เชียงราย - Chiang Rai News
ตม.เชียงรายรวบหนุ่มใหญ่แก๊งขนคนจีนข้ามชาติ พบประวัติไม่ธรรมดา
เชียงราย – เมื่อช่วงบ่ายเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จังหวัดเชียงราย ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายชัย ชุ่มเย็น ชายวัย 49 ปี ผู้ต้องหาคนสำคัญที่มีส่วนพัวพันกับขบวนการลักลอบนำคนต่างด้าวเข้าเมือง การบุกจับกุมในครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่งในซอย 26 บ้านสันทรายปู่ยี่ ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สาเหตุหลักของการเข้าจับกุมเป็นเพราะนายชัยมีหมายจับจากศาลจังหวัดพะเยาติดตัวอยู่ และเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าเขาแอบหลบหนีมารับจ้างทำงานก่อสร้างในพื้นที่ชายแดนแห่งนี้เพื่อหลบซ่อนตัวจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้ใช้เพียงกำลังของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพื้นที่เชียงรายเท่านั้น แต่ยังได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพื่อเป้าหมายในการทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติให้สิ้นซาก เจ้าหน้าที่ระดับสูงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนทำงานอย่างรัดกุมและรอบคอบที่สุด
หลังจากใช้เวลาสืบหาเบาะแสจนมั่นใจ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงประสานงานกับตำรวจภูธรในพื้นที่ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจทางหลวง และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อล้อมจับผู้ต้องหาได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ทั้งนี้คุณสามารถอ่านข้อมูลอ้างอิงและรายละเอียดฉบับเต็มของปฏิบัติการจับกุมนี้ได้ที่ สำนักข่าว Top News ซึ่งได้รายงานข่าวเหตุการณ์นี้ไว้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน
ประวัติที่น่าตกใจ: เคยถูกรวบตัวคดีช่วยชาวจีน 11 คน
สิ่งที่น่าสนใจและเป็นจุดสำคัญที่สุดในคดีนี้คือ ประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม ก็พบว่านายชัยไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการลักลอบขนคนเข้าเมืองเลยแม้แต่น้อย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 หรือเพียงแค่สองเดือนก่อนหน้านี้ เขาเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง ในวันนั้นเขาถูกตั้งข้อหาว่ามีส่วนร่วมในการซ่อนเร้นและช่วยเหลือชาวจีนถึง 11 คนที่แอบข้ามพรมแดนเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เขาได้รับการประกันตัวเพื่อออกมาสู้คดีและรอฟังคำตัดสินของศาล แต่แทนที่จะหยุดพฤติกรรมดังกล่าว เขากลับเลือกที่จะหลบหนีความผิด จนกระทั่งถูกตำรวจตามแกะรอยและจับกุมตัวได้อีกครั้งตามหมายจับในคดีล่าสุดนี้
สรุปข้อหาหลักและขั้นตอนทางกฎหมาย
เพื่อให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าทำไมคดีนี้ถึงมีความสำคัญและมีโทษทางกฎหมายอย่างไร เราได้สรุปข้อหาหลักที่ผู้ต้องหารายนี้ต้องเผชิญมาให้ดูกันครับ:
- การซ่อนเร้นบุคคลต่างด้าว: คือการให้ที่พักพิง พาไปซ่อนตัว หรือให้ความช่วยเหลือเพื่อให้พ้นจากการตรวจค้น ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
- การช่วยให้พ้นจากการจับกุม: เป็นการอำนวยความสะดวกในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองสามารถเดินทางต่อไปได้และรอดพ้นจากสายตาของเจ้าหน้าที่
- การหลบหนีระหว่างรอการพิจารณาคดี: เมื่อได้รับโอกาสให้ออกมาสู้คดีด้วยการประกันตัวแต่กลับหลบหนี ทำให้ศาลต้องออกหมายจับเพื่อนำตัวมารับโทษตามขั้นตอน
ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายชัยและส่งตัวไปยังพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรแม่ใจ จังหวัดพะเยา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมได้สืบสวนหาข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป
ทำไมการคุมเข้มพื้นที่ชายแดนจึงเป็นเรื่องสำคัญ?
ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการข้ามพรมแดนผิดกฎหมายเท่านั้น แต่มันยังเชื่อมโยงไปถึงปัญหาใหญ่ระดับชาติอื่นๆ เช่น อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และความมั่นคงของประเทศโดยรวม การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องในการกวาดล้างขบวนการเหล่านี้ ถือเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
ยิ่งไปกว่านั้น การแก้ปัญหาขบวนการลักลอบนำคนต่างด้าวเข้าเมืองอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประชาชนในพื้นที่ก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย การแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ทราบทันทีจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ขึ้นไปอีก ทุกๆ การจับกุมจึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สังคมของเราปลอดภัยและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
ข่าวเชียงใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายจับกุมวัยรุ่นอายุ 14-16 ปี ขนยาเสพติดจำนวนมาก
โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย ขอเชิญชวนนักเดินทางร่วมสัมผัสประสบการณ์กาแฟยั่งยืนรูปแบบใหม่ที่ดอยตุง
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจยึด “ยาไอซ์ครึ่งตัน” หลังไล่ล่ารถยนต์คันหนึ่งในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
ภาคเหนือ">เชียงราย – เหตุการณ์สุดระทึกนี้เกิดขึ้นที่บริเวณชายแดนอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เมื่อตำรวจตระเวนชายแดนได้เปิดปฏิบัติการไล่ล่ารถต้องสงสัยคันหนึ่ง คนร้ายพยายามขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้ตำรวจต้องตัดสินใจใช้ปืนยิงสกัดเพื่อหยุดยั้งรถคันดังกล่าว ก่อนที่คนขับจะทิ้งรถและหลบหนีไปได้
ประเด็นสำคัญ
- การสกัดจับสุดระทึก: ตชด. ไล่ล่าและยิงสกัดรถกระบะที่พยายามพุ่งชนเจ้าหน้าที่เพื่อหลบหนี
- คนร้ายทิ้งรถหนี: ผู้ต้องสงสัยกระโดดลงจากรถที่พุ่งชนตอไม้ และอาศัยความชำนาญพื้นที่หนีเข้าป่า
- ยึดของกลางล็อตใหญ่: เจ้าหน้าที่ค้นพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะ น้ำหนักรวมมากกว่า 520 กิโลกรัม
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้มาจากการทำงานด้านข่าวกรองที่แม่นยำ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.327 ได้รับเบาะแสสำคัญจากสายลับ ข้อมูลระบุว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
คนร้ายวางแผนใช้เส้นทางบายพาสเชียงราย-เชียงแสน หรือทางหลวงหมายเลข 1063 เป็นเส้นทางหลัก พาหนะที่ใช้คือรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็คซ์ สีขาว แบบสี่ประตู ซึ่งติดแผ่นป้ายทะเบียนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เมื่อได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงไม่รอช้าและรีบวางแผนรับมือทันที ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้จัดกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่ พวกเขาได้กระจายกำลังดักซุ่มตามจุดต่างๆ เพื่อรอเวลาที่เป้าหมายจะปรากฏตัว
การไล่ล่าและการหลบหนีอย่างดุเดือด
เวลาประมาณ 12.40 น. รถกระบะเป้าหมายก็ปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณสามแยกวัดพระธาตุผาเงา เมื่อรถขับมาถึงหมู่บ้านสันธาตุ ตำรวจจึงแสดงตัวและส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้นทันที
แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นไปตามคาด คนขับรถไม่ยอมหยุด และยังเร่งเครื่องยนต์พยายามพุ่งชนรถของตำรวจเพื่อแหกด่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสกัดไปที่รถของคนร้ายเพื่อป้องกันเหตุร้ายแรง
รถกระบะเสียหลักและเลี้ยวหนีเข้าไปในซอยของหมู่บ้านผาเรือ โดยมีตำรวจขับรถไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิด ในจังหวะนั้น ชายคนขับได้ตัดสินใจเปิดประตูรถแล้วกระโดดหนีเข้าไปในป่าข้างทาง
เนื่องจากคนร้ายมีความชำนาญในพื้นที่เป็นอย่างดี เขาจึงสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้อย่างหวุดหวิด ส่วนรถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งไปชนเข้ากับตอไม้และหลักทางโค้งจนไม่สามารถขับต่อไปได้
ยึดยาไอซ์น้ำหนักกว่าครึ่งตัน
หลังจากสถานการณ์สงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบรถกระบะที่ถูกทิ้งไว้ สิ่งที่พบภายในรถคือกระสอบฟางสีรุ้งจำนวน 21 กระสอบ ซึ่งถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิดเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
เมื่อเปิดดูภายในกระสอบ ตำรวจพบยาเสพติดประเภทไอซ์ถูกบรรจุเป็นก้อน รวมทั้งหมดประมาณ 500 ก้อน น้ำหนักรวมสูงถึง 520.5 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นยาเสพติดล็อตใหญ่ที่มีมูลค่ามหาศาล
เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และส่งมอบให้กับ สภ.แม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป หากต้องการข้อมูลเชิงลึก คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากรายงานต้นฉบับได้ที่ เว็บไซต์ MGR Online
