เชียงราย - Chiang Rai News
ปิดตำนานบิ๊กไบค์! “อาจารย์เฉลิมชัย” ประกาศเก็บรถเข้ากรุถาวร หลังสูญเสียศิษย์เอก “เอ็ม เมืองพาน”
เชียงราย – กลายเป็นข่าวเศร้าที่ทำเอาแฟนคลับและคนรักบิ๊กไบค์ต่างพากันใจหาย เมื่อศิลปินแห่งชาติชื่อดังอย่าง “อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” ผู้สร้างวัดร่องขุ่น ออกมาประกาศข่าวสำคัญผ่านโลกโซเชียล…
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย – กลายเป็นข่าวเศร้าที่ทำเอาแฟนคลับและคนรักบิ๊กไบค์ต่างพากันใจหาย เมื่อศิลปินแห่งชาติชื่อดังอย่าง “อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” ผู้สร้างวัดร่องขุ่น ออกมาประกาศข่าวสำคัญผ่านโลกโซเชียล โดยระบุว่านับจากนี้ไปตนเองจะยุติการขับขี่รถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบค์
เหตุผลสำคัญที่ทำให้อาจารย์เฉลิมชัยตัดสินใจเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะหมดรักในการเดินทาง แต่เป็นเรื่องของความรู้สึกสะเทือนใจจากการจากไปของ “เอ็ม เมืองพาน” หรือ นายนรินทร ทามาส ศิษย์เอกและเลขาส่วนตัวคนสนิท ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบิ๊กไบค์เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ความทรงจำที่เจ็บปวด: ขี่แล้วคิดถึงศิษย์รัก
อาจารย์เฉลิมชัยเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอส่วนตัว พาชมห้องโถงกว้างที่เป็นสถานที่เก็บรักษารถจักรยานยนต์ของตนเองกว่าสิบคัน ท่านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความอาลัยว่า รถแต่ละคันมีความหมายและเรื่องราว โดยเฉพาะบิ๊กไบค์คันแรงขนาด 1,250 ซีซี ที่เคยใช้ขับขี่ท่องเที่ยวเคียงคู่ไปกับเอ็ม เมืองพาน มาโดยตลอด
- สาเหตุหลัก: เมื่อขึ้นไปขี่รถคันเดิม ภาพความจำเก่าๆ กับลูกศิษย์คนสนิทก็ย้อนกลับมา ทำให้เกิดความเศร้าใจจนไม่สามารถขับขี่ต่อไปได้อย่างมีความสุข
- การตัดสินใจ: อาจารย์ตัดสินใจเก็บรถที่มี ซีซี สูงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรถคันใหม่ที่เพิ่งซื้อมา หรือรถฮาร์เลย์-เดวิดสัน คู่ใจที่ขี่มานานกว่า 30 ปี
- ทางเลือกใหม่: แม้จะเลิกขี่รถใหญ่ แต่อาจารย์ยืนยันว่าจะยังไม่ทิ้งจิตวิญญาณนักบิด โดยจะเปลี่ยนไปใช้รถจักรยานยนต์ที่มีขนาด ซีซี ต่ำแทน เพื่อความปลอดภัยและการเดินทางที่เรียบง่ายขึ้น
จากโรงรถสู่ “หอศิลป์ส่วนตัว” ในอนาคต
นอกจากจะเป็นการเก็บรถเพื่อทำใจจากการสูญเสียแล้ว อาจารย์เฉลิมชัยยังมีแผนการใหญ่สำหรับรถจักรยานยนต์เหล่านี้ในอนาคต โดยท่านตั้งใจจะเปลี่ยนพื้นที่เก็บรถให้กลายเป็น “หอศิลป์ส่วนตัว”
ท่านเล่าว่า รถแต่ละคันสะท้อนถึงช่วงชีวิตที่แตกต่างกัน ตั้งแต่รถจักรยานยนต์คันแรกสมัยที่ท่านยังยากจน รถที่ใช้สมัยทำงานอยู่กรุงเทพฯ จนถึงรถวิบากและบิ๊กไบค์ในยุคที่ประสบความสำเร็จแล้ว
“อีกหน่อยผมจะเปิดตรงนี้ให้เป็นหอศิลป์ มีงานศิลปะและมีรถของผม… เวลาผมตายแล้วใครคิดถึงผมก็มาดูนะ นี่คือบั้นปลายชีวิตแห่งความสุขของผม” อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวในคลิป
ย้อนรอยโศกนาฏกรรม “เอ็ม เมืองพาน”
สำหรับเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 เมษายน 2569 ในขณะที่อาจารย์เฉลิมชัยกำลังเดินทางอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น นายนรินทร (เอ็ม) ได้ขับขี่บิ๊กไบค์ไปพักผ่อนที่เขื่อนแม่สรวย จังหวัดเชียงราย แต่ในระหว่างทางกลับเกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักหลุดโค้งจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจและเสียใจอย่างมากต่อคนใกล้ชิด เนื่องจากเอ็มถือเป็นมือขวาที่ดูแลอาจารย์เฉลิมชัยมาอย่างยาวนาน และเป็นเพื่อนร่วมทางบนถนนสองล้อที่อาจารย์รักมากที่สุด
สรุปบทเรียนจากรุ่นใหญ่: ความปลอดภัยและความสุขที่แท้จริง
การประกาศเลิกขี่รถใหญ่ของอาจารย์เฉลิมชัยในวัยบั้นปลายชีวิต ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความรักความผูกพันที่มีต่อศิษย์ แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญให้กับเหล่านักบิดรุ่นหลังในเรื่องของ:
- สติและความไม่ประมาท: แม้จะมีความชำนาญเพียงใด แต่อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้เสมอ
- การปล่อยวาง: เมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิต การเดินช้าลงหรือลดความเร็วลง อาจทำให้เรามองเห็นความสุขรอบข้างได้ชัดเจนขึ้น
- มิตรภาพเหนือสิ่งอื่นใด: สิ่งที่เหลืออยู่ไม่ใช่เพียงความแรงของเครื่องยนต์ แต่คือความทรงจำระหว่างเพื่อนร่วมทาง
แฟนคลับและลูกศิษย์ทั่วประเทศต่างร่วมให้กำลังใจอาจารย์เฉลิมชัย และรอคอยที่จะได้เข้าชมหอศิลป์มอเตอร์ไซค์ที่จะกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญในจังหวัดเชียงรายในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สงกรานต์สุดระห่ำ! ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นทั่วประเทศไทยก่อนวันหยุดยาวปี 2026
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
- โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
- ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง
สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม
แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ
ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน
ประเด็นสำคัญ
- มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
- เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
- ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท
ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น
อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย
นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน
นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง
ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-ลาวมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมาก กองกำลังผาเมือง ของประเทศไทยได้จัดการลาดตระเวนร่วมทางน้ำ ตามแนวลำแม่น้ำโขงครั้งสำคัญ กิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับกองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พิธีสำคัญจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝั่งโขง
ประเด็นสำคัญ
- ความร่วมมือระดับสูง: กองกำลังผาเมืองและกองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ร่วมกันลาดตระเวนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
- จุดศูนย์กลางการทำงาน: กิจกรรมหลักจัดขึ้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์อันดี และยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
ผู้นำสองประเทศร่วมประชุมหารือ
งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ท่านยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย ในขณะที่ฝ่ายลาวนำโดย พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี หัวหน้ากองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน
ในช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้ร่วมให้การต้อนรับ พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี และคณะทำงานอย่างอบอุ่น การต้อนรับจัดขึ้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ หลังจากนั้นคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือข้อราชการที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงของ ตามแผนงานที่วางไว้
การประชุมครั้งนี้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการวางแผนป้องกันปัญหายาเสพติดข้ามชาติตามที่ สำนักข่าวไทยพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นมักรายงานถึงความท้าทายนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหาวิธีการทำงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความรู้สึกปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในทุกๆ วัน
ลาดตระเวนร่วมทางน้ำเพื่อความมั่นคง
เมื่อการประชุมหารือเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริงทันที พวกเขาได้ร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานลาดตระเวนร่วมทางน้ำ โดยใช้จุดสังเกตการณ์บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองประเทศ ได้นำเรือออกลาดตระเวนไปตามลำแม่น้ำโขงอย่างพร้อมเพรียง การทำงานร่วมกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความสามัคคีในการปกป้องพื้นที่ชายแดน การลาดตระเวนร่วมยังช่วยลดช่องโหว่ของการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระดับพื้นที่ การที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงเรือปฏิบัติงานร่วมกัน เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานประสานงานชายแดน ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สร้างความสัมพันธ์ผ่านมื้ออาหาร
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงเช้า คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนและร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน การรับประทานอาหารร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเองนอกห้องประชุม
ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นของผู้นำ จะส่งผลดีต่อการทำงานประสานงานในระดับปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะสามารถติดต่อสื่อสาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฝ่ายไทยได้ร่วมส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายลาวเดินทางกลับอย่างปลอดภัย
พิธีส่งกลับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เช่นเดิม การปฏิบัติภารกิจร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างไทยกับลาว
ในอนาคต เราคงจะได้เห็นกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้กับภูมิภาคอาเซียนของเรา ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงก็จะสามารถไปมาหาสู่ และทำการค้าขายกันได้อย่างสบายใจตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เชียงรายก้าวล้ำ! เปิดศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทุกวัย สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ยั่งยืน







