เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายและลาวร่วมมือกันปลูกต้นไม้ 7,400 ต้นเพื่อต่อสู้กับมลพิษ PM2.5 บริเวณชายแดน
สุนัขอย่างน่าตกใจ">พระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงราย – เชียงรายร่วมกับ สปป.ลาว, TEI และ GIZ จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ 7,400 ต้น เพื่อเสริมแนวกำแพงเขียวและขยายความร่วมมือของพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ในการแก้ปัญหา PM2.5 หมอกควันข้ามแดน รวมถึงฟื้นฟูป่าต้นน้ำ โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ณ แก่งผาได อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- ปลูกไม้ป่าพื้นถิ่นและไม้เศรษฐกิจรวม 7,400 ต้น เพื่อทำแนวกันชนสีเขียว
- เชื่อมความร่วมมือระหว่างอำเภอเวียงแก่นกับเมืองห้วยทรายและเมืองปากทา แขวงบ่อแก้ว
- ใช้กิจกรรมปลูกป่าและดูแลแนวกันไฟเป็นแนวทางลดหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ระยะยาว
ในพิธีครั้งนี้ ท่านสมนึก อินทะพรหม รองหัวหน้าห้องว่าการแขวงบ่อแก้ว เป็นหัวหน้าคณะจาก สปป.ลาว ขณะที่ฝ่ายไทยมีนายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ นายอำเภอเวียงแก่น พร้อมด้วยผู้บริหารจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนประชาชนและเยาวชนจาก 22 หมู่บ้านชายแดน รวมกว่า 800 คนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ความร่วมมือชายแดนที่ต่อยอดได้จริง
กิจกรรมนี้เกิดจากความร่วมมือของจังหวัดเชียงราย อำเภอเวียงแก่น สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนานชายแดนไทย ลาว เมียนมา และ GIZ ภายใต้โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (ISRL) โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระชนมพรรษา 74 พรรษา
นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับพื้นที่ระหว่างอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย กับเมืองห้วยทรายและเมืองปากทา แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ผ่านการปลูกไม้พื้นถิ่นที่เพาะเชื้อราเห็ดไมคอร์ไรซา และไม้ป่าหลากชนิด รวมทั้งหมด 7,400 ต้น เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศป่าต้นน้ำ และสนับสนุนการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น กาแฟ ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมลดการเผาในที่โล่ง

ปลูกป่า ช่วยลดฝุ่น และดูแลไฟป่าร่วมกัน
กิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การปลูกต้นไม้ เพราะยังเป็นจุดเริ่มของการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนสองฝั่งโขงในหลายช่วงฤดูกาล ช่วงฤดูฝนจะมีการปลูกป่าฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม ส่วนช่วงฤดูแล้งจะช่วยกันทำแนวกันไฟและเฝ้าระวังไฟป่า
เมื่อหน่วยงานปกครองและชุมชนชายแดนประสานงานกันได้ใกล้ชิดมากขึ้น การแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนและฝุ่น PM2.5 จากต้นตอจะทำได้ต่อเนื่องกว่าเดิม และคนทั้งสองฝั่งโขงก็มีโอกาสได้หายใจในอากาศที่ดีขึ้นในระยะยาว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายร่วมมือกับลาวในการต่อสู้กับโรคปากและเท้าเปื่อยสายพันธุ์ SAT1
อัปเดต: เหตุการณ์ยิงกันในครอบครัวที่เชียงรายส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน
สุนัขอย่างน่าตกใจ">พระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงราย – นักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม
การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก
ประเด็นสำคัญ
- โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
- นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
- กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน
หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ
ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้
หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย
ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด
ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย
การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว
กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ
สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล
โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก
นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว
การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ
ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย
การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
เชียงราย – เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ท่ามกลางความเงียบสงบของชายแดน เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างดุเดือด แก๊งคนร้ายพยายามขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมหาศาลข้ามพรมแดนเข้ามายังฝั่งประเทศไทย แต่โชคดีที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐสกัดกั้นเอาไว้ได้ทันท่วงที
ชุดปฏิบัติการทหารจากกองกำลังผาเมืองได้ออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดตามแนวชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา พวกเขาเฝ้าระวังพื้นที่บริเวณชุมชนตลาดชายแดนบ้านสายลมจอย เพื่อป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ การลาดตระเวนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยครั้งนี้นำไปสู่การเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่กำลังแอบข้ามแม่น้ำสาย
ประเด็นสำคัญ
- เกิดเหตุปะทะเดือด: ทหารไทยยิงปะทะกับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาตินานประมาณ 5 นาที ที่บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
- ยึดของกลางจำนวนมาก: เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาคีตามีนน้ำหนักรวมกว่า 150 กิโลกรัม พร้อมกับรถยนต์หนึ่งคันที่เตรียมไว้สำหรับขนย้าย
- คนร้ายล่าถอยหลบหนี: กลุ่มผู้ก่อเหตุตัดสินใจทิ้งของกลางและหลบหนีข้ามแม่น้ำกลับไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเวลาประมาณตีสี่ครึ่ง เจ้าหน้าที่ทหารได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มชายต้องสงสัยจำนวนสี่ถึงหกคนกำลังเดินฝ่ากระแสน้ำ พวกเขาแบกกระสอบฟางที่ถูกดัดแปลงและห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำอย่างมิดชิดข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อชายกลุ่มนี้เดินทางมาถึงฝั่งไทย พวกเขาก็รีบขนถุงดำมุ่งหน้าไปยังรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาวที่จอดรอรับอยู่บริเวณนั้น
ทันทีที่ประเมินสถานการณ์และเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจค้นอย่างละเอียดทันที ทว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยกลับไม่ยอมจำนนต่อเจ้าหน้าที่ และตัดสินใจใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงเบิกทางใส่กลุ่มทหาร เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดการยิงปะทะตอบโต้กันอย่างดุเดือดนานประมาณห้านาทีริมฝั่งแม่น้ำ
หลังจากสิ้นเสียงปืนปะทะกัน เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายยังคงปลอดภัยดีและไม่มีใครได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เลย ส่วนกลุ่มคนร้ายเมื่อเห็นท่าไม่ดีและไม่สามารถสู้รบได้ จึงตัดสินใจทิ้งของกลางแล้วล่าถอยหนีข้ามแม่น้ำสายกลับไป พวกเขาสามารถหลบหนีข้ามพรมแดนไปยังฝั่งตรงข้ามได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยความมืด
การตรวจสอบพื้นที่และค้นพบยาเสพติดอันตราย
เมื่อสถานการณ์ความตึงเครียดสงบลง เจ้าหน้าที่ทหารได้จัดกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวที่ถูกจอดทิ้งเอาไว้ พวกเขาทำการตรวจค้นอย่างละเอียดแต่ไม่พบผู้ใดหลบซ่อนตัวอยู่ภายในรถยนต์คันนั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบกระสอบฟางที่ถูกดัดแปลงและห่อด้วยถุงดำจำนวนสี่ใบวางอยู่ใกล้กับรถ
ถุงสีดำปริศนาเหล่านี้ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสำหรับนำขึ้นรถ เพื่อขนย้ายยาเสพติดส่งต่อไปยังพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย เมื่อทำการเปิดตรวจสอบภายในถุงอย่างระมัดระวัง เจ้าหน้าที่พบว่ามันคือยาเสพติดประเภทคีตามีนจำนวนมหาศาลซุกซ่อนอยู่ ยาเสพติดล็อตนี้ถือเป็นสารอันตรายที่ทำลายระบบประสาทและจิตใจของผู้เสพอย่างรุนแรง
การยึดของกลางและการดำเนินคดีทางกฎหมายตามขั้นตอน
จากการชั่งน้ำหนัก แต่ละกระสอบมียาคีตามีนบรรจุอยู่ประมาณสี่สิบกิโลกรัม รวมน้ำหนักของกลางทั้งหมดที่ยึดได้สูงถึง 150 กิโลกรัม หลังจากนั้น ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองกำลังผาเมืองได้สั่งการด่วนให้หน่วยทหารในพื้นที่เข้ามาจัดการและควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดยาคีตามีนทั้งหมดพร้อมกับรถยนต์ของกลางอย่างรวดเร็ว
ของกลางทั้งหมดถูกนำส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อนำไปเป็นหลักฐานและดำเนินการสืบสวนตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ในการปกป้องชายแดน การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดนี้จะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อความปลอดภัยของสังคมไทย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน
แพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน
สุนัขอย่างน่าตกใจ">พระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงราย – เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ชาวบ้านต้องตื่นตกใจเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้อย่างรุนแรงที่อู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่ง สถานที่เกิดเหตุตั้งอยู่บริเวณใต้สะพานฮ่องอ้อ ในพื้นที่ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากในอู่ซ่อมรถมักมีวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีเก็บไว้จำนวนมาก
หลังจากได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเมื่อเวลา 21.25 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยได้รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างมีระบบและตรงจุด พวกเขาสามารถระดมกำลังฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟได้อย่างทันท่วงที ทำให้ไฟไม่ลุกลามไปยังบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งถือเป็นการป้องกันภัยที่รวดเร็วมาก
ประเด็นสำคัญ
- เกิดเหตุเพลิงไหม้อู่ซ่อมรถยนต์ใต้สะพานฮ่องอ้อ ตำบลดอยฮาง เมื่อเวลา 21.25 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม 2569
- ทีมดับเพลิงทำงานรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 20 นาทีในการสกัดกั้นเพลิง ทำให้เปลวไฟไม่ลุกลามไปยังพื้นที่อื่น
- ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและประเมินความเสียหายทั้งหมด
การระดมกำลังของทีมกู้ภัยจากหลายหน่วยงาน
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ที่เปิดให้บริการในลักษณะอาคารเช่า โดยไม่มีเลขที่ตั้งชัดเจน เมื่อทีมงานไปถึง ไฟกำลังลุกไหม้ตัวอาคารอย่างรวดเร็ว ทีมดับเพลิงจึงไม่รอช้า เร่งวางสายยางและระดมฉีดน้ำเข้าควบคุมสถานการณ์ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ พวกเขาใช้เวลาเพียง 20 นาทีก็สามารถดับเปลวไฟลงได้สำเร็จ
การระงับเหตุครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ตามการรายงานของ สำนักข่าวท้องถิ่น ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าร่วม ทั้งเทศบาลนครเชียงราย เทศบาลตำบลดอยฮาง และเทศบาลตำบลแม่ยาว นอกจากนี้ยังมีทีมกู้ภัยจากมูลนิธิสยามเชียงราย มูลนิธิแสงธรรมเชียงราย และทีมเชียงรายการดับเพลิงเข้ามาช่วยสนับสนุน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็เข้าตัดไฟเพื่อความปลอดภัยด้วย
เดินหน้าหาสาเหตุและประเมินความเสียหาย
แม้ว่าสถานการณ์เพลิงไหม้จะสงบลงแล้ว แต่การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินต่อไป เบื้องต้นยังไม่มีใครสามารถระบุได้ว่าต้นเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากอะไร โชคดีที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีท่ามกลางความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น
ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในอู่ซ่อมรถ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประเมินอย่างละเอียด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมงานจากกองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เอาไว้ พวกเขาเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างรอบคอบ เพื่อรวบรวมหลักฐานและหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ที่ถูกต้องต่อไป
เหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจและชาวบ้านในพื้นที่ การดูแลความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีวัตถุไวไฟหรือสารเคมีต่างๆ การเตรียมถังดับเพลิงและการมีสติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ได้อย่างแน่นอน ความรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ช่วยรักษาชุมชนดอยฮางเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
น่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
แพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมหญิง 2 ราย ในคดีฉ้อโกงเกี่ยวกับการเสนองานปลอม มูลค่า 27 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoด่วน! AIS เตือนลูกค้าอัปเดตข้อมูลซิมก่อน 31 ส.ค. 2569 ป้องกันโดนตัดสัญญาณ
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจทลายแก๊งค้าอาวุธปืนผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย




