เชียงราย - Chiang Rai News
ดอยสะเคน จังหวัดเชียงราย กำลังพัฒนาเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญ
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายแล้ว">เชียงราย – เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดเชียงราย (ก.ธ.จ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการใหญ่ของจังหวัด โดยมีเป้าหมายหลักที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนดอยสะเก็น นายวัง นอรัตน์ ผู้แทนภาคประชาสังคม ได้นำทีมงานตรวจสอบการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ทางด้านนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้มอบหมายให้นายธเนศ โกมลธง รองนายกเทศมนตรี เป็นตัวแทนต้อนรับคณะทำงาน การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การประเมินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์เรียนรู้พันธุ์ไม้เมืองหนาว
ในการตรวจสอบครั้งนี้ ทีมผู้บริหารเทศบาลนครเชียงรายได้ร่วมให้ข้อมูลอย่างละเอียด นายอิทธิพล สุนทรสีมะ และว่าที่ร้อยตรีบุญฤทธิ์ อายุยืน ได้รายงานความคืบหน้าของงานก่อสร้าง ปัจจุบันทีมช่างกำลังเร่งสร้างอาคารจัดแสดงพันธุ์ไม้เมืองหนาวให้เสร็จตามกำหนด เมื่อโครงการนี้สร้างเสร็จ อาคารแห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ที่สำคัญของเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- ก.ธ.จ.เชียงราย ลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ดอยสะเก็นเพื่อติดตามการสร้างแลนด์มาร์คพรรณไม้เมืองหนาวแห่งใหม่
- โครงการกำลังเร่งสร้างอาคารจัดแสดง เพื่อยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ทันสมัย
- เป้าหมายหลักคือการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างอาชีพให้คนในชุมชนอย่างยั่งยืน
โครงการดอยสะเก็นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ผ่านการวางแผนมาอย่างรัดกุม คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดได้ให้ความเห็นชอบโครงการนี้มาตั้งแต่การประชุมเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังถูกคัดเลือกให้เป็นโครงการบูรณาการด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่นของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 อีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาท้องถิ่นสามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์เทศบาลนครเชียงราย
เป้าหมายหลักของการพัฒนาคือการยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่ นอกจากการดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนดอยสะเก็น การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากจะช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
นครแห่งสีสันและเทศกาลตลอดทั้งปี
การสร้างศูนย์เรียนรู้ดอยสะเก็นถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเมืองเชียงราย โครงการนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์หลักของจังหวัดอย่างสมบูรณ์แบบ วิสัยทัศน์ที่ว่าคือการมุ่งสู่การเป็น “นครเชียงราย นครแห่งสีสันและเทศกาลตลอดทั้งปี” ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ในอนาคต พื้นที่ดอยสะเก็นจะเป็นมากกว่าแค่สวนสาธารณะหรือศูนย์เรียนรู้ทั่วไป สถานที่นี้จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่พร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลก สิ่งนี้จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล และส่งเสริมให้ท้องถิ่นเติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไป
พรรณไม้เมืองหนาวกับโอกาสใหม่
ศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่นี้จะรวบรวมพรรณไม้หายากที่เติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความงามของดอกไม้และพืชพรรณต่างๆ อย่างใกล้ชิด การจัดแสดงพรรณไม้เหล่านี้ยังเป็นแหล่งความรู้ชั้นดีสำหรับเยาวชนและผู้ที่สนใจด้านพฤกษศาสตร์
