เชียงใหม่ - Chiang Mai
คุณภาพอากาศในเชียงใหม่ตกต่ำถึงระดับวิกฤต หลังไฟป่า 158 จุดลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้
เชียงใหม่, 25 มีนาคม 2569 สถานการณ์อากาศในจังหวัดเชียงใหม่น่าเป็นห่วงมากขึ้น หลังพบจุดความร้อน หรือ hotspots กระจายทั่วพื้นที่ถึง 158 จุด เพิ่มจาก 33 จุดในวันก่อนอย่างชัดเจน ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน…
เชียงใหม่, 25 มีนาคม 2569 สถานการณ์อากาศในจังหวัดเชียงใหม่น่าเป็นห่วงมากขึ้น หลังพบจุดความร้อน หรือ hotspots กระจายทั่วพื้นที่ถึง 158 จุด เพิ่มจาก 33 จุดในวันก่อนอย่างชัดเจน ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน และควันขาวปกคลุมเขตเมืองตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด">เชียงใหม่อย่างหนาแน่น

ไฟป่าเชียงใหม่ลุกลาม จุดความร้อนเพิ่มในหลายอำเภอ
ศูนย์บัญชาการสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เช้าวันที่ 24 มีนาคม 2569 ตรวจพบจุดความร้อน 158 จุด ครอบคลุม 15 อำเภอ ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 5 เท่าจากวันก่อนหน้า
อำเภอที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่
- อำเภอแม่แตง 29 จุด
- อำเภอเชียงดาว 28 จุด
- อำเภอดอยสะเก็ด 14 จุด
- อำเภอแม่วาง และอำเภอสะเมิง อย่างละ 11 จุด
- อำเภอหางดง 10 จุด
ขณะเดียวกัน จุดความร้อนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 23 มีนาคม อยู่ที่ 967 จุด โดยส่วนมากเกิดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และบริเวณภูเขาลาดชันที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงได้ยาก
เพราะควันจากไฟป่าลอยเข้าปกคลุมตัวเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ลักษณะแอ่งกระทะ จึงทำให้ควันสะสมหนาแน่นกว่าปกติ หลายจุดเริ่มมีกลิ่นไหม้ชัดเจน ประชาชนจำนวนหนึ่งมีอาการแสบตา ระคายคอ และคัดจมูก ส่วนผู้ที่เป็นภูมิแพ้บางรายมีผื่นคันร่วมด้วย

ค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน หลายพื้นที่เริ่มกระทบสุขภาพ
ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 มีนาคม ระบุว่า หลายพื้นที่ในเชียงใหม่มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์แล้ว เช่น
- อำเภอเมืองเชียงใหม่ (ต.ช้างเผือก) ค่า AQI อยู่ที่ 104 อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และมีค่า PM2.5 ที่ 38.8 มคก./ลบ.ม.
- อำเภอฮอด (ต.หางดง) ค่า AQI อยู่ที่ 157 อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ และมีค่า PM2.5 ที่ 58.7 มคก./ลบ.ม.
ค่าฝุ่นทั้งสองจุดสูงเกินมาตรฐานที่ 37.5 มคก./ลบ.ม. และถ้ายังไม่มีฝนเข้ามาช่วยระบายควัน ระดับฝุ่นมีแนวโน้มทรงตัวสูงต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อาจขยับเข้าสู่ระดับสีแดง ซึ่งเป็นช่วงที่อันตรายต่อสุขภาพได้ในเวลาไม่นาน
เร่งดับไฟทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ
ตอนนี้ศูนย์บัญชาการสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ กำลังเร่งประสานงานกับทุกอำเภอ เพื่อควบคุมไฟอย่างใกล้ชิด ทั้งในพื้นที่ราบและพื้นที่ภูเขาที่เข้าถึงยาก
นอกจากนี้ ยังได้ขอรับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อปฏิบัติภารกิจตักน้ำดับไฟในจุดเสี่ยงสูง เช่น เขตอุทยานแห่งชาติศรีล้านนา ซึ่งพบไฟลุกลามในป่าทึบและพื้นที่ชัน
ขณะเดียวกัน เฮลิคอปเตอร์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ก็เข้าช่วยในพื้นที่ ต.หนองหาร อ.สันทราย โดยสนับสนุนการวางแนวกันไฟ และช่วยทีมภาคพื้นดินควบคุมสถานการณ์ได้บางส่วนแล้ว
เจ้าหน้าที่ระบุชัดว่า การดับไฟต้องทำต่อเนื่อง เพราะอากาศแห้งและลมแรงทำให้ไฟบางจุดลามเร็วมาก หากการประสานงานไม่ต่อเนื่อง สถานการณ์อาจยิ่งควบคุมยากขึ้น
เชียงรายเจอหมอกควันเช่นกัน PM2.5 ยังเกินเกณฑ์
ไม่ใช่แค่เชียงใหม่เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ จังหวัดเชียงรายที่อยู่ใกล้กันก็ยังเผชิญปัญหาหมอกควันต่อเนื่อง แม้จำนวนจุดความร้อนจะน้อยกว่า แต่ค่าฝุ่น PM2.5 ในหลายพื้นที่ยังสูงเกินมาตรฐาน
ข้อมูลล่าสุดจากจุดตรวจวัดคุณภาพอากาศพบว่า ในอำเภอเมืองเชียงราย ค่า PM2.5 อยู่ราว 49 ถึง 61 มคก./ลบ.ม. แล้วแต่ช่วงเวลา ส่งผลให้ค่า AQI อยู่ในระดับไม่ดีต่อกลุ่มเสี่ยง ไปจนถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
อีกด้านหนึ่ง ควันจากไฟป่าใกล้แนวชายแดน รวมถึงการเผาในพื้นที่เกษตร ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทัศนวิสัยลดลง และหลายพื้นที่มีกลิ่นไหม้ชัดเจนตลอดวัน
สาธารณสุขเตือนกลุ่มเสี่ยง ดูแลตัวเองอย่างใกล้ชิด
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่กับเชียงราย ออกคำเตือนให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และผู้ที่เป็นภูมิแพ้ ระวังผลกระทบจากฝุ่นอย่างจริงจัง
แนวทางดูแลตัวเองที่แนะนำ มีดังนี้
- สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น เช่น N95 หรือหน้ากากที่กรอง PM2.5 ได้ทุกครั้งเมื่อต้องออกนอกบ้าน
- ลดกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการออกแรงหนักหรือออกกำลังกายนาน ๆ
- ปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด พร้อมใช้เครื่องฟอกอากาศ หรืออยู่ในห้องปลอดฝุ่น
- หากมีอาการไอ หายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก ตาแดง หรือมีผื่นคัน ควรรีบพบแพทย์
- ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศผ่านแอป Air4Thai หรือ IQAir อย่างสม่ำเสมอ
ในส่วนของเชียงใหม่ สาธารณสุขจังหวัดยังได้เตรียมห้องปลอดฝุ่นไว้ในโรงพยาบาลและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมากกว่า 2,000 แห่ง พร้อมเปิดคลินิกมลพิษเพื่อรองรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง
ปัญหาซ้ำทุกปี ต้องเร่งแก้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมมองว่า ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือเกิดซ้ำแทบทุกปีในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน สาเหตุหลักมาจากการเผาในพื้นที่เกษตร การทำไร่แบบเดิม และไฟป่าที่ลุกลามในช่วงอากาศแห้ง
เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหาในระยะยาวต้องลดการเผาในที่โล่ง ส่งเสริมรูปแบบเกษตรทางเลือก และฟื้นฟูพื้นที่ป่าอย่างจริงจังไปพร้อมกัน
ตอนนี้พยากรณ์อากาศยังไม่พบสัญญาณฝนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ จึงมีโอกาสที่สถานการณ์จะรุนแรงขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมวิธีป้องกันตัวไว้ล่วงหน้า
ศูนย์บัญชาการฯ ย้ำตรงกันว่า การรับมือหมอกควันจะได้ผล ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน หากช่วยกันลดการเผา และรีบแจ้งจุดความร้อนเมื่อพบเหตุ ก็จะช่วยลดความหนักของวิกฤตหมอกควันครั้งนี้ได้มากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารปะทะขบวนการลำเลียงยาเสพติดที่เชียงใหม่ ยึดยาบ้ากว่า 5.7 ล้านเม็ด
เจ้าอาวาสวัดดอนจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การลดลงของเงินบริจาคส่งผลกระทบต่อเด็กกำพร้า
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจชายแดนร่วมกันสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่อำเภอแม่อาย กองกำลังผาเมืองได้จัดทีมทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดน มาตั้งจุดตรวจบริเวณถนนสาธารณะสายฝาง-แม่จัน ใกล้หมู่บ้านห้วยน้ำเย็น การทำงานร่วมกันครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการแอบขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างมาก
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดอยู่นั้น มีรถกระบะต้องสงสัยคันหนึ่งขับเข้ามาใกล้จุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณไฟและเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้นตามปกติ ทว่าผู้ขับขี่กลับไม่ยอมหยุดรถและตัดสินใจเร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำกำลังขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งไปพบรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ป้ายทะเบียนเชียงใหม่ จอดเสียหลักอยู่บริเวณริมข้างทาง แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับไม่พบตัวคนขับ ซึ่งคาดว่าคนร้ายได้อาศัยความคุ้นเคยกับเส้นทางในป่าหลบหนีไปได้ทันเวลา
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้มากถึง 2.8 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบ 14 ใบ
- ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน ทิ้งรถกระบะและของกลางหลบหนีเข้าป่าไปได้อย่างลอยนวล
- การสกัดจับเกิดขึ้นที่จุดตรวจบนถนนสายฝาง-แม่จัน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรถกระบะคันดังกล่าวอย่างละเอียด ก็พบหลักฐานที่น่าตกใจ ภายในห้องโดยสารและท้ายรถมีกระสอบเป้ที่ถูกดัดแปลงพิเศษจำนวน 14 ใบวางซุกซ่อนอยู่ เมื่อเปิดกระสอบออกดูพบว่าเป็นยาบ้าจำนวนมหาศาล โดยนับรวมกันได้มากถึงประมาณ 2.8 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดรถยนต์และยาเสพติดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง การยึดยาเสพติดล็อตนี้ถือเป็นการตัดวงจรการค้ายาเสพติดครั้งสำคัญที่จะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
แถลงข่าวและเร่งล่าตัวผู้กระทำผิด
หลังจากยึดของกลางได้สำเร็จ ในช่วงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ทางกองกำลังผาเมืองได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อชี้แจงผลการปฏิบัติงานต่อสื่อมวลชน พ.อ.จิรจำนงค์ โกษาวัง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการตรวจสอบของกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากใครสนใจติดตามสถานการณ์เพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่าน ข่าวอาชญากรรม เพื่อดูความคืบหน้าและการขยายผลของคดี ปัจจุบันของกลางทั้งหมดถูกส่งมอบให้กับสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งสืบสวนตามหาตัวคนขับรถมารับโทษต่อไปอย่างเร่งด่วน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
เชียงใหม่ - Chiang Mai
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
เชียงใหม่ – วันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังพร้อมหมายศาล บุกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในอำเภอสันทราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังตำรวจสืบทราบว่า มีการลักลอบขายอาวุธปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก ถือเป็นภัยอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ล่อซื้อปืนจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ใช้ชีวิต ให้คุ้มค่า” ซึ่งโพสต์ขายปืนลมแรงดันสูงในกลุ่มที่มีสมาชิกกว่า 2,200 คน เมื่อทีมตรวจค้นไปถึงบ้านเป้าหมาย พบว่ามีสุนัขเฝ้าบ้าน 3 ตัว โดยหนึ่งในนั้นเป็นสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานที่ดุร้ายมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องนำอาหารไปหลอกล่อให้สุนัขเชื่องและเดินออกไปก่อน จึงจะสามารถบุกเข้าไปในบ้านได้อย่างปลอดภัย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภาค 5 บุกค้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ทลายแหล่งผลิตอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์
- เจ้าหน้าที่ต้องใช้อาหารล่อสุนัขดุร้าย 3 ตัว ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาวัย 50 ปีได้สำเร็จ
- ผู้ต้องหาสั่งอะไหล่จากอินเทอร์เน็ตมาประกอบปืนขาย สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน
เมื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ด้านหลังบ้าน ตำรวจก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกดัดแปลงเป็นโกดังผลิตอาวุธปืนเถื่อน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวนายดวงจันทร์ อายุ 50 ปี ชาวตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย ทันที พร้อมยึดของกลางเป็นปืนลมแรงดันสูง (PCP) จำนวน 4 กระบอก นอกจากนี้ยังพบกล้องเล็ง กระสุนหัวตะกั่ว กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 17 นัด และอุปกรณ์ประกอบปืนอีกหลายรายการ
จากการสอบถามเบื้องต้น นายดวงจันทร์เล่าว่าตนเองเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษา แต่เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เขาใช้ประสบการณ์ที่คลุกคลีกับการทำปืนเถื่อนมานานกว่า 15 ปีเป็นทุนเดิม โดยมักจะสั่งซื้อชิ้นส่วนต่างๆ ผ่านทางแอปพลิเคชันซื้อขายออนไลน์ชื่อดัง จากนั้นก็นำอะไหล่ทั้งหมดมานั่งประกอบชิ้นส่วนในห้องหลังบ้านของตนเอง
รายได้งามจากการขายอาวุธปืนออนไลน์
หลังจากประกอบปืนเสร็จ เขาจะนำสินค้าไปโพสต์ขายในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยตั้งราคาอยู่ที่กระบอกละ 9,500 ถึง 11,500 บาท นายดวงจันทร์รับสารภาพว่าเขาสามารถขายปืนได้ประมาณ 2 ถึง 5 กระบอกต่อเดือน ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000 ถึง 50,000 บาทเลยทีเดียว ขณะนี้ทาง ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
เหตุการณ์จับกุมครั้งนี้ถือเป็นการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ การลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนทางอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องผิดกฎหมายและสร้างความไม่ปลอดภัยในสังคม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนและกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความสงบสุขของประชาชน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ
ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง
เชียงใหม่ - Chiang Mai
เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่
เชียงใหม่ – เชียงใหม่เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 ตุลาคม 2569 อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากชายคนหนึ่งที่เมาแล้วขับรถเก๋งพุ่งชนพนักงานทำความสะอาดของเทศบาลนครเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เธอกำลังปฏิบัติหน้าที่กวาดถนนอยู่รอบคูเมืองอย่างขยันขันแข็ง
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจอย่างมากให้กับเพื่อนร่วมงานที่ยืนเห็นเหตุการณ์ ตำรวจและหน่วยกู้ภัยรีบเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พวกเขาพบร่างของผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์และต้องเร่งนำตัวคนขับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
ประเด็นสำคัญ
- ชายวัย 48 ปี ขับรถเก๋งด้วยความเมา พุ่งชนพนักงานกวาดถนนของเทศบาลนครเชียงใหม่
- ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 67 ปี เธอถูกชนและลากไปกับพื้นถนนจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
- ผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของคนขับพุ่งสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด
จุดเกิดเหตุริมคูเมืองเชียงใหม่
เหตุการณ์สลดนี้เกิดขึ้นบนถนนบุญเรืองฤทธิ์ บริเวณหน้าร้านกาแฟชื่อดังในตัวเมืองเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุและรีบลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบ พร้อมกับประสานงานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีเทา จอดอยู่บริเวณข้างทาง นอกจากนี้ยังพบร่างของนางสาวสมจิตร จะอือ อายุ 67 ปี พนักงานกวาดขยะของเทศบาล ติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์คันดังกล่าว
ทีมกู้ภัยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำร่างของเธอออกมาและหวังจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายเธอก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในที่สุด ท่ามกลางความตกใจและเสียใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์

ผลตรวจแอลกอฮอล์พุ่งสูงเกินกฎหมาย
จากการสอบสวนพบว่ารถยนต์คันก่อเหตุขับโดยนายชุมนัดภ์ มณีศิริ อายุ 48 ปี ในตอนที่เกิดเหตุเขามีอาการคล้ายคนเมาสุราอย่างหนัก เขาขับรถมาตามเส้นทางปกติก่อนจะเสียหลักพุ่งชนผู้เคราะห์ร้ายอย่างจัง
ตำรวจไม่ได้รอช้า รีบควบคุมตัวนายชุมนัดภ์ไปที่สถานีตำรวจเมืองเชียงใหม่ทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของเขา เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีต่อไป
ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ออกมาสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดไว้หลายเท่า ตำรวจจึงควบคุมตัวเขาไว้ดำเนินคดี ก่อนที่ทนายความของผู้ก่อเหตุจะเดินทางมายื่นเรื่องขอประกันตัวในเวลาต่อมา

ปัญหาเมาแล้วขับที่ยังแก้ไม่หาย
อุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับมักนำมาซึ่งความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เสมอ ชุมชนในเชียงใหม่ต่างพากันแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนางสาวสมจิตรที่ต้องมาจบชีวิตลงขณะทำงานสุจริต หลายคนเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดมากขึ้น การขับรถขณะมึนเมาสุราไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังทำลายครอบครัวและอนาคตของผู้กระทำผิดด้วย
แนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน
เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ ผู้คนบนท้องถนนไม่ควรต้องมาเสี่ยงชีวิตเพียงเพราะความประมาทของใครบางคน การปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
หน่วยงานท้องถิ่นอาจต้องพิจารณาเพิ่มแสงสว่างและป้ายเตือนในจุดที่พนักงานต้องทำงานในเวลากลางคืนหรือเช้ามืด มาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยในอนาคตได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ
ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอพาน พร้อมยึดยาเมทแอมเฟตามีน 96 เม็ด
-
ข่าว - News5 days agoสลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม


