เชียงราย - Chiang Rai News
เปิดวิสัยทัศน์รองผู้ว่าฯ เชียงราย ชู “ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” กุญแจสำคัญเชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีนแบบไร้รอยต่อ
จากเวทีระดับโลก “งานเสวนานายกเทศมนตรีโลก ประจำปี 2026” สู่การยกระดับความร่วมมือระดับท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนและเปิดประตูสู่การท่องเที่ยวแห่งอนาคต
การท่องเที่ยวไม่ได้เป็นเพียงแค่อุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็น “สะพาน” ที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และความเข้าใจระดับนานาชาติเข้าด้วยกันอย่างทรงพลัง ล่าสุดใน งานเสวนานายกเทศมนตรีโลก ประจำปี 2026 (2026 Global Mayors Dialogue) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองหวงซาน มณฑลอันฮุย ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 28-31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของการหารือ
บทความนี้อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักข่าวซินหัวผ่าน LINE TODAY ซึ่งได้รายงานบทสัมภาษณ์พิเศษของ นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองเชียงราย">จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ตัวแทนจากประเทศไทยที่เข้าร่วมงานเสวนาในครั้งนี้ โดยท่านได้เปิดมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ “การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” เป็นสื่อกลางในการกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เวทีเสวนาระดับโลก: เมื่อมรดกโลกกับการพัฒนาเมืองเดินหน้าคู่กัน
งานเสวนานายกเทศมนตรีโลก ประจำปี 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สรรค์สร้างอารยธรรมร่วมกัน มรดกโลกเจิดจรัสคู่ธานี: การเสริมพลังระหว่างมรดกโลกกับการพัฒนาเมือง” โดยมีตัวแทนผู้นำท้องถิ่นและนายกเทศมนตรีจากกว่า 10 ประเทศทั่วโลก (เช่น จีน เยอรมนี และไทย) มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์
ประเด็นหลักที่มีการพูดถึงในงานนี้ ประกอบไปด้วย:
- การอนุรักษ์มรดกโลก: การดูแลรักษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ
- การสืบทอดทางวัฒนธรรม: การส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น
- การพัฒนาเมืองสีเขียว: การบูรณาการเทคโนโลยีและการจัดการเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เชียงราย – หวงซาน: สองเมืองที่ไกลกันแค่ระยะทาง แต่ใกล้กันด้วยวิสัยทัศน์
แม้จังหวัดเชียงรายของประเทศไทย และเมืองหวงซานของประเทศจีน จะตั้งอยู่ห่างไกลกันทางภูมิศาสตร์ แต่นายประเสริฐได้เน้นย้ำว่า ทั้งสองเมืองกลับมี “DNA ด้านการท่องเที่ยว” ที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่ง
วิสัยทัศน์ที่ทั้งสองเมืองมีร่วมกัน ได้แก่:
- ความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม: ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการเติบโตของเมือง
- การรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรม: เปลี่ยนหมู่บ้านโบราณและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมให้กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้จริง
- การพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง: มุ่งเน้นรูปแบบการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างประโยชน์และรายได้กลับคืนสู่คนในท้องถิ่น
การบริหารจัดการของเมืองหวงซานในการนำแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมมาใช้ประโยชน์โดยไม่ทำลายเสน่ห์ดั้งเดิม ถือเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยม ซึ่งทางจังหวัดเชียงรายมองว่าสามารถนำมาปรับใช้เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
โครงสร้างพื้นฐานและนโยบาย: ปลดล็อกข้อจำกัดการเดินทางข้ามพรมแดน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมข้ามพรมแดนระหว่างไทยและจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด คือความสะดวกสบายในการเดินทาง ซึ่งในปัจจุบันได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้:
- เครือข่ายระบบราง: ความสำเร็จของเส้นทางรถไฟจีน-ลาว ได้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างมาก ในขณะเดียวกัน โครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทย ก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะพลิกโฉมการเดินทางในภูมิภาคในอนาคตอันใกล้
- นโยบายฟรีวีซ่า 240 ชั่วโมง: เมืองหวงซานได้นำร่องนโยบายแวะเปลี่ยนเครื่อง (Transit) แบบฟรีวีซ่า นานถึง 240 ชั่วโมง (10 วัน) ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยือนได้ง่ายขึ้น
- เที่ยวบินบินตรง: นโยบายที่เอื้ออำนวยส่งผลให้เส้นทางบินตรงระหว่าง “หวงซาน-กรุงเทพมหานคร” สามารถเปิดให้บริการได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
นวัตกรรมเพื่อทุกคน: ท่องเที่ยวภูเขาด้วย “หุ่นยนต์เอ็กโซสเกลเลตัน”
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่รองผู้ว่าฯ เชียงรายกล่าวชื่นชม คือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจีน เมืองหวงซานได้นำเอาเทคโนโลยี “หุ่นยนต์เอ็กโซสเกลเลตัน” (Exoskeleton) หรือชุดพยุงกำลัง มาเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชันซึ่งเป็นอุปสรรคต่อผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย เทคโนโลยีนี้จึงเข้ามาตอบโจทย์อย่างสมบูรณ์แบบ:
- ช่วยลดความเหนื่อยล้าและอุปสรรคทางร่างกาย
- เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและสัมผัสความงามของธรรมชาติและมรดกโลกได้อย่างเท่าเทียม
- ถือเป็นโมเดลนวัตกรรมใหม่สำหรับเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ของผู้มาเยือน
การทูตภาคประชาชน: มิตรภาพที่หยั่งรากลึกผ่านการท่องเที่ยว
ในท้ายที่สุด นายประเสริฐได้สรุปไว้อย่างน่าประทับใจว่า ทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ของทั้งเชียงรายและอันฮุย ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดขายทางเศรษฐกิจ แต่เป็น “การทูตภาคประชาชน” (People-to-People Diplomacy) ที่เรียบง่ายและอบอุ่นที่สุด
เมื่อผู้คนได้เดินทาง แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และปฏิสัมพันธ์กัน กำแพงทางภูมิศาสตร์และข้อจำกัดทางภาษาก็จะถูกทำลายลง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ซึ่งการเชื่อมโยงของเมืองต่างๆ เหล่านี้ จะก่อให้เกิดการผสมผสานทางอารยธรรม และนำไปสู่ความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่นระหว่างไทย-จีนที่ยั่งยืนและแข็งแกร่งตลอดไป
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติด 500,000 เม็ด ซ่อนไว้ในยางอะไหล่
เหยี่ยวหลงทางได้รับการช่วยเหลือในจังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากสายด่วน 1362
เชียงราย - Chiang Rai News
โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน
เตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – การเดินทางที่ยากลำบาก ทำให้โรงเรียนสามัคคีพัฒนา ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการดูแลนักเรียน โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านม้งเก้าหลัง ตำบลเทอดไทย ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองเชียงรายไปกว่า 100 กิโลเมตร พื้นที่ตั้งบนดอยสูงทำให้การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นเรื่องยาก
ด้วยจำนวนนักเรียนที่มากถึง 900 ชีวิต การจัดการอาหารกลางวันจึงกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเด็กนักเรียนหอพักอีกจำนวน 85 คน ที่ทางโรงเรียนต้องดูแลจัดเตรียมอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อในทุกๆ วัน
ประเด็นสำคัญ
- โรงเรียนสามัคคีพัฒนาเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่า ให้กลายเป็นฟาร์มเกษตรเพื่อผลิตอาหารอย่างยั่งยืน
- การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี ช่วยพลิกวิกฤตค่าขนส่งอาหารที่แสนแพง ให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนา
- โครงการนี้สอนให้เด็กนักเรียนรู้จักการพึ่งพาตนเอง และสร้างทักษะอาชีพสำหรับอนาคต
2026/07/yUVwmKQ4ErdEFaTeZ8ykUhD1NMTHektO.jpg" alt="โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน" width="1024" height="767" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/yUVwmKQ4ErdEFaTeZ8ykUhD1NMTHektO.jpg?w=1024&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/yUVwmKQ4ErdEFaTeZ8ykUhD1NMTHektO.jpg?resize=300%2C225&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/yUVwmKQ4ErdEFaTeZ8ykUhD1NMTHektO.jpg?resize=768%2C575&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ระยะทางที่ห่างไกลส่งผลให้ค่าขนส่งวัตถุดิบอาหารมีราคาแพงกว่าปกติหลายเท่าตัว นอกจากปัญหาเรื่องราคาแล้ว ทางโรงเรียนยังควบคุมความสดใหม่ของผักและเนื้อสัตว์ได้ยากลำบากมาก สิ่งเหล่านี้ทำให้คณะครูต้องเร่งคิดหาวิธีการบริหารจัดการอาหารกลางวันรูปแบบใหม่ เพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
เป้าหมายหลักคือการทำให้โรงเรียนสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น และลดการพึ่งพิงวัตถุดิบจากภายนอก ด้วยต้นทุนค่าอาหารที่สูงขึ้นทุกวัน จึงเกิดเป็นแนวคิดการทำเกษตรแบบพอเพียงภายในพื้นที่ของโรงเรียน การปรับตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของชุมชน
จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นเมื่อโรงเรียนได้รับโอกาสอันดีจากสังคม โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนอาหารกลางวันจากมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และทาง สิงห์ปาร์ค เชียงราย ที่เข้ามาช่วยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
ต่อยอดงบประมาณ สู่ฟาร์มไก่ไข่และแปลงผักปลอดสาร
แทนที่จะนำเงินทุนไปซื้อวัตถุดิบแบบวันต่อวัน ทางโรงเรียนกลับมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่านั้น พวกเขาเลือกที่จะนำงบประมาณที่ได้มาต่อยอด เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนให้กับเด็กนักเรียน การลงทุนในระยะยาวจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง
ทางโรงเรียนได้ร่วมกันสร้างโรงเรือนมาตรฐาน สำหรับเลี้ยงไก่ไข่จำนวนมากกว่า 250 ตัว พร้อมกันนี้ยังได้ปรับหน้าดินเพื่อทำแปลงปลูกผักสวนครัวหลากหลายชนิด พื้นที่ว่างเปล่าในรั้วโรงเรียนจึงกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของทุกคน
ผลผลิตที่ได้จากฟาร์มในแต่ละวัน จะถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหารกลางวัน ผักกาด กะหล่ำปลี และไข่ไก่สดๆ ถูกส่งตรงจากฟาร์มเข้าสู่โรงอาหารทุกเช้า ทำให้เด็กๆ ได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพสูง
การลงมือทำฟาร์มเกษตรในครั้งนี้ ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามากกว่าแค่ความอิ่มท้องของนักเรียน ประการแรกคือมันช่วยลดต้นทุนค่าวัตถุดิบในการประกอบอาหารได้อย่างมหาศาล ทำให้โรงเรียนมีงบประมาณเหลือไปพัฒนาด้านอื่นๆ
ประการที่สองคือเด็กนักเรียนทุกคน จะได้รับประทานอาหารที่มีโภชนาการสูงและปลอดภัย สารเคมีตกค้างไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป เพราะผักทุกต้นและไข่ทุกฟองมาจากความใส่ใจของพวกเขาเอง
มากกว่าความอิ่มท้อง คือการสร้างห้องเรียนชีวิต
นอกเหนือจากเรื่องโภชนาการแล้ว โครงการนี้ยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการนอกห้องเรียนได้อย่างดีเยี่ยม เด็กนักเรียนได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติจริง ทั้งการให้อาหารไก่ การเก็บไข่ และการรดน้ำพรวนดินแปลงผัก
การทำงานเหล่านี้ถือเป็นการฝึกฝนทักษะอาชีพที่สำคัญ ซึ่งพวกเขาสามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ พวกเขารู้จักความรับผิดชอบ และเข้าใจถึงความสำคัญของการพึ่งพาตัวเองตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ
สิ่งเหล่านี้คือวิชาชีวิตที่หาเรียนไม่ได้จากในหนังสือเรียนทั่วไป การปลูกฝังนิสัยรักการเกษตร จะช่วยให้พวกเขาสามารถเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ นับเป็นไอเดียต้นแบบที่ยอดเยี่ยมและควรนำไปปรับใช้อย่างกว้างขวาง
ในวันนี้ โครงการเกษตรอาหารกลางวันได้เปลี่ยนแปลงผักธรรมดา ให้กลายเป็นห้องเรียนชีวิตอย่างแท้จริง มันคือพื้นที่มหัศจรรย์ ที่สร้างทั้งความมั่นคงทางอาหาร ความรู้ และอนาคตที่สดใสให้กับเด็กๆ บนดอยสูงไปพร้อมกัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดดนตรี “Young Talents Music Competition 2026”
โรงเรียนบ้านดอยหลาน บีพีพี จังหวัดเชียงราย ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์กีฬาใหม่
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดดนตรี “Young Talents Music Competition 2026”
โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน">เชียงราย – เทศบาลนครเชียงรายเดินหน้าสนับสนุนเยาวชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ล่าสุดได้จัดการประกวดวงดนตรี “Young Talents Music Competition” ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง งานนี้เปิดกว้างให้เด็กรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพที่ซ่อนอยู่อย่างเต็มที่ผ่านเสียงดนตรี กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นอย่างคึกคักใจกลางเมือง โดยได้รับความสนใจจากนักเรียนและประชาชนทั่วไปที่มาร่วมเชียร์อย่างล้นหลาม
ประเด็นสำคัญ
- สนับสนุนความสามารถเยาวชน: เทศบาลนครเชียงรายมุ่งมั่นสร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้เด็กๆ ได้แสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์
- ยกระดับทักษะดนตรี: ผู้เข้าแข่งขันได้รับคำแนะนำโดยตรงจากศิลปินระดับอาชีพ เพื่อนำไปใช้ต่อยอดในเส้นทางสายดนตรี
- สร้างสีสันให้เมือง: งานประกวดนี้ช่วยกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยว และทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นของเชียงรายกลับมาคึกคัก
เวทีแห่งโอกาสสำหรับคนรุ่นใหม่ที่รักดนตรี
การประกวดวงดนตรีในปี 2026 นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยในจังหวัด เทศบาลนครเชียงรายตั้งใจสร้างพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นจุดเริ่มต้นของความฝันอันยิ่งใหญ่ เยาวชนจะได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีมผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก และสัมผัสความรู้สึกของการแสดงสดบนเวทีระดับมาตรฐาน
นอกจากบรรยากาศที่สนุกสนานแล้ว ผู้เข้าแข่งขันยังได้รับฟังความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา จากคณะกรรมการซึ่งเป็นนักดนตรีและโปรดิวเซอร์มืออาชีพ สิ่งนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถค้นหาจุดแข็งและปรับปรุงจุดอ่อนของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นประสบการณ์นอกห้องเรียนที่มีค่าอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่อยากก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในอนาคต
ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และทักษะชีวิตผ่านเสียงเพลง
งานประกวดดนตรีเวทีนี้ไม่ได้ตั้งเป้าหมายแค่การค้นหาคนที่เล่นดนตรีเก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว ทว่างานนี้ยังเน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบโชว์ และการนำเสนอสไตล์ดนตรีที่แปลกใหม่ รวมถึงความสามารถในการสื่อสารอารมณ์เพลงไปยังผู้ชม ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากในโลกปัจจุบัน
ผู้จัดงานเน้นย้ำเสมอว่าดนตรีเป็นภาษาสากลที่สร้างแรงบันดาลใจและหล่อหลอมจิตใจ การส่งเสริมกิจกรรมเชิงบวกเช่นนี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของชาติ
ดันเชียงรายสู่เมืองแห่งศิลปะและเสียงดนตรี
สำหรับวงดนตรีที่สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศในการแข่งขันครั้งนี้ พวกเขาจะได้รับทุนการศึกษาก้อนโตเป็นรางวัล พร้อมทั้งโอกาสสำคัญในการขึ้นแสดงในงานเทศกาลระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค รางวัลเหล่านี้จะเป็นเหมือนสะพานเชื่อม ให้พวกเขาก้าวไปสู่การเป็นศิลปินอาชีพได้อย่างมั่นคง และเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาไม่หยุดพัฒนาฝีมือต่อไป
ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของงานประกวดดนตรีครั้งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของผู้นำท้องถิ่นและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จังหวัดเชียงรายกำลังก้าวขึ้นเป็นเมืองที่โดดเด่นด้านศิลปะและดนตรีอย่างแท้จริง เราคงต้องรอติดตามผลงานกันต่อไปว่า ดาวรุ่งดวงใหม่เหล่านี้จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับชาวเชียงรายได้มากน้อยแค่ไหน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว!! ฝึกอบรมเสริมศักยภาพอาสาสมัครท้องถิ่นสำหรับปี 2026
จากมหาสารคามสู่กองทัพเรือสหรัฐฯ: เรื่องราวของทหารหญิงไทย ผู้สนับสนุนภารกิจฝูงบินขับไล่ F-35C
เชียงราย - Chiang Rai News
บรรดาผู้ประกอบการในแม่สายต่างยินดี!! ตำรวจเร่งปราบปรามรถแท็กซี่ผิดกฎหมายของเมียนมาร์ ส่งผลให้การจราจรกลับสู่ภาวะปกติ
โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน">เชียงราย – วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 บรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมาก พื้นที่บริเวณก่อนถึงจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 กลับมามีการจราจรที่คล่องตัว รถยนต์ของประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกสบาย
นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่สามารถแวะจอดรถข้างทางได้ง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะบริเวณหน้าตลาดนายบุญยืนและหน้าสถานีตำรวจภูธรแม่สาย สาเหตุหลักมาจากการที่รถบรรทุกและรถโดยสารป้ายทะเบียนเมียนมาหายไปจากริมถนน จากเดิมที่เคยมีรถเหล่านี้จอดแช่เพื่อรอรับผู้โดยสารอยู่ถึง 30-40 คัน ซึ่งปัญหานี้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้ถนนมานานหลายปีแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- การจราจรบริเวณหน้าด่านแม่สายมีความคล่องตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากไม่มีรถรับจ้างเมียนมาจอดแช่ริมถนน
- เจ้าหน้าที่ไทยสั่งห้ามรถป้ายทะเบียนเมียนมาตั้งวินรับส่งผู้โดยสารหรือขนสินค้าในฝั่งไทยอย่างเด็ดขาด
- ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 5,000 บาท และถือเป็นการทำผิดกฎหมายแรงงานของประเทศไทยอย่างชัดเจน
ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่กวาดล้าง
ปัญหาการจอดรถกีดขวางที่เรื้อรังนี้ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงมือแก้ไขอย่างจริงจังและเด็ดขาด พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผู้กำกับการ สภ.แม่สาย ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ปวริศร์ อิทธิศิราวงศ์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ ทีมงานนี้ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย และสำนักงานจัดหางาน
เจ้าหน้าที่ได้เรียกประชุมเจ้าของรถแท็กซี่ชาวเมียนมาร์ทั้งหมดที่สถานีตำรวจแม่สาย และออกคำสั่งอย่างเข้มงวดให้ยุติการกระทำดังกล่าว การจอดรถแท็กซี่เรียงแถวรอผู้โดยสารฝั่งไทยถือเป็นการประกอบกิจการแท็กซี่ที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังเป็นการแย่งงานจากคนไทยและละเมิดกฎหมายแรงงานอย่างชัดเจน
บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายในครั้งนี้มีความรุนแรงและบังคับใช้อย่างจริงจัง ชาวต่างชาติที่นำรถมารับจ้างโดยไม่มีใบอนุญาตจะถูกปรับเป็นเงิน 5,000 บาท หากผู้กระทำผิดรายใดไม่ยอมจ่ายค่าปรับ จะถูกส่งตัวไปกักขังแทนค่าปรับในอัตราคืนละ 500 บาท จนครบกำหนดหรือเป็นเวลาสูงสุดไม่เกิน 10 คืน
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ย้ำเตือนอย่างชัดเจนว่า รถจากประเทศเพื่อนบ้านสามารถขับมาส่งผู้โดยสารในฝั่งไทยได้ตามปกติ แต่เมื่อส่งเสร็จแล้วต้องขับกลับประเทศทันที การจอดรอรับคนกลับไปถือว่าผิดกฎหมาย หากพบเห็นการฝ่าฝืนตั้งวินเถื่อนอีก เจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
เชียงรายยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว!! ฝึกอบรมเสริมศักยภาพอาสาสมัครท้องถิ่นสำหรับปี 2026
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด








