่งเพื่อนรักกลับบ้านเกิดเป็นครั้งสุดท้าย
นอกจากนี้ในเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวดังกล่าวยังส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งนาย คือ สิบตำรวจตรี สิทธิโชค ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทร่วมงานของผู้ตายด้วยเช่นกัน
อนาคตที่ดับวูบลงในเวลาเพียง 3 เดือน
ผู้ร่วมพิธีเปิดเผยว่า ส.ต.ต.หญิง เปมิกา เพิ่งจะผ่านพิธีประดับยศข้าราชการตำรวจอย่างเป็นทางการมาได้เพียงแค่ 3 เดือนเศษเท่านั้น ความฝันในเส้นทางสีกากีที่เพิ่งเริ่มต้นกลับต้องมาจบลงอย่างกะทันหันจากภัยพิบัติที่ไม่มีใครคาดคิด
ในขณะนี้ร่างอันไร้วิญญาณได้ถูกเคลื่อนย้ายโดยรถกู้ภัยของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มุ่งหน้าสู่บ้านสันทรายงาม ตำบลสันทรายงาม อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อจัดพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีของครอบครัวต่อไป
โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่พรากชีวิตบุคลากรที่มีความสามารถไป แต่ยังสร้างบาดแผลลึกในใจให้กับครอบครัวและสะท้อนถึงความปลอดภัยในสถานบันเทิงที่ต้องได้รับการกวดขันอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! น้ำป่าซัดพญาเม็งราย เชียงราย อพยพชาวบ้านกลางดึก กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
ข่าว - News
โศกนาฏกรรมในกรุงเทพฯ!! เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ผับลาดพร้าว คร่าชีวิต 27 ราย
กรุงเทพฯ – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ใจกลางกรุงช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เมื่อเกิดเพลิงไหม้รุนแรงภายในร้านอาหารชื่อดังย่านลาดพร้าว เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุจำนวนมากถึง 27 ราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบรายที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุร้ายเมื่อเวลาประมาณ 23.57 น. ของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยจุดเกิดเหตุคือร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ตั้งอยู่บริเวณใกล้ซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รถดับเพลิงจากหลายสถานีต้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วนที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- ยอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 27 ราย: แบ่งเป็นชาย 9 ราย และหญิง 18 ราย โดยส่วนใหญ่ติดอยู่ภายในบริเวณห้องน้ำของร้าน
- ผู้บาดเจ็บอีก 18 ราย: เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันทีหลังจากช่วยเหลือออกมาได้
- ใช้เวลาควบคุมเพลิง 35 นาที: เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจาก 4 สถานีหลักร่วมมือกันฉีดน้ำสกัดจนสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้สำเร็จ
เมื่อเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสารเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังลุกไหม้โครงสร้างอาคารอย่างรุนแรงและรวดเร็วมาก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ผู้ที่อยู่ด้านในไม่สามารถมองเห็นทางออกได้สะดวก
รายงานข่าวจาก สำนักข่าว MGR Online ระบุว่ามีผู้ติดค้างอยู่ภายในร้านเป็นจำนวนมากในขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องจัดกำลังพร้อมถังเคมีและสายฉีดน้ำแรงดันสูงจำนวน 3 หัวฉีด เพื่อลุยฝ่ากลุ่มควันเข้าไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตอย่างสุดความสามารถ
นักดับเพลิงต้องใช้เวลาทำงานอย่างต่อเนื่องประมาณ 35 นาที จึงจะสามารถควบคุมสถานการณ์และทำให้เพลิงสงบลงได้ จากนั้นทีมกู้ภัยได้เริ่มภารกิจค้นหาร่างของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บตามจุดต่างๆ ภายในตัวอาคารที่ถูกไฟไหม้เสียหาย
ความสูญเสียครั้งใหญ่และจุดพบศพสะเทือนใจ
จากการเดินสำรวจและตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดหลังจากเพลิงสงบลง เจ้าหน้าที่ต้องพบกับภาพที่น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดพุ่งสูงถึง 27 ราย โดยแบ่งออกเป็นผู้ชาย 9 ราย และผู้หญิงอีก 18 ราย นอนเสียชีวิตในสภาพถูกไฟคลอกและสำลักควัน
จุดที่น่าสะเทือนใจที่สุดคือบริเวณห้องน้ำของร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบร่างของผู้เสียชีวิตแออัดกันอยู่เป็นจำนวนมาก คาดว่าผู้ตายพยายามวิ่งหนีเปลวไฟเข้าไปหลบภัยในห้องน้ำ แต่กลับติดอยู่ภายในและไม่สามารถเปิดประตูออกมาได้เนื่องจากไฟล้อมรอบไว้หมดแล้ว
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุดมีจำนวนทั้งหมด 18 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีบาดแผลจากการถูกไฟลวกตามร่างกายและระบบทางเดินหายใจขัดข้อง โดยทีมแพทย์และพยาบาลได้เร่งให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่งรอบพื้นที่เกิดเหตุ
2026/07/article_image.webp" alt="โศกนาฏกรรมในกรุงเทพฯ!! เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ผับลาดพร้าว คร่าชีวิต 27 ราย" width="1477" height="1108" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/article_image.webp?w=1477&ssl=1 1477w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/article_image.webp?resize=300%2C225&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/article_image.webp?resize=1024%2C768&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/article_image.webp?resize=768%2C576&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ขั้นตอนต่อไปและการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง
ในเวลานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เนื่องจากโครงสร้างอาคารบางส่วนอาจจะมีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวลงมาหลังจากโดนความร้อนเป็นเวลานาน
ทีมกองพิสูจน์หลักฐานเตรียมเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงเช้า เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่มีการสรุปว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือความประมาทจากส่วนใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งสรุปความเสียหายทั้งหมดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อุบัติเหตุสุดสลด: รถไฟด่วนเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ชนคนบนรางรถไฟเสียชีวิต
ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้รถทัวร์ นครชัยแอร์ กรุงเทพฯ-น่าน ผู้โดยสาร 21 ชีวิตหนีรอดหวุดหวิด
-
ข่าวธุรกิจ Business7 days ago
ราคาน้ำมันลดลงวันนี้!! ราคาน้ำมันดีเซลในจังหวัดเชียงรายลดลง 2.56 บาทต่อลิตร
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม



