เทคโนโลยี - Tech
LINE Out คืออะไร และวิธีเช็กประวัติการโทรใน LINE (พร้อมวิธีลบ)
LINE เป็นแอปแชตที่หลายคนใช้ทุกวัน ใช้ได้ทั้งส่งข้อความ รูปภาพ วิดีโอ รวมถึงโทรด้วยเสียงและวิดีโอคอล ถ้าอยากดูว่าเคยโทรหาใครบ้าง โทรเมื่อไหร่ และอยากลบรายการโทรให้หายไป บทความนี้สรุปวิธีเช็กประวัติการโทรใน LINE ผ่าน LINE Out แบบทำตามได้ทันที…
LINE เป็นแอปแชตที่หลายคนใช้ทุกวัน ใช้ได้ทั้งส่งข้อความ รูปภาพ วิดีโอ รวมถึงโทรด้วยเสียงและวิดีโอคอล ถ้าอยากดูว่าเคยโทรหาใครบ้าง โทรเมื่อไหร่ และอยากลบรายการโทรให้หายไป บทความนี้สรุปวิธีเช็กประวัติการโทรใน LINE ผ่าน LINE Out แบบทำตามได้ทันที
วิธีเช็กประวัติการโทรใน LINE ด้วย LINE Out
1. เปิดแอปฯ LINE ไปที่หน้า Home แล้วกดปุ่มดูทั้งหมด (See all) ที่อยู่ด้านขวาของหมวดบริการ (Services)
2. เลือกแท็บการสื่อสาร (Communication) แล้วกดเลือกที่ LINE Out
3. ก็จะพบกับหน้าประวัติการโทร. ในไลน์ทันที โดยจะมีบอกชื่อรวมทั้งวันและเวลาการโทร. ซึ่งสามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ หรือจะกดค้างเพื่อเลือกลบประวัติการโทร. นั้น ๆ ก็สามารถทำได้ทันที
อย่างไรก็ตาม ประวัติการโทร. ที่เช็กได้นั้นจะเป็นการดึงข้อมูลจากหน้าห้องแชตไลน์ เพราะฉะนั้นหากมีการลบห้องแชตหรือประวัติข้อความแชต ก็จะส่งผลให้ประวัติการโทร. ในหน้า LINE Out นี้หายไปด้วยเช่นกัน
@droidsans LINE Out คืออะไร ลบประวัติโทรไลน์ยังไง ดูวิธีตามนี้ #LINEOut #ไลน์ #Line #แชท #videocall ♬ LEVEL UP! – slowed – MARXO
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ตำรวจไล่ล่าชายวัย 82 ปี ไปยังเชียงใหม่ หลังก่อเหตุชนแล้วหนี
เทคโนโลยี - Tech
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
ในแวดวงการเมืองไทยที่มักจะเต็มไปด้วยการแสดงออกถึงฐานะและสินค้าแบรนด์เนมราคาแพง ตอนนี้กลับมีเทรนด์ใหม่ที่กำลังน่าจับตามองเป็นอย่างมาก นั่นก็คือการหันมาสวมใส่นาฬิกาดิจิทัลแบรนด์ Casio ที่มีราคาไม่ถึง 2,000 บาท (หรือต่ำกว่า 60 ดอลลาร์สหรัฐ) นาฬิกาดีไซน์สุดคลาสสิกเรือนนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหมู่ผู้มีอำนาจระดับสูงและนักการเมืองชั้นนำของประเทศไทย
ต้นเพลิงของกระแสความนิยมนี้มาจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล">อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านมักจะซื้อนาฬิกา Casio รุ่น AW1200WH ซึ่งแฟนๆ นาฬิกาตั้งฉายาให้ว่า “Casio Royale” ตามความคล้ายคลึงกับนาฬิกาสายลับในภาพยนตร์ James Bond ปี 2006 ก่อนนำไปมอบให้คนสนิท ท่านจะนำนาฬิกาไปสลักชื่อของตัวเองไว้ที่ตัวเรือน จากนั้นจึงนำไปมอบเป็นของขวัญส่วนตัวให้กับบรรดารัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูง และพันธมิตรทางการเมือง จนเกิดเป็นเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ถูกสื่อขนานนามว่า “Casio Connection”
ประเด็นสำคัญ
- สัญลักษณ์แห่งเครือข่าย: นาฬิกา Casio กลายเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ใกล้ชิดและเหนียวแน่น
- คุณค่าที่เหนือกว่าราคา: แม้นาฬิกาจะมีราคาเพียงหลักพัน แต่นักการเมืองหลายท่านกลับเลือกสวมใส่ในชีวิตประจำวันแทนนาฬิกาหรูหลักแสน
- ภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย: การใส่นาฬิการาคาประหยัดช่วยลดข้อครหาเรื่องความร่ำรวย ซึ่งเคยเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองในอดีต
เสน่ห์ของ Casio Royale และความผูกพันทางการเมือง
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ได้รับนาฬิกาเรือนนี้เป็นของขวัญ เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต้นทางอย่าง ThePrint ว่าคุณค่าของสิ่งที่เราสวมใส่ไม่ได้อยู่ที่ราคาของมันเสมอไป สำหรับเขาแล้ว คุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่ว่าใครเป็นคนมอบสิ่งนี้ให้มากกว่า