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมชายสองคนฐานลักลอบขนเงิน 1.3 ล้านบาท
ตำรวจเชียงรายสกัดจับระทึก! แก๊งค้ายาซิ่งชนดะ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม
เชียงราย - Chiang Rai News
สนามบินเชียงรายทุ่มงบ 5.7 พันล้าน พลิกโฉมครั้งใหญ่ ดันการท่องเที่ยวภาคเหนือ
เตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กำลังเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเร็วๆ นี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพิ่งอนุมัติงบประมาณ 5.7 พันล้านบาท โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อขยายขีดความสามารถของสนามบินให้ทันสมัยมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในภาคเหนือของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อมูลสำคัญ
- ทอท. อนุมัติงบ 5.7 พันล้านบาท สร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2575
- โครงการนี้ตั้งเป้าเพิ่มความจุผู้โดยสารจาก 1.9 ล้านคน เป็น 6 ล้านคนต่อปี
- แผนงานรวมถึงการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) บนพื้นที่ 50 ไร่ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการบิน
อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่นี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา นาวาอากาศตรี สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการสนามบิน ระบุว่าโครงการนี้มีความจำเป็นอย่างมาก ทางสนามบินตั้งเป้าที่จะรองรับผู้โดยสารให้ถึง 7 ล้านคนภายในเจ็ดปีข้างหน้า
ดังนั้น ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ การออกแบบอาคารใหม่กำลังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนโดยผู้เชี่ยวชาญ คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ข่าวสารการปรับปรุงสนามบินเชียงราย ได้โดยตรง ทอท. มุ่งหวังที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับนักเดินทางทุกคน
อาคารแห่งนี้จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ผู้โดยสารจะได้รับการบริการที่รวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้อย่างแน่นอน
ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานแบบครบวงจร
นอกจากการสร้างอาคารผู้โดยสารแล้ว โครงการนี้ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ นั่นคือการจัดสรรพื้นที่ 50 ไร่ เพื่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือ MRO ศูนย์แห่งนี้จะให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การซ่อมแซมไปจนถึงการประกอบชิ้นส่วน
การลงทุนในศูนย์ MRO สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ ทอท. ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะแข่งขันกับศูนย์กลางการบินในภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ได้ โครงการนี้เพิ่งผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และพร้อมจะเริ่มก่อสร้างเร็วๆ นี้
ศูนย์ซ่อมบำรุงนี้ไม่เพียงแต่จะให้บริการเครื่องบินเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างงานให้กับคนในพื้นที่อีกด้วย การจ้างงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในสายงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย
อนาคตของการท่องเที่ยวภาคเหนือ
การลงทุนทั้งหมดนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนเชียงรายให้กลายเป็น “มหานครแห่งการบิน” การเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคจะทำได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางมายังภาคเหนือได้สะดวกขึ้นกว่าเดิม
ในขณะเดียวกัน การขนส่งสินค้าทางอากาศก็จะได้รับประโยชน์อย่างมาก ธุรกิจขนส่งในพื้นที่จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การกระจายความเจริญออกจากเมืองหลวงถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและยั่งยืน
ท้ายที่สุด สนามบินแม่ฟ้าหลวงจะกลายเป็นประตูบานใหม่ที่เปิดรับโอกาสทางเศรษฐกิจมากมาย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมการบินของไทยในระยะยาว นับเป็นก้าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับชาวเชียงรายทุกคน
การเชื่อมโยงที่ดียิ่งขึ้น
การพัฒนาครั้งนี้ยังมองไปถึงการเชื่อมโยงระบบคมนาคมในวงกว้าง สนามบินเชียงรายและเชียงใหม่มีโอกาสที่จะเชื่อมต่อกันด้วยระบบถนนที่รวดเร็วขึ้นในอนาคต หากเกิดขึ้นจริง จะช่วยลดเวลาเดินทางระหว่างสองสนามบินได้อย่างมหาศาล
นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมดังกล่าวยังเป็นการรองรับตลาดนักท่องเที่ยวที่กำลังเติบโต นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นกำลังหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาค การมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีจะทำให้ประเทศไทยได้เปรียบในการแข่งขัน
สรุปได้ว่า โครงการมูลค่า 5.7 พันล้านบาทนี้ คุ้มค่าและมีความสำคัญอย่างยิ่ง มันไม่ใช่แค่การขยายสนามบิน แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ทุกฝ่ายต่างเฝ้ารอให้โครงการนี้สำเร็จตามแผนในปี 2575
