เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเร่งดำเนินการตามแผนป้องกันอุทกภัยแม่สาย พ.ศ. 2569 โดยเปิดเผยกรอบเวลา 240 วัน
เชียงราย — แม้บรรยากาศความสนุกสนานของเทศกาลสงกรานต์จะเพิ่งผ่านพ้นไป แต่สำหรับพี่น้องชาวอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ความกังวลเรื่อง “ฝน” และ “น้ำหลาก” กลับเริ่มดังชัดขึ้นในใจอีกครั้ง เพราะความทรงจำจากวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2567…
เชียงราย — แม้บรรยากาศความสนุกสนานของเทศกาลสงกรานต์จะเพิ่งผ่านพ้นไป แต่สำหรับพี่น้องชาวอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ความกังวลเรื่อง “ฝน” และ “น้ำหลาก” กลับเริ่มดังชัดขึ้นในใจอีกครั้ง เพราะความทรงจำจากวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2567 ที่สร้างความเสียหายแก่กว่า 6 หมื่นครัวเรือนยังคงสดใหม่ ล่าสุด ทางจังหวัดเชียงรายจึงไม่รอช้า เร่งเดินหน้า “แผนปฏิบัติการป้องกันน้ำท่วมแม่สาย">น้ำท่วมแม่สาย ปี 2569” อย่างเต็มสูบ เพื่อเปลี่ยนเมืองแม่สายให้พร้อมรับมือกับธรรมชาติที่เอาแน่เอานอนไม่ได้
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย เพื่อเคาะแผนเร่งด่วนที่ต้องเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่ฤดูฝนตัวจริงจะมาถึง โดยเน้นย้ำว่า “เราจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”
กางโรดแมป 240 วัน: ปฏิบัติการคืนทางน้ำให้แม่สาย
หัวใจสำคัญของแผนการในปีนี้คือการทำงานแข่งกับเวลา โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้เริ่มดำเนินการ “แผนหลักการปรับปรุงแม่น้ำสาย” มาตั้งแต่ปลายปี 2568 และตั้งเป้าให้ทุกอย่าง เสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ซึ่งถือเป็นเส้นตายสำคัญก่อนเข้าสู่ช่วงพีกของฤดูฝน
มาตรการหลักที่กำลังเร่งดำเนินการประกอบด้วย:
- การขุดลอกแม่น้ำสาย: เพิ่มความลึกและกว้างของลำน้ำ เพื่อให้การระบายน้ำชายแดนคล่องตัวขึ้น ไม่เกิดการคอขวดจนน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมตลาดและย่านเศรษฐกิจ
- การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ: รื้อถอนโครงสร้างหรือสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทางและไหลเข้าสู่ชุมชนอย่างรวดเร็ว
- การเสริมคันกั้นน้ำ: ยกระดับความแข็งแรงของผนังกั้นน้ำตลอดแนวชายแดน เพื่อรับแรงปะทะจากมวลน้ำป่าที่มักจะหลากลงมาจากภูเขาฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
ระบบเตือนภัย ‘Flood Eye’: เทคโนโลยีใหม่ที่ต้องเข้าถึงทุกบ้าน
บทเรียนจากปี 2567 สอนให้รู้ว่า “การแจ้งเตือนที่ล่าช้าคือความสูญเสีย” ในปี 2569 นี้ จังหวัดเชียงรายจึงร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) พัฒนาระบบ “Flood Eye” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเฝ้าระวังอุทกภัยอัจฉริยะ
ระบบนี้จะทำหน้าที่:
- วิเคราะห์ข้อมูลเรียลไทม์: เชื่อมต่อข้อมูลจากสถานีวัดระดับน้ำและกลุ่มเมฆฝน
- แผนที่เสี่ยงภัยแบบบูรณาการ: ระบุชัดเจนว่าพื้นที่ใดจะโดนน้ำท่วมก่อน-หลัง
- ส่งสัญญาณเตือนภัยตรงถึงมือถือ: เพื่อให้ชาวบ้านมีเวลาเก็บของและอพยพได้ทันท่วงที ไม่ใช่แค่รอเสียงหวอจากหอกระจายข่าวเพียงอย่างเดียว
ความร่วมมือข้ามพรมแดน: โจทย์หินที่ต้องแก้ร่วมกัน
แม่น้ำสายเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ การแก้ปัญหาจึงทำเพียงฝั่งเดียวไม่ได้ กระทรวงการต่างประเทศ และคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (TBC) ได้เร่งเจรจากับทางการเมียนมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งฝั่งท่าขี้เหล็กมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 35% เป้าหมายคือการหาจุดสมดุลในการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน เพื่อไม่ให้การสร้างกำแพงกั้นน้ำของฝั่งหนึ่ง กลายเป็นการผลักภาระน้ำท่วมไปให้อีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นมิติการทูตเชิงภัยพิบัติที่สำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของชาวแม่สาย
ทำไมแผนปี 2569 ถึงต่างจากเดิม?
หากถามว่าทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับแผนนี้เป็นพิเศษ คำตอบอยู่ที่ “ความยั่งยืน” แผนปี 2569 ไม่ใช่เพียงการเอากระสอบทรายมาวาง แต่คือการ “ปรับโฉมผังเมือง” ใหม่ทั้งหมด:
- การจัดการบ้านเรือนรุกล้ำ: มีรายงานว่ามีบ้านเรือนกว่า 843 หลังที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงและต้องมีการเยียวยาหรือย้ายออกจากเขตทางน้ำ
- การมองภาพรวมระดับจังหวัด: ไม่ใช่แค่แม่สาย แต่เป็น “เชียงรายโมเดล” ที่เชื่อมโยงการไหลของน้ำจากแม่น้ำสาย ไปสู่แม่น้ำกก และลงสู่แม่น้ำโขงอย่างเป็นระบบ
บททดสอบแรก: พายุฤดูร้อนช่วงเมษายน
กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ว่าในช่วงวันที่ 18-19 เมษายนนี้ จะมีพายุฤดูร้อนเข้ามาในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งท่านผู้ว่าฯ ชูชีพ มองว่าเป็น “บททดสอบแรก” ของระบบป้องกันน้ำที่เตรียมไว้ แผนการขุดลอกที่ทำไปแล้วจะทำงานได้ดีแค่ไหน? ระบบเตือนภัยจะแจ้งเตือนได้แม่นยำเพียงใด? ทุกสายตาในเชียงรายกำลังจับจ้องไปที่จุดนี้
การบริหารจัดการน้ำในปี 2569 จึงไม่ใช่แค่ภารกิจของภาครัฐ แต่เป็นความร่วมมือของชาวแม่สายทุกคนที่ต้องเตรียมพร้อมและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อเปลี่ยนจาก “ผู้ประสบภัย” ให้กลายเป็น “ผู้รู้เท่าทันภัย”
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก
ทหารเชียงรายสกัดรถเอสยูวี ยึดยาไอซ์ได้ 600 กิโลกรัม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย




