เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวชื่นชมครูอาจารย์ที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมมาตลอด 10 ปี!
เชียงราย – ผู้ว่าฯ ยกย่องครูเชียงรายเป็นคนสู้ไม่ถอย หลังยื่นร้องเรียนกรณีผู้บริหารโรงเรียนส่อทุจริตงบอาหารกลางวันเด็กต่อเนื่องนาน 10 ปี แต่เรื่องยังไม่คืบหน้า ขณะที่ตัวครูกลับถูกสอบวินัย ถูกงดขั้นเงินเดือน และถูกย้ายข้ามจังหวัด…
เชียงราย – ผู้ว่าฯ ยกย่องครูเชียงรายเป็นคนสู้ไม่ถอย หลังยื่นร้องเรียนกรณีผู้บริหารนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนส่อทุจริตงบอาหารกลางวันเด็กต่อเนื่องนาน 10 ปี แต่เรื่องยังไม่คืบหน้า ขณะที่ตัวครูกลับถูกสอบวินัย ถูกงดขั้นเงินเดือน และถูกย้ายข้ามจังหวัด ล่าสุดยังถูกรบกวนจากเครือข่ายเดิม จนต้องขอย้ายกลับพื้นที่เดิม
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานประชุมคณะกรมการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ นางกาหลง จบศรี อายุ 51 ปี ครูชำนาญการพิเศษ สังกัดโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ภูซาง จ.พะเยา ซึ่งเคยเป็นครูใน อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ยื่นหนังสือต่อจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงราย
ครูกาหลงเคยร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย, ป.ป.ช. และหน่วยงานอื่น ๆ ให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณของผู้อำนวยการโรงเรียนเดิมใน อ.เวียงแก่น พร้อมพวก โดยเฉพาะประเด็นทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็ก ตั้งแต่ปี 2561 แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรื่องยังไม่เดินหน้าเท่าที่ควร
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวต่อที่ประชุมว่า ครูกาหลงเป็นคนที่ต่อสู้เรื่องนี้มานานกว่า 10 ปี และทำไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ทั้งผู้ปกครองและนักเรียน จึงขอรับเรื่องไว้และมอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงรายติดตามต่อ
ด้านครูกาหลงขอให้จังหวัดช่วยหาแนวทางย้ายออกจากโรงเรียนที่ อ.ภูซาง ไปช่วยราชการที่โรงเรียนใหม่ใน อ.เชียงคำ จ.พะเยา เพราะหลังถูกย้ายมาอยู่ที่ภูซาง เธอถูกกดดันจากเครือญาติและเครือข่ายเดิมของผู้บริหารชุดเก่า จนมีข่าวว่าจะมีการระดมชาวบ้านมาขับไล่ เธอจึงต้องการความปลอดภัยและความสงบในการทำงานมากขึ้น นายชูชีพจึงสั่งให้นายลิขิต มีเสรี ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย รับเรื่องไว้
วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงราย ได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูกาหลง เธอยืนยันว่ามีหลักฐานครบ ทั้งบัญชีการใช้จ่ายเงิน บันทึกภาพ และเสียงประกอบคำร้อง ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.แจ้งว่าเรื่องที่เธอร้องไว้มี 5 ประเด็น คือ
- ร้องเรียนผู้อำนวยการ สพป.เชียงราย เขต 4 โดย ป.ป.ช.ส่งเรื่องให้ต้นสังกัดคือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. และทราบว่า สพฐ.พิจารณาเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างรอผลกลับมา
- ร้องเรียนผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย เรื่องถูกสอบวินัยและโยกย้าย ซึ่ง ป.ป.ช.ส่งเรื่องให้ต้นสังกัดตั้งแต่กลางปี 2566 แต่ยังไม่มีความคืบหน้า จึงมีหนังสือสอบถามไปอีกครั้ง
- ร้องเรียนอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเดิมที่ อ.เวียงแก่น อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน
- ร้องเรียนงบประมาณซ่อมแซมอาคาร ซึ่ง ป.ป.ช.มีมติแล้วเมื่อเดือน มี.ค. 2569 แต่ยังอยู่ในขั้นตอนจัดทำเอกสารมติ
- ร้องเรียนการทุจริตอาหารกลางวันเด็ก ซึ่ง ป.ป.ช.มีมติยุติเรื่องไปแล้วตั้งแต่ปี 2565
ครูกาหลงบอกว่า เธอเป็นคนดูแลงานการเงิน จึงเก็บหลักฐานไว้ครบ และยังรวบรวมข้อมูลจากผู้ปกครองกับนักเรียนเพิ่มเติม แต่หลังร้องเรียนกลับมีการข่มขู่ผู้ปกครองและเด็กให้เลิกพูดเรื่องนี้ อีกทั้งยังตั้งกรรมการสอบเธอ งดขั้นเงินเดือน และย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่มีเครือญาติของผู้บริหารชุดเก่า เธอมองว่ากระบวนการตรวจสอบกลับทำให้คนร้องเรียนเป็นฝ่ายเดือดร้อน
เธอยังกล่าวด้วยว่า ข้อหาที่ถูกตั้งกรรมการสอบคือการออกจากโรงเรียนไปยื่นร้องเรียน โดยไม่ได้ทำหนังสือขออนุญาตผู้อำนวยการ ซึ่งเมื่อเทียบกับข้อร้องเรียนเรื่องทุจริตแล้ว ความรุนแรงต่างกันมาก แต่คนที่ถูกกล่าวหากลับไม่ถูกดำเนินการใด ๆ
ในวันเดียวกัน ครูบุญธัน ธรรมปัญญา อายุ 63 ปี อดีตข้าราชการครูที่เกษียณแล้ว ซึ่งเคยขี่รถจักรยานยนต์ไปกรุงเทพฯ โดยสวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์และใช้ธงชาติห่มตัว เพื่อร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียะเวส ให้ตรวจสอบทุจริตในโรงเรียนเก่าของตน ก็เดินทางมายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงรายเช่นกัน
ครูบุญธันระบุว่า ผู้บริหารโรงเรียนเก่าเคยตั้งสหกรณ์ขึ้นมา แต่เชื่อว่าไม่ได้ทำเพื่อผลกำไร หากเป็นการฟอกเงิน โดยมีการโอนหุ้นสหกรณ์เข้าบัญชีธนาคารของผู้อำนวยการโรงเรียน รวมเป็นเงินประมาณ 800,000 บาท เขายังสังเกตว่าครูหลายคนที่เคยไม่มีหนี้สิน กลับไปกู้หนี้ยืมเงินในช่วงหลังปี 2567 อย่างผิดสังเกต
เขาบอกว่า เคยขี่รถจักรยานยนต์ไปยื่นเรื่องกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ซึ่งรับปากจะติดตามให้ แต่เรื่องคืบหน้าน้อยมาก จึงต้องมาร้องเรียนต่อจังหวัดอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขาเคยยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงรายแล้ว แต่เรื่องก็ถูกยุติลงเหมือนกัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงราย และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย ได้รับเรื่องของครูบุญธันไว้ตรวจสอบเช่นเดียวกัน
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่! งานวิ่งเด็กเซ็นทรัลเชียงราย 2026 ชูโมเดลปั้นเมืองน่าอยู่เพื่อครอบครัว
เชียงราย ยูไนเต็ด เอาชนะ บางกอก ยูไนเต็ด 2-0 ในบ้าน ทำลายความหวังของ “สามทีมใหญ่” ในการลุ้นแชมป์
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย