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมชายสองคนฐานลักลอบขนเงิน 1.3 ล้านบาท
โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้ริเริ่ม “กลยุทธ์ต่อต้านยาเสพติด” สำหรับเยาวชนในท้องถิ่น โดยอิงตามหลักการทำงานของสมอง
เชียงราย - Chiang Rai News
โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้ริเริ่ม “กลยุทธ์ต่อต้านยาเสพติด” สำหรับเยาวชนในท้องถิ่น โดยอิงตามหลักการทำงานของสมอง
ภาคเหนือ">เชียงราย – เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ดร.วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีเมืองเชียงราย ได้มอบหมายให้ นางวันพัชร จินดา รองนายกเทศมนตรีเมืองเชียงราย พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงราย และคณะครูโรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น ร่วมต้อนรับ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและยาเสพติด">ปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมโครงการส่งเสริมและป้องกันปัญหาการใช้ยาเสพติดในสถานศึกษา
การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้มุ่งเน้นการติดตามการดำเนินงานส่งเสริมภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เด็กและเยาวชน ผ่านการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านทักษะสมองเพื่อการบริหารจัดการชีวิต หรือ Executive Function (EF) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะชีวิตและสร้างวัคซีนทางปัญญาให้แก่เด็กยุคใหม่ ตามรายงานข่าวของ เทศบาลนครเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- การสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด: โรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น ประสบความสำเร็จในการใช้องค์ความรู้ Executive Function (EF) เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตและป้องกันยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ
- ยกระดับการศึกษาสู่มาตรฐานสากล: เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวชื่นชมการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรภาษาอังกฤษ (English Program) ที่โดดเด่นและมีคุณภาพสูง
- สถานศึกษาต้นแบบ: โรงเรียนได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นต้นแบบการจัดการเรียนรู้ด้าน EF ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม และพร้อมขยายผลสู่การเรียนรู้ในอนาคต
การบูรณาการทักษะสมอง EF สู่นวัตกรรมการเรียนการสอน
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวแสดงความชื่นชมต่อผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น ที่สามารถนำหลักการ EF มาปรับใช้ในห้องเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม การส่งเสริมให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง ถือเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ คณะผู้ตรวจเยี่ยมยังได้ยกย่องศักยภาพของหลักสูตรภาษาอังกฤษ (English Program) ที่ช่วยพัฒนาความรู้ด้านภาษาและทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ การผสมผสานระหว่างวิชาการที่เข้มข้นและการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ช่วยให้นักเรียนมีความพร้อมทั้งด้านปัญญาและคุณธรรม
ต้นแบบแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาเยาวชนอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จจากการดำเนินงานของโรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น ได้กลายเป็นโมเดลตัวอย่างในการจัดการเรียนรู้ด้าน EF ให้แก่สถานศึกษาอื่นๆ ในภูมิภาค ตามรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ท้องถิ่นนิวส์ ทางเทศบาลนครเชียงรายยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายทางการศึกษาเพื่อสร้างเด็กและเยาวชนที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
การวางรากฐานการป้องกันยาเสพติดผ่านกระบวนการทางปัญญาตั้งแต่ระดับปฐมวัย ถือเป็นการลงทุนทางสังคมที่ส่งผลดีต่ออนาคตของชาติอย่างมหาศาล ความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานระดับชาติในครั้งนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายสกัดจับระทึก! แก๊งค้ายาซิ่งชนดะ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม
โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ชายวัย 65 ปีถูกจับกุมในข้อหาขโมยชุดชั้นในสตรี โดยพบว่าเขาสวมใส่ชุดชั้นในนั้นอยู่ขณะถูกจับกุม
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
การเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วของตำรวจช่วยหญิงคนหนึ่งให้รอดพ้นจากการถูกหลอกลวงทางออนไลน์มูลค่า 198,000 บาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เชียงรายกำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด! กลุ่มประชาชนเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ








