ข่าวอาชญากรรม - Crime
เจ้าอาวาสวัดชื่อดังแห่งหนึ่งในลำพูนถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศพระภิกษุที่เพิ่งบวชใหม่
ลำพูน – ลำพูนเกิดเรื่องช็อกชุมชนอีกครั้ง อดีตกรรมการวัดชื่อดังแฉหนัก. เจ้าอาวาสพระครูบารูปนี้มีพฤติกรรมหื่นกาม. เขาก่อเหตุอนาจารพระบวชใหม่ในโครงการบรรพชาสามเณรฤดูร้อน. ญาติผู้เสียหายไม่ยอม รีบพาไปแจ้งความทันที.
ลำพูน – ลำพูนเกิดเรื่องช็อกชุมชนอีกครั้ง อดีตกรรมการวัดชื่อดังแฉหนัก. เจ้าอาวาสพระครูบารูปนี้มีพฤติกรรมหื่นกาม. เขาก่อเหตุอนาจารพระบวชใหม่ในโครงการบรรพชาสามเณรฤดูร้อน. ญาติผู้เสียหายไม่ยอม รีบพาไปแจ้งความทันที. ตอนนี้เจ้าอาวาสหายออกจากวัด ติดต่อไม่ได้เลย.
เหตุการณ์เกิดกับพระบวชใหม่รูปนี้. เขาจบปริญญาโท เป็นลูกชายตำรวจ. ขณะนั่งอยู่ในวัด เจ้าอาวาสเรียกไปห้องพัก. แล้วเกิดการอนาจารขึ้น. พระหนีออกมาแจ้งผู้ปกครองทันที. ทุกคนพาไป สภ.เมืองลำพูน เพื่อดำเนินคดี.
วันนี้ผู้สื่อข่าวไปดูวัด พบเงียบเหงาไปหมด. ผู้ปกครองพาลูกหลานย้ายไปวัดอื่นเกือบสิ้น. เหลือแค่ 3 รูป กำลังเตรียมย้ายตาม. นายพิทักษ์ อายุ 62 ปี อดีตกรรมการก่อตั้งวัด บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่คาดคิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้. เจ้าอาวาสเพิ่งได้ตำแหน่งใหม่ ชาวบ้านศรัทธาเสียหายหนัก. ตอนนี้เขาหายตัวไปแล้ว เรื่องถึงตำรวจเรียบร้อย. ชาวบ้านอับอายแทน. นายพิทักษ์ฝากถึงพระผู้ใหญ่ ช่วยจัดการเด็ดขาดเถิด.
นอกจากนี้ นายพิทักษ์แฉเรื่องเงินด้วย. เงินกฐินผ้าป่าหลายปี ไม่โปร่งใสเลย. ชาวบ้านไม่รู้รายรับรายจ่าย. ล่าสุดงานปอยหลวงสลากภัตก็เหมือนกัน. ถ้าถาม เจ้าอาวาสโมโหด่ากระจาย. ไม่มีใครกล้าถามอีก. หลังข่าวออก เจ้าอาวาสหนีหาย ติดต่อไม่ได้จริง.
ยังมีผู้เสียหายอื่นอีกหลายคน. เขาเคยโดนเจ้าอาวาสคนนี้ทำอนาจารมาแล้ว. บางคนลงบันทึกประจำวันไว้. ตอนนี้ทราบข่าว พวกเขารวมตัวแจ้งความเพิ่ม. เรื่องนี้ต้องจบให้ได้.
