เชียงราย - Chiang Rai News
ยึดยาบ้าและคีตามีนโดยตำรวจตระเวนชายแดน
เชียงราย – ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ร้อย ตชด.327 อ.แม่จัน จ.เชียงราย ตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ หลังไล่ติดตามรถเก๋งต้องสงสัยที่คาดว่าลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่เขตเมือง ช่วงกลางดึกคนขับพยายามเร่งเครื่องหลบหนี แต่ไปสุดทางในซอยตันย่านมหาวิทยาลัย ก่อนทิ้งรถและวิ่งหนีหายไปในความมืด
วันนี้ (15 ม.ค. 2569) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของกลางที่ยึดได้ ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ประมาณ 800,000 เม็ด และเคตามีน 20 ถุง น้ำหนักรวมราว 20 กิโลกรัม
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มจากตำรวจได้รับข้อมูลเบาะแสว่าอาจมีรถขนยาเสพติดจากชายแดนด้าน จ.เชียงราย มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการออกติดตามรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ป้ายทะเบียน จ.น่าน

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัยวิ่งบนถนนเส้นทางเลี่ยงเมือง บริเวณแยกแม่ข้าวต้ม ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมืองเชียงราย มุ่งหน้าไปทางถนนพหลโยธิน แถวแยกบ้านเด่น ต.นางแล แล้วเคลื่อนลงใต้ไปทางตลาดบ้านดู่ ต.บ้านดู่
เมื่อเจ้าหน้าที่ขับติดตามในระยะใกล้ คนขับรถคันดังกล่าวไหวตัวทัน เร่งเครื่องหลบหนีทันที กระทั่งถึงแยกหน้ามหาวิทยาลัย จึงกลับรถมุ่งขึ้นเหนือ ก่อนเลี้ยวเข้าซอยบ้าน หมู่ 9-ราชภัฏประตู 2 เจ้าหน้าที่ตามเข้าไปจนเกือบถึงประตู 4 ซึ่งเป็นซอยตัน

จากนั้นผู้ต้องสงสัย 2 คนจอดรถทิ้งไว้ในซอย แล้วอาศัยความมืดและความคุ้นชินพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นรถ พบกระสอบหุ้มถุงดำ 4 ใบ ภายในเป็นยาเสพติดทั้งหมดตามรายการ จึงยึดไว้เป็นของกลาง และนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อขยายผลติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังมาแรง
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ระงับการดำเนินการขอวีซ่าสำหรับผู้อพยพจาก 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวบ้านแม่สายกังวลภัยน้ำท่วมรุนแรงในปี 2026
เชียงราย – ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยังคงวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมหนักในฤดูน้ำหลากปี 2569 หลังการรื้อถอนอาคารที่รุกล้ำและขวางทางน้ำยังเดินหน้าไม่เร็วพอ หลายคนกลัวว่าเมื่อน้ำมาแรง จะรับมือไม่ทัน แม้ภาครัฐจะมีแผนแก้ปัญหาแบบถาวร โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองวางกรอบงานไว้ใช้งบรวมราว 2,950 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการย้ายชุมชน ปรับระบบระบายน้ำ และสร้างแนวป้องกันน้ำหลากแบบคันดินและคอนกรีตเสริมเหล็ก (วางแนวเป็น 2 ชั้น)
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา นายอำเภอแม่สายมอบหมายให้ฝ่ายปกครองลงพื้นที่พบตัวแทนชุมชนที่อยู่ติดแม่น้ำสาย เพื่อชี้แจงข้อมูลโครงการออกแบบแก้ปัญหาน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมในเขตชายแดน เช่น ชุมชนสายลมจอย ชุมชนหัวฝาย ชุมชนไม้ลุงขน ชุมชนเกาะทราย และพื้นที่ใกล้เคียง

รื้ออาคารฝั่งตะวันออกสะพาน 1 เริ่มในปี 2569
ข้อมูลเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า ปี 2569 จะเริ่มรื้อถอนอาคารบริเวณฝั่งตะวันออกของสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ต่อเนื่องจากงานที่ดำเนินการในช่วงปี 2568-2569 ซึ่งใช้งบประมาณ 36 ล้านบาท
ในส่วนแนวป้องกันน้ำท่วมที่กรมการทหารช่าง กองทัพบก ทำไว้ก่อนหน้าในรูปแบบชั่วคราวและกึ่งถาวร เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะรับฟังความเห็นจากพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การก่อสร้างแนวป้องกันแบบถาวรโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง
แม้มีแผนงานชัดขึ้น แต่ชาวบ้านบางส่วนยังไม่สบายใจ เพราะการรื้อถอนอาคารที่ขวางทางน้ำยังล่าช้า และอาจไม่ทันช่วงน้ำหลากปี 2569 อีกเรื่องที่ถูกพูดถึงมากคือแผนสร้างพนังกั้นน้ำ 2 ชั้น โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าจะเริ่มทำจากแนวด้านในก่อน
ชาวบ้านมองว่า ระหว่างก่อสร้างอาจเกิดน้ำท่วมใหญ่ได้ จึงอยากให้เริ่มทำแนวชั้นนอกก่อน และทำเป็นแบบถาวรไปเลย เมื่อแนวชั้นนอกเสร็จแล้วค่อยเดินงานชั้นใน รวมถึงงานระบบอื่นๆ ต่อไป บางจุดมีการขึ้นป้ายสะท้อนความกังวล ซึ่งฝ่ายปกครองรับเรื่องไว้เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนปี 2567 ทำแม่สายยังระแวง
รายงานในพื้นที่ระบุว่า แม่น้ำสายเคยเอ่อล้นท่วมหนักในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 2567 กระทบทั้งฝั่ง อ.แม่สาย และฝั่งเมียนมา สร้างความเสียหายในย่านเศรษฐกิจจำนวนมาก หลังเหตุการณ์นั้น กรมการทหารช่าง กองทัพบก และกองทัพภาคที่ 3 ได้ขุดลอกแม่น้ำรวกบริเวณปลายน้ำของแม่น้ำสาย และทำแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวและกึ่งถาวรตลอดแนว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจัดสรรงบปี 2568-2569 รวม 23,578,000 บาท ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองศึกษาแนวทางแก้ปัญหาอย่างถาวร

ขอบเขตศึกษา 56.13 ตร.กม. ตั้งเป้ารองรับน้ำ 430 ลบ.ม.ต่อวินาที
พื้นที่ศึกษาอยู่ในเขตเทศบาล ต.เวียงพางคำ เทศบาล ต.แม่สาย และเทศบาล ต.แม่สายมิตรภาพ รวม 56.13 ตารางกิโลเมตร แนวคิดหลักคือจัดให้มี “ทางน้ำหลาก” พร้อมคันป้องกันน้ำหลากและระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่ไหลผ่านฝายกั้นน้ำเหมืองแดงบริเวณวัดถ้ำผาจมได้ไม่น้อยกว่า 430 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นค่าน้ำหลากสูงสุดที่เกิดขึ้นในปี 2567
แผนรองรับการย้ายถิ่น เล็งที่ดิน 3 แปลง
โครงการยังมีแนวทางจัดหาที่ดินรองรับผู้ได้รับผลกระทบ โดยกำหนดพื้นที่เบื้องต้น 3 แปลง คือ
- แปลงที่ 1 สถานีใบยาสูบเวียงพาน 78 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา ห่างชายแดน 2.5 กิโลเมตร
- แปลงที่ 2 ที่ดินของกระทรวงการคลัง ราว 1,000 ไร่ ห่างชายแดน 7.5 กิโลเมตร
- แปลงที่ 3 ราชพัสดุ 35 ไร่ ห่างชายแดน 1.5 กิโลเมตร

รายละเอียดแนวคันกั้นน้ำ ถนนใหม่ และกรอบเวลา
แนวคันกั้นริมฝั่งแม่น้ำสายแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ยาว 998 เมตร ช่วงที่ 2 ยาว 1,361 เมตร และช่วงที่ 3 ยาว 1,561 เมตร มีแผนรื้อย้ายอาคารสิ่งปลูกสร้างรวมแนวยาว 485 เมตร และทำถนนตามแนวใหม่หลายจุด ได้แก่ ถนนตัดแนวใหม่ 631 เมตร ถนนเกาะทราย 769 เมตร และถนนกรมชลประทาน 2,035 เมตร
