เชียงราย - Chiang Rai News
จังหวัดเชียงรายได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากหมอกควันหนาแน่น โดยมีระดับ PM2.5 สูงขึ้นและสภาพอากาศร้อนจัด
เชียงราย – เชียงรายต้องเจอกับอีกหนึ่งวันที่หนักหนาในวันที่ 27 มีนาคม 2569 หลังหมอกควันจากไฟป่าปกคลุมทั่วทั้งจังหวัดตั้งแต่เช้า ท้องฟ้ากลายเป็นสีเทา มองเห็นได้ไม่ไกลเหมือนเดิม ขณะเดียวกันอุณหภูมิก็พุ่งแตะ 40 องศาเซลเซียส…
เชียงราย – เชียงรายต้องเจอกับอีกหนึ่งวันที่หนักหนาในวันที่ 27 มีนาคม 2569 หลังหมอกควันจากไฟป่าปกคลุมทั่วทั้งจังหวัดตั้งแต่เช้า ท้องฟ้ากลายเป็นสีเทา มองเห็นได้ไม่ไกลเหมือนเดิม ขณะเดียวกันอุณหภูมิก็พุ่งแตะ 40 องศาเซลเซียส ทำให้การใช้ชีวิตกลางแจ้งลำบากขึ้นมาก และเสี่ยงต่อสุขภาพของหลายคน
หน่วยงานในพื้นที่ระบุว่าสถานการณ์อยู่ในระดับน่าห่วง เพราะทั้งควันพิษและความร้อนรุนแรงเกิดขึ้นพร้อมกัน เด็ก ผู้สูงอายุ รวมถึงคนที่มีโรคประจำตัว จึงได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ

ทำไมเชียงรายเจอหมอกควันหนักในช่วงนี้
สาเหตุหลักมาจากไฟป่าในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเกิดขึ้นง่ายในช่วงอากาศแห้ง พืชพรรณแห้งติดไฟได้ไว อีกทั้งบางพื้นที่ยังมีการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรหรือจัดการที่ดิน จึงยิ่งทำให้ควันสะสมมากขึ้น เมื่อควันลอยรวมกับอากาศร้อนและลมนิ่ง ปัญหาหมอกควันก็ยิ่งรุนแรง
ข้อมูลคุณภาพอากาศวันที่ 27 มีนาคม พบว่าหลายจุดในเชียงรายมีค่า AQI⁺ สูงเกินมาตรฐานอย่างมาก ได้แก่
- อำเภอเมืองเชียงราย (ตำบลนางแล): 313 อยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพมาก
- อำเภอแม่สาย (ตำบลเวียงพางคำ): 282
- อำเภอแม่ฟ้าหลวง: 252
- อำเภอแม่จัน: 245
ตัวเลขเหล่านี้สูงกว่าระดับปลอดภัยชัดเจน โดยมลพิษหลักคือฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กจากการเผาไหม้ และสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ลึก ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าในช่วงฤดูแล้งของไทย โดยเฉพาะเดือนมีนาคม การเผาชีวมวลยังเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นในภาคเหนือ
ตลอดทั้งวัน ท้องฟ้าเหนือเชียงรายถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนา หลายคนบอกว่าเหมือนอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันตลอดเวลา ยิ่งเจอกับอากาศร้อน 40 องศา ก็ยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดและระคายเคืองมากขึ้น
อากาศร้อนจัดและหมอกควัน กระทบชีวิตประจำวันอย่างไร
นอกจากฝุ่นควันแล้ว ความร้อนก็เป็นอีกปัญหาที่ทำให้คนในพื้นที่เหนื่อยง่าย หลายคนมีอาการแสบจมูก แสบตา และไม่สบายตัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็กที่รับผลกระทบได้เร็วกว่า การหายใจเอาอากาศที่มีฝุ่นปนเปื้อนเข้าไป ขณะร่างกายต้องเผชิญอุณหภูมิสูง ทำให้กิจกรรมง่าย ๆ ในแต่ละวันกลายเป็นเรื่องหนัก
ชาวบ้านในอำเภอเมืองเชียงรายรายหนึ่งเล่าว่า “ออกไปข้างนอกแป๊บเดียวก็แสบตาทันที เด็ก ๆ ก็ออกไปเล่นไม่ได้ ส่วนพ่อแม่ก็ต้องอยู่ในบ้าน เปิดพัดลมตลอด” เสียงสะท้อนแบบนี้เกิดขึ้นในหลายชุมชนทั่วจังหวัด
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังกังวลเรื่องผลกระทบระยะยาว เพราะ PM2.5 สามารถกระตุ้นอาการหอบหืด ทำให้อาการโรคทางเดินหายใจแย่ลง และทำให้เกิดการระคายเคืองตา คอ และจมูกได้ ในกรณีรุนแรงยังเพิ่มภาระต่อหัวใจและปอดด้วย
คำเตือนจากทางการ และวิธีป้องกันตัวที่ควรทำทันที
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงรายออกประกาศเตือนประชาชนอย่างเร่งด่วน พร้อมขอให้ทุกคนป้องกันตัวอย่างจริงจัง
คำแนะนำสำคัญมีดังนี้
- สวมหน้ากากกันฝุ่นที่ได้มาตรฐาน เช่น N95 เมื่อต้องออกนอกบ้าน
- งดกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะช่วงแดดจัด
- อยู่ภายในอาคาร ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และใช้เครื่องฟอกอากาศหากมี
- ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำจากอากาศร้อน
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจไม่สะดวก เวียนศีรษะ หรือแสบตารุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที
ทางการย้ำว่า กลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจ ควรระวังมากกว่าปกติ
ในหลายพื้นที่ โรงเรียนและสถานประกอบการบางแห่งได้ปรับเวลาเรียนและเวลาทำงานแล้ว หลายโรงเรียนให้เด็กอยู่ในอาคารช่วงพัก หรือย้ายกิจกรรมไปยังห้องที่มีเครื่องปรับอากาศเท่าที่ทำได้

ทำไมภาคเหนือของไทยเจอปัญหาหมอกควันซ้ำทุกปี
ทุกปีในช่วงปลายฤดูแล้ง จังหวัดทางภาคเหนืออย่างเชียงรายมักต้องเผชิญกับหมอกควันตามฤดูกาล สาเหตุหลักมาจากไฟป่าและการเผาในภาคเกษตร ซึ่งปล่อยควันจำนวนมากขึ้นสู่บรรยากาศ เมื่อสภาพอากาศร้อนและแห้ง มลพิษก็ยิ่งค้างอยู่ใกล้พื้นดิน
นอกจากนี้ ควันจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาและลาว ยังอาจพัดข้ามแดนเข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์ในบางช่วง แม้ภาครัฐจะพยายามประสานงานร่วมกัน แต่ในช่วงที่มีจุดความร้อนจำนวนมาก ปัญหาก็ยังควบคุมได้ยาก
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าปัจจัยที่ทำให้หมอกควันเกิดซ้ำมีหลายด้าน ทั้งการเผาไร่แบบเดิม การเตรียมพื้นที่เพาะปลูก และไฟป่าที่ลุกลามโดยควบคุมไม่ได้ รวมถึงฝนที่มาน้อยและอุณหภูมิสูงผิดปกติ ก็มีส่วนทำให้สถานการณ์แย่ลง
ปีนี้ยิ่งหนักขึ้น เพราะทั้งอากาศร้อนจัดและจุดความร้อนที่ยังเกิดต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายอำเภอในเชียงรายเข้าสู่โซนอันตรายด้านคุณภาพอากาศ
ชาวบ้านควรทำอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยง
ระหว่างรอฝนช่วยพัดพาฝุ่นควันออกไป คนในพื้นที่ยังพอป้องกันตัวเองและคนในบ้านได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้
- เช็กค่า AQI แบบเรียลไทม์จากแอปหรือรายงานท้องถิ่นก่อนออกจากบ้าน
- ลดการออกกำลังกายหรือทำงานหนักกลางแจ้ง
- หากมีอาการระคายเคืองตาหรือจมูก อาจใช้น้ำเกลือล้างตาหรือพ่นจมูก หลังปรึกษาแพทย์
- ดูแลอากาศในบ้านให้สะอาด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือจุดธูปภายในบ้าน
- เตรียมของจำเป็นไว้ล่วงหน้า เช่น หน้ากาก น้ำดื่ม และยาสามัญประจำบ้าน
หลายชุมชนยังช่วยกันเฝ้าระวังไฟไหม้ หากพบการเผาหรือไฟลุกลาม ก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าควบคุมให้เร็วที่สุด
สถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อไร
นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า หมอกควันมักเริ่มเบาบางลงเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม ช่วงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามจุดความร้อนอย่างใกล้ชิด และขอความร่วมมือไม่ให้มีการจุดไฟเพิ่ม
รัฐบาลจังหวัดกำลังประสานงานกับหน่วยงานส่วนกลางเพื่อรับมือสถานการณ์ต่อเนื่อง หลายพื้นที่เริ่มเรียกร้องการช่วยเหลือเพิ่ม เช่น การแจกหน้ากาก และการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่น
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ ดูแลตัวเองให้ปลอดภัย อยู่ในอาคารเมื่อทำได้ และติดตามคำเตือนจากทางการอย่างใกล้ชิด
เหตุการณ์ในเชียงรายครั้งนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า ปัญหามลพิษทางอากาศในภาคเหนือยังเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องรับมือทุกปี ชาวบ้านจำนวนมากจึงได้แต่หวังว่าอากาศจะเย็นลง และท้องฟ้าจะกลับมาใสอีกครั้งในไม่ช้า
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิดรถบัสไฟฟ้าฟรี 08.00 ถึง 17.00 น. ช่วยลดค่าเดินทางช่วงน้ำมันแพง
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย