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปปง. เดินหน้ายึดทรัพย์ “วัดพระธรรมกาย” คืนให้ผู้เสียหาย 1,458 ล้าน
เจ้าอาวาสวัดดอนจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การลดลงของเงินบริจาคส่งผลกระทบต่อเด็กกำพร้า
ข่าวอาชญากรรม - Crime
คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี
ลำปาง – เกิดเหตุการณ์สุดสลดขึ้นที่อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา รถกระบะคันหนึ่งเสียหลักข้ามเลนพุ่งชนรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์อย่างรุนแรง ส่งผลให้เด็กนักเรียนหญิงวัย 14 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ผู้ขับขี่รถกระบะคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนักขณะขับรถกลับบ้าน
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุร้ายแรง: อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเมาแล้วขับ ชนรถจักรยานยนต์ของนักเรียนหญิงวัย 14 ปี จนเสียชีวิตคาที่
- แอลกอฮอล์เกินกำหนด: ตำรวจตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายผู้ก่อเหตุสูงถึง 171 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งผิดกฎหมายชัดเจน
- การเยียวยาครอบครัว: ผู้ก่อเหตุเข้าร่วมงานศพเพื่อขอขมา พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นและรับปากจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ผู้เสียชีวิตคือ น้องไข่มุก หรือ เด็กหญิงภาสิณี สุดสาคร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนแม่ทะวิทยาคม เธอเป็นเด็กที่ขยันเรียน นิสัยดี และเป็นความหวังสูงสุดของครอบครัว นางกนกรัตน์ วัย 63 ปี ผู้เป็นย่าที่เลี้ยงดูน้องมาตั้งแต่เกิด เปิดใจทั้งน้ำตาว่าเธอรักหลานคนนี้มาก
น้องไข่มุกมีผลการเรียนดีเยี่ยมด้วยเกรดเฉลี่ยมากกว่า 3.00 เธอยังมีความสามารถหลากหลายรอบด้าน ล่าสุดเพิ่งชนะเลิศการประกวดเขียนเรียงความเนื่องในวันครู นอกจากนี้ เธอกำลังตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อไปแข่งขันวอลเลย์บอลในเร็วๆ นี้ แต่ความฝันทั้งหมดต้องจบลงเพราะคนเมาแล้วขับ
คำพูดสุดท้ายก่อนเกิดโศกนาฏกรรม
ในเย็นวันเกิดเหตุ น้องไข่มุกกลับจากโรงเรียนและกินอาหารเย็นฝีมือย่าอย่างมีความสุข เธอขอเงินย่า 30 บาทเพื่อไปเติมอินเทอร์เน็ตโทรศัพท์มือถือ พร้อมบอกว่าจะขี่รถไปส่งเพื่อนที่บ้านก่อน ย่าไม่เคยคิดเลยว่านั่นจะเป็นการพูดคุยครั้งสุดท้ายกับหลานสาวสุดที่รัก
หลังจากน้องขี่รถออกไปได้ไม่นาน ย่าก็ได้รับสายโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายที่สุดในชีวิต มีคนโทรมาบอกว่าหลานสาวถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว ย่าฝากข้อคิดเตือนใจถึงทุกคนในสังคมว่า หากดื่มสุราจนเมาก็ไม่ควรขับรถเด็ดขาด เพราะเมื่อเกิดความสูญเสียแล้ว ชีวิตคนไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้
จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ รถกระบะของอดีตผู้อำนวยการขับส่ายไปมาบนท้องถนน รถคันดังกล่าวเกือบจะเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นที่ขับสวนทางมาหลายครั้ง จนกระทั่งขับมาถึงบริเวณหน้าที่ทำการไปรษณีย์อำเภอแม่ทะ รถกระบะคันนี้ก็เสียหลักพุ่งข้ามเลน
จังหวะนั้นเอง น้องไข่มุกกำลังขี่รถจักรยานยนต์สวนทางมาพอดี ทำให้รถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของเธออย่างจัง จนรถไถลตกลงไปข้างทาง ส่งผลให้น้องไข่มุกในชุดนักเรียนเสียชีวิตคาที่ทันที นี่คือเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้คนในพื้นที่อย่างมาก
ผู้ก่อเหตุรับสารภาพและพร้อมชดใช้
เช้าวันรุ่งขึ้น อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนได้เดินทางมาร่วมงานศพเพื่อแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย เขานำเงินสดจำนวน 20,000 บาท มอบให้เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น นอกจากนี้ เขายังรับปากว่าจะซื้อรถจักรยานยนต์คันใหม่มูลค่ากว่า 70,000 บาท เพื่อทดแทนคันที่พังเสียหาย
ผู้ก่อเหตุให้คำมั่นสัญญาว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพทั้งหมดจนเสร็จสิ้น เขาพร้อมจะเยียวยาครอบครัวของน้องไข่มุกอย่างเต็มที่ โดยจะมีการเจรจาพูดคุยเรื่องค่าเสียหายทั้งหมดอีกครั้ง หลังจากเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 24 กรกฎาคม
พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่ทะ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ขับขี่รถกระบะ ผลปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 171 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้มาก อดีตผู้อำนวยการรายนี้ให้การรับสารภาพว่าดื่มสุรามาจริง
เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักคือ ขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะเดียวกัน ทางโรงเรียนแม่ทะวิทยาคมได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของนักเรียนอันเป็นที่รัก ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MGR Online
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง
แม่ของเด็กอายุ 2 ขวบที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่เกิดจากคนขับรถเมาสุราในจังหวัดลำปาง เรียกร้องค่าชดเชย 10 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว
พะเยา – ตำรวจรายงานว่าชาวนาในภาคเหนือของประเทศไทย">ภาคเหนือของประเทศไทยพบสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวขณะทำงานในนาข้าว เขาพบศพชายคนหนึ่งที่เน่าเปื่อยอย่างมากและมีรอยสักที่โดดเด่นอยู่ทั่วตัว ตำรวจท้องถิ่นกำลังเร่งรวบรวมเบาะแสและคลี่คลายคดีที่น่าตกใจนี้
เหตุการณ์อันน่าสยดสยองนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านเกษตรกรรมที่เงียบสงบของบ้านจำปาหวาย ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดพะเยาทางภาคเหนือของประเทศไทย นายเชิด ปิงเมือง ชาวบ้านคนหนึ่ง กำลังดูแลนาของญาติในช่วงบ่าย ขณะที่เขากำลังใส่ปุ๋ย เขาได้สังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติอย่างมากซ่อนอยู่ลึกในน้ำโคลน
ประเด็นสำคัญ
- พบศพชายปริศนาถูกทิ้งกลางทุ่งนาในจังหวัดพะเยา พร้อมรอยทุบที่ศีรษะ 4 จุด
- จุดสังเกตสำคัญคือรอยสักรูปแมงมุม และรอยสักคำว่า “พ่อ” และ “แม่” ที่หัวไหล่
- ผู้ใหญ่บ้านคาดว่าผู้ตายอาจเป็นชายวัย 55 ปีในหมู่บ้านที่หายตัวไปเมื่อ 3 วันก่อน
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวบ้านคนหนึ่งออกไปทำงานตามปกติ นายเชิด ปิงเมือง เป็นผู้พบศพคนแรกขณะกำลังใส่ปุ๋ยในนาของญาติ เขาเล่าว่าเห็นศพนอนหงายอยู่กลางทุ่งนาและมีสภาพที่น่ากลัวมาก
หนอนชอนไชไปทั่วบริเวณใบหน้าและลำตัวจนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้ สภาพศพนั้นทำให้เขาตกใจมากจนต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เขาเชื่อว่าอาจมีคนนำศพมาทิ้งอำพรางไว้ในพื้นที่นาแห่งนี้
หลักฐานในที่เกิดเหตุและรอยสัก
ตำรวจจาก สภ.แม่กา และแพทย์นิติเวชได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ผู้ตายสวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น และรองเท้าผ้าใบ สิ่งของที่พบในตัวมีเพียงซองบุหรี่ ยาเส้น และไฟแช็ก
สิ่งที่ช่วยระบุตัวตนได้ดีที่สุดคือรอยสักบนร่างกายของผู้ตาย เขามีรอยสักรูปแมงมุมที่มือขวาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีรอยสักคำว่า “พ่อ” ที่ไหล่ขวา และ “แม่” ที่ไหล่ซ้าย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น แพทย์พบร่องรอยบาดแผลที่น่าสงสัย ศีรษะของผู้ตายมีรอยคล้ายถูกกระแทกด้วยของแข็งจำนวนสี่จุด คาดว่าชายคนนี้เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามวัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้สรุปสาเหตุการตายที่แน่ชัด แต่พวกเขาก็ไม่ได้ตัดประเด็นการถูกทำร้ายหรือฆาตกรรมทิ้งไป ข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ ที่ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด
ความเชื่อมโยงกับคนหายในหมู่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับทางตำรวจ เขาตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตายอาจจะเป็นนายหล้า ชายวัย 55 ปีในหมู่บ้าน นายหล้าเป็นคนในพื้นที่และเป็นที่รู้จักว่ามักจะดื่มสุราเป็นประจำ
ชาวบ้านสังเกตเห็นว่าเขาหายตัวออกจากบ้านไปประมาณสามวันแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่มีญาติพี่น้องคนไหนไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจเลย ตำรวจเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ตายคือนายหล้า แต่ทุกอย่างยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ปกติแล้วหมู่บ้านแห่งนี้มีความสงบสุขและไม่ค่อยมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ชาวบ้านหลายคนรู้สึกตกใจและอยากรู้ความจริงโดยเร็ว
พวกเขาหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ หากนี่เป็นคดีฆาตกรรมจริงๆ ความปลอดภัยในชุมชนคือสิ่งที่ทุกคนกำลังให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้ 
ผลการตรวจสอบนี้จะช่วยยืนยันตัวตนที่แท้จริงของผู้เสียชีวิตได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยไขปริศนาได้ว่านี่คือการฆาตกรรมอำพรางหรือเกิดจากอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปเพื่อปิดคดีนี้ให้ได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
ข่าวอาชญากรรม - Crime
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
ลำพูน – เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นกลางดึกในพื้นที่จังหวัดลำพูน ซึ่งสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและผู้คนในละแวกนั้นอย่างมาก เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพวัยรุ่นชายสองคน ขับขี่รถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุอย่างอุกอาจ โดยหนึ่งในคนร้ายได้เดินลงจากรถพร้อมกับถือแกลลอนบรรจุน้ำมันมาด้วย จากนั้นเขาตรงเข้าไปราดน้ำมันใส่ร้านส้มตำปากเปิด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน ก่อนที่จะจุดไฟเผาร้านอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญ
- วัยรุ่นสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ นำแกลลอนน้ำมันมาราดและจุดไฟเผาร้านส้มตำในจังหวัดลำพูน
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานีตำรวจมาก และคนร้ายยังมีการถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุไว้ด้วย
- ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าตกใจมากที่สุดคือ จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือเพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้เพื่อนของคนร้ายที่มาด้วยกัน ยังใจเย็นใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุเอาไว้อีกด้วย ก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบสตาร์ทรถ แล้วขับหลบหนีไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ตำรวจเร่งลงพื้นที่ค้นหาความจริง
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านระบุว่าทางตำรวจได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และเห็นพฤติกรรมการก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปอย่างชัดเจน ดังนั้นภาพเหล่านี้จึงถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ในการตามหาตัวคนร้ายมารับโทษตามกฎหมาย
ในขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อพูดคุยและสอบถามเจ้าของร้านที่ได้รับความเสียหาย รวมไปถึงพยานแวดล้อมต่างๆ ตำรวจต้องการรับทราบข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ พ.ต.อ.ฐิติพล เน้นย้ำว่าทุกปัญหาต้องมีที่มาที่ไป และตำรวจจำเป็นต้องทราบถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้
มั่นใจตามจับกุมคนร้ายได้แน่นอน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความมั่นใจอย่างมาก ว่าจะสามารถตามจับผู้ก่อเหตุทั้งสองคนมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ทีมตำรวจกำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่ โดยการไล่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ในพื้นที่โดยรอบ เพื่อแกะรอยเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายอย่างใกล้ชิด
คดีนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เพราะเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ทำมาหากิน คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์ ทางตำรวจยืนยันว่าจะตามจับคนผิดมารับโทษให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความปลอดภัยและคืนความสงบสุขให้กับทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส
ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
การเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วของตำรวจช่วยหญิงคนหนึ่งให้รอดพ้นจากการถูกหลอกลวงทางออนไลน์มูลค่า 198,000 บาท
-
ข่าว - News6 days ago
ช่วงเวลาแห่งการช่วยชีวิต! ตำรวจหญิงผู้กล้าหาญช่วยหญิงคลอดลูกแฝดในห้องน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days ago
พลิกโฉม “กาแฟเชียงราย” สู่ตลาดโลก: ดันเกษตรมูลค่าสูงด้วยกล้าพันธุ์พรีเมียม
-
ข่าว - News6 days ago
เกิดอุบัติเหตุรถชนประสานงาอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ในจังหวัดพิษณุโลก





