เชียงราย - Chiang Rai News
พยากรณ์อากาศเชียงรายและทั่วไทย 24-30 พ.ค. 2026: เตรียมรับมือฝนตกหนักสลับอากาศร้อนจัด
000 บาท">เชียงราย – เมื่อเราก้าวเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม ภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทยก็ได้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวแล้ว สำหรับช่วงระหว่างวันที่ 24 ถึง 30 พฤษภาคม 2026 นี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คุณจะได้พบทั้งวันที่อากาศร้อนจัด ความชื้นสัมพัทธ์ที่สูงลิ่ว และพายุฝนฟ้าคะนองจากมรสุมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
หากคุณกำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทย ไม่ว่าจะมุ่งหน้าไปทางเหนือเพื่อสัมผัสธรรมชาติที่เชียงราย หรือลงใต้เพื่อพักผ่อนบนเกาะต่างๆ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด จากการพยากรณ์ล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยา ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ระดับปานกลางถึงค่อนข้างแรงกำลังพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย รูปแบบสภาพอากาศนี้จะส่งผลกระทบต่อทั่วประเทศตลอดทั้งสัปดาห์ ทำให้เกิดเมฆฝนขนาดใหญ่และลมกระโชกแรง
ภาพรวมสภาพอากาศทั่วประเทศ
ในช่วงต้นสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 24 ถึง 27 พฤษภาคม ประเทศไทยอาจจะมีช่วงที่ฝนทิ้งช่วงไปบ้าง ทำให้ท้องฟ้าโปร่งขึ้นเล็กน้อย แต่ก็อย่าเพิ่งรีบเก็บร่มของคุณ เพราะพื้นที่ชายฝั่ง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดพายุฝนตกหนักเป็นหย่อมๆ
เมื่อเข้าสู่วันที่ 28 และ 29 พฤษภาคม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะทวีกำลังแรงขึ้นอีก การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่าจะมีฝนตกกระจายตัวครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แม้จะมีฝนตกลงมาช่วยคลายร้อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว อุณหภูมิก็จะยังคงสูงและทำให้คุณรู้สึกเหนียวตัว คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดในช่วงกลางวันทั่วประเทศจะพุ่งไปอยู่ที่ประมาณ 31 ถึง 38 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว
เจาะลึกสภาพอากาศเชียงรายและภาคเหนือ
ภาคเหนือของไทย รวมถึงจังหวัดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมอย่างเชียงราย จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนตลอดทั้งสัปดาห์ ในช่วงต้นสัปดาห์ (24-27 พฤษภาคม) จะมีฝนฟ้าคะนองกระจายทั่วไป นอกจากนี้ยังมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่แถบตะวันตกของภาคเหนือ
พอถึงวันที่ 28 และ 29 พฤษภาคม อากาศจะเปียกชื้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากร่องมรสุมจะพาดผ่านพื้นที่นี้โดยตรง หากคุณเดินทางมาเที่ยวเชียงรายเพื่อชมวัดวาอารามที่สวยงามหรือภูเขาที่เขียวขจี คุณต้องเตรียมพร้อมสำหรับฝนที่อาจตกลงมาอย่างหนักและกะทันหัน แต่ถึงแม้จะมีฝน ความร้อนในแบบฉบับฤดูร้อนก็จะยังคงอยู่กับเราตลอดทั้งวัน
สิ่งที่คุณต้องรู้สำหรับภาคเหนือ:
- อุณหภูมิ: อุณหภูมิต่ำสุดในตอนกลางคืนจะค่อนข้างเย็นสบาย โดยอยู่ที่ประมาณ 23 ถึง 27 องศาเซลเซียส ทำให้ตอนเช้าอากาศสดชื่น แต่อุณหภูมิสูงสุดในตอนบ่ายอาจพุ่งสูงถึง 38 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าร้อนจัดมาก
- รูปแบบของฝน: คาดว่าจะมีฝนตกหนักในระยะเวลาสั้นๆ โดยฝนเหล่านี้มักจะก่อตัวและตกลงมาในช่วงบ่ายคล้อยหรือช่วงหัวค่ำ
- การแต่งกาย: ควรเตรียมเสื้อผ้าที่น้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ดี เพื่อให้คุณรับมือกับความชื้นได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือ พกร่ม กระเป๋ากันน้ำ หรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้ตลอดเวลา
พยากรณ์อากาศกรุงเทพมหานครและภาคกลาง
สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่หรือเดินทางมายังกรุงเทพมหานครและจังหวัดในภาคกลาง พยากรณ์อากาศก็มีแนวโน้มที่คล้ายคลึงกัน ระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 พฤษภาคม เมืองหลวงของเราจะมีพายุฝนฟ้าคะนองกระจายในบางพื้นที่ พายุเหล่านี้มักจะตกในเวลาไม่นาน แต่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนชั่วคราวและสร้างปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักได้อย่างง่ายดาย
ในช่วงปลายสัปดาห์ ฝนจะตกอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอมากขึ้น อุณหภูมิในกรุงเทพฯ จะยังคงร้อนอบอ้าว โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดในตอนกลางคืนอยู่ที่ 26 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดในตอนกลางวันสูงถึง 37 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ ความชื้นจากตึกสูงในตัวเมืองจะยิ่งทำให้เรารู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิจริงที่วัดได้ ดังนั้น การหลบไปพักผ่อนในที่ร่มบ่อยๆ ในช่วงที่อากาศร้อนจัดตอนบ่าย จึงเป็นวิธีดูแลตัวเองที่ดีที่สุด
คำเตือนสำหรับภาคใต้และพื้นที่ชายฝั่ง
พื้นที่ภาคใต้และเกาะชายฝั่งกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงและแปรปรวนมากที่สุดในสัปดาห์นี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงกำลังทำให้เกิดคลื่นลมแรงทั้งในฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย
- ชายฝั่งทะเลอันดามัน (ภูเก็ต, กระบี่): คาดว่าจะมีพายุฝนฟ้าคะนองกระจายและฝนตกหนักบางแห่งอย่างแน่นอน ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม เป็นต้นไป คลื่นในทะเลอันดามันตอนบนจะมีความสูงมากกว่า 2 เมตร โดยเฉพาะในบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง
- ชายฝั่งอ่าวไทย (สุราษฎร์ธานี, เกาะสมุย): พยากรณ์ว่าจะมีฝนตกกระจายตลอดทั้งสัปดาห์ ความสูงของคลื่นจะอยู่ที่ประมาณ 1 ถึง 2 เมตร
หน่วยงานด้านสภาพอากาศได้ออกคำเตือนด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสำหรับชาวเรือทุกคนในภูมิภาคนี้ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาดในช่วงที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง และเรือใหญ่ทุกชนิดควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากลมกระโชกแรง
เคล็ดลับความปลอดภัยและการเดินทางที่สำคัญ
เมื่อคุณต้องเดินทางในประเทศไทยในช่วงต้นฤดูมรสุมแบบนี้ การเตรียมความพร้อมคือตัวช่วยที่ดีที่สุดของคุณ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับง่ายๆ เพื่อให้คุณเดินทางได้อย่างปลอดภัยและราบรื่นตลอดสัปดาห์:
- ระวังน้ำท่วมฉับพลัน: ฝนที่ตกหนักและกะทันหันสามารถทำให้เกิดน้ำท่วมขังหรือน้ำป่าไหลหลากได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณพักอาศัยหรือท่องเที่ยวอยู่ใกล้เชิงเขา ทางน้ำตามธรรมชาติ และหุบเขาที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ความร้อนที่สูงจัดบวกกับความชื้นในอากาศที่หนาแน่น อาจทำให้ร่างกายของคุณสูญเสียน้ำและเกิดภาวะขาดน้ำได้อย่างรวดเร็ว ควรพกขวดน้ำดื่มสะอาดติดตัวไว้เสมอและจิบน้ำบ่อยๆ
- ตรวจสอบข่าวสารในพื้นที่: ติดตามข่าวสารท้องถิ่นหรือประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีแผนจะเดินทางด้วยเรือข้ามเกาะ หรือปีนเขาในพื้นที่ป่าลึก
ด้วยการเตรียมตัวล่วงหน้าเพียงเล็กน้อย สายฝนก็ไม่สามารถทำลายแผนการเดินทางของคุณได้ ลองเปิดใจรับสายลมเย็นๆ ในตอนหัวค่ำ และเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ของต้นไม้ที่เขียวขจีและอุดมสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ฤดูมรสุมนำพาสู่ประเทศไทย
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ไขปริศนาเชียงราย! โรงพยาบาลเชียงแสนประสบปัญหาขาดแคลนแพทย์จริงหรือไม่?
กรมป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ (DDPM) กำลังดำเนินการฝึกซ้อมขนาดใหญ่ในจังหวัดเชียงรายเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูฝน
เชียงราย - Chiang Rai News
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
000 บาท">เชียงราย – กรมทางหลวงชนบทเดินหน้าเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดเชียงราย เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่สะสมมานาน ล่าสุดได้ผลักดันโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกแม่ข้าวต้ม บนถนนสาย ชร.1023 ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ทางหน่วยงานได้จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม โดยมีนายชินกรณ์ บั้งเงิน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นำทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โครงการก่อสร้างนี้ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของพื้นที่ โดยมีงบประมาณสนับสนุนสูงถึง 329,784,000 บาท ทางโครงการได้ตกลงว่าจ้าง บริษัท ธนะวงศ์กรุ๊ป จำกัด ให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างหลัก สัญญาการทำงานได้เริ่มต้นขึ้นแล้วและมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 16 มกราคม 2572 การเปิดเวทีพูดคุยครั้งนี้มีจุดประสงค์หลัก เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย
ประเด็นสำคัญ
- โครงการสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้มใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 329 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในช่วงต้นปี 2572
- มีการลงนาม “ข้อตกลงคุณธรรม” เพื่อรับประกันความโปร่งใส โดยเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมตรวจสอบการทำงานได้ทุกขั้นตอน
- เป้าหมายหลักของโครงการคือการแก้ปัญหาจราจรติดขัด ช่วยให้การเดินทางในเมืองเชียงรายรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น
สิ่งที่ทำให้โครงการนี้แตกต่างจากงานก่อสร้างทั่วไป คือการให้ความสำคัญกับความโปร่งใสอย่างสูงสุด ภายในงานประชุมได้มีการจัดทำ “บันทึกข้อตกลงคุณธรรม” ขึ้นระหว่างสามฝ่ายหลัก ฝ่ายแรกคือบริษัทผู้รับจ้างที่ให้คำมั่นว่าจะทำงานตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด พวกเขาต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย จัดการจราจรระหว่างการทำงาน และลดผลกระทบต่อชุมชนให้น้อยที่สุด ฝ่ายที่สองคือประชาชนในพื้นที่ที่จะเข้ามาเป็นหูเป็นตา ช่วยติดตามและเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสม

อบต.แม่ข้าวต้ม หนุนเต็มที่เพื่อประโยชน์ชุมชน
สำหรับฝ่ายที่สามคือ กรมทางหลวงชนบท ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลการก่อสร้างทั้งหมดให้เป็นไปตามกฎระเบียบ การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการนี้จะช่วยให้โครงการก้าวไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้าน ว่างบประมาณแผ่นดินจะถูกใช้อย่างคุ้มค่า
ทางด้านองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม ก็พร้อมให้การสนับสนุนโครงการก่อสร้างนี้อย่างเต็มที่ นายชินกรณ์ บั้งเงิน ยืนยันว่าทางชุมชนยินดีให้ความร่วมมือภายใต้หลักการมีส่วนร่วม การให้ชาวบ้านเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น จะช่วยป้องกันปัญหาข้อขัดแย้งในอนาคต ทำให้การทำงานสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง
เมื่อสะพานข้ามแยกแห่งนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเดินทางในจังหวัดเชียงราย ผู้ใช้รถใช้ถนนจะสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ช่วยแก้ปัญหาคอขวดบริเวณทางแยกได้อย่างชะงัด นับเป็นโครงการพัฒนาที่ไม่ได้เน้นแค่ความเจริญทางวัตถุ แต่ยังใส่ใจคุณภาพชีวิตของชาวบ้านและรักษามาตรฐานการทำงานที่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย
วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็นอ่างรับมลพิษจากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย
เชียงราย - Chiang Rai News
จบดราม่า! ผู้โพสต์ข้อความพาดพิงตำรวจจราจร สภ.บ้านดู่ เข้ากราบขอโทษ พร้อมรับปากไม่ทำซ้ำ
000 บาท">เชียงราย – เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ได้มีประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย กรณีมีบุคคลโพสต์ข้อความพาดพิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ดูแลการจราจรและความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดที่มีรถสัญจรหนาแน่นตลอดทั้งวัน เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ล่าสุดเหตุการณ์ความขัดแย้งนี้จบลงด้วยความเข้าใจอันดี เมื่อผู้โพสต์ตัดสินใจเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ด้วยตัวเอง ชายคนดังกล่าวได้แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกล่าวคำขอโทษต่อเจ้าพนักงานอย่างเป็นทางการ เขายอมรับว่าทำไปเพราะความอารมณ์ชั่ววูบและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมรับปากอย่างหนักแน่นว่าจะระมัดระวังและไม่ให้เกิดเหตุการณ์พาดพิงในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต
สรุปประเด็นสำคัญ
- เกิดกระแสดราม่า: มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์โพสต์ข้อความเชิงลบ พาดพิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ขณะกำลังดูแลการจราจร
- จบด้วยความเข้าใจ: เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้โพสต์ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อกล่าวขอโทษ และสัญญาว่าจะไม่ทำพฤติกรรมนี้อีก
- ตำรวจเปิดกว้าง: เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนสอบถามข้อมูลโดยตรง หากมีข้อสงสัย เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดบนโลกออนไลน์
บทเรียนจากโลกโซเชียลสู่การแก้ปัญหาในโลกความจริง
พื้นที่ตำบลบ้านดู่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจและมีชุมชนหนาแน่น ทำให้การจราจรในบางช่วงเวลาค่อนข้างติดขัด การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในวันนั้น เป็นการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุ แน่นอนว่าการใช้ถนนในชั่วโมงเร่งด่วนมักทำให้ผู้ขับขี่เกิดความหงุดหงิดได้ง่าย จนบางครั้งนำไปสู่การพิมพ์ข้อความระบายอารมณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การโพสต์ข้อความที่กระทบกระทั่งเจ้าพนักงาน ย่อมส่งผลเสียต่อความรู้สึกของผู้ปฏิบัติงานเสมอ
เมื่อผู้โพสต์ได้พูดคุยอย่างเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ พวกเขาก็เข้าใจถึงข้อจำกัดและเจตนาที่แท้จริงของตำรวจในการรักษาความปลอดภัย บรรยากาศระหว่างการสนทนาเป็นไปอย่างประนีประนอมและเป็นมิตร
สภ.บ้านดู่ ย้ำชัด พร้อมเปิดรับฟังทุกปัญหาของประชาชน
ทางด้านตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ได้ออกมากล่าวขอบคุณประชาชนส่วนใหญ่ ที่ให้ความสำคัญและเข้าใจความเหนื่อยยากของการทำงาน พวกเขายืนยันว่าตำรวจคือที่พึ่งของประชาชนและพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น หากใครมีข้อสงสัยหรือรู้สึกไม่เข้าใจเกี่ยวกับการตั้งจุดตรวจหรือจัดการจราจร เจ้าหน้าที่ทุกคนยินดีให้คำอธิบายอย่างตรงไปตรงมาเสมอ
นอกจากนี้ ทางสถานีตำรวจยังขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างระมัดระวัง การตั้งคำถามสามารถทำได้ แต่ควรประสานงานหรือสอบถามกับเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องที่สุด หากชุมชนและเจ้าหน้าที่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาด้วยความเข้าใจ สังคมในพื้นที่ก็จะปลอดภัยและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย
ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย
เชียงราย – เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ได้สร้างผลงานชิ้นสำคัญในการปราบปรามยาเสพติด โดยสามารถตรวจยึดคีตามีนน้ำหนักมหาศาลกว่า 410 กิโลกรัมได้สำเร็จ ยาเสพติดล็อตใหญ่นี้ถูกลักลอบนำมาซุกซ่อนอยู่ในกระสอบสีดำ และถูกนำมาทิ้งไว้ในบริเวณป่าข้างทางของอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองได้รับเบาะแสสำคัญ ว่าจะมีการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทย จุดเกิดเหตุคือบริเวณป่าท้ายหมู่บ้านจ้อง หมู่ 1 ตำบลโป่งผา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักมีการลักลอบลำเลียงสิ่งผิดกฎหมายอยู่เป็นประจำ
ประเด็นสำคัญ
- ยึดของกลางล็อตใหญ่: ตำรวจสามารถยึดคีตามีนบรรจุในกระสอบดำได้ถึง 17 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 410 กิโลกรัม
- คนร้ายไหวตัวทัน: เจ้าหน้าที่พบเพียงรอยเท้าของกลุ่มผู้ลักลอบขนยาเสพติด แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุ
- เดินหน้าขยายผล: ของกลางถูกส่งไปตรวจสอบที่ สภ.แม่สาย เพื่อเร่งหาตัวการใหญ่และทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
เบื้องหลังเส้นทางลักลอบขนยาเสพติด
อำเภอแม่สายถือเป็นพื้นที่ชายแดนที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย และมักถูกใช้เป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติมักอาศัยความมืดและสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าทึบ เพื่อหลบเลี่ยงการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่รัฐ
คีตามีน หรือที่วัยรุ่นมักเรียกกันว่า “ยาเค” ถือเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก หากยาเสพติดล็อตใหญ่นี้หลุดรอดเข้าไปในเมืองหลวง จะสร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างมหาศาล
ปฏิบัติการค้นหาท่ามกลางความมืด
ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และ พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งข่าว ชุดสืบสวนต้องทำงานอย่างรัดกุมและระมัดระวัง เพื่อป้องกันการปะทะกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่อาจมีอาวุธ
เมื่อทีมเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณป่าข้างทางตามที่ได้รับแจ้ง พวกเขาได้สังเกตเห็นกระสอบสีดำต้องสงสัยจำนวน 17 ใบ วางซุกซ่อนอำพรางอยู่ใต้พุ่มไม้ จากการเปิดตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าภายในบรรจุยาคีตามีนทั้งหมด จึงได้ทำการบันทึกภาพและตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานทันที
แกะรอยล่าตัวขบวนการค้ายาข้ามชาติ
แม้ว่าในที่เกิดเหตุจะไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ แต่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมร่องรอยสำคัญหลายอย่าง โดยเฉพาะรอยเท้าจำนวนมากที่พบในบริเวณโดยรอบ ร่องรอยเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการติดตามตัวกลุ่มผู้ลักลอบขนยามาลงโทษ
ปัจจุบัน ยาเสพติดของกลางทั้งหมดได้ถูกส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ เพื่อถอนรากถอนโคนเครือข่ายนี้ต่อไป ผู้อ่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สยามรัฐออนไลน์
ประเด็นสำคัญ
วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็น อ่างรับมลพิษจากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย
เชียงรายชู บ้านห้วยทรายขาว เปิดการท่องเที่ยวชุมชนสุดปัง สัมผัสวิถีชีวิตแบบลงมือทำจริง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoเหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoแพทย์รายหนึ่งในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาชน หลังจากที่เขาขับรถชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
-
ข่าวกีฬา Sports4 days agoเชียงรายเปิดฉากกีฬา “เจียงฮายสัมพันธ์ 69” ชูแนวคิด รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoแพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย


