ข่าวธุรกิจ Business
วิกฤตอสังหาริมทรัพย์: คนรุ่นใหม่เลือกเช่ามากกว่าซื้อ หลังจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อบ้านพุ่งสูงถึง 40%
เชียงราย – ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังถูกกดดันจากหลายด้าน หนี้ครัวเรือนยังสูง ธนาคารเข้มงวดเรื่องการปล่อยกู้มากขึ้น ทำให้การขอสินเชื่อบ้านถูกปฏิเสธในระดับน่ากังวล โดยเฉลี่ยราว 40% ของผู้ยื่นกู้ไม่ผ่าน และในกลุ่มบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท…
เชียงราย – ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังถูกกดดันจากหลายด้าน หนี้ครัวเรือนยังสูง ธนาคารเข้มงวดเรื่องการปล่อยกู้มากขึ้น ทำให้การขอสินเชื่อบ้านถูกปฏิเสธในระดับน่ากังวล โดยเฉลี่ยราว 40% ของผู้ยื่นกู้ไม่ผ่าน และในกลุ่มบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราถูกปฏิเสธอาจพุ่งได้ถึง 70%
ความตึงตัวด้านเงินกู้ทำให้มุมมองเรื่องที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials จำนวนมากหันไปเลือกเช่าแทนซื้อ ข้อมูลชี้ว่ามีมากกว่า 66% ที่ตัดสินใจเช่า เพราะอยากย้ายที่อยู่ได้ง่ายกว่า และไม่อยากผูกมัดกับภาระระยะยาวในช่วงเศรษฐกิจยังไม่นิ่ง
ฝั่งผู้พัฒนาโครงการก็ต้องปรับตัว หลายรายหันไปเน้นยูนิตระดับบน หรือทำโครงการที่รองรับการปล่อยเช่ามากขึ้นเพื่อพยุงยอดขาย สำหรับหลายครอบครัว เป้าหมาย “มีบ้านเป็นของตัวเอง” เริ่มไกลออกไป และภาพของไทยกำลังขยับเข้าใกล้สังคม “Generation Rent” มากขึ้น
ข้อมูลที่เผยแพร่โดย LWS Wisdom and Solution สะท้อนภาพเดียวกัน คนรุ่นใหม่กว่า 66% เลือกเช่าแทนซื้อ แม้คนรายได้ระดับกลางยังอยากมีบ้าน แต่สภาพเศรษฐกิจและเงื่อนไขสินเชื่อทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายได้ง่าย
3 เหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนซื้อบ้านไม่ไหวในไทย
- รายได้ดูมั่นคง แต่ธนาคารยังไม่อนุมัติ
อัตราปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้น โดยเฉพาะบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งควรเป็นช่วงราคาของผู้ซื้อบ้านหลังแรก แต่กลับเป็นกลุ่มที่ถูกปฏิเสธมากที่สุด หนี้ครัวเรือนสูง และเกณฑ์ตรวจสอบเข้มขึ้น ทำให้หลายคนไม่ผ่านการประเมินความสามารถในการผ่อน - ราคาบ้านขึ้นเร็วกว่าเงินเดือน
ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มเฉลี่ยราว 3 ถึง 4% ต่อปี บ้านที่เคยราคา 1,000,000 บาท ขยับมาแถว 1,280,000 บาท เพิ่มเกือบ 300,000 บาท แต่รายได้ของหลายอาชีพโตไม่ทัน ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกเหมือนวิ่งไล่ราคาที่หนีไปเรื่อยๆ - ค่าเช่าไม่ได้ขึ้นตามราคาขาย บางพื้นที่ยังลดลง
ในย่าน CBD ของฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ ค่าเช่าคอนโดปี 2024 ลดลงราว 3.5 ถึง 4.5% ขณะที่ราคาขายยังสูงขึ้น ค่าเช่ารายเดือนจึงดูเบากว่าค่างวด โดยเฉพาะในช่วงที่ดอกเบี้ยมีโอกาสปรับขึ้นลงได้ การเช่าจึงกลายเป็น “แผนหลัก” ของหลายคน ไม่ใช่แค่ทางผ่านก่อนซื้อ
การเลือกเช่าในมุมหนึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจที่รอบคอบ เพราะช่วยเลี่ยงหนี้ที่เกินตัว แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นสัญญาณว่า หลายครัวเรือนกำลังถูกผลักออกจากโอกาสสะสมทรัพย์สินระยะยาว
วงจรความกังวลทางการเงิน เมื่อคนทั้งประเทศชะลออนาคต
ผลสำรวจ Ipsos ชุด “What Worries Thailand? H2 2025” (กลุ่มตัวอย่างราว 500 คน อายุ 20 ถึง 74 ปี) สะท้อนความกังวลที่ลึกกว่าตัวเลขตลาดบ้าน
ประเด็นสำคัญจากผลสำรวจ
- 76% มองว่าไทยอยู่ในภาวะถดถอย
- 52% ไม่มั่นใจจะซื้อของชิ้นใหญ่ เช่น บ้านหรือรถ (เพิ่มจากปีก่อน)
- 48% ไม่มั่นใจเรื่องการลงทุนเพื่ออนาคต เช่น เกษียณหรือการศึกษาลูก
เกือบ 4 ใน 10 บอกว่าถ้าเลือกได้ อยากเกิดในปี 1975 มากกว่า เพราะรู้สึกว่าชีวิตตอนนั้นง่ายและมั่นคงกว่า ภาพนี้สะท้อนความอึดอัดของคนจำนวนมากที่รู้สึกติดอยู่กับโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบัน
ตัวเลขที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานเศรษฐกิจและเครดิตบูโรยิ่งทำให้เห็นแรงกดดันชัดขึ้น
- หนี้ส่วนบุคคลค้างชำระเกิน 90 วัน รวมราว 1.24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 6.9% เมื่อเทียบรายปี
- กรมบังคับคดีมีบ้านถูกยึดประกาศขายทอดตลาด 67,641 หลัง เพิ่มขึ้น 210% มูลค่ารวมมากกว่า 120,000 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชีวิตจริง หลายบ้านลดการใช้จ่าย เลื่อนซื้อบ้าน เลื่อนซื้อรถ และบางคนชะลอการเริ่มต้นครอบครัว
เศรษฐกิจภาพรวมก็ยังอ่อนแรง GDP ไตรมาส 3 ปี 2025 โตเพียง 1.2% และมีการเตือนจากสำนักวิจัยบางแห่ง รวมถึง SCB EIC ถึงความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค โดยอัตราเติบโตทั้งปีอาจต่ำกว่า 1%
เมื่อรายได้ไม่แน่นอน คนก็ชะลอการซื้อของชิ้นใหญ่ ยอดขายตก ธุรกิจชะลอลงทุน การจ้างงานช้าลง รายได้ครัวเรือนไม่ขยับ ความกังวลก็ยิ่งวนกลับมาเป็นวงจร ซึ่งถูกเรียกว่า Financial Fear Loop
เชียงรายจากเมืองชายแดน สู่ศูนย์กลางโอกาสรอบใหม่
แม้ภาพรวมประเทศจะระมัดระวัง แต่ เชียงราย ในปี 2025 ถูกจับตาในฐานะพื้นที่ที่อาจมีจังหวะใหม่ให้ตลาดอสังหาฯ
1) รถไฟทางคู่ เด่นชัย, เชียงราย, เชียงของ
โครงการเส้นทางหลักในล้านนาตะวันออก ระยะทางมากกว่า 323 กิโลเมตร วงเงินลงทุนราว 72,920 ถึง 85,345 ล้านบาท ความคืบหน้าในปี 2025 ถูกรายงานที่ประมาณ 41 ถึง 46% และคาดว่าจะเปิดบริการในปี 2028 โครงการนี้ถูกมองว่าจะช่วยลดเวลาเดินทาง และเพิ่มบทบาทเชียงรายในฐานะจุดเชื่อมโลจิสติกส์และการค้าชายแดนในกลุ่ม GMS
ผลข้างเคียงที่เห็นได้ชัดคือราคาที่ดินรอบแนวสถานีราว 26 จุด ขยับขึ้นแรง บางรายงานระบุว่าแปลงหน้าสถานีบางแห่งขึ้นได้ถึง 10 เท่า จากราคาประเมินเดิม
2) ราคาที่ดินและศักยภาพทำเลในเชียงราย
ราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ช่วง 2023 ถึง 2026 วางกรอบเชียงรายไว้ราว 175 ถึง 85,000 บาทต่อตารางวา โดยรวมยังต่ำกว่าเมืองใหญ่ภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ แต่ในบางโซน ราคาตลาดสูงกว่าราคาประเมิน 20 ถึง 300% และทำเลเด่นบางจุดมีรายงานว่าขึ้นราว 5 ถึง 15% ต่อปี
โซนที่ถูกพูดถึงมากขึ้น
- แม่กรณ์ โซนธุรกิจสำคัญ ใกล้ Central, HomePro และย่านพาณิชย์หลัก
- บ้านดู่ ใกล้สนามบินแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัย เหมาะกับตลาดเช่านักศึกษาและบุคลากรสายแพทย์
- ริมกก ทำเลริมน้ำ บรรยากาศพรีเมียม เป็นที่สนใจของผู้เกษียณและคนรายได้สูงที่มองหาบ้านหลังที่สอง
- ถนนเวียงบูรพา (บายพาส) เส้นทางหลักสำหรับโครงการบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ที่ต้องใช้พื้นที่มาก แต่ยังเข้าเมืองได้สะดวก
ภาพของเชียงรายจึงเริ่มถูกมองใหม่ ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวเหนือสุดของประเทศตามที่คุ้นกัน แต่กำลังถูกวางให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ที่โตตามโครงสร้างพื้นฐาน (รายละเอียดเพิ่มเติมตามลิงก์นี้)
ดอกเบี้ยลด ค่าธรรมเนียมถูกลง เป็นช่วงสั้นๆ สำหรับคนที่พร้อมซื้อ
นอกจากโครงสร้างพื้นฐาน ปี 2025 ยังมีปัจจัยด้านนโยบายที่ทำให้ต้นทุนซื้อบ้านเบาลงช่วงหนึ่ง
- คณะกรรมการนโยบายการเงินปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1.50% ต่อปี ส่งผลให้ธนาคารทยอยปรับลดอัตราอ้างอิงอย่าง MRR, MLR และ MOR
- ภาครัฐลดค่าธรรมเนียมโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า บ้านราคา 3 ล้านบาท อาจประหยัดค่าธรรมเนียมได้เกือบ 90,000 บาท เมื่อเทียบกับอัตราปกติ และถ้าบ้านอยู่ช่วง 5 ถึง 7 ล้านบาท เงินที่ประหยัดได้อาจแตะหลักแสนหลายแสนบาท ซึ่งนำไปซ่อมแซมหรือเก็บเป็นเงินฉุกเฉินได้
กฎ Loan-to-Value (LTV) ที่ผ่อนคลายขึ้นก็ช่วยอีกทาง บางผลิตภัณฑ์ให้กู้ได้ถึง 100 ถึง 110% ของราคาประเมินสำหรับบ้านหลังแรก ทำให้คนที่ผ่อนไหวแต่มีเงินก้อนไม่มากมีโอกาสขยับเข้าใกล้การซื้อได้
ธนาคารแข่งดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านหนักขึ้น
ปี 2025 ผู้ให้กู้ทั้งธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์แข่งกันดึงลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น
Government Housing Bank (GH Bank)
- เสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรกแถว 2.50% และเฉลี่ยราว 3% ในช่วง 3 ปีแรก
- มีโครงการอย่าง “บ้านล้านล้าน, เฟส 3” สำหรับบ้านไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ผ่อนได้นานถึง 40 ปี เน้นผู้ซื้อบ้านหลังแรก รายได้ต่ำถึงปานกลาง
Government Savings Bank (GSB)
- มี “GSB Green Home Loan” อัตราปีแรกเริ่มราว 1.89% และเฉลี่ย 3 ปีแรกประมาณ 2.65 ถึง 2.89%
- บางกรณีให้วงเงินกู้ได้ถึง 110% ของราคาประเมินในช่วงบ้าน 3 ถึง 7 ล้านบาท
ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ เช่น Siam Commercial Bank, Kasikornbank, Krung Thai Bank, Bangkok Bank, Bank of Ayudhya และรายอื่นๆ ก็ทำโปรโมชันอัตราปีแรกต่ำ (บางช่วงต่ำกว่า 2%) พร้อมสื่อสารค่างวดปีแรกประมาณ 3,000 บาทต่อเงินกู้ 1 ล้านบาท หรืออัตราเฉลี่ย 3 ปีแรกในช่วง 2.8 ถึง 3.4%
อย่างไรก็ตาม อัตราโปรไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ผู้กู้ต้องดูเงื่อนไขหลังปีที่ 3 เพราะหลายสินเชื่อจะกลับไปผูกกับ MRR หรือ MLR ตัวอย่างที่มักถูกยกขึ้นมาเพื่อให้เห็นความเสี่ยงคือ
- กู้ 3,000,000 บาท ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3% ผ่อน 30 ปี ค่างวดช่วงแรกอาจราว 15,800 บาทต่อเดือน
- หลังหมดโปร ถ้าอัตราดอกเบี้ยขยับไปแถว 6.5% ค่างวดอาจขึ้นเป็นราว 24,500 บาทต่อเดือน
ส่วนต่างเกือบ 9,000 บาท ต่อเดือนกระทบชีวิตประจำวันทันที หลายคนพลาดตรงนี้ตอนเซ็นสัญญา หากไม่มีแผนรีไฟแนนซ์หรือขอต่ออัตราพิเศษ (retention rate)
อสังหาฯ เชียงราย จากบ้านแนวราบสู่คอนโดที่ปล่อยเช่าได้
ผู้พัฒนาโครงการในเชียงราย ทั้งรายใหญ่จากส่วนกลางและผู้ประกอบการท้องถิ่น เริ่มปรับตามดีมานด์ที่เปลี่ยนไป
- กลุ่มระดับประเทศ เช่น CPN Residence, Supalai และรายอื่นๆ เปิดโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และบ้านระดับพรีเมียมในโซนแม่กรณ์ บ้านดู่ และแนวบายพาส กลุ่มเป้าหมายคือครอบครัวในพื้นที่และคนต่างจังหวัดที่มองหาบ้านหลังที่สอง
- ผู้พัฒนาในพื้นที่อย่าง Sinthanee Property ใช้ความเข้าใจทำเลและแคมเปญโปรโมชันหนัก เช่น ชุดเครื่องใช้ไฟฟ้า แอร์ฟรี และบัตรกำนัลมูลค่าสูง เพื่อช่วยให้คนที่ลังเลระหว่างเช่ากับซื้อกล้าตัดสินใจ
ฝั่งคอนโด เริ่มเห็นภาพชัดขึ้นในทำเลใกล้เมืองและใกล้ศูนย์การค้า ปล่อยเช่าได้กับพนักงานเอกชน ข้าราชการ และผู้พักระยะยาว บางโครงการมีการประเมินว่าให้ผลตอบแทนค่าเช่าแบบขั้นต้น (gross rental yield) ราว 7% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของหลายจังหวัดใหญ่
เมื่อเทียบกับบ้านแนวราบที่ต้องใช้เงินดาวน์และภาระรายเดือนสูงกว่า คอนโดใจกลางเมืองเชียงรายจึงกลายเป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ และอยากกระจายออกจากกรุงเทพฯ
คนไทยกำลังเช่าต่อ หรือรอให้พร้อมก่อนซื้อ
ภาพใหญ่ของปี 2025 ไม่ได้มีแค่ “ซื้อหรือไม่ซื้อ” แต่รวมถึง “ซื้อที่ไหน ซื้อเมื่อไหร่” และ “โครงสร้างหนี้แบบไหนที่ปลอดภัย”
สำหรับคนที่รายได้ไม่นิ่ง หรือมีหนี้หมุนเวียนสูง การเช่าต่ออาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยในระยะสั้น เพราะช่วยรักษากระแสเงินสดและลดความกดดันช่วงเศรษฐกิจยังผันผวน
สำหรับคนที่พร้อม มีรายได้สม่ำเสมอ หนี้เดิมอยู่ในระดับรับได้ และตั้งใจถือทรัพย์สินระยะยาว เชียงรายอาจเป็นจุดที่น่าสนใจจากปัจจัยหนุนหลายด้าน เช่น
- ดอกเบี้ยต่ำกว่าช่วงก่อนหน้า
- ค่าธรรมเนียมรัฐลด ช่วยประหยัดได้ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน
- โครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่มีผลต่อมูลค่าที่ดินในอนาคต
- ตลาดเช่าที่โตในบางทำเล
การตัดสินใจที่ดีมาจากตัวเลขจริง ไม่ใช่กระแส และไม่ใช่ความกลัว การประเมินรายได้ ความมั่นคงงาน ภาระหนี้ และแนวโน้มพื้นที่เป็นเรื่องที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
วิกฤตระดับประเทศ โอกาสระดับเมือง เชียงรายอยู่ในจุดตัดสำคัญ
ประเทศไทยในปี 2025 กำลังเผชิญวงจรความกังวลทางการเงิน หลายคนเลื่อนการตัดสินใจเรื่องสำคัญ บ้านที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง กลับกลายเป็นความเสี่ยงที่หลายคนไม่อยากรับ อัตราปฏิเสธสินเชื่อที่ประมาณ 40% หนี้ค้างชำระระดับล้านล้าน และบ้านถูกยึดกว่า 67,000 หลัง ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือภาพครอบครัวที่กำลังตึงมือ
ขณะเดียวกัน เชียงรายกำลังเปลี่ยนเร็ว รถไฟทางคู่กำลังสร้างเครือข่ายขนส่ง ราคาที่ดินตอบรับ และดอกเบี้ยต่ำพร้อมมาตรการลดค่าธรรมเนียม ทำให้เกิดช่วงเวลาสั้นๆ ที่เอื้อต่อคนที่เตรียมตัวมาดี
คำตอบไม่ได้เหมือนกันทุกคน บางคนควรเช่าต่ออย่างมีแผนเพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงิน บางคนอาจเลือกซื้อในจังหวะที่เหมาะ มองเชียงรายเป็นที่อยู่อาศัย เมืองเกษียณ หรือการลงทุน
สิ่งสำคัญคือไม่ตัดสินใจด้วยความกลัวล้วนๆ หรือหวังล้วนๆ ควรใช้เงื่อนไขสัญญา งบจริง และแผนระยะยาวเป็นตัวนำ เพื่อให้ความฝันเรื่องบ้านยังพอเอื้อมถึงได้
แหล่งที่มา: Nakorn Chiang Rai
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ประปาเชียงรายเปิดใช้ระบบกำจัดสารหนู มั่นใจน้ำยังปลอดภัย
ทักษิณ ชินวัตร รณรงค์หาเสียงให้พรรคเพื่อไทย ก่อนเลือกตั้ง อบจ.เชียงราย
ข่าวธุรกิจ Business
โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 79
ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท ชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสการพักผ่อนริมแม่น้ำท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น นำเสนอโปรโมชั่น บัตรกำนัลราคาดีที่สุดแห่งปี ในงาน “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79” โดยเปิดให้จองรอบ Pre-Sale ออนไลน์ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 25 สิงหาคม 2569 ก่อนเข้าพบกัน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธ G36 ระหว่างวันที่ 20 – 23 สิงหาคม 2569
ภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย ครั้งที่ 79" width="350" height="233" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/word-image-46422-2.png 309w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/word-image-46422-2-300x200.png 300w" sizes="auto, (max-width: 350px) 100vw, 350px" /> 
ไฮไลต์โปรโมชั่นห้องพักสุดพิเศษ (สำหรับเข้าพักวันนี้ – 31 มี.ค. 2570):
- ห้องดีลักซ์ การ์เดนวิว: ราคาเริ่มต้นเพียง 2,999 บาทสุทธิ / คืน (ส.ค. – 30 ก.ย. 2569) และ 3,499 บาทสุทธิ / คืน (1 ต.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2570)
- สิทธิพิเศษเพิ่มเติม:
- รับสิทธิ์ซื้อบุฟเฟต์อาหารเช้าราคาพิเศษเพียง 399 บาทสุทธิ / 2 ท่าน
- เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี เข้าพักร่วมกับผู้ปกครองฟรีสูงสุด 2 ท่าน
- ข้อเสนอพิเศษสุด: เมื่อเข้าพักภายในเดือนสิงหาคม – กันยายน 2569 รับ รีสอร์ทเครดิต 300 บาทสุทธิ / คืน สำหรับใช้บริการห้องอาหารและสปา

แพ็กเกจสปา และผ่อนคลาย ณ ภาวาตี สปา:
- บัตรกำนัล ภาวาตี สปา: ราคาเพียง 1,199 บาทสุทธิ / ท่าน สำหรับนวดดีพทิชชู่ นวดสวีดิช หรือนวดอโรมา 60 นาที (ใช้ได้ถึง 31 มี.ค. 2570)
- บัตรกำนัล One Day Pass Retreat: ราคา 2,899 บาทสุทธิ / 2 ท่าน รวมนวดไทยหรือนวดอโรมา 60 นาที ที่ภาวาตี สปา พร้อมชุดชายามบ่าย 1 เซ็ต ที่ห้องอาหารฟาโวล่า
ช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ (วันนี้ – 25 ส.ค. 2569):
- เว็บไซต์: https://bit.ly/lmcrttt79
- แอป Marriott Bonvoy: โค้ดโปรโมชั่น E4000
- LINE SHOPPING: https://shop.line.me/@lmchiangrai (ซื้อบัตรกำนัลห้องพัก 5 ใบ แถม 1 ใบฟรี)
- Megatix: https://megatix.in.th/events/le-meridien-chiang-rai-resort-thai-tiew-thai-79th
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก โทร. 053 603 333 อีเมล rsvn.chiangrai@lemeridien.com หรือ LINE @lmchiangrai
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกแมริออท บอนวอย®: สมัครฟรีได้ที่ https://bit.ly/lmcrpr
เกี่ยวกับ เลอ เมอริเดียน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท
เลอ เมอริเดียน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ถือกำเนิดขึ้นที่กรุงปารีสในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นยุคที่การเดินทางเต็มไปด้วยเสน่ห์และความหรูหรามีสไตล์ แบรนด์ยังคงเฉลิมฉลองเสน่ห์ของวัฒนธรรมจากทั่วโลกผ่านกลิ่นอายแบบยุโรปที่สะท้อนวิถีการใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยม ปัจจุบัน เลอ เมอริเดียน มีโรงแรมและรีสอร์ทกว่า 120 แห่งในมากกว่า 35 ประเทศและเขตปกครอง ครอบคลุมจุดหมายปลายทางตั้งแต่มัลดีฟส์ถึงโมนาโก และตั้งแต่ซานตา โมนิกาไปจนถึงมณฑลเสฉวน ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lemeridien.com หรือติดตามเราทาง เฟสบุ๊ก, อินสตาแกรม และ เอ็กซ์
เลอ เมอริเดียน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ แมริออท บอนวอย® (Marriott Bonvoy®) โปรแกรมการเดินทางระดับโลกจาก Marriott International ซึ่งมอบพอร์ตโฟลิโอแบรนด์โรงแรมชั้นนำ ประสบการณ์สุดพิเศษผ่าน แมริออท บอนวอย โมเมนต์ (Marriott Bonvoy Moments) และสิทธิประโยชน์เหนือระดับ อาทิ คืนเข้าพักฟรี และการยกระดับสถานะสมาชิก อีลิท (Elite) สมัครสมาชิกฟรีหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม ได้ที่ marriottbonvoy.com
