Connect with us

Health

5 สัญญาณอันตราย เมื่อ headache คือความเสี่ยง ของหลอดเลือดสมองโป่งพอง

Published

on

5 สัญญาณอันตราย เมื่อ headache คือความเสี่ยง ของหลอดเลือดสมองโป่งพอง

Headache – หลอดเลือดสมองโป่งพอง

ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน เสี่ยงสมองโป่งพอง ควรพบแพทย์

Headache: กรมการแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา เตือน อย่าปวดหัวอย่างแรง และเกิดขึ้นกะทันหันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากไม่ได้รับการรักษาหรือแก้ไขไม่ทันท่วงที ผลที่ตามมาอาจถึงแก่ชีวิตได้

สาเหตุของการโป่งพองในสมอง

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคหลอดเลือดโป่งพอง คือ ภาวะที่ผนังหลอดเลือดอ่อนแอลงทำให้เกิดหลอดเลือดโป่งพอง สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในหลอดเลือดแดงหรือเส้นเลือดแดง หลอดเลือดแดงเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยที่สุด โป่งพองจะแตกออกเมื่อถึงขนาดที่กำหนด ส่งผลให้เกิดโรคร้ายแรงที่เรียกว่า arachnoid cortical hemorrhage โรคนี้อาจทำให้พิการหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

สาเหตุของการเกิดเส้นเลือดสมองโป่งพอง เช่น

  • ความผิดปกติแต่กำเนิด หรือโรคทางพันธุกรรม
  • เส้นเลือดแข็งตัวและเสื่อม
  • ภาวะการติดเชื้อ
  • มีการอักเสบในร่างกาย
  • เนื้องอกบางชนิด
  • อุบัติเหตุ

เป็นต้น

ประเภทของเส้นเลือดสมองโป่งพอง

นายแพทย์ธนินทร์  เวชชาภินันท์  ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นเลือดสมองโป่งพองแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  1. เส้นเลือดสมองโป่งพองแบบยังไม่แตก ทำให้อาการที่ไปกดทับเส้นประสาทข้างเคียง หรือมีขนาดใหญ่มากกว่า 2.5 เซนติเมตร อาจทำให้เกิดอาการชักหรืออ่อนแรงได้
  2. เส้นเลือดสมองโป่งพองแบบแตกแล้ว เมื่อมีการแตกเลือดที่ออกมาจะทำให้ความดันในกะโหลกสูงขึ้น ถ้าร่างกายหยุดเลือดไม่ได้ ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตทันที แต่ถ้าเลือดหยุดได้ ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์ด้วยเลือดออกในชั้นต่างๆของสมอง เช่น เลือดออกในช่องใต้เยื้อหุ้มสมองชั้นอะแร็คนอยด์ หรือเลือดออกในเนื้อสมอง เป็นต้น

อาการเส้นเลือดสมองโป่งพอง

อาการเส้นเลือดสมองโป่งพองที่พบได้บ่อยที่สุดคือ

  1. ปวดศีรษะอย่างรุนแรง มักเป็นทันทีทันใด
  2. คลื่นไส้อาเจียน
  3. หมดสติ หรือเสียชีวิต
  4. คอแข็ง หรือปวดร้าวบริเวณใบหน้า จากการถูกกดทับเส้นประสาท
  5. มีอาการชัก จากการอุดตันของหลอดเลือด

การวินิจฉัยอาการเส้นเลือดสมองโป่งพอง

การวินิจฉัยโรคแพทย์ จะส่งตรวจ

  1. เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง
  2. การตรวจหลอดเลือดในสมอง ซึ่งจะมี 3 ทางเลือก เพื่อหาความผิดปกติของหลอดเลือดได้แก่
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ร่วมกับการฉีดสารทึบแสง (CTA)
  • ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าร่วมกับการฉีดสารทึบแสง (MRA)
  • การฉีดสารทึบแสงเข้าทางเส้นเลือด
  1. การเจาะหลังใช้เมื่อต้องการพิสูจน์ภาวะเลือดออกมาช่องใต้เยื่อหุ้มสมองอะแร็คนอยด์ กรณีที่มองไม่เห็นใน CT Scan แพทย์จะทำการรักษาผู้ป่วยโดยการผ่าตัด และรังสีร่วมรักษาโดยอุดหลอดเลือด ในบางกรณีต้องใช้การรักษาทั้ง 2 แบบร่วมกัน

วิธีป้องกันอาการเส้นเลือดสมองโป่งพอง

เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการโตหรือแตกของเส้นเลือดโป่งพอง ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคได้แก่ ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ และปัจจัยต่างๆ ที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบทั้งร่างกาย

โรคเส้นเลือดสมองโป่งพองเป็นภัยเงียบที่ไม่อาจทราบได้ล่วงหน้า ดังนั้น สิ่งที่สำคัญคือถ้ามีอาการผิดปกติ หรือปวดศีรษะอย่างรุนแรงที่สุด อย่ารอช้าควรรีบมาพบแพทย์โดยทันที

Related CTN News:

Twitter เลิกบล็อก ID ของ Donald Trump

Twitter เลิกบล็อก ID ของ Donald Trump

Continue Reading
Advertisement

ผลบอลสด

ผลบอลสด

ผลบอลสด