ข่าวธุรกิจ Business
วิกฤตอสังหาริมทรัพย์: คนรุ่นใหม่เลือกเช่ามากกว่าซื้อ หลังจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อบ้านพุ่งสูงถึง 40%
เชียงราย – ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังถูกกดดันจากหลายด้าน หนี้ครัวเรือนยังสูง ธนาคารเข้มงวดเรื่องการปล่อยกู้มากขึ้น ทำให้การขอสินเชื่อบ้านถูกปฏิเสธในระดับน่ากังวล โดยเฉลี่ยราว 40% ของผู้ยื่นกู้ไม่ผ่าน และในกลุ่มบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท…
เชียงราย – ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังถูกกดดันจากหลายด้าน หนี้ครัวเรือนยังสูง ธนาคารเข้มงวดเรื่องการปล่อยกู้มากขึ้น ทำให้การขอสินเชื่อบ้านถูกปฏิเสธในระดับน่ากังวล โดยเฉลี่ยราว 40% ของผู้ยื่นกู้ไม่ผ่าน และในกลุ่มบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราถูกปฏิเสธอาจพุ่งได้ถึง 70%
ความตึงตัวด้านเงินกู้ทำให้มุมมองเรื่องที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials จำนวนมากหันไปเลือกเช่าแทนซื้อ ข้อมูลชี้ว่ามีมากกว่า 66% ที่ตัดสินใจเช่า เพราะอยากย้ายที่อยู่ได้ง่ายกว่า และไม่อยากผูกมัดกับภาระระยะยาวในช่วงเศรษฐกิจยังไม่นิ่ง
ฝั่งผู้พัฒนาโครงการก็ต้องปรับตัว หลายรายหันไปเน้นยูนิตระดับบน หรือทำโครงการที่รองรับการปล่อยเช่ามากขึ้นเพื่อพยุงยอดขาย สำหรับหลายครอบครัว เป้าหมาย “มีบ้านเป็นของตัวเอง” เริ่มไกลออกไป และภาพของไทยกำลังขยับเข้าใกล้สังคม “Generation Rent” มากขึ้น
ข้อมูลที่เผยแพร่โดย LWS Wisdom and Solution สะท้อนภาพเดียวกัน คนรุ่นใหม่กว่า 66% เลือกเช่าแทนซื้อ แม้คนรายได้ระดับกลางยังอยากมีบ้าน แต่สภาพเศรษฐกิจและเงื่อนไขสินเชื่อทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายได้ง่าย
3 เหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนซื้อบ้านไม่ไหวในไทย
- รายได้ดูมั่นคง แต่ธนาคารยังไม่อนุมัติ
อัตราปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้น โดยเฉพาะบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งควรเป็นช่วงราคาของผู้ซื้อบ้านหลังแรก แต่กลับเป็นกลุ่มที่ถูกปฏิเสธมากที่สุด หนี้ครัวเรือนสูง และเกณฑ์ตรวจสอบเข้มขึ้น ทำให้หลายคนไม่ผ่านการประเมินความสามารถในการผ่อน - ราคาบ้านขึ้นเร็วกว่าเงินเดือน
ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มเฉลี่ยราว 3 ถึง 4% ต่อปี บ้านที่เคยราคา 1,000,000 บาท ขยับมาแถว 1,280,000 บาท เพิ่มเกือบ 300,000 บาท แต่รายได้ของหลายอาชีพโตไม่ทัน ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกเหมือนวิ่งไล่ราคาที่หนีไปเรื่อยๆ - ค่าเช่าไม่ได้ขึ้นตามราคาขาย บางพื้นที่ยังลดลง
ในย่าน CBD ของน้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ ค่าเช่าคอนโดปี 2024 ลดลงราว 3.5 ถึง 4.5% ขณะที่ราคาขายยังสูงขึ้น ค่าเช่ารายเดือนจึงดูเบากว่าค่างวด โดยเฉพาะในช่วงที่ดอกเบี้ยมีโอกาสปรับขึ้นลงได้ การเช่าจึงกลายเป็น “แผนหลัก” ของหลายคน ไม่ใช่แค่ทางผ่านก่อนซื้อ
การเลือกเช่าในมุมหนึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจที่รอบคอบ เพราะช่วยเลี่ยงหนี้ที่เกินตัว แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นสัญญาณว่า หลายครัวเรือนกำลังถูกผลักออกจากโอกาสสะสมทรัพย์สินระยะยาว
วงจรความกังวลทางการเงิน เมื่อคนทั้งประเทศชะลออนาคต
ผลสำรวจ Ipsos ชุด “What Worries Thailand? H2 2025” (กลุ่มตัวอย่างราว 500 คน อายุ 20 ถึง 74 ปี) สะท้อนความกังวลที่ลึกกว่าตัวเลขตลาดบ้าน
ประเด็นสำคัญจากผลสำรวจ
- 76% มองว่าไทยอยู่ในภาวะถดถอย
- 52% ไม่มั่นใจจะซื้อของชิ้นใหญ่ เช่น บ้านหรือรถ (เพิ่มจากปีก่อน)
- 48% ไม่มั่นใจเรื่องการลงทุนเพื่ออนาคต เช่น เกษียณหรือการศึกษาลูก
เกือบ 4 ใน 10 บอกว่าถ้าเลือกได้ อยากเกิดในปี 1975 มากกว่า เพราะรู้สึกว่าชีวิตตอนนั้นง่ายและมั่นคงกว่า ภาพนี้สะท้อนความอึดอัดของคนจำนวนมากที่รู้สึกติดอยู่กับโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบัน
ตัวเลขที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานเศรษฐกิจและเครดิตบูโรยิ่งทำให้เห็นแรงกดดันชัดขึ้น
- หนี้ส่วนบุคคลค้างชำระเกิน 90 วัน รวมราว 1.24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 6.9% เมื่อเทียบรายปี
- กรมบังคับคดีมีบ้านถูกยึดประกาศขายทอดตลาด 67,641 หลัง เพิ่มขึ้น 210% มูลค่ารวมมากกว่า 120,000 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชีวิตจริง หลายบ้านลดการใช้จ่าย เลื่อนซื้อบ้าน เลื่อนซื้อรถ และบางคนชะลอการเริ่มต้นครอบครัว
เศรษฐกิจภาพรวมก็ยังอ่อนแรง GDP ไตรมาส 3 ปี 2025 โตเพียง 1.2% และมีการเตือนจากสำนักวิจัยบางแห่ง รวมถึง SCB EIC ถึงความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค โดยอัตราเติบโตทั้งปีอาจต่ำกว่า 1%
เมื่อรายได้ไม่แน่นอน คนก็ชะลอการซื้อของชิ้นใหญ่ ยอดขายตก ธุรกิจชะลอลงทุน การจ้างงานช้าลง รายได้ครัวเรือนไม่ขยับ ความกังวลก็ยิ่งวนกลับมาเป็นวงจร ซึ่งถูกเรียกว่า Financial Fear Loop
เชียงรายจากเมืองชายแดน สู่ศูนย์กลางโอกาสรอบใหม่
แม้ภาพรวมประเทศจะระมัดระวัง แต่ เชียงราย ในปี 2025 ถูกจับตาในฐานะพื้นที่ที่อาจมีจังหวะใหม่ให้ตลาดอสังหาฯ
1) รถไฟทางคู่ เด่นชัย, เชียงราย, เชียงของ
โครงการเส้นทางหลักในล้านนาตะวันออก ระยะทางมากกว่า 323 กิโลเมตร วงเงินลงทุนราว 72,920 ถึง 85,345 ล้านบาท ความคืบหน้าในปี 2025 ถูกรายงานที่ประมาณ 41 ถึง 46% และคาดว่าจะเปิดบริการในปี 2028 โครงการนี้ถูกมองว่าจะช่วยลดเวลาเดินทาง และเพิ่มบทบาทเชียงรายในฐานะจุดเชื่อมโลจิสติกส์และการค้าชายแดนในกลุ่ม GMS
ผลข้างเคียงที่เห็นได้ชัดคือราคาที่ดินรอบแนวสถานีราว 26 จุด ขยับขึ้นแรง บางรายงานระบุว่าแปลงหน้าสถานีบางแห่งขึ้นได้ถึง 10 เท่า จากราคาประเมินเดิม
2) ราคาที่ดินและศักยภาพทำเลในเชียงราย
ราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ช่วง 2023 ถึง 2026 วางกรอบเชียงรายไว้ราว 175 ถึง 85,000 บาทต่อตารางวา โดยรวมยังต่ำกว่าเมืองใหญ่ภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ แต่ในบางโซน ราคาตลาดสูงกว่าราคาประเมิน 20 ถึง 300% และทำเลเด่นบางจุดมีรายงานว่าขึ้นราว 5 ถึง 15% ต่อปี
โซนที่ถูกพูดถึงมากขึ้น
- แม่กรณ์ โซนธุรกิจสำคัญ ใกล้ Central, HomePro และย่านพาณิชย์หลัก
- บ้านดู่ ใกล้สนามบินแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัย เหมาะกับตลาดเช่านักศึกษาและบุคลากรสายแพทย์
- ริมกก ทำเลริมน้ำ บรรยากาศพรีเมียม เป็นที่สนใจของผู้เกษียณและคนรายได้สูงที่มองหาบ้านหลังที่สอง
- ถนนเวียงบูรพา (บายพาส) เส้นทางหลักสำหรับโครงการบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ที่ต้องใช้พื้นที่มาก แต่ยังเข้าเมืองได้สะดวก
ภาพของเชียงรายจึงเริ่มถูกมองใหม่ ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวเหนือสุดของประเทศตามที่คุ้นกัน แต่กำลังถูกวางให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ที่โตตามโครงสร้างพื้นฐาน (รายละเอียดเพิ่มเติมตามลิงก์นี้)
ดอกเบี้ยลด ค่าธรรมเนียมถูกลง เป็นช่วงสั้นๆ สำหรับคนที่พร้อมซื้อ
นอกจากโครงสร้างพื้นฐาน ปี 2025 ยังมีปัจจัยด้านนโยบายที่ทำให้ต้นทุนซื้อบ้านเบาลงช่วงหนึ่ง
- คณะกรรมการนโยบายการเงินปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1.50% ต่อปี ส่งผลให้ธนาคารทยอยปรับลดอัตราอ้างอิงอย่าง MRR, MLR และ MOR
- ภาครัฐลดค่าธรรมเนียมโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า บ้านราคา 3 ล้านบาท อาจประหยัดค่าธรรมเนียมได้เกือบ 90,000 บาท เมื่อเทียบกับอัตราปกติ และถ้าบ้านอยู่ช่วง 5 ถึง 7 ล้านบาท เงินที่ประหยัดได้อาจแตะหลักแสนหลายแสนบาท ซึ่งนำไปซ่อมแซมหรือเก็บเป็นเงินฉุกเฉินได้
กฎ Loan-to-Value (LTV) ที่ผ่อนคลายขึ้นก็ช่วยอีกทาง บางผลิตภัณฑ์ให้กู้ได้ถึง 100 ถึง 110% ของราคาประเมินสำหรับบ้านหลังแรก ทำให้คนที่ผ่อนไหวแต่มีเงินก้อนไม่มากมีโอกาสขยับเข้าใกล้การซื้อได้
ธนาคารแข่งดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านหนักขึ้น
ปี 2025 ผู้ให้กู้ทั้งธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์แข่งกันดึงลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น
Government Housing Bank (GH Bank)
- เสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรกแถว 2.50% และเฉลี่ยราว 3% ในช่วง 3 ปีแรก
- มีโครงการอย่าง “บ้านล้านล้าน, เฟส 3” สำหรับบ้านไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ผ่อนได้นานถึง 40 ปี เน้นผู้ซื้อบ้านหลังแรก รายได้ต่ำถึงปานกลาง
Government Savings Bank (GSB)
- มี “GSB Green Home Loan” อัตราปีแรกเริ่มราว 1.89% และเฉลี่ย 3 ปีแรกประมาณ 2.65 ถึง 2.89%
- บางกรณีให้วงเงินกู้ได้ถึง 110% ของราคาประเมินในช่วงบ้าน 3 ถึง 7 ล้านบาท
ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ เช่น Siam Commercial Bank, Kasikornbank, Krung Thai Bank, Bangkok Bank, Bank of Ayudhya และรายอื่นๆ ก็ทำโปรโมชันอัตราปีแรกต่ำ (บางช่วงต่ำกว่า 2%) พร้อมสื่อสารค่างวดปีแรกประมาณ 3,000 บาทต่อเงินกู้ 1 ล้านบาท หรืออัตราเฉลี่ย 3 ปีแรกในช่วง 2.8 ถึง 3.4%
อย่างไรก็ตาม อัตราโปรไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ผู้กู้ต้องดูเงื่อนไขหลังปีที่ 3 เพราะหลายสินเชื่อจะกลับไปผูกกับ MRR หรือ MLR ตัวอย่างที่มักถูกยกขึ้นมาเพื่อให้เห็นความเสี่ยงคือ
- กู้ 3,000,000 บาท ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3% ผ่อน 30 ปี ค่างวดช่วงแรกอาจราว 15,800 บาทต่อเดือน
- หลังหมดโปร ถ้าอัตราดอกเบี้ยขยับไปแถว 6.5% ค่างวดอาจขึ้นเป็นราว 24,500 บาทต่อเดือน
ส่วนต่างเกือบ 9,000 บาท ต่อเดือนกระทบชีวิตประจำวันทันที หลายคนพลาดตรงนี้ตอนเซ็นสัญญา หากไม่มีแผนรีไฟแนนซ์หรือขอต่ออัตราพิเศษ (retention rate)
อสังหาฯ เชียงราย จากบ้านแนวราบสู่คอนโดที่ปล่อยเช่าได้
ผู้พัฒนาโครงการในเชียงราย ทั้งรายใหญ่จากส่วนกลางและผู้ประกอบการท้องถิ่น เริ่มปรับตามดีมานด์ที่เปลี่ยนไป
- กลุ่มระดับประเทศ เช่น CPN Residence, Supalai และรายอื่นๆ เปิดโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และบ้านระดับพรีเมียมในโซนแม่กรณ์ บ้านดู่ และแนวบายพาส กลุ่มเป้าหมายคือครอบครัวในพื้นที่และคนต่างจังหวัดที่มองหาบ้านหลังที่สอง
- ผู้พัฒนาในพื้นที่อย่าง Sinthanee Property ใช้ความเข้าใจทำเลและแคมเปญโปรโมชันหนัก เช่น ชุดเครื่องใช้ไฟฟ้า แอร์ฟรี และบัตรกำนัลมูลค่าสูง เพื่อช่วยให้คนที่ลังเลระหว่างเช่ากับซื้อกล้าตัดสินใจ
ฝั่งคอนโด เริ่มเห็นภาพชัดขึ้นในทำเลใกล้เมืองและใกล้ศูนย์การค้า ปล่อยเช่าได้กับพนักงานเอกชน ข้าราชการ และผู้พักระยะยาว บางโครงการมีการประเมินว่าให้ผลตอบแทนค่าเช่าแบบขั้นต้น (gross rental yield) ราว 7% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของหลายจังหวัดใหญ่
เมื่อเทียบกับบ้านแนวราบที่ต้องใช้เงินดาวน์และภาระรายเดือนสูงกว่า คอนโดใจกลางเมืองเชียงรายจึงกลายเป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ และอยากกระจายออกจากกรุงเทพฯ
คนไทยกำลังเช่าต่อ หรือรอให้พร้อมก่อนซื้อ
ภาพใหญ่ของปี 2025 ไม่ได้มีแค่ “ซื้อหรือไม่ซื้อ” แต่รวมถึง “ซื้อที่ไหน ซื้อเมื่อไหร่” และ “โครงสร้างหนี้แบบไหนที่ปลอดภัย”
สำหรับคนที่รายได้ไม่นิ่ง หรือมีหนี้หมุนเวียนสูง การเช่าต่ออาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยในระยะสั้น เพราะช่วยรักษากระแสเงินสดและลดความกดดันช่วงเศรษฐกิจยังผันผวน
สำหรับคนที่พร้อม มีรายได้สม่ำเสมอ หนี้เดิมอยู่ในระดับรับได้ และตั้งใจถือทรัพย์สินระยะยาว เชียงรายอาจเป็นจุดที่น่าสนใจจากปัจจัยหนุนหลายด้าน เช่น
- ดอกเบี้ยต่ำกว่าช่วงก่อนหน้า
- ค่าธรรมเนียมรัฐลด ช่วยประหยัดได้ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน
- โครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่มีผลต่อมูลค่าที่ดินในอนาคต
- ตลาดเช่าที่โตในบางทำเล
การตัดสินใจที่ดีมาจากตัวเลขจริง ไม่ใช่กระแส และไม่ใช่ความกลัว การประเมินรายได้ ความมั่นคงงาน ภาระหนี้ และแนวโน้มพื้นที่เป็นเรื่องที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
วิกฤตระดับประเทศ โอกาสระดับเมือง เชียงรายอยู่ในจุดตัดสำคัญ
ประเทศไทยในปี 2025 กำลังเผชิญวงจรความกังวลทางการเงิน หลายคนเลื่อนการตัดสินใจเรื่องสำคัญ บ้านที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง กลับกลายเป็นความเสี่ยงที่หลายคนไม่อยากรับ อัตราปฏิเสธสินเชื่อที่ประมาณ 40% หนี้ค้างชำระระดับล้านล้าน และบ้านถูกยึดกว่า 67,000 หลัง ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือภาพครอบครัวที่กำลังตึงมือ
ขณะเดียวกัน เชียงรายกำลังเปลี่ยนเร็ว รถไฟทางคู่กำลังสร้างเครือข่ายขนส่ง ราคาที่ดินตอบรับ และดอกเบี้ยต่ำพร้อมมาตรการลดค่าธรรมเนียม ทำให้เกิดช่วงเวลาสั้นๆ ที่เอื้อต่อคนที่เตรียมตัวมาดี
คำตอบไม่ได้เหมือนกันทุกคน บางคนควรเช่าต่ออย่างมีแผนเพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงิน บางคนอาจเลือกซื้อในจังหวะที่เหมาะ มองเชียงรายเป็นที่อยู่อาศัย เมืองเกษียณ หรือการลงทุน
สิ่งสำคัญคือไม่ตัดสินใจด้วยความกลัวล้วนๆ หรือหวังล้วนๆ ควรใช้เงื่อนไขสัญญา งบจริง และแผนระยะยาวเป็นตัวนำ เพื่อให้ความฝันเรื่องบ้านยังพอเอื้อมถึงได้
แหล่งที่มา: Nakorn Chiang Rai
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ประปาเชียงรายเปิดใช้ระบบกำจัดสารหนู มั่นใจน้ำยังปลอดภัย
ทักษิณ ชินวัตร รณรงค์หาเสียงให้พรรคเพื่อไทย ก่อนเลือกตั้ง อบจ.เชียงราย
ข่าวธุรกิจ Business
ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – วันนี้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องพบกับข่าวร้ายอีกครั้ง เมื่อราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการประกาศปรับขึ้นราคาอีก 75 สตางค์ต่อลิตร การปรับขึ้นครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลทะยานขึ้นไปแตะระดับ 42.99 บาทต่อลิตรเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าตัวเลขนี้สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งทั่วประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับสถานีบริการน้ำมันปตท. (PTT) ได้มีการอัปเดตราคาหน้าปั๊มใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ โดยน้ำมันทางเลือกอย่างดีเซล B20 ปัจจุบันขยับราคามาอยู่ที่ 37.19 บาทต่อลิตร ในขณะที่กลุ่มเบนซินอย่าง แก๊สโซฮอล์ 91 (GSH91S EVO) ก็ปรับราคาขึ้นมาอยู่ที่ 41.07 บาทต่อลิตรเช่นเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้หลายคนต้องเริ่มวางแผนการเดินทางใหม่เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน
ประเด็นสำคัญ
- ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้น 75 สตางค์ ดันราคาพุ่งสูงถึงระดับ 42.99 บาทต่อลิตร
- ปตท. อัปเดตราคาใหม่ โดยดีเซล B20 อยู่ที่ 37.19 บาท และแก๊สโซฮอล์ 91 ขยับไปที่ 41.07 บาท
- ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าในตลาด
ผลกระทบโดยตรงต่อภาคการขนส่ง
น้ำมันดีเซลถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจและการขนส่งในประเทศไทย เมื่อดีเซลแพงขึ้น ต้นทุนของรถบรรทุกและรถรับจ้างก็ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนขับรถเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบชิ่งไปยังราคาสินค้าที่เราซื้อหาในตลาดทุกวัน ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มส่งสัญญาณว่าอาจจะต้องปรับราคาสินค้าขึ้น หากต้นทุนพลังงานยังคงอยู่ในระดับที่สูงเช่นนี้
นอกจากภาคธุรกิจแล้ว ประชาชนคนธรรมดาที่ต้องขับรถไปทำงานทุกวันก็รู้สึกปวดหัวไม่แพ้กัน หลายคนบ่นว่ารายได้เท่าเดิมแต่ค่าเดินทางกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางครอบครัวต้องลดค่าใช้จ่ายส่วนอื่นลงเพื่อนำมาจ่ายค่าน้ำมันในแต่ละเดือน นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาทางออกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยด่วน
ทางเลือกและการปรับตัวของประชาชน
ในช่วงเวลาที่พลังงานมีราคาแพง คนไทยจำนวนมากเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในการเดินทางที่ประหยัดกว่า การหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า หรือรถประจำทาง กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากนี้กระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้าก็กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะช่วยลดภาระค่าน้ำมันได้อย่างชัดเจนในระยะยาว
สำหรับผู้ที่ยังจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ การขับรถด้วยความเร็วคงที่และหลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกกะทันหันสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้จริง หากคุณต้องการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด สามารถตรวจสอบ ราคาน้ำมันล่าสุด จากสำนักข่าวต่างๆ เพื่อวางแผนการเติมน้ำมันล่วงหน้าได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ทิศทางพลังงานในอนาคตของไทย
เมื่อมองไปข้างหน้า แนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนสูงมาก ปัจจัยระดับโลกและสงครามในหลายพื้นที่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ราคาพลังงานไม่นิ่ง ประเทศไทยซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบจากคลื่นความผันผวนเหล่านี้ได้เลย การพึ่งพาพลังงานสะอาดจึงไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของปากท้อง
ท้ายที่สุดแล้ว การปรับตัวรับมือกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้นคือสิ่งที่เราทุกคนต้องเรียนรู้และลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวัน หรือการสนับสนุนแนวทางพลังงานทางเลือก นอกเหนือจากการรอคอยมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐแล้ว การเริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรมจากตัวเราเองคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เครื่องกรองน้ำในไทยแบบไหนได้ผลจริง เลือกอย่างไรให้เหมาะกับบ้าน
ไขความลับ: กลยุทธ์สร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในประเทศไทย
ข่าวธุรกิจ Business
เลือกกระเบื้องหลังคาผิด บ้านร้อน-รั่วได้! รู้จักประเภทกระเบื้องก่อนตัดสินใจ
เวลาสร้างหรือรีโนเวตบ้าน หลายคนอาจใช้เวลาเลือกสี รูปทรง และดีไซน์ของหลังคาเป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้ว การเลือก กระเบื้องหลังคา ยังมีเรื่องที่ต้องพิจารณามากกว่านั้น ทั้งน้ำหนักของวัสดุ ความลาดเอียงของหลังคา การระบายน้ำ ความร้อน รวมถึงความแข็งแรงของโครงสร้างบ้าน หากเลือกวัสดุไม่เหมาะกับรูปแบบหลังคาหรือหน้างาน อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ตั้งแต่หลังคารั่ว บ้านสะสมความร้อน ไปจนถึงการเพิ่มภาระให้โครงสร้างโดยไม่จำเป็น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกวัสดุมุงหลังคา ควรทำความรู้จักข้อแตกต่างของวัสดุแต่ละประเภทเสียก่อน
กระเบื้องหลังคาคอนกรีต แข็งแรง มีรูปแบบให้เลือก

กระเบื้องหลังคาคอนกรีต เป็นวัสดุมุงหลังคาที่นิยมใช้กับบ้านพักอาศัย มีจุดเด่นเรื่องรูปทรงและสีที่มีให้เลือกหลากหลาย จึงสามารถนำไปใช้กับบ้านได้หลายสไตล์ ตั้งแต่บ้านร่วมสมัยไปจนถึงบ้านที่ต้องการให้หลังคาเป็นองค์ประกอบเด่นของตัวอาคาร ด้วยตัววัสดุที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับวัสดุมุงหลังคาบางประเภท การออกแบบโครงสร้างรองรับจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะระยะแป โครงถัก และจุดรับน้ำหนักต่าง ๆ ของหลังคา หากเป็นบ้านสร้างใหม่ สามารถกำหนดวัสดุมุงหลังคาไว้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เพื่อให้วิศวกรคำนวณโครงสร้างให้เหมาะสม แต่หากเป็นบ้านเก่าที่ต้องการเปลี่ยนวัสดุหลังคา ควรตรวจสอบก่อนว่าโครงสร้างเดิมสามารถรองรับน้ำหนักของวัสดุใหม่ได้หรือไม่ นอกจากตัวกระเบื้องแล้ว การติดตั้งอุปกรณ์ประกอบ เช่น ครอบสัน ครอบข้าง และระบบป้องกันน้ำบริเวณรอยต่อ ก็มีผลต่อประสิทธิภาพของหลังคาเช่นกัน
กระเบื้องลอนคู่ ใช้งานได้หลากหลายและติดตั้งบนพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ง่าย

อีกหนึ่งรูปแบบที่พบเห็นได้บ่อยคือ กระเบื้องลอนคู่ ซึ่งโดยทั่วไปเป็นกระเบื้องแผ่นลอนที่นำมาใช้กับบ้านพักอาศัย พื้นที่ต่อเติม โรงจอดรถ อาคารเกษตร หรือพื้นที่ใช้งานทั่วไป ลักษณะที่เป็นแผ่นยาวช่วยให้สามารถมุงพื้นที่ขนาดใหญ่ได้สะดวก ขณะที่รูปทรงลอนช่วยนำทางน้ำฝนให้ไหลลงตามแนวหลังคา จึงเป็นวัสดุที่ใช้งานได้กับพื้นที่หลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การติดตั้งยังต้องคำนึงถึงความลาดเอียงของหลังคา ระยะซ้อนทับระหว่างแผ่น ตำแหน่งของสกรู และรายละเอียดตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพราะหากติดตั้งไม่เหมาะสม จุดเหล่านี้อาจกลายเป็นตำแหน่งที่น้ำซึมเข้าไปได้ในภายหลัง ดังนั้นแม้วัสดุจะมีคุณภาพดี แต่คุณภาพของการติดตั้งก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน
กระเบื้องเซรามิกและวัสดุมุงหลังคาประเภทอื่นก็มีจุดเด่นต่างกัน
นอกจากกระเบื้องคอนกรีตและกระเบื้องลอนคู่แล้ว ยังมีกระเบื้องเซรามิกและกระเบื้องดินเผาที่นิยมใช้กับบ้านบางสไตล์ โดยมีจุดเด่นด้านพื้นผิว สี และความสวยงาม ซึ่งช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับสถาปัตยกรรมของบ้านได้ อย่างไรก็ตาม วัสดุแต่ละชนิดมีทั้งน้ำหนัก รูปแบบการติดตั้ง และข้อกำหนดเรื่องความลาดเอียงแตกต่างกัน จึงควรเลือกให้สัมพันธ์กับโครงสร้างตั้งแต่ต้น
ส่วนเมทัลชีท แม้จะไม่จัดเป็นกระเบื้อง แต่ก็เป็นวัสดุมุงหลังคาที่ถูกนำมาเปรียบเทียบบ่อย โดยมีจุดเด่นเรื่องน้ำหนักเบาและติดตั้งได้รวดเร็ว จึงนิยมใช้กับงานต่อเติม โรงจอดรถ หรืออาคารที่ต้องการลดภาระของโครงสร้าง แต่หากต้องการควบคุมความร้อนและเสียงจากฝน อาจต้องพิจารณาเรื่องฉนวนหรือระบบหลังคาเพิ่มเติมด้วย จึงไม่ควรถามเพียงว่า “กระเบื้องแบบไหนดีที่สุด” แต่ควรถามว่า “วัสดุแบบไหนเหมาะกับบ้านและการใช้งานของเรามากที่สุด”
หลังคาบ้านร้อน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระเบื้องเพียงอย่างเดียว
อากาศร้อนทำให้หลายคนเลือกวัสดุมุงหลังคาจากคุณสมบัติเรื่องการกันความร้อนเป็นหลัก แต่ความร้อนภายในบ้านไม่ได้เกิดจากตัวกระเบื้องเพียงอย่างเดียว สีและพื้นผิวของหลังคา การได้รับแสงแดด ทิศทางของบ้าน ฉนวนกันความร้อน ช่องว่างใต้หลังคา การระบายอากาศ และฝ้าเพดาน ทุกอย่างล้วนมีส่วนต่ออุณหภูมิภายในบ้าน ดังนั้นหากต้องการให้บ้านเย็นขึ้น ควรมองหลังคาเป็นระบบโดยรวม ตัวอย่างเช่น การเลือกวัสดุมุงหลังคาที่เหมาะสมควบคู่กับการติดตั้งฉนวนและออกแบบช่องระบายอากาศใต้หลังคา อาจช่วยจัดการความร้อนได้ตรงจุดกว่าการพิจารณาเฉพาะชนิดของกระเบื้องหลังคา
หลังคารั่วไม่ได้แปลว่ากระเบื้องเสียเสมอไป

อีกหนึ่งปัญหาที่เจ้าของบ้านมักเจอคือหลังคารั่ว โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักหรือฝนสาดจากลมแรง หลายคนอาจนึกถึงกระเบื้องแตกเป็นอันดับแรก แต่สาเหตุจริงสามารถเกิดได้จากหลายจุด เช่น การซ้อนทับของกระเบื้องไม่เหมาะสม กระเบื้องเคลื่อน อุปกรณ์ครอบเสื่อม รอยต่อระหว่างหลังคากับผนังมีปัญหา หรือทางระบายน้ำอุดตัน ความลาดเอียงของหลังคาก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะวัสดุมุงหลังคาแต่ละประเภทถูกออกแบบให้ใช้งานภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกัน หากเลือกวัสดุไม่เหมาะกับองศาของหลังคา อาจทำให้น้ำระบายออกได้ไม่ดีและเพิ่มความเสี่ยงของการรั่วซึม หากเริ่มพบรอยน้ำบนฝ้า คราบความชื้น หรือสีโป่งหลังฝนตก จึงควรให้ช่างตรวจสอบต้นเหตุให้ชัดเจนก่อน ไม่จำเป็นต้องรีบสรุปว่าต้องเปลี่ยนหลังคาทั้งหมดเสมอไป
สุดท้ายแล้วไม่มีกระเบื้องประเภทใดที่เหมาะกับบ้านทุกหลัง เพราะแต่ละบ้านมีทั้งรูปทรง โครงสร้าง สภาพแวดล้อม และรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันกระเบื้องคอนกรีตอาจเหมาะกับบ้านที่ออกแบบโครงสร้างมาเพื่อรองรับและให้ความสำคัญกับดีไซน์ ขณะที่กระเบื้องลอนคู่สามารถเป็นทางเลือกสำหรับบ้านและพื้นที่ใช้งานหลายประเภท ส่วนกระเบื้องเซรามิกหรือวัสดุมุงหลังคาอื่นก็มีจุดเด่นที่เหมาะกับงานแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกแบบที่แพงที่สุด แต่คือการเลือกวัสดุที่สัมพันธ์กับโครงสร้าง ความลาดเอียง สภาพแวดล้อม และงบประมาณของบ้าน พร้อมติดตั้งด้วยวิธีที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่กำลังสร้างบ้าน ต่อเติม หรือวางแผนเปลี่ยนหลังคา สามารถเลือกดูกระเบื้องและอุปกรณ์หลังคาหลากหลายประเภทได้ที่ ไทวัสดุ พร้อมทีมงานที่สามารถช่วยแนะนำสินค้าให้เหมาะกับลักษณะงาน เพื่อให้เลือกวัสดุได้ง่ายและเหมาะกับบ้านมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เด็ก ป.6 เชียงราย เก่งจัด คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
ข่าวธุรกิจ Business
ชินคันเซ็นซูชิบุกเซ็นทรัลเชียงราย จัดเต็ม 250 เมนูเด็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของภาคเหนือ ล่าสุดได้ร่วมแสดงความยินดีกับการเปิดสาขาใหม่ของร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง คุณสายัณห์ นักบุญ ผู้จัดการทั่วไปของศูนย์การค้า นำทีมผู้บริหารมอบกระเช้าดอกไม้เพื่อต้อนรับพันธมิตรใหม่ โดยมีคุณธันยชนก ปัญจวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการจาก บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ฟ จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและการต้อนรับอย่างเป็นกันเองจากทีมงานทุกคน
การมาเยือนของร้าน ชินคันเซ็น ซูชิ (Shinkanzen Sushi) ในครั้งนี้ ช่วยยกระดับประสบการณ์การทานอาหารของชาวเชียงรายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทางร้านพร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วยเมนูที่หลากหลายมากกว่า 250 รายการ ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับซูชิหน้าต่างๆ ซาชิมิสดใหม่ ราเมนรสเข้มข้น และข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่นอีกมากมาย ร้านนี้จึงเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นการทานข้าวกับครอบครัวหรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน
ประเด็นสำคัญ
- เซ็นทรัล เชียงราย ต้อนรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของร้าน ชินคันเซ็น ซูชิ สาขาใหม่
- ทางร้านจัดเต็มเมนูอาหารญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยมกว่า 250 รายการ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม
- สมัครสมาชิกใหม่รับฟรีเครื่องดื่มเป๊ปซี่ 1 แก้ว ตั้งแต่วันที่ 1-3 ตุลาคม 2569
การเปิดสาขาใหม่ที่ เซ็นทรัล เชียงราย ช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด ปัจจุบันผู้คนมองหาร้านอาหารที่ให้ทั้งความอร่อยและความคุ้มค่า ชินคันเซ็น ซูชิ จึงเข้ามาเติมเต็มโซนร้านอาหารของศูนย์การค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การเลือกใช้วัตถุดิบที่ได้มาตรฐานและความใส่ใจในทุกขั้นตอน ทำให้แบรนด์นี้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน
เพื่อเป็นการฉลองการเปิดสาขาใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ทางร้านได้จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้า เพียงแค่คุณสมัครสมาชิก ชินคันเซ็น ซูชิ ที่หน้าร้าน จะได้รับเป๊ปซี่ฟรีทันที 1 แก้ว มูลค่า 25 บาท โปรโมชั่นนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม 2569 เท่านั้น โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางร้านกำหนด ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นให้เข้ามาใช้บริการได้อย่างคึกคัก

พิกัดความอร่อยใจกลางเมือง
นอกจากรสชาติที่ถูกปากแล้ว ทางร้านยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัยในระดับสูงสุด ทีมเชฟได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีเพื่อรักษาคุณภาพอาหารให้คงที่ การเปิดสาขานี้ยังช่วยสร้างงานและรายได้ให้คนในพื้นที่เชียงราย ถือเป็นการเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืนและมั่นคง
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยม สามารถแวะมาได้ตั้งแต่วันนี้ ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 1 โซน E-Center ของศูนย์การค้า โดยอยู่ติดกับร้าน McDonald’s ทำเลที่ตั้งหาง่ายและมีพื้นที่กว้างขวาง พร้อมรองรับลูกค้าทุกท่านที่ต้องการใช้เวลาแห่งความสุขกับมื้ออาหารสุดพิเศษ มาร่วมเปิดประสบการณ์ความอร่อยที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่เซ็นทรัล เชียงราย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็กเก่งเชียงรายคว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ผู้ลักลอบค้ายาเสพติด 9 รายเสียชีวิตจากการปะทะกับทหารในจังหวัดเชียงราย
-
ข่าวกีฬา Sports6 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