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายล้ำหน้า! แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว “M-Water” ใช้ AI รับมือวิกฤตน้ำท่วม
ข่าวธุรกิจ Business
เชียงรายเดินหน้า “หมอหนี้ชุมชน” กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน
ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 4 สิงหาคม 2569 จังหวัดเชียงรายได้ก้าวไปอีกขั้นในการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการ “หมอหนี้ชุมชน” อย่างเป็นทางการ งานนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐและเครือข่ายชุมชนทั่วจังหวัดเข้าร่วมถึง 120 คน
ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกคน การแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง เราจำเป็นต้องสร้างความรู้ด้านการจัดการเงิน การวิเคราะห์หนี้ และปลูกฝังวินัยการออมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ครอบครัว
ประเด็นสำคัญ
- การเปิดตัวโครงการ: เชียงรายเริ่มโครงการ “หมอหนี้ชุมชน” เพื่อให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาหนี้สินให้ชาวบ้านอย่างเป็นระบบ
- ความร่วมมือระดับจังหวัด: หน่วยงานรัฐและสถาบันการเงินหลายแห่งจับมือกันเพื่อฝึกอบรมบุคลากรในชุมชน
- เป้าหมายหลัก: มุ่งเน้นการให้ความรู้ด้านการเงิน ลดปัญหาหนี้ครัวเรือน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
โครงการนี้เกิดจากการผนึกกำลังของหลายหน่วยงานสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาจังหวัดเชียงราย สำนักงานคลังจังหวัดเชียงราย และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พวกเขาร่วมกันฝึกอบรมและพัฒนา “หมอหนี้ชุมชน” ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็น หมอหนี้เหล่านี้จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำและช่วยชาวบ้านวางแผนจัดการหนี้สินได้อย่างเหมาะสม
การทำงานร่วมกันครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการแก้ปัญหาในระดับท้องถิ่น เมื่อผู้นำชุมชนมีความรู้ พวกเขาก็สามารถส่งต่อความเข้าใจที่ถูกต้องให้เพื่อนบ้านได้ วิธีนี้ช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงคำปรึกษาได้ง่ายและเป็นกันเองมากขึ้น ชุมชนจึงมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ดีขึ้น

เป้าหมายหลักและการสร้างเครือข่ายที่มั่นคง
เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้คือการสร้างเครือข่ายจัดการหนี้ที่เข้มแข็งในระดับหมู่บ้าน เมื่อเครือข่ายแข็งแรง ความมั่นคงทางการเงินของชุมชนก็จะตามมา โครงการนี้มุ่งหวังที่จะลดปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงรายให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง ทุกคนจะได้มีชีวิตที่มั่นคงและสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างยั่งยืน การมีสุขภาพการเงินที่ดีถือเป็นรากฐานสำคัญของความสุขในครอบครัว

วิธีการทำงานของหมอหนี้ในพื้นที่
เมื่อผ่านการอบรมแล้ว หมอหนี้ชุมชนจะลงพื้นที่พูดคุยและรับฟังปัญหาของลูกบ้านในแต่ละชุมชน พวกเขาจะใช้เครื่องมือวิเคราะห์หนี้ที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยแยกแยะและจัดลำดับความสำคัญของหนี้สิน จากนั้นจะร่วมกันวางแผนการจ่ายเงินคืนที่สอดคล้องกับรายได้ของแต่ละครอบครัว
การให้คำปรึกษาจะเป็นไปอย่างเป็นความลับและเต็มไปด้วยความเข้าใจ ซึ่งจะช่วยลดความเครียดของลูกหนี้ลงได้มาก ชาวบ้านจะรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยถึงปัญหาของตนเอง แทนที่จะหันไปพึ่งพาการกู้เงินนอกระบบที่อันตรายและมีดอกเบี้ยสูง
ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของโครงการนี้จะขึ้นอยู่กับการเปิดใจของชาวบ้านและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย จังหวัดเชียงรายกำลังเดินหน้าสู่การเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยั่งยืนให้พื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้ต่อไป ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ระทึกขวัญเชียงราย! ชายป่วยจิตเวชคลั่งถือมีดบุกโรงเรียน ตำรวจล้อมจับวุ่น
สมาคมกีฬาเชียงราย จัดหนัก! มอบอุปกรณ์กีฬา-อัดฉีดโค้ช เตรียมทัพเยาวชนลุยศึก “สุราษฎร์ธานีเกมส์”
ข่าวธุรกิจ Business
มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น
รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง">เชียงใหม่ – กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ 8 แห่ง ร่วมกันจัดงาน “วิจิตรภูษา ภูมิปัญญาสร้างสรรค์ แพรพรรณท้องถิ่นไทย” ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต งานนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยด้านสิ่งทอ และนำความรู้ไปช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีเปิดงานแสดงสินค้าและผลงานวิจัยด้านสิ่งทออย่างยิ่งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ งานนี้เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตภาคเหนือทั้ง 8 แห่ง นำโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป้าหมายหลักคือการนำความรู้จากห้องเรียนมาสู่การปฏิบัติจริงในชุมชน
นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน ท่านได้เน้นย้ำถึงการใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าทอของไทย ทั้งนี้เพื่อให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกยุคใหม่
ประเด็นสำคัญ
- งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
- มุ่งเน้นการนำงานวิจัยมาพัฒนาผ้าทอไทย เพื่อสร้างรายได้จริงให้ชุมชนท้องถิ่น
- มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น แฟชั่นโชว์ การเสวนา และร้านขายสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน
เกิดอะไรขึ้นในงานนี้?
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้จับมือกับเพื่อนมหาวิทยาลัยอีก 7 แห่ง จัดงานใหญ่นี้ขึ้นมา มหาวิทยาลัยที่ร่วมจัดงานได้แก่ เชียงราย ลำปาง อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิบูลสงคราม และเพชรบูรณ์ ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานมากมายที่ได้จากการลงพื้นที่วิจัยจริงๆ ของอาจารย์และนักศึกษา
ในวันเปิดงาน มีผู้บริหารจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมงานอย่างคับคั่ง รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้กล่าวรายงานถึงความตั้งใจของงาน งานนี้ช่วยเชื่อมโยงสถาบันการศึกษากับชาวบ้านเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิด สิ่งนี้จะช่วยเปลี่ยนภูมิปัญญาดั้งเดิมให้กลายเป็นสินค้าที่ทันสมัยมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงที่น่าสนใจอย่างการเสวนาเรื่องการปรับตัวของผ้าไทยในยุคปัจจุบัน และที่พลาดไม่ได้คือแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ แฟชั่นโชว์ชุด “มรดกโขน ผ้าทอพิษณุโลก สู่ชุดพระราชทาน” แสดงให้เห็นถึงการนำผ้าทอท้องถิ่นมาตัดเย็บได้อย่างงดงามและทรงคุณค่า
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อชุมชน?
