ข่าวอาชญากรรม - Crime
ช็อกสังคม! ตำรวจบุกรวบลูกชายวัย 38 ปี คลั่งยา ส่งไลน์ขอมีเพศสัมพันธ์กับแม่แท้ๆ
น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – ตำรวจได้จับกุมชายวัย 38 ปี ในชุมชนริมคลองพระโขนง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ หลังจากที่แม่ของเขาได้แจ้งความขอความช่วยเหลือ เนื่องจากลูกชายของเธอคุกคามทางเพศ ลูกชายได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชัน Line ขอมีเพศสัมพันธ์ ทำให้แม่ของเธอหวาดกลัวและไม่ปลอดภัยอย่างมาก จนต้องขอความช่วยเหลือจากชุมชน
เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในสังคมไทย หลังจากที่เพจเฟซบุ๊กของ “กัน จอมพลัง” (นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์) นักเคลื่อนไหวทางสังคมชื่อดังที่มีผู้ติดตามมากกว่า 10 ล้านคน ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวความทุกข์ใจของแม่คนนี้ ภาพหน้าจอข้อความแชทในไลน์ที่ลูกชายส่งมาหาแม่ ถูกนำมาโพสต์ลงในโลกออนไลน์ ซึ่งสร้างความตกใจและสะเทือนใจให้กับชาวเน็ตเป็นอย่างมาก หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยความโกรธแค้นต่อการกระทำของลูกชาย และในขณะเดียวกันก็รู้สึกเห็นใจผู้เป็นแม่ที่ต้องมาเผชิญกับเรื่องราวที่เลวร้ายในบั้นปลายชีวิต
ผู้เป็นแม่ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน่าเวทนาว่า พฤติกรรมของลูกชายเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลัง โดยเฉพาะสายตาที่เขามองมาที่เธอ มันไม่ใช่สายตาที่ลูกควรมองแม่ผู้ให้กำเนิดอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความคุกคาม นอกจากนี้ ลูกชายยังมีพฤติกรรมก้าวร้าว ชอบใช้ความรุนแรง และมักจะมีอาการประสาทหลอน เหมือนได้ยินเสียงคนพูดคุยอยู่คนเดียวตลอดเวลา ซึ่งทำให้คนเป็นแม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดผวาในบ้านของตัวเอง
อาการหลอนยาและคำอ้างที่ทำลายครอบครัว
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่ากลัวและอันตรายยิ่งขึ้นไปอีกคือ ผู้เป็นแม่เล่าว่า ลูกชายของเธอเคยไปเดินบอกกับเพื่อนบ้านในละแวกนั้นว่า เขาและแม่เป็น “สามีภรรยา” กัน ไม่ใช่แม่ลูก คำพูดนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่ไม่ปกติอย่างรุนแรงของชายวัย 38 ปีรายนี้ ความหวาดระแวงนี้เองที่ทำให้แม่ตัดสินใจว่าไม่สามารถทนอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว เธอจึงลุกขึ้นมาแจ้งความและขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเธอเชื่ออย่างหมดใจว่าหากปล่อยไว้ต่อไป อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายจนเกินจะแก้ไข หรืออาจถึงขั้นเกิดโศกนาฏกรรมในครอบครัวได้
ในระหว่างการสอบปากคำเบื้องต้น ชายคนดังกล่าวได้ให้การยอมรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตัวเองว่า เขาเป็นคนส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ไปหาแม่เพื่อขอมีเพศสัมพันธ์จริงๆ นอกจากนี้ ตำรวจยังสังเกตเห็นว่าในระหว่างที่ควบคุมตัวขึ้นรถเพื่อนำตัวไปที่สถานีตำรวจ ชายคนนี้ยังมีอาการหลอนยาเสพติดอย่างชัดเจน เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ และบางครั้งก็พูดจาไม่รู้เรื่อง วกไปวนมา ในที่สุดเขาก็ยอมรับสารภาพแบบตรงๆ ว่าเพิ่งจะเสพยาบ้า (Methamphetamine) มาเมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกัน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เขาขาดสติและก่อเหตุที่น่าสลดเช่นนี้
การเข้าจับกุมและการดำเนินคดีตามกฎหมาย
การจับกุมในครั้งนี้ ถือเป็นการทำงานร่วมกันอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ และหน่วยงานภาคประชาชนอย่างมูลนิธิกันจอมพลัง เพื่อสกัดกั้นและป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมรุนแรงในครอบครัว ทางด้าน พ.ต.อ.ปิยะวัตน์ พัชรนิตยธรรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสำโรงใต้ ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดของคดีว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาชายคนนี้ในความผิดฐาน “กระทำการคุกคามทางเพศ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ และรบกวนการใช้ชีวิตตามปกติสุขของผู้อื่น”
สำหรับความผิดในข้อหานี้ ตามกฎหมายมีระวางโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ผู้ต้องหายังคงถูกควบคุมตัวอย่างเข้มงวดอยู่ที่สถานีตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องรอให้เขาสร่างเมาและหมดฤทธิ์จากยาเสพติดเสียก่อน จึงจะสามารถดำเนินการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง และดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปได้อย่างสมบูรณ์
สรุปประเด็นสำคัญที่ควรรู้
เพื่อความเข้าใจที่ง่ายและรวดเร็วสำหรับผู้อ่าน นี่คือสรุปเหตุการณ์สำคัญทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคดีนี้:
- ใคร: ชายวัย 38 ปี ที่ตกเป็นทาสยาเสพติด และผู้เป็นแม่แท้ๆ ของเขา
- เกิดอะไรขึ้น: ลูกชายส่งข้อความทางไลน์เพื่อขอมีเพศสัมพันธ์กับแม่ และเดินอ้างกับเพื่อนบ้านว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยากัน
- สถานที่: เหตุการณ์จับกุมเกิดขึ้นที่ชุมชนริมคลองพระโขนง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร (โดยมีการแจ้งความที่ สภ.สำโรงใต้)
- เมื่อไหร่: เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เวลา 17.30 น.
- ทำไมจึงถูกจับ: แม่ทนความหวาดกลัวต่อพฤติกรรมคุกคามทางเพศและอาการหลอนยาของลูกไม่ไหว จึงต้องขอความช่วยเหลือเพื่อคุ้มครองความปลอดภัย
- สาเหตุหลัก: ผู้ต้องหายอมรับว่าเสพยาบ้า ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน ขาดความยั้งคิด
- ผลทางกฎหมาย: เบื้องต้นถูกตั้งข้อหาคุกคามทางเพศ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับ 40,000 บาท
ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นภัยร้ายแรงที่คอยกัดกินและทำลายสถาบันครอบครัวในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง กรณีของแม่ลูกคู่นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนว่า ยาเสพติดไม่เพียงแต่ทำลายผู้เสพ แต่มันยังทำร้ายจิตใจและสวัสดิภาพของคนที่รักพวกเขามากที่สุดได้อย่างเลือดเย็น หากใครพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายจากยาเสพติด ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อป้องกันเหตุสลดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจในจังหวัดเชียงรายได้ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามพรมแดนขนาดใหญ่
ตำรวจรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ของเด็กหญิงวัย 7 ขวบที่ถูกฆาตกรรม
ข่าวอาชญากรรม - Crime
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
จันทบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจจันทบุรีได้รวบตัวหนุ่มแสบในคดีโรแมนซ์สแกมสุดอุกอาจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภัยเงียบรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล ผู้ต้องหารายนี้ใช้ความรักเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงเหยื่อจนสูญเงินมหาศาล คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเพราะคนร้ายนำเทคโนโลยี AI มาใช้ปลอมแปลงเอกสารสำคัญ ทำให้เหยื่อหลงเชื่ออย่างสนิทใจจนสูญเงินกว่า 21 ล้านบาท
ตามรายงานจาก ข่าวไทยรัฐออนไลน์ พฤติการณ์ของคนร้ายเริ่มจากการทำความรู้จักกับผู้เสียหายที่ร้านนวดในกรุงเทพมหานคร เมื่อความสัมพันธ์พัฒนาไปในเชิงชู้สาว ผู้ต้องหาจึงเริ่มสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการใช้ AI ดัดแปลงภาพเอกสารธนาคารปลอม เขาอ้างว่าตนเองมีเงินเก็บมากถึง 14 ล้านบาท ทำให้ผู้เสียหายตายใจและยอมโอนเงินให้หลายร้อยครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ใช้ AI ปลอมเอกสารเนียน: คนร้ายใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ สร้างหน้าบัญชีเงินฝากและเอกสารตำรวจปลอม เพื่อหลอกว่าตนเองมีฐานะดีและกำลังเดือดร้อน
- สูญเงินมหาศาลกว่า 21 ล้านบาท: เหยื่อหลงเชื่ออย่างหนัก จึงยอมโอนเงินและมอบทรัพย์สินให้ผู้ต้องหามากถึง 623 ครั้ง ภายในเวลาเพียงปีกว่า
- เงินหายไปกับการพนันออนไลน์: ตำรวจสืบพบว่าเงินทั้งหมดไม่ได้ถูกนำไปลงทุน แต่ถูกนำไปเล่นสล็อตออนไลน์และใช้หนี้นอกระบบจนเกือบหมด
พล.ต.ต.ธราเทพ ตูพานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยรายละเอียดการสืบสวนที่น่าตกใจ คนร้ายไม่ได้ปลอมแค่ยอดเงินในบัญชีธนาคารเท่านั้น แต่ยังเหิมเกริมปลอมเอกสารจากสถานีตำรวจเมืองนนทบุรีอีกด้วย โดยผู้ต้องหาอ้างว่าแม่ถูกจับคดีหวยใต้ดินและต้องใช้เงินด่วนเพื่อเสียค่าปรับ
เทคนิคการใช้ AI ปรับแต่งตัวเลขบนเอกสาร ทำให้ภาพถ่ายที่ส่งผ่านไลน์ดูสมจริงจนแทบแยกไม่ออก นี่คือกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้เสียหายโอนเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ถึงกันยายน 2569 จนกระทั่งผู้เสียหายเริ่มสงสัยและปรึกษาครอบครัว จึงนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด
บุกค้น 4 จุดหลักและเส้นทางการเงินที่หายไป
เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรัดกุม ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุมนายพงศ์ธรที่พักย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร การปฏิบัติการครั้งนี้ยังขยายผลเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 4 จุดหลัก ซึ่งรวมถึงคอนโดมิเนียมย่านอโศกและบ้านพักในจังหวัดนครปฐม เพื่อหาหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงินเพิ่มเติม
จากการแกะรอยเส้นทางการเงิน พบความจริงว่าเงินกว่า 21 ล้านบาทไม่ได้ถูกนำไปสร้างเนื้อสร้างตัวเลย ผู้ต้องหารับสารภาพว่านำเงินไปชำระหนี้นอกระบบและใช้จ่ายส่วนตัว แต่เงินก้อนใหญ่ที่สุดถูกนำไปทิ้งกับเว็บพนันออนไลน์ โดยเฉพาะการเล่นเกมสล็อตที่สูบเงินไปอย่างมหาศาล
บทเรียนราคาแพงและวิธีป้องกันภัยโรแมนซ์สแกม
คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ชิ้นโตสำหรับคนที่กำลังมองหาความรักผ่านโลกออนไลน์หรือแอปพลิเคชันหาคู่ มิจฉาชีพยุคใหม่ไม่ได้มาในรูปแบบของการข่มขู่ แต่มาพร้อมกับคำหวานและการสร้างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย การใช้ AI สร้างเอกสารปลอมถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่แพร่ระบาดหนักในขณะนี้ ซึ่งทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะรู้เท่าทันและระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมไซเบอร์แนะนำว่า การป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดคือการตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ หากคนรักออนไลน์ของคุณเริ่มพูดถึงเรื่องเงินหรือขอความช่วยเหลือทางการเงิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นการหลอกลวง คุณไม่ควรด่วนตัดสินใจโอนเงินให้คนที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง แม้ว่าเขาจะดูมีฐานะดีแค่ไหนก็ตาม
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังฝากข้อคิดเตือนใจว่า แม้เอกสารที่มิจฉาชีพนำมาแสดงจะดูน่าเชื่อถือและมีตราประทับราชการชัดเจน ขอให้มีสติและโทรศัพท์ตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรงก่อนเสมอ การโอนเงินไปแล้วมักติดตามคืนได้ยากมาก ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความรักหรือความสงสารชั่ววูบมาทำลายเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY
นายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงรายหารือเกี่ยวกับการยกระดับทิศทางการศึกษาสมัยใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
กาญจนบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอพาน พร้อมยึดยาเมทแอมเฟตามีน 96 เม็ด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง

