ข่าว - News
เรื่องน่าเศร้า! ไฟไหม้บ้านคู่สามีภรรยาสูงอายุจนเสียชีวิต พร้อมกับแมวอีก 73 ตัว กำลังเร่งหาผู้ใจดีรับเลี้ยงแมวที่รอดชีวิต
น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – เกิดเหตุการณ์สุดสลดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้บ้านของตายายคู่หนึ่งในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 11 ย่านเขตธนบุรี เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทั้งสองท่านเสียชีวิตพร้อมกับแมวที่เลี้ยงไว้อีกถึง 73 ตัว สองตายายเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ใจบุญที่รับเลี้ยงแมวกว่า 100 ตัวในบ้านหลังนี้ เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 05:59 น. และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเดินทางถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วในเวลา 06:05 น.
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำงานอย่างเต็มกำลัง และสามารถควบคุมเพลิงได้สำเร็จในเวลา 06:14 น. แต่ด้วยความรวดเร็วของไฟและควันพิษที่หนาแน่น ทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์นี้ด้วยตนเอง พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงาน
ประเด็นสำคัญ
- ตายายสองท่านและแมวอีก 73 ตัว เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านในเขตธนบุรีช่วงเช้าตรู่
- พบแมวรอดชีวิต 19 ตัว โดย 2 ตัวถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์อย่างเร่งด่วน
- แมวอีก 17 ตัวถูกส่งไปยังศูนย์ควบคุมสุนัข กทม. (ประเวศ) เพื่อรอผู้ใจบุญมารับอุปการะต่อไป
หลังจากเจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้สงบลง พวกเขาได้ค้นพบแมวที่รอดชีวิตจากกองเพลิงจำนวน 19 ตัว สภาพของพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ได้รีบนำแมว 2 ตัวที่มีอาการบาดเจ็บส่งไปยังโรงพยาบาลสัตว์เพื่อรับการรักษาทันที ส่วนแมวที่เหลืออีก 17 ตัวได้รับการดูแลเบื้องต้นเป็นอย่างดี
สำนักงานเขตธนบุรีได้รับหน้าที่ดูแลแมวทั้ง 17 ตัวนี้เป็นการชั่วคราว เพื่อตรวจเช็กสุขภาพเบื้องต้นและฟื้นฟูสภาพจิตใจ จากนั้นในวันที่ 18 กรกฎาคม เวลา 12:00 น. เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายพวกมันอย่างปลอดภัย แมวทั้งหมดถูกส่งตัวไปยัง ศูนย์ควบคุมสุนัขและแมวประเวศ (Prawet Dog and Cat Shelter) เพื่อรอการอุปการะต่อไป

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบความเสียหายอย่างใกล้ชิด ท่านลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. การทำงานร่วมกันครั้งนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตธนบุรี และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยประเมินสถานการณ์อย่างละเอียด
แม้ว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะใช้เวลาเพียง 6 นาทีในการเดินทางมาถึง แต่ไฟก็ลุกลามไปอย่างรวดเร็วมาก ท่านผู้ว่าฯ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ท่านยังได้กล่าวเตือนประชาชนให้ระมัดระวังเรื่องอัคคีภัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าเช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคต

เปิดรับผู้ใจบุญ มอบชีวิตใหม่ให้แมวน้อย
ตอนนี้ทางกรุงเทพมหานครกำลังเร่งประชาสัมพันธ์ เพื่อหาบ้านใหม่ที่อบอุ่นให้กับแมวที่รอดชีวิตทั้ง 17 ตัว แมวเหล่านี้รอดพ้นจากเหตุการณ์เลวร้ายมาได้ และต้องการความรักความเอาใจใส่ ศูนย์ควบคุมสุนัข กทม. (ประเวศ) จึงขอเชิญชวนผู้ที่รักสัตว์มาร่วมกันให้โอกาสพวกมัน
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่พร้อมจะมอบชีวิตใหม่ให้กับแมวเหล่านี้ สามารถติดต่อทางศูนย์ฯ ได้โดยตรงในช่วงวันและเวลาราชการ การรับอุปการะสัตว์ที่ผ่านเรื่องราวสะเทือนใจ จะช่วยเยียวยาจิตใจของพวกมันได้เป็นอย่างดี เราหวังว่าน้องแมวทุกตัวจะได้พบกับครอบครัวใหม่ที่รักและดูแลพวกมันตลอดไป

การป้องกันอัคคีภัยในบ้านพักอาศัย
เหตุการณ์สลดครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญ ให้ทุกคนหันมาใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในบ้านมากยิ่งขึ้น การตรวจสอบสายไฟเก่าและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นประจำ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไฟไหม้ หากพบว่ามีอุปกรณ์ใดชำรุด ควรเปลี่ยนหรือซ่อมแซมทันที
นอกจากนี้ การติดตั้งเครื่องตรวจจับควันไฟในบ้าน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถเตือนภัยได้ตั้งแต่เนิ่นๆ การเตรียมพร้อมและมีสติอยู่เสมอ จะช่วยลดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมาก เราทุกคนสามารถช่วยกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยได้ เริ่มต้นจากบ้านของเราเอง

ความร่วมมือของชุมชนในยามวิกฤต
เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ เรามักจะได้เห็นน้ำใจของคนในชุมชนที่ช่วยเหลือกันเสมอ เพื่อนบ้านและผู้เห็นเหตุการณ์ต่างพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ แม้สถานการณ์จะเลวร้าย แต่ความมีน้ำใจนี้คือสิ่งที่ช่วยเยียวยาความรู้สึกของทุกคน
หน่วยงานภาครัฐเองก็ทำงานอย่างหนัก ทั้งในการดับเพลิงและการช่วยเหลือสัตว์ที่รอดชีวิต ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนเป็นสิ่งสำคัญมาก เราขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้เราดูแลกันและกันให้ดียิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
โศกนาฏกรรมในกรุงเทพฯ!! เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ผับลาดพร้าว คร่าชีวิต 27 ราย
ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ
ข่าว - News
กต.เตือนคนไทยชะลอเที่ยวยุโรป เลี่ยงเหตุประท้วงรุนแรง
กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการ ให้ประชาชนพิจารณาชะลอการเดินทางไปยังทวีปยุโรปในช่วงเวลานี้ คำเตือนดังกล่าวเน้นย้ำถึงประเทศเป้าหมายหลักอย่างฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ทางการขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนโดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของสวัสดิภาพและทรัพย์สินของทุกคน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในหลายพื้นที่ยังคงผันแปรอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก
ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นนี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ประท้วงที่ลุกลามบานปลายในหลายเมืองใหญ่ทั่วทวีป ข่าวระบุว่ามีการจลาจลอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มมุสลิม ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายในพื้นที่สาธารณะ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันและการท่องเที่ยวในยุโรปเต็มไปด้วยความเสี่ยง รัฐบาลของประเทศที่ได้รับผลกระทบกำลังเร่งดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อยับยั้งความรุนแรงและควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบ
สรุปประเด็นสำคัญ
- กระทรวงการต่างประเทศเตือนคนไทยให้ชะลอทริปไปฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน
- สาเหตุหลักเกิดจากเหตุจลาจลรุนแรงและการประท้วงต่อเนื่องโดยกลุ่มมุสลิมในหลายเมืองใหญ่
- นักท่องเที่ยวชาวไทยควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม และติดตามประกาศเตือนภัยจากสถานทูตอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ตึงเครียดในฝรั่งเศสและอิตาลี
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาระบุถึงความน่าเป็นห่วงของเหตุการณ์นี้ ท่านชี้ให้เห็นว่าประเทศฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดอย่างหนักในหลายเมือง ขณะเดียวกันที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ก็มีความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ความรุนแรงของสถานการณ์ทำให้นายกรัฐมนตรีอิตาลีต้องเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีวาระฉุกเฉินเพื่อรับมือโดยด่วน
นอกจากนี้ การประท้วงยังได้ขยายวงกว้างและเริ่มลุกลามไปยังประเทศสเปนอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลีจึงจำเป็นต้องเลื่อนการหารือทวิภาคีกับทางการไทยออกไปอย่างกะทันหัน รัฐบาลอิตาลีต้องการมุ่งเน้นทรัพยากรทั้งหมดไปที่การควบคุมเหตุการณ์จลาจลไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ นายสีหศักดิ์ย้ำว่าคนไทยควรตรวจสอบข้อมูลจากทางการ และสถานทูตอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจเดินทางเสมอ
คำแนะนำสำหรับคนไทยที่ต้องเดินทางไปยุโรป
น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – สำหรับพลเมืองไทยที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศเหล่านี้ กระทรวงการต่างประเทศขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด
ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือสถานที่สาธารณะที่อาจตกเป็นเป้าหมายของการปะทะ การติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศของรัฐบาลในประเทศเหล่านั้นเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ การลงทะเบียนข้อมูลการเดินทางกับสถานเอกอัครราชทูตไทยจะช่วยให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน
ทางการไทยยังแนะนำให้ผู้ที่วางแผนจะไปท่องเที่ยวพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางในระยะนี้ หากคุณจองตั๋วเครื่องบินและที่พักไว้แล้วแต่สามารถเลื่อนได้ การชะลอทริปออกไปก่อนถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินต้องมาก่อนความสนุกสนานจากการท่องเที่ยวเสมอ ทางกระทรวงจะยังคงประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะมีการอัปเดตคำแนะนำเพิ่มเติมหากเหตุการณ์ในยุโรปเริ่มคลี่คลายลง
ผลกระทบต่อการทูตและการค้าของไทย
เหตุการณ์ความวุ่นวายในยุโรปไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่มันยังมีผลต่อเนื่องถึงความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจอีกด้วย การเลื่อนการประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและอิตาลี ทำให้การหารือเรื่องความร่วมมือทางการค้าต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว ปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยและอิตาลียังคงมองเห็นโอกาสในการขยายตัวอีกมาก
ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว บริษัททัวร์หลายแห่งในประเทศไทยเริ่มได้รับคำขอเลื่อนการเดินทางจากลูกค้าแล้ว นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัยเมื่อต้องเผชิญกับข่าวการประท้วงรายวัน สำนักข่าวและรายงานต่างประเทศ ระบุว่าเหตุการณ์นี้อาจมีความยืดเยื้อต่อไปอีกระยะหนึ่ง ดังนั้น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและการบินจึงต้องเตรียมแผนสำรอง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ศุลกากรยึดไอโฟน 1,000 เครื่อง สกัดจับลอตใหญ่สุดในรอบปี
ตำรวจพัทยาจับกุม “อาหลี่” ชาวจีนที่ถูกออกหมายแดงในข้อหาพนันมูลค่า 1.5 พันล้านบาท
ข่าว - News
ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย
ตำรวจพัทยาจับกุม "อาหลี่" ชาวจีนที่ถูกออกหมายแดงในข้อหาพนันมูลค่า 1.5 พันล้านบาท">พัทยา – เกิดอุบัติเหตุรุนแรงขึ้นที่แยกโพธิสาร บนถนนพัทยา-นาเกลือ จังหวัดชลบุรี รถเอสยูวีสีดำพุ่งชนรถเก๋งและรถคันอื่นๆ หลายคัน รถเหล่านั้นกำลังจอดรอสัญญาณไฟแดงอยู่ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจรีบเดินทางมายังที่เกิดเหตุทันที พวกเขาเร่งช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุครั้งนี้ สภาพการจราจรบริเวณดังกล่าวติดขัดอย่างหนักเนื่องจากซากรถขวางถนน
ประเด็นสำคัญ
- รถเอสยูวีสีดำพุ่งชนรถที่จอดติดไฟแดงหลายคันที่แยกโพธิสาร พัทยา
- มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 7 ราย
- เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุ
การช่วยเหลือและตรวจสอบสาเหตุ
จากเหตุการณ์นี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 7 คน อาการบาดเจ็บมีตั้งแต่บาดแผลเล็กน้อยไปจนถึงบาดเจ็บค่อนข้างรุนแรง ทีมกู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาต่อไป
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ พวกเขาทำการสอบปากคำพยานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกอย่างละเอียด คุณสามารถติดตามข้อมูลการจราจรและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ แหล่งข่าวท้องถิ่นพัทยา ทางตำรวจยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น
ตำรวจสกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าของเถื่อนชาวจีนในภาคเหนือของประเทศไทย
ข่าว - News
งบเยียวยาน้ำท่วมจ่อหมด ปภ. ชง ครม. ขอเพิ่ม 1.05 หมื่นล้าน
สถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระจายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่ล่าสุดพบว่างบประมาณก้อนแรกที่ได้รับอนุมัติมานั้นถูกใช้ไปเกือบหมดแล้ว ทำให้ต้องเร่งจัดหางบประมาณเพิ่มเติมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างชัดเจน ท่านระบุว่าทางหน่วยงานได้ดำเนินการโอนเงินเยียวยาให้กับผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องตามข้อมูลจริง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขล่าสุดชี้ให้เห็นว่าวงเงินเดิมที่ได้รับการจัดสรรมากำลังจะหมดลงในไม่ช้า
ประเด็นสำคัญ
- งบประมาณเยียวยาน้ำท่วมก้อนแรก 5,281 ล้านบาท ถูกใช้ไปแล้วกว่า 5,225 ล้านบาท
- ขณะนี้เหลือเงินในกองทุนเพียง 66 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือระยะต่อไป
- ปภ. เตรียมเสนอ ครม. ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ เพื่อขออนุมัติงบเพิ่มอีก 10,508 ล้านบาท ครอบคลุม 1.48 ล้านครัวเรือน
งบประมาณเดิมเหลือเพียง 66 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางจำนวน 5,281 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วประเทศ การคำนวณงบประมาณนี้อ้างอิงจากข้อมูลความเสียหายที่แต่ละจังหวัดรายงานเข้ามาในระบบอย่างละเอียด ซึ่ง ปภ. ยืนยันว่าไม่สามารถขอวงเงินเกินกว่าข้อมูลความเสียหายที่มีอยู่จริงในขณะนั้นได้ จนถึงปัจจุบันได้มีการประสานงานกับธนาคารอย่างใกล้ชิดเพื่อโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนโดยตรง
ล่าสุด มีการใช้จ่ายเงินเยียวยาโอนให้ประชาชนไปแล้วถึง 5,225 ล้านบาท ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่รวดเร็วของภาครัฐ แต่ก็หมายความว่ามีเงินเหลือในระบบเพียง 66 ล้านบาทเท่านั้น จำนวนเงินที่เหลือนี้ไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังรอการเยียวยาอีกจำนวนมาก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องหาทางออกอย่างเร่งด่วนเพื่อให้การช่วยเหลือไม่หยุดชะงัก
เตรียมเสนอ ครม. ขอวงเงินเพิ่ม 10,508 ล้านบาท
เพื่อแก้ไขปัญหางบประมาณขาดแคลน ปภ. ได้เตรียมแผนสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว นายนิรัตน์ยืนยันว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 โดยจะเสนอขอขยายวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 10,508 ล้านบาท งบประมาณก้อนใหม่นี้จะนำมาจากงบกลางของปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้สามารถเดินหน้าทำงานต่อได้ทันที
เป้าหมายหลักของการของบเพิ่ม คือการดูแลประชาชนให้ครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือได้ถึง 1.48 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการรับประกันจากภาครัฐว่าผู้ประสบภัยทุกคนที่เข้าเกณฑ์จะได้รับเงินช่วยเหลืออย่างแน่นอน จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรือตกหล่นจากระบบการเยียวยาในครั้งนี้
ขั้นตอนการโอนเงินที่รวดเร็วและโปร่งใส
หาก ครม. มีมติอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 10,508 ล้านบาทตามที่เสนอ ปภ. จะเริ่มกระบวนการทำงานในขั้นต่อไปทันที ทางหน่วยงานจะส่งข้อมูลรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินให้กับ ธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของผู้ประสบภัย ระบบนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ารวดเร็วและสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานส่วนท้องถิ่นและส่วนกลางเป็นไปอย่างราบรื่น
ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถอุ่นใจได้ว่า กระบวนการช่วยเหลือจะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ท่านอธิบดี ปภ. ย้ำว่าระบบการทำงานได้ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดีเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาสามารถติดตามข่าวสารจากทางราชการและผู้นำชุมชนได้อย่างใกล้ชิด
ความหวังของชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัย
เงินเยียวยาก้อนนี้มีความหมายอย่างมากต่อการฟื้นฟูชีวิตของชาวบ้านในหลายจังหวัด หลายครอบครัวสูญเสียทรัพย์สินและเครื่องมือทำมาหากินไปกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก การได้รับเงินชดเชยจะช่วยให้พวกเขาสามารถซ่อมแซมบ้านเรือนและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วนนี้จึงได้เร่งผลักดันงบประมาณให้ผ่านการอนุมัติโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน
ท้ายที่สุดแล้ว การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 20 ตุลาคม จะเป็นก้าวสำคัญในการพิจารณาความต่อเนื่องของความช่วยเหลือบรรเทาอุทกภัย หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ครัวเรือนกว่า 1.48 ล้านครัวเรือนจะได้รับข่าวดีและได้รับการโอนเงินเข้าบัญชี การทำงานที่รวดเร็วและโปร่งใสของกรมป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ (DDPM) จะเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้ผ่านพ้นภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้ไปด้วยกัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กาแฟเชียงราย ดอยช้าง ดอยวาวี ปางขอน ต่างกันยังไง
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago
คำเตือน! มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและข่มขู่เด็กนักเรียนผ่านวิดีโอคอล
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days ago
เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น
-
สภาพอากาศ - Weather6 days ago
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้
-
ข่าว - News4 days ago
ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