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดงานแสดงสินค้าทั่วไปเพื่อขายของ แต่เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับหมู่บ้าน กระทรวง อว. ให้ความสำคัญอย่างมากกับการนำความรู้สมัยใหม่มาช่วยชาวบ้านทำงาน การทำเช่นนี้สอดคล้องกับแนวคิดการทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
นายดนุพร ปุณณกันต์ กล่าวว่า การเล่าเรื่องราวหรือประวัติความเป็นมาของผ้าแต่ละผืน จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ เราต้องสอนให้เยาวชนและผู้ประกอบการรุ่นใหม่รู้จักการทำการตลาดแบบบอกเล่าเรื่องราว สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าเข้าใจและเห็นคุณค่าของผ้าไทยมากขึ้นกว่าเดิม
หากเราสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับความเก่งกาจดั้งเดิมของชาวบ้านได้ ผ้าทอไทยก็จะไม่ใช่แค่ของฝากตามเทศกาลอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีราคาสูง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องปากท้องในชุมชนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด?
กลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์เต็มๆ คือชาวบ้านและกลุ่มแม่บ้านทอผ้าในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง พวกเขาจะได้เรียนรู้วิธีการใหม่ๆ ในการผลิตผ้าให้มีสีสันสวยงามและใช้งานได้ทนทานมากขึ้น กลุ่มที่สองคือนักศึกษาและอาจารย์ ที่ได้นำทฤษฎีจากในห้องเรียนมาทดลองแก้ปัญหาจริงในพื้นที่
นอกจากนี้ ผู้บริโภคหรือผู้ที่มาร่วมงานก็จะได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ในราคาที่ยุติธรรมโดยตรงจากผู้ผลิต ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสอนทำงานฝีมือให้ผู้ที่สนใจได้ลองทำด้วยตัวเอง ถือเป็นการเรียนรู้ที่สนุกและได้ลงมือทำจริง
ตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับความสวยงามของวัฒนธรรมที่ถูกนำมาปรับปรุงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย คุณจะได้เห็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม การเล่นดนตรีพื้นบ้าน และเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอย่างเป็นกันเอง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตคืออะไร?
ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากงานนี้ จะถูกนำไปต่อยอดในการพัฒนาหมู่บ้านต่างๆ ในภาคเหนือต่อไป มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 8 แห่งยืนยันที่จะทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจะช่วยดูแลตั้งแต่การออกแบบลายผ้า ไปจนถึงการหาช่องทางขายของออนไลน์ให้ชาวบ้าน
การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย และชาวบ้าน จะเป็นรากฐานที่แข็งแรงในการพัฒนาประเทศ หากคุณสนใจอ่านข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำงานวิจัยมาช่วยชุมชน สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เว็บไซต์ของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สำหรับใครที่อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่หรือพื้นที่ใกล้เคียง วันนี้ (26 กรกฎาคม 2569) ยังคงเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน คุณสามารถเดินทางไปร่วมงานได้ที่ลาน GRAND HALL 03 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต นี่คือโอกาสดีที่คุณจะได้สนับสนุนสินค้าจากฝีมือคนไทยอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ค้างชำระค่าปรับจราจรในประเทศไทย? บอกลาป้ายภาษีประจำปีของคุณได้เลย!
คำเตือนสภาพอากาศรุนแรงของประเทศไทย: พื้นที่สีแดงเผชิญอุทกภัยและภัยแล้งรุนแรง
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoด่านชายแดนเชียงรายยึดยาบ้าได้ 2.89 ล้านเม็ด: จับกุมชาย 4 คน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoอัปเดตด่วน! ปิดถนนแม่สายเชียงรายนาน 2 เดือน