ช่วงปลายปี 2568 ถึงกลางปี 2569 จะเป็นงานสำรวจและออกแบบ ใช้เวลารวม 6 เดือน จากนั้นนำเสนอคณะรัฐมนตรี พร้อมเดินหน้าจัดหาที่ดินด้วยวิธีเจรจาซื้อขายในปี 2569-2570 ใช้เวลา 15-18 เดือน วงเงินงบกลาง 600 ล้านบาท
ต้นปี 2570 วางแผนเริ่มก่อสร้างคันดินและคันคอนกรีตเสริมเหล็กระยะแรก ไปจนถึงปลายปี 2571 ใช้เวลา 12-18 เดือน งบประมาณ 140 ล้านบาท หลังจากนั้นจะก่อสร้างคันคอนกรีตเสริมเหล็กและถนนส่วนที่เหลือ รวมถึงปรับปรุงถนนเดิม ตั้งแต่ปลายปี 2570 ถึงกลางปี 2573 ใช้เวลา 24-35 เดือน งบประมาณ 160 ล้านบาท
ในส่วนการจัดหาที่ดินด้วยวิธีปรองดองและการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืน จะทำช่วงต้นปี 2571 ถึงสิ้นปี 2572 ใช้เวลา 12-24 เดือน งบประมาณ 400 ล้านบาท ต่อด้วยงานเขื่อนป้องกันตลิ่งและจัดภูมิทัศน์ทางน้ำหลาก ช่วงกลางปี 2572 ถึงกลางปี 2575 ใช้เวลา 30-36 เดือน งบประมาณ 400 ล้านบาท และงานปรับปรุงระบบระบายน้ำหลัก ตั้งแต่กลางปี 2571 จนสิ้นสุดโครงการในปี 2575 ใช้เวลา 42-48 เดือน งบประมาณ 450 ล้านบาท งบทั้งหมดของแผนแก้ปัญหาแบบถาวรรวมประมาณ 2,950 ล้านบาท
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชาวบ้านในอำเภอแม่สายไม่พอใจโครงการก่อสร้างกำแพงกันน้ำท่วมมูลค่า 3 พันล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวบ้านในอำเภอแม่สายไม่พอใจโครงการก่อสร้างกำแพงกันน้ำท่วมมูลค่า 3 พันล้านบาท
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวจาก ข่าวข้ามพรมแดน รายงานว่า ในช่วงสองถึงสามวันที่ผ่านมา ชาวบ้านและเจ้าของธุรกิจในชุมชนถ้ำผาจอมและไทรลมชอย อำเภอแม่ไทร จังหวัดเชียงราย ได้ออกมาประท้วงโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของกรมโยธาธิการและผังเมือง
สาเหตุหลักคือ พวกเขาไม่เห็นด้วยกับโครงการมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท ที่เสนอให้สร้างเขื่อนสองชั้น โดยพื้นที่เศรษฐกิจและบ้านเรือนกว่า 840 หลังที่อยู่ระหว่างกำแพงทั้งสองจะถูกกำหนดให้เป็น “ทางน้ำไหล” แทนที่จะได้รับการปกป้องเหมือนพื้นที่ภายในกำแพง
ตัวแทนจากบ้านแม่ไทร หมู่บ้านที่ 1 ตำบลเวียงพังคำ กล่าวว่า แผนดังกล่าวดูเหมือนจะผลักภาระความเสี่ยงไปให้ผู้ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ พวกเขากังวลเป็นพิเศษว่า หากเกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนในปี 2567 พื้นที่ระหว่างกำแพงอาจกลายเป็นแอ่งน้ำขังที่มีการระบายน้ำไม่ดี อีกประเด็นหนึ่งที่สร้างความไม่สบายใจให้กับชาวบ้านคือ การที่รัฐบาลยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการชดเชยหรือการเยียวยาที่เป็นธรรม หากผังเมืองกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตป้องกันน้ำท่วมตามกฎหมาย ดังนั้น ชาวบ้านจึงต้องการให้ทางการสร้างกำแพงป้องกันน้ำท่วมที่แข็งแรงขึ้น และเร่งดำเนินการขุดลอกแม่น้ำแม่สาย

นายสิทธิศักดิ์ อินใจคำ รองนายอำเภอแม่สาย กล่าวว่า เขาได้ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาและอธิบายข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจแล้ว เขาเน้นย้ำว่า โครงการกำแพงป้องกันน้ำท่วมสองชั้นยังอยู่ในขั้นตอนการปรึกษาหารือกับประชาชน ก่อนหน้านี้ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งแรกเพื่อศึกษาแผนแม่บทในการปรับปรุงแม่น้ำแม่สายและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในจังหวัดเชียงราย การศึกษานี้ดำเนินการโดยบริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นบริษัทที่กรมโยธาธิการและผังเมืองว่าจ้างให้สำรวจและออกแบบ ในเบื้องต้น การออกแบบยังไม่เสร็จสมบูรณ์และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่
นายสิทธิศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความกังวลเรื่องน้ำท่วมในปี 2569 ทางอำเภอร่วมกับจังหวัดและกรมโยธาธิการจังหวัดเชียงราย ได้ขอเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง ซึ่งได้รับการอนุมัติในหลักการแล้วจำนวน 36 ล้านบาท ขณะนี้กำลังจัดทำแผนรายละเอียดสำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยจะเน้นการเสริมความแข็งแรงของแนวกั้นน้ำชั่วคราว/กึ่งถาวรที่มีอยู่ ซ่อมแซมรอยรั่วที่ก่อให้เกิดความเสียหาย และรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง 14 หลังที่กีดขวางทางน้ำและสร้างปัญหาคอขวด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

รองนายอำเภอแม่สายกล่าวเพิ่มเติมว่า… ได้มีการประสานงานอย่างต่อเนื่องกับทางการเมียนมาร์ และได้ตกลงที่จะจัดการประชุมความคืบหน้าทุกสัปดาห์ ฝ่ายเมียนมาร์ได้เริ่มดำเนินการขุดลอกและก่อสร้างกำแพงกันดินในพื้นที่แล้ว ความกังวลเกี่ยวกับการถมดินในแม่น้ำ ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าจะเป็นการรุกล้ำ ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นขั้นตอนทางเทคนิคเพื่อให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้ ดินที่ขุดออกไปจะถูกนำออกเมื่อโครงการแล้วเสร็จ เพื่อฟื้นฟูการไหลของแม่น้ำให้เหมือนกับฝั่งไทย
นายบันดิต พันภากร ประธานสภาเทศบาลเมืองเวียงพังคำ กล่าวว่า เข้าใจความต้องการของชาวบ้านที่ต้องการเพิ่มความสูงของกำแพงกันดิน แต่ความสูงที่เสนอไว้ที่ 6 เมตรนั้นเป็นข้อจำกัดเนื่องจากข้อควรพิจารณาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่มากเกินไปต่อฝั่งเมียนมาร์จากระดับน้ำที่สูงขึ้น ดังนั้นจึงไม่สามารถสร้างกำแพงให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมจริงในปี 2567 ได้

ประธานสภาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เทศบาลกำลังเร่งดำเนินการขอเงินทุน 250,000 บาทจากสถาบันพัฒนาชุมชน (CODI) เพื่อขุดลอกตะกอนจาก “ลำเมืองแดง” ซึ่งเป็นทางน้ำสายหลักในพื้นที่ไทรลมชอย โดยใช้รถขุดขนาดเล็กในการทำงานในพื้นที่แคบและพื้นที่หน่วยงานราชการที่เครื่องจักรขนาดใหญ่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายเข้าไม่ถึง เพื่อปรับปรุงการระบายน้ำในพื้นที่ด้านใน
แม้มาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าได้ในระดับหนึ่ง แต่ชาวบ้านแม่สายยังคงเฝ้าติดตามและกังวลเกี่ยวกับ… ความชัดเจนของโครงการระยะยาวมูลค่า 3 พันล้านบาท และวิธีที่รัฐบาลจะจัดการกับบ้านเรือน 840 หลังที่อาจอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยโดยไม่มีการรับประกันค่าชดเชยที่มีประสิทธิภาพนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังผาเมือง (ฉก.ทัพเจ้าตาก) สกัดยาเสพติดพื้นที่แม่สาย เชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เศรษฐกิจเชียงรายคาดว่าจะเติบโต 2.0 เปอร์เซ็นต์
เชียงราย -ปี 2025 เศรษฐกิจเชียงรายขยายตัว 1.6% และในปี 2026 มีแนวโน้มโตขึ้นเป็น 2.0% แรงหนุนหลักมาจากการใช้จ่ายภาครัฐ การท่องเที่ยว และการค้าชายแดน แต่จังหวัดยังเจอแรงกดดันก้อนใหญ่ ทั้งหนี้ครัวเรือน ปัญหาฝุ่น PM2.5 และความผันผวนของเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน
ภาพรวมนี้อ้างอิงจากการประมาณการเศรษฐกิจปี 2025 และแนวโน้มปี 2026 (ไตรมาส 4/2025) ของสำนักงานคลังจังหวัดเชียงราย ซึ่งสะท้อนแรงส่งจากภาคบริการ การใช้จ่ายรัฐ และการค้าข้ามแดนที่ดีขึ้น พร้อมชี้ข้อจำกัดของฐานเศรษฐกิจที่ยังพึ่งชนบท หนี้ครัวเรือนสูง และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่กระทบชีวิตประจำวัน
เชียงรายกำลังฟื้นตัว แต่ยังต้องประคองหลายด้านไปพร้อมกัน
ภาพรวมการเติบโต, ฝั่งผลิตและฝั่งใช้จ่าย
ฝั่งอุปทาน (การผลิต) รายงานประเมินว่าเศรษฐกิจเชียงรายปี 2025 โต 3.4% และปี 2026 อาจขยับเป็น 3.7% ภาคบริการเป็นตัวนำ ตามด้วยเกษตร ส่วนอุตสาหกรรมเริ่มดีขึ้นตามการปรับตัว
ฝั่งอุปสงค์ (การใช้จ่าย) คาดโต 5.1% ในปี 2025 และอาจเพิ่มเป็น 6.0% ในปี 2026 ปัจจัยหลักคือรายจ่ายภาครัฐ การค้าชายแดน และการลงทุนภาคเอกชน
ภาคบริการยังเป็นสัดส่วนใหญ่สุดของผลผลิตจังหวัด รายงานประเมินว่าสัดส่วนต่อ GPP อยู่ราว 64.84% ขณะที่เกษตรและอุตสาหกรรมยังสำคัญต่อการจ้างงานชนบท และเป็นฐานรายได้ของครัวเรือนจำนวนมาก
ด้านเสถียรภาพ รายงานคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปปี 2025 อยู่ราว -0.1% ก่อนขยับเป็น 0.5% ในปี 2026 ภาพรวมราคาแทบไม่ขยับมาก ตลาดแรงงานยังตึงตัว การจ้างงานประเมินที่ 620,898 คนในปี 2025 และเพิ่มเป็นประมาณ 629,370 คนในปี 2026 อัตราว่างงานยังต่ำราว 0.6% ถึง 1.4% งานมี แต่คุณภาพรายได้และภาระหนี้ครัวเรือนยังเป็นโจทย์ใหญ่
การใช้จ่ายรัฐและโครงสร้างพื้นฐาน, แรงขับหลักของรอบนี้
จุดเด่นของเศรษฐกิจเชียงรายช่วงนี้คือบทบาทภาครัฐ รายงานคาดว่ารายจ่ายภาครัฐปี 2025 โต 16.2% และปี 2026 โตต่อเป็น 17.4% จากงบประมาณประจำปี และการเร่งเบิกจ่ายโครงการโครงสร้างพื้นฐาน
เม็ดเงินสำคัญถูกวางไปที่การเชื่อมโยงคมนาคมเพื่อหนุนการค้ากลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เช่น การปรับปรุงถนนสายหลักและสายรองตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (R3A) เชื่อมเชียงรายกับแขวงบ่อแก้วของลาว และรัฐฉานของเมียนมา อีกโครงการที่ถูกจับตาคือรถไฟทางคู่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งหากสร้างเสร็จ จะเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าทั้งในประเทศและข้ามแดนได้มาก
ถนนและรางไม่ได้มีความหมายแค่การเดินทางที่สะดวกขึ้น แต่คือเส้นทางใหม่ของการค้า การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ที่เข้าถึงอำเภอและชุมชนลึกขึ้น หากบริหารการเชื่อมต่อได้ดี จะช่วยลดต้นทุนขนส่งสินค้าเกษตร เปิดพื้นที่ลงทุนแปรรูปสินค้า และดึงนักท่องเที่ยวจากจีน ลาว และเมียนมาได้มากขึ้น
ภาคบริการและท่องเที่ยว, สัญญาณบวกที่เห็นชัด
การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในสัญญาณบวกที่เด่นที่สุด รายงานคาดว่านักท่องเที่ยวเข้าเชียงรายปี 2025 อยู่ที่ 6,440,445 คน และปี 2026 อาจเพิ่มเป็น 6,880,542 คน โตประมาณ 6.8%
แรงส่งส่วนหนึ่งเชื่อมกับการจัดงานระดับนานาชาติที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น AIPH Spring Meeting 2025 และ PATA Destination Marketing Forum 2025 ซึ่งช่วยให้เชียงรายเป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มนักเดินทางและนักลงทุน
จำนวนผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ก็คาดว่าจะไปทางเดียวกัน โดยปี 2026 อาจเพิ่มราว 6.3% เป็นมากกว่า 2,049,467 คน เที่ยวบินที่มากขึ้นและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่าเชียงรายกำลังขยับจากเมืองปลายทางสายธรรมชาติ ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการเดินทางและท่องเที่ยวของล้านนาตอนบนที่ชัดขึ้น
เมื่อภาคบริการเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งของ GPP ธุรกิจท้องถิ่นจึงได้ประโยชน์ตรง ๆ ทั้งโรงแรม ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ คาเฟ่ชุมชน บริษัททัวร์ และร้านของฝาก โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองเชียงราย แม่สาย แม่จัน เชียงของ และเชียงแสน
แต่การโตของการท่องเที่ยวก็มาพร้อมแรงกดดันจริง หากคนและรถเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป ระบบจราจร ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมอาจรับไม่ไหว หากการจัดการไม่ทัน
ปรับระบบขนส่งสาธารณะ, ลดรถส่วนตัวและแก้รถติด
วันที่ 12 มกราคม 2026 มีการประชุมที่ห้องประชุมพวงแสด ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ เป็นประธาน เพื่อหารือแนวทางพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของจังหวัด เป้าหมายคือช่วยลดความหนาแน่นการเดินทาง ทั้งในเมืองและเส้นทางท่องเที่ยว
ที่ประชุมพูดถึงการยกระดับบริการรถโดยสารและขนส่งสาธารณะให้สะดวกขึ้น ปลอดภัยขึ้น และครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น โดยเน้นการเดินทางจากตัวเมืองไปอำเภอชายแดนอย่างแม่สาย เชียงของ และเชียงแสน อีกเป้าหมายคือทำให้คนพึ่งรถส่วนตัวน้อยลง ซึ่งสัมพันธ์ทั้งปัญหารถติดและมลพิษทางอากาศ
เรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงการสร้างของใหม่อย่างเดียว แต่รวมถึงการทำให้ระบบเดิมทำงานดีขึ้น ผ่านการประสานงานของจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการขนส่งเอกชน
เกษตรและอุตสาหกรรม, ฐานรายได้ของคนจำนวนมาก
เชียงรายยังเป็นจังหวัดเกษตรสำคัญของภาคเหนือ รายงานคาดว่าเกษตรจะโตจาก 3.4% ในปี 2025 เป็น 4.1% ในปี 2026 จากปัจจัยน้ำเพียงพอ และมาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ
รายงานยกตัวอย่างประมาณการผลผลิตและราคาในปี 2026 เช่น ผลผลิตข้าวในจังหวัดอาจเพิ่ม 7.4% ราคาเฉลี่ยราว 9,701 บาทต่อตัน ราคายางพารามีแนวโน้มฟื้นตัวอยู่ประมาณ 59,673 ถึง 60,867 บาทต่อตัน และราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อาจขยับเป็นราว 8.60 บาทต่อกิโลกรัม ตัวเลขเหล่านี้ช่วยพยุงรายได้เกษตรกรได้ แต่ต้นทุนปุ๋ย สารเคมี และแรงงานยังสูง
ดัชนีรายได้เกษตรกรของเชียงรายในรายงานสะท้อนว่า รายได้เริ่มดีขึ้นหลังชะลอมาหลายปี อย่างไรก็ดี ความผันผวนของราคาตลาดโลก ภัยแล้ง และน้ำท่วมฉับพลันยังเป็นความเสี่ยงที่กระทบครัวเรือนชนบทได้เร็ว
ฝั่งอุตสาหกรรม รายงานระบุว่าเชียงรายมีโรงงานจดทะเบียนราว 677 ถึง 682 แห่งในปี 2025 และคาดเพิ่มเป็น 691 แห่งในปี 2026 โรงงานส่วนใหญ่เกี่ยวกับแปรรูปเกษตร วัสดุก่อสร้าง และกิจกรรมที่โยงการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ศูนย์ประชุม และบริการโลจิสติกส์ การใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มตามการเปิดโรงงานใหม่และการขยายกำลังผลิต
สำหรับหลายครอบครัว ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะมันเชื่อมกับความมั่นคงรายวันของเกษตรกร แรงงาน และพนักงานธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง ที่ต้องรับแรงกดดันจากราคาที่เปลี่ยนและค่าครองชีพที่สูงขึ้นตลอดเวลา
การใช้จ่าย การลงทุน และการค้าชายแดน, ตัวขับเคลื่อนฝั่งอุปสงค์
ในฝั่งใช้จ่าย รายจ่ายภาครัฐยังเป็นแรงหลัก ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนคาดโต 1.8% ในปี 2025 และเพิ่มเป็น 3.2% ในปี 2026 ตามการจ้างงานที่ดีขึ้นและกิจกรรมท่องเที่ยวที่กลับมา
การลงทุนภาคเอกชนคาดเพิ่มจาก 2.4% ในปี 2025 เป็น 3.4% ในปี 2026 กลุ่มที่มีโอกาสได้ประโยชน์คือโรงแรม ร้านอาหาร โลจิสติกส์ และแปรรูปเกษตร โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานคืบหน้าและการค้าชายแดนขยายตัว
การค้าชายแดนมีแนวโน้มดีขึ้นเช่นกัน รายงานประเมินมูลค่าการค้าโตจาก 2.9% ในปี 2025 เป็น 3.2% ในปี 2026 โดยมีแม่สาย เชียงของ และเชียงแสนเป็นด่านหลักสำหรับนำเข้าและส่งออกกับเมียนมา ลาว และจีนตอนใต้ แต่ความไม่แน่นอนด้านการเมืองและความปลอดภัยในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงมาตรการภาษีและกฎนำเข้า-ส่งออก สามารถทำให้ผลระยะสั้นแกว่งได้ตลอด
อีกสัญญาณที่สะท้อนกำลังซื้อในประเทศคือ การจดทะเบียนรถใหม่ปี 2025 คาดลดลง -6.0% จากปีก่อน ซึ่งไปในทิศทางเดียวกับภาระหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยที่กดการใช้จ่าย
ปัจจัยหนุนและปัจจัยเสี่ยง, สองด้านของแนวโน้มเศรษฐกิจเชียงราย
รายงานสำนักงานคลังจังหวัดเชียงรายระบุปัจจัยหนุนในปี 2025 ถึง 2026 ไว้หลายเรื่อง เช่น
- นโยบายสวัสดิการรัฐ และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ช่วยพยุงรายได้ระดับฐาน
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งระดับประเทศและจังหวัด
- การส่งเสริมท่องเที่ยว และกิจกรรม MICE ที่เพิ่มการมองเห็นในระดับนานาชาติ
- ทิศทางนโยบายจังหวัดที่เน้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การค้าชายแดน และเศรษฐกิจสีเขียว
ขณะเดียวกัน รายงานชี้ความเสี่ยงที่อาจทำให้โตช้าลง ได้แก่
- เศรษฐกิจโลกผันผวน หรือคู่ค้าหลักชะลอตัว กระทบตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม
- ภัยธรรมชาติ ทั้งแล้งและน้ำท่วมที่เกิดบ่อยขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- ฝุ่น PM2.5 และหมอกควันข้ามแดนช่วงหน้าแล้ง กระทบสุขภาพ ภาพลักษณ์ท่องเที่ยว และต้นทุนสาธารณสุข
- หนี้ครัวเรือนสูง ทำให้หลายบ้านต้องลดการบริโภค และชะลอการลงทุนระยะยาว
ปัจจัยสองด้านนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าเศรษฐกิจเชียงรายปี 2026 จะเดินหน้าได้ต่อเนื่องแค่ไหน หรือสะดุดเป็นช่วง ๆ
“Chiang Rai Brand” และการเพิ่มมูลค่า, จากสินค้าเกษตรสู่พลังของท้องถิ่น
เชียงรายยังเดินหน้าเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการผ่านเครื่องหมาย “Chiang Rai Brand” ที่ผลักดันโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ชูชีพ พงษ์ไชย เครื่องหมายนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล ทั้งสินค้าและบริการ
ตามผลการประชุมรับรองล่าสุด มีผู้ประกอบการผ่านเกณฑ์ 26 ราย ครอบคลุม 49 ผลิตภัณฑ์ แยกเป็นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 15 ราย รวม 35 ผลิตภัณฑ์ กลุ่มผ้าและเครื่องแต่งกาย 7 ราย และยังมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรมอีกหลายราย “Chiang Rai Brand” จึงไม่ใช่แค่โลโก้บนฉลาก แต่ช่วยให้สินค้าและบริการเข้าสู่ห้าง Modern trade และช่องทางอีคอมเมิร์ซได้ง่ายขึ้น
ในภาพใหญ่ แนวทางนี้ช่วยต่อยอด soft power ผ่านธุรกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ถ้าจังหวัดทำมาตรฐาน การตลาด และการเล่าเรื่องสินค้าได้ต่อเนื่อง รายได้ก็มีโอกาสกระจายไปถึงผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนมากขึ้น
เศรษฐกิจโต แต่คุณภาพชีวิตต้องดีขึ้นด้วย
ตัวเลขการเติบโตสำคัญก็จริง แต่คนในพื้นที่สนใจคุณภาพชีวิตทุกวันด้วย ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมจึงไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องประกอบ
ฝุ่น PM2.5 ช่วงฤดูเผา และหมอกควันข้ามแดนยังเป็นความเสี่ยงเงียบที่กระทบทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจ เชียงรายต้องการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ และรองรับงานนานาชาติ ดังนั้นการจัดการคุณภาพอากาศจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการแข่งขันระยะยาว
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ก็ต้องเดินคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชน การคุ้มครองสิทธิที่ดิน และการชดเชยที่เป็นธรรมเมื่อเกิดผลกระทบ ไม่อย่างนั้นการเติบโตอาจทำให้ความเหลื่อมล้ำลึกขึ้น และคนได้ประโยชน์กระจุกอยู่ไม่กี่กลุ่ม
เชียงรายอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
จากประมาณการปี 2025 และแนวโน้มปี 2026 เชียงรายกำลังก้าวพ้นภาพเมืองแวะพักสั้น ๆ และสร้างบทบาทที่ชัดขึ้นในฐานะประตูเศรษฐกิจของล้านนาและกลุ่มลุ่มน้ำโขง ผ่านการค้า การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์
แรงขับหลักตอนนี้คือรายจ่ายภาครัฐ และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมถนน ราง และการเดินทางทางอากาศ ควบคู่กับการฟื้นตัวแรงของภาคบริการและท่องเที่ยว ส่วนเกษตรและอุตสาหกรรมยังต้องเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มมูลค่า เพื่อรับมือการแข่งขันและความผันผวนของตลาดโลก
ทางเลือกของเชียงรายจึงไม่ได้มีแค่ตัวเลขโตสูงขึ้น แต่คือการโตแบบมั่นคงที่คนรู้สึกได้จริง พร้อมเดินหน้าจัดการหนี้ครัวเรือน ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองชุมชนชายแดนที่มีความเสี่ยงมากกว่า
สำหรับผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และคนเชียงรายเอง แนวโน้มปี 2026 คือทั้งสัญญาณและโอกาส หากจังหวัดใช้ช่วงเวลานี้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจบนจุดแข็งท้องถิ่นได้จริง เชียงรายมีสิทธิ์ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของล้านนา และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในทศวรรษหน้า
กรมอนามัยเตือน ไทยคลอดก่อนกำหนดพุ่ง 9.91% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago
“ทีมชาติไทย” แพ้ญี่ปุ่น 0-5 อุ่นเครื่องก่อนเอเชียนคัพ
-
ข่าว3 weeks agoปิซ่า พบ ยูเวนตุส ดูบอลสด ฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา 2025/26 วันที่ 27 ธ.ค. 68
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime9 months ago
พบกับขบวนชิม “Roasted Coffee” ที่เชียงราย บนดอยช้าง
-
เชียงราย - Chiang Rai News9 months ago
เชียงรายฉลองปีใหม่ อุบัติเหตุทางถนน 12 ครั้ง เสียชีวิต 5 ราย