นอกจากนี้เขายังยอมรับด้วยความภูมิใจว่า ตั้งแต่วันที่ได้รับนาฬิกาเรือนนี้มา เขาก็สวมใส่มันทำงานทุกวัน เขาถึงขั้นตัดสินใจเก็บนาฬิกาหรูเรือนเก่าๆ ที่มีราคาหลายหมื่นดอลลาร์เข้าตู้เซฟไปเลยทีเดียว สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าของขวัญชิ้นนี้มีผลต่อจิตใจอย่างมาก
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า นายอนุทินมักจะเลือกซื้อนาฬิกาเหล่านี้ด้วยตัวเองตามร้านค้าเล็กๆ และตลาดท้องถิ่นในกรุงเทพมหานคร ระหว่างการลงพื้นที่ปฏิบัติงาน ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ ทำให้ผู้รับรู้สึกถึงความพิเศษและจริงใจ
บางคนในเครือข่ายถึงกับนำนาฬิกามาเปรียบเทียบกันอย่างสนุกสนานว่า ใครได้รับรุ่นสายเหล็กหรือใครได้รับรุ่นสายเรซิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างรอยยิ้มและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในวงสนทนาทางการเมืองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ของขวัญที่เรียบง่าย หรือ นัยยะแห่งการรวมกลุ่ม?
การเลือกมอบนาฬิกา Casio ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและลงตัวมากในบริบทของการเมืองปัจจุบัน เพราะผู้รับสามารถสวมใส่นาฬิกาเรือนนี้ไปทำงานได้ทุกวันโดยไม่ถูกสังคมตั้งคำถามหรือมองว่าเป็นการโอ้อวดความร่ำรวย
ในขณะเดียวกัน บุคคลที่อยู่ในแวดวงเดียวกันเมื่อเห็นนาฬิกาเรือนนี้ที่ข้อมือ ก็จะสามารถรับรู้ได้ทันทีถึงสายสัมพันธ์หรือคอนเนคชั่นทางการเมืองที่พวกเขามีร่วมกัน มันทำงานคล้ายกับการถือกระเป๋าผ้าแบรนด์เนมเรียบๆ ที่คนวงในเท่านั้นถึงจะรู้ซึ้งถึงมูลค่าและความหมายที่ซ่อนอยู่
อย่างไรก็ตาม ทางโฆษกรัฐบาลไทยได้ออกมาปฏิเสธถึงนัยยะของการสร้างเครือข่ายอำนาจใดๆ อย่างสิ้นเชิง โดยระบุอย่างชัดเจนว่า นายอนุทินเพียงแค่ชื่นชอบนาฬิการุ่นนี้เพราะมันมีความทนทานและใช้งานได้จริง ท่านจึงอยากแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับคนรอบข้างเท่านั้น ไม่ได้มีวาระทางการเมืองใดๆ แอบแฝงอยู่เบื้องหลังอย่างที่หลายคนคาดเดา
บทเรียนจากอดีตกับความอ่อนไหวเรื่องนาฬิกาหรู
หากเราย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์การเมืองไทยในช่วงปี 2017 สังคมเคยเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่ออดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถูกตรวจสอบกรณีสวมใส่นาฬิกาหรูราคาแพงหลายเรือน การสืบสวนในครั้งนั้นพบนาฬิกากว่า 22 เรือนที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์
แม้ว่าท้ายที่สุดท่านจะชี้แจงว่าเป็นการยืมมาจากเพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้วและพ้นจากข้อกล่าวหา แต่เหตุการณ์นั้นก็ยังคงเป็นภาพจำที่สร้างความรู้สึกเชิงลบให้กับประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน
ในทางตรงกันข้าม แม้ว่าตัวนายอนุทินเองจะเคยแจ้งบัญชีทรัพย์สินว่าครอบครองนาฬิกาหรูถึง 22 เรือน มูลค่ารวมกว่า 60 ล้านบาท และเคยปรากฏภาพสวมใส่ Rolex Day-Date 40 ออกงานสังคม แต่การสร้างกระแสใส่นาฬิกา Casio กลับช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดูติดดินและเข้าถึงง่ายกว่ามาก ปรากฏการณ์นี้จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองไทย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
OpenAI ปล่อยฟีเจอร์ Codex บนแอปมือถือ ChatGPT เปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็นศูนย์ควบคุม AI เขียนโค้ด
เจาะลึก iPhone 18 Pro Max: ปฏิวัติวงการด้วยชิป 2nm และกล้องรูรับแสงปรับได้ (เตรียมเข้าไทย กันยายน 2026)
เทคโนโลยี - Tech
AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?
AI จะมาแทนที่งานของคุณ หรือช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น? สำหรับคนทำงานและคนหางานในไทย คำตอบขึ้นอยู่กับอาชีพและลักษณะงาน เพราะงานที่ทำซ้ำตามขั้นตอนอาจเปลี่ยนไปไม่เหมือนงานที่ต้องใช้วิจารณญาณและการสื่อสาร
ข้อมูลที่รายงานโดยสภาพัฒน์ระบุว่าแรงงานไทย 8.7 ล้านคนอาจได้รับผลกระทบจาก AI ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะตกงาน แต่ชี้ให้เห็นว่างานบางส่วนอาจถูกแทนที่ ขณะที่อีกหลายงานมีโอกาสใช้ AI เข้ามาช่วย
ต่อไป มาดูข้อมูลล่าสุดว่างานแบบไหนเปลี่ยนก่อน ทักษะใดควรพัฒนา และคุณเตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานไทยได้อย่างไร
ประเด็นสำคัญ
- สภาพัฒน์ประเมินว่าแรงงานไทย 8.7 ล้านคน หรือ 21.8% ของกำลังแรงงาน เข้าข่ายได้รับผลกระทบจาก Generative AI ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะตกงาน
- ในจำนวนดังกล่าว 2.2 ล้านคนอยู่ในกลุ่มงานที่อาจถูก AI ทดแทนบางส่วนหรือทั้งหมด ขณะที่ 6.5 ล้านคนมีแนวโน้มใช้ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- งานเสมียน บริการลูกค้า บัญชี และ Contact Center เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะหลายภารกิจทำซ้ำตามขั้นตอน ส่วนงานวิเคราะห์ก็อาจได้รับผลกระทบบางส่วน
- ผลกระทบเกิดกับ “ภารกิจในงาน” มากกว่าการหายไปของอาชีพทั้งหมด ทักษะการสื่อสาร การเจรจา และการใช้วิจารณญาณจึงยังสำคัญ
- ดูรายละเอียดจากรายงานของสภาพัฒน์ และข่าวสรุปตัวเลขจากไทยพีบีเอส
AI กับตลาดแรงงานไทย: ตัวเลขบอกอะไร และไม่ได้บอกอะไร
ข้อมูลสภาพัฒน์จากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรในไตรมาส 4 ปี 2568 ประเมินว่าแรงงานไทย 8.7 ล้านคน หรือ 21.8% ของกำลังแรงงาน อยู่ในอาชีพที่สัมผัสกับ Generative AI ตัวเลขนี้แบ่งเป็นกลุ่มที่ภารกิจบางส่วนเสี่ยงถูกแทนที่ 2.2 ล้านคน และกลุ่มที่ AI มีแนวโน้มช่วยเสริมงาน 6.5 ล้านคน รายละเอียดอยู่ในเอกสารนำเสนอภาวะสังคมไทยของสภาพัฒน์
งานที่ถูกแทนที่กับงานที่ AI ช่วยเสริมต่างกันอย่างไร
ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อตำแหน่งงานเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับภารกิจที่ทำในแต่ละวันด้วย งานซ้ำ ๆ มีกฎชัดเจน และทำตามขั้นตอนได้ เช่น การจัดหมวดเอกสาร บันทึกข้อมูล หรือดำเนินรายการบัญชีบางประเภท มีโอกาสถูกทำให้เป็นอัตโนมัติมากกว่า ภารกิจเหล่านี้อยู่ในกลุ่มที่สภาพัฒน์เรียกว่า Task Replacement ซึ่งมีแรงงานอยู่ในกลุ่มอาชีพดังกล่าวประมาณ 2.2 ล้านคนตามข้อมูลไตรมาส 4 ปี 2568
ส่วนกลุ่ม Task Augmentation มีประมาณ 6.5 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกัน โดย AI อาจช่วยค้นและสรุปข้อมูล ร่างเนื้อหา หรือวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม คนยังต้องตรวจความถูกต้อง พิจารณาบริบท ตัดสินใจ และรับผิดชอบผลลัพธ์ เช่น พนักงานที่ใช้ AI ร่างคำตอบลูกค้า แต่ต้องปรับข้อความให้เหมาะกับกรณีจริงก่อนส่ง
อาชีพเดียวกันจึงอาจมีทั้งสองลักษณะ งานที่ทำซ้ำอาจถูกเร่งหรือทำแทนได้ ขณะที่งานซึ่งต้องเจรจา แก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือใช้วิจารณญาณยังต้องอาศัยคน ตัวเลขทั้งสองกลุ่มบอกแนวโน้มของภารกิจ ไม่ได้ระบุชะตาของคนทำงานแต่ละราย
ทำไมตัวเลขผลกระทบจึงไม่เท่ากับจำนวนตำแหน่งงานที่หายไป
คำว่า “สัมผัสกับ AI” หมายถึงลักษณะงานมีภารกิจที่เทคโนโลยีอาจทำแทนหรือช่วยเสริมได้ ไม่ได้แปลว่าบุคคลนั้นใช้ AI อยู่แล้ว หรือบริษัทจะเลิกจ้าง การเปลี่ยนแปลงอาจเกิดเพียงบางขั้นตอน เช่น ลดเวลาทำรายงาน แต่ตำแหน่งงานยังคงอยู่และปรับไปทำงานส่วนอื่น
ดังนั้น 8.7 ล้านคนจึงไม่ใช่จำนวนคนที่จะตกงาน และ 2.2 ล้านคนก็ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่จะหายไปทั้งหมด การประเมินอาศัยการจัดกลุ่มอาชีพและภารกิจ จึงไม่อาจบอกได้แน่นอนว่าแต่ละองค์กรจะนำ AI มาใช้เมื่อใด หรือจะปรับจำนวนพนักงานอย่างไร
เมื่อนำตัวเลขไปอ้าง ควรระบุให้ชัดว่าเป็นข้อมูลไตรมาส 4 ปี 2568 และตรวจนิยามในเอกสารต้นทางเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องเปรียบเทียบกับสถิติการเลิกจ้างหรือการว่างงาน เพราะเป็นข้อมูลคนละประเภทกัน
อาชีพไหนในไทยกำลังเปลี่ยน และงานใหม่อยู่ตรงไหน
ผลกระทบจาก AI แตกต่างกันตามภารกิจในแต่ละตำแหน่ง งานที่ทำซ้ำหรือใช้ข้อมูลรูปแบบเดิมมีโอกาสถูกปรับก่อน ขณะที่ความต้องการบุคลากรทักษะสูงยังเพิ่มขึ้นในหลายอุตสาหกรรม ตัวเลขเหล่านี้จึงสะท้อนทั้งงานที่เปลี่ยนและทักษะที่ตลาดกำลังมองหา
งานประจำและงานระดับเริ่มต้นที่ควรจับตา
งานเสมียนที่คีย์ข้อมูล จัดเอกสาร หรือตรวจความครบถ้วนตามรายการ อาจใช้ระบบอัตโนมัติช่วยทำบางขั้นตอนได้ ส่วนงานบัญชีที่บันทึกรายการหรือจัดทำรายงานตามรูปแบบเดิมก็อาจเปลี่ยนวิธีทำงาน อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบความผิดปกติ อธิบายตัวเลข และให้คำแนะนำยังต้องอาศัยคนที่เข้าใจบริบท
โปรแกรมเมอร์ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะงานเริ่มต้นที่เขียนโค้ดตามตัวอย่าง ทดสอบโปรแกรม หรือแก้ข้อผิดพลาดที่มีรูปแบบชัดเจน AI ช่วยร่างโค้ดและสรุปข้อผิดพลาดได้ แต่การออกแบบระบบ เลือกแนวทางแก้ปัญหา และตรวจความปลอดภัยยังต้องใช้ความรู้ของนักพัฒนา
สำหรับบัณฑิตใหม่ ความเปลี่ยนแปลงอาจอยู่ที่จำนวนงานฝึกพื้นฐาน เช่น สรุปข้อมูล ทำรายงาน หรือร่างเอกสาร ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้งาน เมื่อบริษัทใช้ AI ทำงานเหล่านี้ คนเริ่มต้นจึงอาจต้องแสดงทักษะวิเคราะห์ ตรวจทาน และสื่อสารกับทีมได้เร็วขึ้น งานบางภารกิจอาจลดลงหรือรวมอยู่ในตำแหน่งอื่น แต่ไม่ได้แปลว่าอาชีพทั้งหมดจะหายไป
ทักษะ AI เปิดทางสู่งานแบบใดบ้าง
การใช้ AI ให้เป็นประโยชน์ต้องมีทักษะประกอบ เช่น Data Analytics เพื่ออ่านและตรวจสอบข้อมูล, Software Development Process เพื่อทำงานพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างเป็นระบบ และความรู้ด้าน AI กับ Machine Learning สำหรับพัฒนาและประเมินแบบจำลอง ทักษะเหล่านี้เกี่ยวข้องกับงานอย่าง AI Engineer และ ML Engineer ซึ่งต้องเข้าใจทั้งเครื่องมือ ข้อมูล และการนำระบบไปใช้จริง
รายงานผลสำรวจที่เผยแพร่ระบุความต้องการทักษะ Generative AI จากสถานประกอบการไว้ที่ 41% ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลความต้องการทักษะ ไม่ใช่สัดส่วนตำแหน่งงานทั้งหมดในตลาด (ข้อมูลผลสำรวจทักษะดิจิทัล)
ขณะเดียวกัน สอวช. ประเมินความต้องการบุคลากรทักษะสูงรวม 1,087,548 คนในช่วงปี 2025-2029 ครอบคลุม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยกลุ่มดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์ รวมถึงการบินและโลจิสติกส์ เป็นกลุ่มที่ต้องการตำแหน่งงานสูง ตัวเลขนี้เป็นประมาณการความต้องการตลอดช่วงเวลา ไม่ใช่จำนวนงานว่างที่เปิดพร้อมกัน (รายงาน Thailand Talent Landscape 2025-2029 ของ สอวช.) ยานยนต์สมัยใหม่ก็อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเช่นกัน จึงควรติดตามทักษะเฉพาะที่นายจ้างต้องการในแต่ละสายงานควบคู่กับการพัฒนาทักษะ AI
ทักษะที่คนทำงานไทยควรมี เพื่อทำงานร่วมกับ AI
การเตรียมตัวรับมือ AI เริ่มได้จากงานที่ทำอยู่ ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงาน นักศึกษา หรือผู้หางาน ให้เลือกปัญหาจริงหนึ่งอย่างแล้วลองใช้ AI ช่วยแก้ จากนั้นพัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะมนุษย์ควบคู่กัน เพราะการใช้เครื่องมือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำงานให้ได้ผลและน่าเชื่อถือ
เริ่มจากทักษะดิจิทัลที่ใช้ได้ในหลายอาชีพ
เริ่มด้วยการตั้งคำถามให้ชัด ระบุบริบท เป้าหมาย และรูปแบบคำตอบที่ต้องการ แล้วตรวจผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้ เพราะ AI อาจให้ข้อมูลผิดหรือละรายละเอียดสำคัญ ควรเทียบข้อเท็จจริงกับเอกสารหรือแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ข้อมูลด้านกฎหมาย การเงิน หรือสุขภาพ
อีกเรื่องที่ต้องใส่ใจคือการคุ้มครองข้อมูล อย่านำข้อมูลลูกค้า เอกสารภายใน หรือข้อมูลส่วนบุคคลไปใส่ในเครื่องมือ AI หากองค์กรยังไม่ได้อนุญาต ส่วน Data Analytics ก็เลือกเรียนตามลักษณะงาน เช่น ใช้สเปรดชีตและกราฟเพื่อติดตามยอดขาย หรือวิเคราะห์ข้อมูลการให้บริการ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเขียนโปรแกรมทุกคน
สำหรับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ต้องการต่อยอดสาย AI อาจเรียน Machine Learning และทดลองใช้ TensorFlow หรือ PyTorch เพื่อพัฒนาแบบจำลอง ทั้งนี้ควรเลือกตามเป้าหมายอาชีพและพื้นฐานของตนเอง ไม่จำเป็นต้องเรียนทุกเครื่องมือพร้อมกัน
เสริมทักษะมนุษย์และแสดงหลักฐานว่าทำงานได้จริง
การคิดวิเคราะห์ช่วยให้คุณตั้งข้อสงสัยกับคำตอบของ AI ส่วนความรู้เฉพาะด้านช่วยแยกได้ว่าข้อมูลใดใช้ได้กับสถานการณ์จริง การสื่อสารยังจำเป็นเมื่อต้องอธิบายข้อเสนอให้ทีมเข้าใจ ขณะที่ความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาช่วยรับมือกรณีที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป
ลองใช้ AI กับงานจริงที่ไม่มีข้อมูลลับ เช่น ร่างแผนงาน สรุปเอกสารสาธารณะ หรือจัดหมวดข้อมูลตัวอย่าง แล้วเก็บผลงานไว้เป็นแฟ้มตัวอย่าง ระบุโจทย์ วิธีใช้ AI สิ่งที่คุณแก้ไข และวิธีตรวจสอบผลลัพธ์ วิธีนี้ช่วยให้นายจ้างเห็นทั้งผลงานและวิจารณญาณของคุณ ไม่ใช่เพียงรายการเครื่องมือที่เคยใช้
เลือกหลักสูตรฝึกทักษะ AI ที่เหมาะกับตัวเอง
คนทำงาน นักศึกษา และผู้หางานสามารถเลือกหลักสูตรตามระดับพื้นฐานและเป้าหมายได้ โครงการ THAI Academy ซึ่งประกาศความร่วมมือในปี 2025 ตั้งเป้าพัฒนาทักษะ AI ให้แรงงานและผู้หางาน 100,000 คน ดูรายละเอียดได้จากประกาศโครงการ THAI Academy
ต่อมา กรมพัฒนาฝีมือแรงงานและ Microsoft ประกาศโครงการ AI for Workforce โดยตั้งเป้าพัฒนาทักษะแรงงาน 150,000 คน พร้อมหลักสูตรภาษาไทยมากกว่า 280 หลักสูตรบน DSD Online Training ตามรายละเอียดโครงการ AI for Workforce ตัวเลข 100,000 และ 150,000 คนเป็นเป้าหมายจากประกาศคนละช่วง ไม่ใช่จำนวนผู้ผ่านการอบรมแล้ว ก่อนสมัครควรตรวจเนื้อหา ระดับผู้เรียน และการนำไปใช้กับงานที่คุณต้องการทำด้วย
นายจ้างและภาครัฐควรทำอย่างไรให้การเปลี่ยนผ่านเป็นธรรม
เมื่อ AI เปลี่ยนวิธีทำงาน ความรับผิดชอบไม่ได้อยู่ที่คนทำงานฝ่ายเดียว นายจ้างควรปรับกระบวนการและพัฒนาพนักงานควบคู่กัน ส่วนภาครัฐต้องช่วยให้แรงงานเข้าถึงการฝึกทักษะและความช่วยเหลือได้จริง เป้าหมายคือให้ผลิตภาพและคุณภาพงานดีขึ้น โดยไม่ผลักภาระจากการเปลี่ยนแปลงไปให้ลูกจ้างรับมือเพียงลำพัง
องค์กรควรปรับงานก่อนลดคน
ก่อนนำ AI มาใช้ องค์กรควรสำรวจงานแต่ละตำแหน่ง แล้วแยกให้ชัดว่าภารกิจใดทำซ้ำตามขั้นตอน ภารกิจใดให้ระบบช่วยได้ และส่วนใดยังต้องอาศัยประสบการณ์หรือการตัดสินใจของคน เช่น ระบบอาจช่วยร่างคำตอบลูกค้าได้ แต่พนักงานยังต้องตรวจความถูกต้องและจัดการกรณีที่ซับซ้อน จากนั้นจึงออกแบบหน้าที่ใหม่ให้คนใช้เวลากับงานที่สร้างคุณค่า แทนการมุ่งลดจำนวนพนักงานทันที
การฝึกอบรมควรเชื่อมกับงานจริง ไม่ใช่สอนเครื่องมือแบบกว้าง ๆ โดยไม่บอกว่าจะนำไปใช้ตรงไหน นายจ้างอาจให้พนักงานทดลองกับโจทย์จำลองหรือข้อมูลที่ไม่เปิดเผยความลับ พร้อมจัดเวลาฝึกในเวลางานและมีผู้ช่วยตอบคำถาม หากต้องปรับบทบาทหรือเปลี่ยนวิธีประเมินผลงาน ควรแจ้งเหตุผลและผลกระทบให้พนักงานทราบล่วงหน้า เปิดโอกาสให้ถาม และรับฟังข้อกังวล
ขณะเดียวกัน องค์กรต้องตรวจความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคล ความผิดพลาด และอคติของระบบ โดยกำหนดให้มีคนตรวจผลลัพธ์ในงานที่กระทบสิทธิหรือรายได้ของผู้อื่น การประเมินความสำเร็จจึงควรดูทั้งเวลาที่ประหยัดได้ ความแม่นยำและคุณภาพของงาน ตลอดจนภาระงาน ความมั่นคงในการจ้าง และโอกาสเติบโตของพนักงาน หากผลิตภาพเพิ่มขึ้น แต่ข้อผิดพลาดมากขึ้นหรือคนทำงานต้องรับงานเพิ่มโดยไม่ได้รับการสนับสนุน ก็ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีรอบด้าน
ภาครัฐควรช่วยให้คนย้ายสู่งานใหม่ได้ทัน
ภาครัฐช่วยลดช่องว่างทักษะได้ด้วยหลักสูตรที่นายจ้างร่วมกำหนด เนื้อหาควรสอดคล้องกับตำแหน่งงานที่ต้องการจริง และเปิดให้ผู้เรียนแสดงความสามารถผ่านการทดสอบหรือการรับรองทักษะ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานระบุว่ากำลังขยายการฝึก AI และเทคโนโลยีดิจิทัลทั่วประเทศ แรงงานจึงควรตรวจสอบข้อมูลหลักสูตรและการฝึกอบรมของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ควบคู่กับความต้องการของนายจ้างในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม การเปิดหลักสูตรอย่างเดียวไม่พอ คนต่างจังหวัด ผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่ยังทำงานเต็มเวลาต้องเข้าถึงได้ด้วย เช่น มีรูปแบบออนไลน์หรือจุดฝึกในพื้นที่ และจัดเวลาเรียนที่ยืดหยุ่น สำหรับผู้ว่างงานหรือเสี่ยงถูกเลิกจ้าง ควรมีคำแนะนำเรื่องอาชีพ การจับคู่งาน และข้อมูลสิทธิช่วยเหลือที่ชัดเจน โดยแยกสิทธิประกันสังคมกรณีว่างงานออกจากโครงการฝึกทักษะทั่วไป เพราะไม่ได้เป็นมาตรการเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจาก AI ทุกกรณี การเชื่อมการฝึกกับตำแหน่งงานและความช่วยเหลือระหว่างหางานจะช่วยให้แรงงานเปลี่ยนผ่านได้ทันขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางพัฒนาทักษะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายไว้
คำถามที่พบบ่อย
ตัวเลขและแนวโน้มในบทความอาจทำให้หลายคนอยากรู้ว่าควรเตรียมตัวอย่างไรต่อ คำตอบสั้น ๆ คือผลกระทบขึ้นกับงานจริง และการเรียนรู้ควรเริ่มจากสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของคุณ
AI จะทำให้คนไทยตกงานจำนวนมากหรือไม่
ยังไม่มีหลักฐานว่าจำนวนคนที่ทำงานซึ่งสัมผัสกับ AI จะตกงานในจำนวนเท่ากัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่างานบางภารกิจอาจถูกทำแทนหรือเปลี่ยนวิธีทำ ไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดการเลิกจ้าง ผลลัพธ์ยังขึ้นกับการปรับงานขององค์กร การลงทุนในเทคโนโลยี และโอกาสฝึกทักษะใหม่ของแรงงาน
คนที่ไม่ได้ทำงานสายเทคโนโลยีจำเป็นต้องเรียน AI ไหม
ควรเรียนรู้วิธีใช้ AI ที่เกี่ยวข้องกับงานของตน แม้ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรม เช่น ใช้ช่วยร่างอีเมล สรุปเอกสาร หรือจัดข้อมูลเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ควรตรวจข้อเท็จจริงและปรับผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้ พร้อมหลีกเลี่ยงการป้อนข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนบุคคลลงในเครื่องมือที่องค์กรไม่อนุญาต
ทักษะ AI แบบไหนที่นายจ้างต้องการ
ความต้องการต่างกันตามตำแหน่ง งานทั่วไปอาจต้องการคนที่ใช้ AI ช่วยทำงานและอ่านข้อมูลได้ ส่วนตำแหน่งเฉพาะทางอาจต้องใช้ Machine Learning การพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือการประเมินแบบจำลอง ก่อนเลือกเรียนจึงควรดูหน้าที่และคุณสมบัติในประกาศงานของสายอาชีพเป้าหมาย
นักศึกษาจบใหม่ควรเตรียมตัวอย่างไร
ฝึกทักษะดิจิทัลควบคู่กับความรู้เฉพาะสาขา แล้วทำโครงงานหรือฝึกงานที่แสดงให้เห็นว่าคุณแก้ปัญหาได้จริง ในการสมัครงาน ควรอธิบายว่าใช้ AI ช่วยขั้นตอนไหน ตรวจสอบผลอย่างไร และตัดสินใจส่วนใดด้วยตนเอง
จะเริ่มเรียน AI ได้จากที่ไหนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก
ลองตรวจหลักสูตรภาษาไทยและโครงการฝึกอบรมของหน่วยงานรัฐ โดย DSD Online Training มีหลักสูตรด้าน AI และทักษะดิจิทัลให้ค้นหา รายละเอียดและค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันตามหลักสูตร จึงควรเช็กเนื้อหา เวลาเรียน เงื่อนไขรับรอง และตัวอย่างการนำไปใช้ก่อนสมัคร
จะรู้ได้อย่างไรว่าทักษะที่เรียนช่วยเพิ่มโอกาสได้จริง
เปิดดูประกาศงานหลายแห่งในอาชีพที่สนใจ แล้วจดทักษะที่นายจ้างระบุซ้ำกัน จากนั้นทดลองใช้ทักษะเหล่านั้นกับโครงงานที่วัดผลได้ เช่น ลดเวลาทำงานหรือเพิ่มความถูกต้อง พร้อมเก็บผลงานและอธิบายวิธีทำให้ชัดเจน เพื่อให้นายจ้างประเมินความสามารถได้จากหลักฐานจริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY
ระบบป้องกันน้ำท่วมไฮเทค: เชียงรายใช้ AI และโดรนช่วยชีวิตผู้คนได้อย่างไร
เทคโนโลยี - Tech
AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY
เชียงราย – AIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมโทรคมนาคมของประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เดินหน้ายกระดับระบบนิเวศฟุตบอลไทย">ฟุตบอลไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยประกาศสนับสนุนโครงข่ายสื่อสารให้กับสโมสรฟุตบอลไทยลีก 1-3 ทั่วประเทศรวม 102 ทีม การสนับสนุนครั้งยิ่งใหญ่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว
เป้าหมายหลักคือการอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรประจำทีมระหว่างการแข่งขันจริง การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียรช่วยให้การทำงานคล่องตัวและราบรื่นในทุกพื้นที่ของสนามแข่ง สิ่งนี้สามารถรองรับรูปแบบการทำงานในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการส่งข้อมูลแทคติกหรือการวิเคราะห์เกมแบบเรียลไทม์
ประเด็นสำคัญ
- AIS สนับสนุนโครงข่ายสื่อสารให้สโมสรฟุตบอลไทยลีก 1-3 รวม 102 ทีม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
- เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมงานและโค้ชด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระหว่างการแข่งขัน
- แฟนบอลสามารถรับชมการถ่ายทอดสดตลอดฤดูกาล 2026/27 ผ่านโครงข่าย 5G บนแพลตฟอร์ม AIS PLAY
วิสัยทัศน์ผู้บริหาร AIS สู่การพัฒนาวงการลูกหนัง
นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กรของ AIS ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นในโปรเจกต์นี้ เธอกล่าวว่า AIS ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยเสมอมา ทางบริษัทมองว่าการสื่อสารเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทุกสโมสร
การมอบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นปีที่ 2 จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของบริษัท AIS ต้องการอยู่เคียงข้างสโมสรและบุคลากรลูกหนังไทยอย่างแท้จริง พร้อมนำศักยภาพของโครงข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมการทำงานให้รวดเร็วและไร้รอยต่อ สิ่งนี้ตอบโจทย์การใช้งานของทีมงานให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
โค้ชและทีมงานสามารถอัปเดตข้อมูลนักเตะได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นสถิติการวิ่งหรือภาพช้าเพื่อวิเคราะห์เกม การมีเครือข่ายที่เชื่อถือได้ทำให้การตัดสินใจข้างสนามแม่นยำขึ้นมาก นวัตกรรมเหล่านี้คือเบื้องหลังความสำเร็จของฟุตบอลยุคใหม่ที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว
ยกระดับประสบการณ์แฟนบอล ถ่ายทอดสดคมชัด
ขณะเดียวกัน AIS ยังเดินหน้าเสริมศักยภาพโครงข่าย 5G และระบบไฟเบอร์ออปติกอย่างเต็มกำลัง การอัปเกรดครั้งนี้ครอบคลุมสนามแข่งขันฟุตบอลทั่วประเทศอย่างทั่วถึง เพื่อรองรับการส่งสัญญาณถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มหลักของบริษัทให้มีเสถียรภาพและรวดเร็วที่สุด
การพัฒนาเครือข่ายนี้ช่วยเติมเต็มความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศฟุตบอลไทยในครบทุกมิติ เริ่มตั้งแต่การเพิ่มความพร้อมให้สโมสรและบุคลากรในวันแข่งขัน ไปจนถึงการส่งมอบประสบการณ์การรับชมฟุตบอลที่มีคุณภาพสูงสุด แฟนบอลทั่วประเทศจะได้สัมผัสความคมชัดโดยไม่มีสะดุด
ความคาดหวังในฤดูกาล 2026/27
ฤดูกาล 2026/27 ถือเป็นปีที่แฟนบอลชาวไทยตั้งตารอคอยอย่างมาก หลายสโมสรมีการเสริมทัพนักเตะดาวรุ่งและโค้ชฝีมือดีเข้ามามากมาย การแข่งขันในลีกสูงสุดจนถึงลีกล่างจึงมีความเข้มข้นและสูสีมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด
ด้วยโครงข่ายการสื่อสารที่ทรงพลังจาก AIS การรายงานข่าวสารและผลการแข่งขันจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว สื่อมวลชนและแฟนบอลสามารถโต้ตอบกันบนโลกออนไลน์ได้ทันที เทคโนโลยีนี้ช่วยสร้างคอมมูนิตี้คนรักฟุตบอลไทยให้เติบโตและเหนียวแน่นยิ่งขึ้น
แฟนลูกหนังสามารถร่วมส่งเสียงเชียร์ทีมรักในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2026/27 แบบจุใจ คุณสามารถชมการแข่งขันสดครบทุกลีก รวมถึงรับชมไฮไลต์และแมตช์รีรันแบบจัดเต็มได้ทุกที่ แฟนๆ สามารถสมัครแพ็กเกจ PLAY ALL และติดตามรายละเอียดการรับชมเพิ่มเติมได้ที่ AIS PLAY
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กฟก.เชียงรายลุยแจกไก่พื้นเมือง หนุนชาวอำเภอพานสร้างรายได้
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
ข่าวการเมือง Politics7 days agoสส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
-
ข่าวการเมือง Politics7 days agoนายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงรายหารือเกี่ยวกับการยกระดับทิศทางการศึกษาสมัยใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