นอกจากนี้ การออกแบบอาคารจัดแสดงยังคำนึงถึงความกลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้าง ดอยสะเก็นจึงยังคงรักษาสภาพแวดล้อมเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกฝ่ายต่างหวังว่าแลนด์มาร์คแห่งนี้จะพร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเร็วๆ นี้ และสร้างความประทับใจให้แก่ทุกคนที่มาเยือน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ก.ธ.จ. เชียงราย ลุยตรวจ 3 บิ๊กโปรเจกต์ 52 ล้านบาท ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวแม่สรวย
GLO เสริมศักยภาพคนรุ่นใหม่ Gen Z ในเชียงราย ต่อสู้กับกลโกงการพนันออนไลน์
เชียงราย - Chiang Rai News
พลิกโฉม “กาแฟเชียงราย” สู่ตลาดโลก: ดันเกษตรมูลค่าสูงด้วยกล้าพันธุ์พรีเมียม
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายแล้ว">เชียงราย – เชียงรายกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางกาแฟระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งผลักดันนโยบายยกระดับกาแฟเชียงรายสู่มาตรฐานสากล โดยเน้นการใช้กล้าพันธุ์คุณภาพสูงเพื่อรับมือตลาดกาแฟพิเศษที่กำลังเติบโต โครงการนี้ตามรายงานของ เดลินิวส์ ไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ แต่ยังมุ่งเน้นความยั่งยืนอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายหลัก: ดันกาแฟเชียงรายสู่ตลาด Specialty Coffee ระดับโลก ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่และต้นกล้าคุณภาพสูง
- พื้นที่ยุทธศาสตร์: เชียงรายมีพื้นที่ปลูกกาแฟกว่า 55,000 ไร่ โดยมีแหล่งชื่อดังระดับสากลอย่าง ดอยช้าง ดอยวาวี และดอยตุง
- การสนับสนุนปี 2569: รัฐบาลเดินหน้าแจกจ่ายกล้าพันธุ์กาแฟกว่า 445,800 ต้นทั่วภาคเหนือ โดยพื้นที่เชียงรายได้รับ 127,000 ต้น
น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ เชียงรายคือแหล่งผลิตกาแฟอาราบิก้าที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย พื้นที่แห่งนี้มีภูมิประเทศและสภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาสินค้าเกษตร
แต่เกษตรกรไทยยังคงต้องรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ ทั้งเรื่องสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนและต้นทุนการผลิตที่ขยับสูงขึ้น นอกจากนี้ ตลาดโลกยังต้องการสินค้าที่ปลอดภัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รัฐบาลจึงต้องเร่งหาทางออกเพื่อรับมือกับเรื่องนี้
กระทรวงเกษตรฯ จึงมุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟแบบครบวงจร รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรใช้กล้าพันธุ์ที่แข็งแรงและเหมาะกับพื้นที่ ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการแปรรูป ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กาแฟไทยแข่งขันได้
เน้นคุณภาพ ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม
การพัฒนากาแฟในยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่การเร่งเพิ่มปริมาณผลผลิตอีกต่อไป ตลาดโลกต้องการกาแฟที่มีเรื่องราว มีเอกลักษณ์ และมีคุณภาพที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งจึงเป็นเรื่องจำเป็น
ที่สำคัญคือการเติบโตนี้ต้องทำควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ เกษตรกรต้องใช้พื้นที่อย่างชาญฉลาด ไม่บุกรุกทำลายป่า และงดการเผาป่าโดยเด็ดขาด แนวทางนี้จะช่วยให้กาแฟไทยได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้ข้อมูลเสริมที่น่าสนใจ ปัจจุบันเชียงรายมีพื้นที่ปลูกกาแฟมากกว่า 55,415 ไร่ แหล่งปลูกสำคัญอย่างดอยช้าง ดอยวาวี และดอยตุง ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องรสชาติที่ยอดเยี่ยม
กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเร่งถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การเลือกกล้าพันธุ์ การดูแลสวน ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการแปลง จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้อย่างชัดเจน
เป้าหมายสำคัญคือการตอบสนองความต้องการของตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ที่ให้ราคาสูงกว่าตลาดทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ให้แข็งแกร่ง
ก้าวต่อไปของกาแฟไทยในตลาดโลก
ในปี 2569 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดเตรียมกล้าพันธุ์กาแฟคุณภาพสูงไว้สนับสนุนเกษตรกร รัฐบาลเตรียมแจกจ่ายกล้าพันธุ์รวม 445,800 ต้น ให้กับเกษตรกรใน 7 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อทดแทนต้นเก่าที่ทรุดโทรม
สำหรับพื้นที่จังหวัดเชียงราย จะได้รับโควตากล้าพันธุ์ทั้งหมด 127,000 ต้น แบ่งเป็นอาราบิก้า 112,000 ต้น และโรบัสต้า 15,000 ต้น โครงการนี้คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพลิกโฉมวงการกาแฟไทย
ตลาดกาแฟพิเศษทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้บริโภคยุคใหม่ยอมจ่ายเงินในราคาที่สูงขึ้น เพื่อแลกกับกาแฟที่มีรสชาติซับซ้อนและมีเรื่องราวที่น่าสนใจ กาแฟเชียงรายมีศักยภาพเต็มเปี่ยมที่จะเจาะตลาดกลุ่มนี้
รัฐบาลจึงเน้นย้ำเรื่องการสร้างจุดขายให้กาแฟแต่ละดอย การบอกเล่าที่มาของเมล็ดกาแฟ วิถีชีวิตของเกษตรกร และการผลิตที่รักษ์โลก จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อย่างมหาศาล กาแฟไทยกำลังก้าวไปข้างหน้าเพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ในตลาดสากลอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ก.ธ.จ. เชียงราย ลุยตรวจ 3 บิ๊กโปรเจกต์ 52 ล้านบาท ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวแม่สรวย
ดอยสะเคน จังหวัดเชียงราย กำลังพัฒนาเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ก.ธ.จ. เชียงราย ลุยตรวจ 3 บิ๊กโปรเจกต์ 52 ล้านบาท ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวแม่สรวย
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายแล้ว">เชียงราย – การตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดเชียงราย (ก.ธ.จ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการพัฒนาในอำเภอแม่สรวย การทำงานครั้งนี้นำทีมโดย นายธันวา เหลี่ยมพันธ์ รองประธาน ก.ธ.จ. เชียงราย พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา พวกเขาได้เข้าไปติดตาม 3 โครงการก่อสร้างใหญ่ประจำปีงบประมาณ 2569 อย่างใกล้ชิด
โครงการเหล่านี้มีมูลค่ารวมสูงกว่า 52 ล้านบาท จึงต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เป้าหมายหลักคือการทำให้มั่นใจว่า ทุกขั้นตอนมีความโปร่งใส และสร้างตามมาตรฐานที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังเป็นการเร่งรัดให้งานเสร็จสิ้นตามกำหนดเวลา เพื่อให้พี่น้องชาวแม่สรวยได้รับประโยชน์สูงสุด คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของ ก.ธ.จ. ได้ที่ เว็บไซต์สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- ตรวจสอบงบ 52 ล้านบาท: ก.ธ.จ. เชียงราย ลงพื้นที่อำเภอแม่สรวยอย่างจริงจัง เพื่อสอดส่อง 3 โครงการก่อสร้างหลักของรัฐ
- เน้นความโปร่งใส: มุ่งหวังป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน และกระตุ้นให้ผู้รับเหมาทำงานเสร็จตรงตามแผนงาน
- ยกระดับคุณภาพชีวิต: โครงการครอบคลุมทั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อาคารที่ว่าการอำเภอ และอาคารเรียนต้านแผ่นดินไหว
โครงการแรกที่ทีมงานเข้าไปสอดส่องคือ การก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านหนองผ่า หมู่ที่ 9 ตำบลแม่สรวย โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณเงินอุดหนุนจำนวน 7,153,400 บาท โดยมีเทศบาลตำบลเวียงสรวยเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลโดยตรง
เป้าหมายของศูนย์แห่งนี้ คือการสร้างสถานที่เรียนรู้ที่ทันสมัยและปลอดภัยสำหรับเด็กปฐมวัย เมื่อสร้างเสร็จจะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในชุมชนได้อย่างมาก อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกหลานชาวแม่สรวย ให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพและสมวัย
โฉมใหม่อาคารที่ว่าการอำเภอแม่สรวย
โครงการที่สองคือ การก่อสร้างอาคารที่ว่าการอำเภอแม่สรวยแห่งใหม่ โครงการนี้ใช้งบประมาณสูงถึง 29,087,000 บาท โดยมีที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงรายเป็นหน่วยงานดำเนินการหลัก อาคารหลังใหม่นี้ถูกออกแบบมาให้มีความกว้างขวาง และสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม
จุดประสงค์หลักคือการรองรับพี่น้องประชาชน ที่เดินทางมาติดต่อราชการในแต่ละวันให้ดียิ่งขึ้น การยกระดับสถานที่ทำงานของรัฐครั้งนี้ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่ได้ตรงจุด
อาคารเรียนต้านแผ่นดินไหวสุดปลอดภัย
โครงการสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การสร้างอาคารเรียน 212 ล./57-ข สำหรับเขตแผ่นดินไหว อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลแม่สรวย โดยใช้งบประมาณก่อสร้าง 15,213,600 บาท สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 2 เป็นผู้รับผิดชอบดูแลโครงการนี้ ติดตามข่าวสารการศึกษาเพิ่มเติมได้ทาง กระทรวงศึกษาธิการ
อาคารเรียนนี้ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อต้านทานแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว โครงการนี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับทั้งนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา ทำให้ผู้ปกครองมั่นใจได้เต็มที่ว่า เด็ก ๆ จะได้นั่งเรียนในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและทันสมัยที่สุด
การลงพื้นที่ของ ก.ธ.จ. เชียงราย ครั้งนี้ถือเป็นกระบวนการสำคัญ ในการสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ การสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ชาวอำเภอแม่สรวย ได้เข้าใช้ประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดินอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และเกิดความคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
GLO เสริมศักยภาพคนรุ่นใหม่ Gen Z ในเชียงราย ต่อสู้กับกลโกงการพนันออนไลน์
รองนายกฯ ลุยเชียงราย! เร่งซ่อมแซม “ฝายทุ่งหลวง” เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยปี 2026
เชียงราย - Chiang Rai News
หญิงชาวเชียงรายเปลี่ยนกุหลาบให้กลายเป็นอาณาจักรฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของตัวเอง
ชียงรายแล้ว">เชียงราย – การทำเกษตรในยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับราคาที่ผันผวนและกลไกตลาดที่ไม่แน่นอนอยู่เสมอ แต่สำหรับคุณนพเก้า จันโย เกษตรกรรุ่นใหม่จาก “บ้านสวนย่าน้อย” อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เธอได้ค้นพบทางรอดที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง เธอสามารถเปลี่ยนความหลงใหลในดอกกุหลาบให้กลายเป็นธุรกิจเกษตรอินทรีย์ที่มีมูลค่าสูงได้อย่างน่าทึ่ง โดยการนำดอกกุหลาบมาแปรรูปเป็นสินค้าพรีเมียม ซึ่งสามารถสร้างรายได้สูงถึงกิโลกรัมละ 5,000 บาทเลยทีเดียว
ประเด็นสำคัญ
- เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป: จากดอกไม้สดราคาดอกละ 3 บาท เปลี่ยนเป็นชากุหลาบอบแห้งและสกินแคร์ สร้างมูลค่าแตะกิโลกรัมละ 5,000 บาท
- เจาะตลาดสุขภาพความงาม: ต่อยอดผลผลิตสดเป็นน้ำสกัดกุหลาบ (Rose Water) บริสุทธิ์ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
- เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ: ยอมเสียสละเด็ดดอกชุดแรกทิ้งเพื่อบำรุงต้นให้แข็งแรง ก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิตคุณภาพสูงระดับพรีเมียมในรอบถัดไป
เส้นทางธุรกิจที่น่าสนใจนี้เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2555 เมื่อคุณนพเก้าตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่ออาชีพเกษตรของครอบครัว เธอตั้งเป้าหมายในใจว่าจะต้องทำเกษตรแบบยั่งยืนและปลอดภัยต่อทั้งคนปลูกและคนกิน การทำเกษตรอินทรีย์จึงกลายเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับแนวทางของเธอ
ในตอนแรกเธอเริ่มต้นจากการทำนาข้าวอินทรีย์เพื่อสร้างพื้นฐาน ก่อนจะขยับขยายมาปลูกดอกกุหลาบซึ่งเป็นไม้ดอกที่เธอชื่นชอบและสะสมสายพันธุ์มานาน เธอเล็งเห็นโอกาสในตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในยุคปัจจุบัน เธอจึงเลือกปลูกกุหลาบพันธุ์ไทยที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
กุหลาบสองสายพันธุ์หลักที่เธอตั้งใจเลือกมาปลูกคือ “มอญไกลกังวล” และ “มอญแดงประเสริฐ” ซึ่งสายพันธุ์โบราณเหล่านี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการนำมาแปรรูปเป็นชากุหลาบคุณภาพพรีเมียม
เทคนิคการปลูกที่เน้นคุณภาพและความใส่ใจทุกขั้นตอน
สวนกุหลาบของคุณนพเก้ามีการบริหารจัดการแปลงปลูกอย่างเป็นระบบและใส่ใจในทุกรายละเอียดปลีกย่อย เธอเตรียมแปลงปลูกกว้าง 1 เมตร ยกแปลงให้สูงขึ้น และเว้นระยะห่างระหว่างต้น 60-80 เซนติเมตร เทคนิคนี้ช่วยให้ต้นกุหลาบโปร่ง รับแสงแดดได้เต็มที่ และลดการเกิดโรคสะสม
เคล็ดลับสำคัญที่หลายคนไม่กล้าทำคือการยอมเสียสละผลผลิตในระยะแรกเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า ในช่วง 45 วันแรกที่กุหลาบเริ่มออกดอก เธอจะเด็ดดอกทิ้งทั้งหมดโดยไม่เสียดาย วิธีนี้ช่วยให้ต้นกุหลาบได้สะสมอาหารเต็มที่และสร้างระบบรากที่แข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด
หลังจากเฝ้ารออีกประมาณ 45 วัน ต้นกุหลาบจะผลิดอกชุดใหม่ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมและสมบูรณ์แบบ ดอกกุหลาบชุดนี้สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการแปรรูปในขั้นตอนต่อไป
แก้ปัญหาเดิมๆ ด้วยนวัตกรรมและการเพิ่มมูลค่า
ปัญหาคลาสสิกของการขายดอกกุหลาบสดคือราคาที่ตกต่ำเพียงดอกละ 3 บาท และมีอายุการเก็บรักษาที่สั้นมากจนเน่าเสียได้ง่าย คุณนพเก้าจึงแก้ปัญหานี้ด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลัก 3 ชนิด เพื่อเพิ่มมูลค่าและยืดอายุสินค้าให้ยาวนานขึ้น
ผลิตภัณฑ์แรกคือ “ชากุหลาบอบแห้ง” เธอจะคัดเฉพาะดอกที่บานในระยะพอดี นำไปอบลมร้อนที่อุณหภูมิ 50-55 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาสีและกลิ่นหอมเอาไว้อย่างครบถ้วน ผลิตภัณฑ์ที่สองคือ “น้ำสกัดกุหลาบ” ซึ่งสกัดจากดอกกุหลาบที่เก็บก่อน 10.00 น. เพื่อให้ได้กลิ่นหอมละมุนที่สุด
กุหลาบสด 3 กิโลกรัม สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำกุหลาบบริสุทธิ์ได้ถึง 3 ลิตร และขายได้ในราคาลิตรละ 1,000 บาท ผลิตภัณฑ์สุดท้ายคือกลุ่ม “สกินแคร์ดูแลผิว” ซึ่งเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคสายคลีนที่ต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติแท้ๆ
ก้าวต่อไปในฐานะผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่
ปัจจุบันคุณนพเก้ามองว่าตนเองไม่ได้เป็นแค่เกษตรกรธรรมดาอีกต่อไป แต่เธอกำลังยกระดับเป็นผู้ประกอบการที่มุ่งมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร แผนการในอนาคตของเธอคือการสกัดน้ำมันกุหลาบหอมระเหย ซึ่งเป็นส่วนผสมที่มีมูลค่าสูงมหาศาลในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางระดับโลก
สำหรับการทำการตลาด เธอใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือหลักในการเล่าเรื่องราวความพิถีพิถันของกุหลาบอินทรีย์ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค เป้าหมายต่อไปของเธอคือการส่งออกผลิตภัณฑ์ เพื่อให้กุหลาบอินทรีย์จากเชียงรายเป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดสากล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หญิงสาวอายุ 23 ปี จากเชียงราย ถูกจับพร้อมยาไอซ์กว่า 300 กิโลกรัม
รองนายกฯ ลุยเชียงราย! เร่งซ่อมแซม “ฝายทุ่งหลวง” เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยปี 2026
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
-
ข่าว - News7 days ago
สุดเศร้า! ครอบครัวรับร่าง ส.ต.ต.หญิง เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
จับกุมขบวนการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ บริเวณชายแดนเชียงราย-เมียนมาร์
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด











