เชียงราย - Chiang Rai News
วิกฤตแม่สาย! แม่น้ำแคบลงเหลือแค่ 20% ผวาซ้ำรอยน้ำท่วมใหญ่ เจาะลึกทางรอดที่ยังติดหล่ม
วิกฤตแม่สาย! – ฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงกำลังนำความรู้สึกหวาดหวั่นมาสู่แม่สาย เมืองชายแดนที่พลุกพล่านทางตอนเหนือของประเทศไทย เมืองนี้กำลังเผชิญกับภัยคุกคามร้ายแรงจากน้ำที่ไหลผ่านเมืองนั่นเอง
จากรายงานล่าสุดของ MGR Online แม่น้ำสายนี้ ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศไทยและเมียนมาร์ ได้เหือดแห้งลงจนถึงระดับที่อันตราย การก่อสร้างและการขยายตัวในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาได้ปิดกั้นทางน้ำ ทำให้แม่น้ำเหลือเพียงเศษเสี้ยวของขนาดเดิม
หากย้อนกลับไปในอดีต แม่น้ำสายที่แบ่งกั้นระหว่างไทยและเมียนมา เคยมีความกว้างมากกว่า 100 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติสร้างไว้สำหรับระบายน้ำตามปกติ แต่ปัจจุบันพื้นที่กว้างขวางเหล่านั้นถูกบีบให้แคบลงเหลือเพียงแค่ 20-30% จากความกว้างเดิมเท่านั้น สาเหตุหลักมาจากการที่มีสิ่งปลูกสร้างและอาคารต่างๆ ของมนุษย์รุกล้ำลงไปในแม่น้ำเป็นจำนวนมาก
รศ.ชูโชค อายุพงศ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจและชี้ให้เห็นภาพชัดเจนครับ ท่านอธิบายว่า แนวกำแพงกันน้ำที่เราเห็นสร้างกันอยู่ทุกวันนี้ จริงๆ แล้วมันตั้งอยู่ตรง “กลางแม่น้ำ” ในอดีตเลยทีเดียว
ลองนึกภาพตามนะครับ เมื่อน้ำไหลมาในปริมาณมหาศาล แนวกำแพงกั้นน้ำเหล่านี้ก็จะรับแรงดันไม่ไหว แม้ว่าระดับน้ำอาจจะยังไม่ล้นข้ามกำแพง แต่น้ำก็มีโอกาสสูงมากที่จะมุดลอดใต้แนวกำแพงเข้ามาได้เพราะแรงดันน้ำที่สูงมาก ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ แนวป้องกันของฝั่งไทยมีความสูงน้อยกว่าฝั่งเมียนมาถึง 1 เมตร ทำให้บ้านเรามีความเสี่ยงที่จะรับน้ำเข้าไปเต็มๆ มากกว่าเพื่อนบ้านครับ

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า: เร่งเสริมกระสอบทรายยักษ์
ในขณะที่ระดับความเสี่ยงพุ่งสูงขึ้น หน่วยงานในพื้นที่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ตอนนี้เราจะเห็นภาพของเจ้าหน้าที่ทหารจากหลายหน่วยงาน ทั้งทหารช่าง ทหารพัฒนา ฝ่ายปกครอง และกลุ่มจิตอาสา กำลังเร่งทำงานกันอย่างหนัก พวกเขานำเครื่องจักรลงพื้นที่เพื่อซ่อมแซมและเสริมแนวป้องกันน้ำชั่วคราวริมฝั่งแม่น้ำ
- เสริมแนวป้องกัน: มีการนำกระสอบทรายขนาดใหญ่ (บิ๊กแบ็ก) มาวางเสริมแนวป้องกันเดิมที่เคยทำไว้เพื่อความแน่นหนา
- จุดเสี่ยงสำคัญ: จุดที่เน้นย้ำคือโซนรับน้ำแรกอย่าง “ชุมชนหัวฝาย” ซึ่งมีการเสริมกระสอบทรายไปแล้วกว่าร้อยถุง
- แข่งกับเวลา: เจ้าหน้าที่ตั้งเป้าว่าจะทำงานนี้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ เพื่อให้ทันรับมือกับช่วงฝนตกหนัก
- เตรียมพร้อมตักขยะ: มีการเตรียมรถแบ็กโฮไว้คอยตักขยะและเศษวัชพืชที่มักจะลอยมาขวางทางน้ำบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ด้วย
แต่เราต้องยอมรับความจริงครับว่า นี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น กระสอบทรายเหล่านี้มีอายุการใช้งานจำกัดเพียงแค่ 8 เดือนถึง 1 ปีก็จะเปื่อยยุ่ยไปตามสภาพอากาศ

ติดหล่มระเบียบราชการ? แผนรื้อถอนอาคารขวางทางน้ำไม่คืบหน้า
ผู้เชี่ยวชาญยืนยันตรงกันว่า การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและถูกต้องที่สุดคือ “การคืนพื้นที่ให้แม่น้ำ” เราต้องทำให้แม่น้ำสายกลับมากว้าง 100 เมตรเท่าเดิม ซึ่งหมายความว่าต้องมีการรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ขวางทางน้ำออกไปให้หมด
ทางจังหวัดเชียงรายได้รับงบประมาณสำหรับรื้อถอนอาคารจำนวน 39 ล้านบาทเตรียมพร้อมไว้แล้ว แต่ปัญหาหลักคือ “ติดระเบียบราชการ” ครับ เนื่องจากพื้นที่ริมน้ำส่วนใหญ่เป็นที่ดินของรัฐ การจะเข้าไปจัดการอะไรต้องรอการอนุมัติจากกรมธนารักษ์ ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการตอบรับ ทำให้แผนการรื้อถอนต้องหยุดชะงักอย่างน่าเสียดาย
นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านที่รุกล้ำพื้นที่นั้น ส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์ดีและยินยอมที่จะย้ายออก แต่พวกเขาขอความช่วยเหลือให้ภาครัฐจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่มารองรับ หรือหากไม่มีที่ดินให้ ก็ขอเป็นเงินค่าชดเชยเพื่อนำไปตั้งตัวใหม่ ซึ่งถือเป็นข้อเรียกร้องที่สมเหตุสมผลสำหรับประชาชนที่ต้องสูญเสียบ้านพักอาศัย

แผนใหญ่ในอนาคต: เมกะโปรเจกต์ 2,950 ล้านบาท
เพื่อแก้ปัญหานี้แบบถาวรและเบ็ดเสร็จ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ออกแบบโครงการขนาดใหญ่เตรียมไว้แล้วครับ โครงการนี้มีมูลค่าสูงถึง 2,950 ล้านบาท โดยมีแผนการทำงานที่ครอบคลุมดังนี้:
- รื้อถอน: ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างริมน้ำที่ขวางทางน้ำทั้งหมด 843 หลังคาเรือน
- จัดหาที่อยู่ใหม่: จัดหาพื้นที่ใหม่เพื่อรองรับการย้ายถิ่นฐานของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด
- สร้างแนวป้องกันถาวร: ก่อสร้างแนวกำแพงกั้นน้ำแบบถาวรที่แข็งแรงทนทานต่อกระแสน้ำ
- พัฒนาระบบสาธารณูปโภค: สร้างถนน ระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์รอบแม่น้ำให้สวยงาม
โครงการนี้จะใช้เวลาสำรวจและออกแบบให้เสร็จในช่วงกลางปี 2569 จากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ เพื่อเริ่มต้นก่อสร้างและคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2575 ครับ
สถานการณ์ของพี่น้องชาวแม่สายในวันนี้เหมือนกำลังยืนอยู่บนความเสี่ยง การแก้ปัญหาด้วยการวางกระสอบทรายเป็นเพียงการบรรเทาอาการชั่วคราวเท่านั้น การรักษาที่ต้นเหตุคือการคืนพื้นที่ให้ธรรมชาติ ซึ่งต้องอาศัยความกล้าหาญในการตัดสินใจของภาครัฐ การลดขั้นตอนราชการที่ยุ่งยากซับซ้อน และที่สำคัญที่สุดคือการดูแลเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งไฟเขียวโครงการนี้ได้ทันเวลา ก่อนที่มวลน้ำรอบใหม่จะสร้างความสูญเสียซ้ำรอยเดิมหรือไม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก
ทหารเชียงรายสกัดรถเอสยูวี ยึดยาไอซ์ได้ 600 กิโลกรัม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

