ข่าวอาชญากรรม - Crime
เชียงรายเร่งแก้ปัญหาไฟฟ้ายังไม่ถึงกว่า 2,800 ครัวเรือน
เชียงราย – เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครายงานเมื่อวันอังคารว่า ขณะนี้ยังมี 238 หมู่บ้านใน 15 อำเภอของจังหวัดเชียงราย ที่มีประชาชน 2,870 ครัวเรือนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า แม้ประเทศจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าเพียงพอ…
เชียงราย – เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครายงานเมื่อวันอังคารว่า ขณะนี้ยังมี 238 หมู่บ้านใน 15 อำเภอของจังหวัดเชียงราย ที่มีประชาชน 2,870 ครัวเรือนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า แม้ประเทศจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าเพียงพอ แต่การทำให้ทุกบ้านเข้าถึงไฟฟ้าได้จริง ยังเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเร่งแก้
สำหรับคนในพื้นที่ห่างไกล ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย เพราะไฟฟ้าคือสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทั้งแสงสว่างในบ้าน พัดลม ตู้เย็น และความปลอดภัยยามค่ำคืน
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย เป็นประธานประชุมเพื่อติดตามแนวทางช่วยเหลือครัวเรือนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในปีงบประมาณ 2569
การทำงานครั้งนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่ม เพราะจังหวัดลงพื้นที่รับฟังข้อมูลจากผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสำรวจไปแล้ว 11 จาก 18 อำเภอ และผลที่พบก็ตรงกัน คือหลายชุมชนยังติดปัญหาเรื่องการเข้าถึงไฟฟ้า
เพราะแบบนี้ จังหวัดจึงไม่ได้มองว่าเป็นเพียงปัญหารายจุดอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้ทั้งกฎหมาย งบประมาณ และเทคโนโลยีที่เหมาะกับสภาพพื้นที่เข้ามาช่วย
ขณะเดียวกัน เชียงรายยังเดินหน้าส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงยากมีโอกาสใช้ไฟฟ้าได้มากขึ้น และอยู่ได้ในระยะยาว
เชียงรายชูโซลาร์เซลล์เป็นทางออกสำคัญ
เหตุผลที่จังหวัดให้ความสำคัญกับพลังงานแสงอาทิตย์ ก็เพราะหลายพื้นที่ของเชียงรายมีข้อจำกัดชัดเจน ทั้งภูเขาสูง หมู่บ้านห่างไกล ข้อกฎหมายในบางเขต และต้นทุนการขยายสายส่งที่สูงมาก เมื่อเทียบกับจำนวนบ้านที่ได้รับประโยชน์
ตัวเลข 2,870 ครัวเรือนอาจดูเหมือนแค่ข้อมูลในรายงานราชการ แต่สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่ มันหมายถึงชีวิตจริงที่ยังขาดความสะดวกพื้นฐาน หลายบ้านต้องอยู่กับแสงสว่างที่ไม่เพียงพอในเวลากลางคืน เด็กบางคนอ่านหนังสือลำบากหลังพระอาทิตย์ตก
นอกจากนี้ หลายครอบครัวยังเก็บอาหารสดได้ยาก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยก็ต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีความสะดวกพื้นฐานเหมือนคนในเมือง ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นเรื่องคุณภาพชีวิตโดยตรง
ผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวว่า การพัฒนาด้านพลังงานวัดจากกำลังผลิตของประเทศอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดูด้วยว่าประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงไฟฟ้าได้จริงหรือไม่ ถ้ายังมีครัวเรือนจำนวนมากอยู่นอกระบบ ความเหลื่อมล้ำด้านพลังงานก็ยังคงมีอยู่
อีกสัญญาณที่เห็นชัดจากแผนงานของเชียงราย คือการหันมาให้น้ำหนักกับโซลาร์เซลล์มากขึ้น แทนที่จะพึ่งการขยายโครงข่ายไฟฟ้าแบบเดิมเพียงอย่างเดียว จังหวัดกำลังมองระบบพลังงานแสงอาทิตย์เป็นคำตอบที่ใช้ได้จริงกับชุมชนห่างไกล
แนวทางนี้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เพราะบางแห่งหากต้องขยายสายส่งไฟฟ้า ต้นทุนจะสูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้ไฟ ในกรณีแบบนี้ โซลาร์เซลล์จึงอาจเหมาะกว่า โดยเฉพาะพื้นที่ที่ภูมิประเทศและข้อจำกัดด้านการก่อสร้างทำให้การขยายระบบถาวรทำได้ยาก
เรื่องนี้ยังสะท้อนการปรับทิศทางนโยบายของจังหวัดด้วย เพราะเชียงรายไม่ได้ใช้วิธีเดียว แต่ผสมทั้งกฎหมาย เงินสนับสนุนจากภาครัฐ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเข้าด้วยกัน ดังนั้น จังหวัดนี้อาจกลายเป็นตัวอย่างให้พื้นที่อื่นที่เจอปัญหาแบบเดียวกันได้
เมื่อไฟฟ้าเข้าถึง ชีวิตประจำวันก็ดีขึ้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดย้ำว่า เชียงรายจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนต่อไป เพื่อเร่งช่วยเหลือครัวเรือนที่ยังไม่มีไฟฟ้า เป้าหมายคือให้ประชาชนเข้าถึงไฟฟ้าได้กว้างขึ้น ยกระดับความเป็นอยู่ และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของจังหวัด
เป้าหมายนี้ไปไกลกว่าการมีสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพราะไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับงาน รายได้ การเก็บอาหาร การสื่อสาร การเรียน และความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน หากบ้านใดไม่มีไฟฟ้าที่มั่นคง เรื่องอื่นก็มักได้รับผลกระทบตามไปด้วย
สำหรับชุมชนห่างไกล ไฟฟ้าไม่ได้มีความหมายแค่เปิดหลอดไฟได้เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้มีรายได้ดีขึ้น เข้าถึงการรักษาพยาบาลดีขึ้น เด็กเรียนได้ดีขึ้น และเศรษฐกิจชุมชนก็เดินหน้าได้มากกว่าเดิม
ในขณะที่เชียงรายกำลังเร่งแก้ปัญหาการเข้าถึงไฟฟ้าในระดับพื้นที่ ระดับประเทศก็กำลังจับตาเรื่องเสถียรภาพพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานโลกและสถานการณ์เชื้อเพลิงยังมีความไม่แน่นอน หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากคือการจัดหา LNG ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบทั้งราคาและปริมาณ
ในประเด็นนี้ พูนพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยกับ Nakorn News ว่า ระบบไฟฟ้าของไทยยังมีเสถียรภาพ และยังสามารถบริหารจัดการพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการได้ แม้ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงอากาศร้อนและมีการใช้ไฟสูงสุดของปี
ประเด็นสำคัญคือ ไทยไม่ได้พึ่งพา LNG จากแหล่งเดียว แต่สามารถนำเข้าจากหลายภูมิภาคทั่วโลกได้ จึงยังไม่มีความเสี่ยงเร่งด่วนเรื่องเชื้อเพลิงขาดแคลนสำหรับการผลิตไฟฟ้าระดับประเทศ
ข้อมูลนี้มีความหมายไม่น้อย เพราะที่ผ่านมา หลายคนติดตามสถานการณ์พลังงานโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่ความต้องการใช้ไฟเพิ่มขึ้นมาก

ไทยเตรียมแผนเชื้อเพลิงไว้ก่อนช่วงพีก
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานยังระบุด้วยว่า ไทยประเมินความเสี่ยงด้านพลังงานไว้ล่วงหน้าก่อนสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะรุนแรงขึ้น และได้วางแผนนำเข้า LNG จำนวน 3 เที่ยวเรือ โดยในเดือนเมษายนสามารถจัดหาได้แล้ว 2 เที่ยว
พร้อมกันนั้น ไทยยังเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน hydropower และก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย เพื่อช่วยลดการพึ่งพา LNG นำเข้าในบางช่วง
ด้านการบริหารเชื้อเพลิงก็มีการปรับตัวเช่นกัน ในเดือนมีนาคม ไทยลดการนำเข้า LNG ลง 70 เปอร์เซ็นต์ต่อ 1 เที่ยวเรือ และเพิ่มการใช้ก๊าซในประเทศขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ต่อ 1 เที่ยวเรือ ข้อมูลนี้สะท้อนว่า ประเทศไม่ได้ฝากความหวังไว้กับเชื้อเพลิงชนิดเดียว แต่กระจายความเสี่ยงเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า
สรุปง่าย ๆ คือ ตอนนี้ไทยกำลังจัดการเรื่องพลังงาน 2 ด้านไปพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าระดับประเทศ อีกด้านคือทำให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงไฟฟ้าได้จริงในชีวิตประจำวัน
อีกข้อมูลที่สำคัญคือสัดส่วนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าของไทยในปี 2025 ซึ่งหน่วยงานกำกับระบุว่า ไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก คิดเป็น 56 เปอร์เซ็นต์ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด
ก๊าซส่วนนี้มาจาก 3 แหล่งหลัก คือประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์มาจากอ่าวไทย 10 เปอร์เซ็นต์มาจากการนำเข้าผ่านท่อจากเมียนมา และอีก 40 เปอร์เซ็นต์มาในรูปแบบ LNG
โครงสร้างแบบนี้มีทั้งจุดแข็งและความเสี่ยง ด้านหนึ่ง ไทยมีแหล่งเชื้อเพลิงมากกว่าหนึ่งทาง จึงไม่ได้พึ่งตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว แต่อีกด้านหนึ่ง เมื่อก๊าซธรรมชาติยังเป็นเชื้อเพลิงหลัก ความผันผวนของตลาดก๊าซโลกก็ยังส่งผลต่อค่าใช้จ่ายและแผนการจัดหาเชื้อเพลิงของไทยได้อยู่
เพราะเหตุนี้ หน่วยงานกำกับจึงระบุว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อควบคุมต้นทุน รักษาเสถียรภาพของระบบ และดูแลความเป็นธรรมให้ผู้ใช้พลังงาน

ปัญหาของเชียงรายสะท้อนเรื่องเดียวกับระดับประเทศ
สถานการณ์ในเชียงรายและข้อมูลจากหน่วยงานกำกับพลังงานระดับประเทศ ชี้ไปที่ประเด็นเดียวกัน คือการเข้าถึงพลังงานอย่างเป็นธรรม ในระดับประเทศ ไทยยืนยันว่ามีเชื้อเพลิงและกำลังผลิตไฟฟ้าเพียงพอรองรับความต้องการ
แต่ในระดับพื้นที่ ยังมีอีกหลายพันครัวเรือนในเชียงรายที่รอสิ่งพื้นฐานมากที่สุดอย่างไฟฟ้าใช้ในบ้าน ความจริงทั้งสองด้านนี้ต้องมองควบคู่กัน เพราะระบบที่มั่นคงในภาพรวมยังไม่เพียงพอ ถ้ายังมีครอบครัวจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงระบบนั้น
กรณีของเชียงรายทำให้เห็นชัดว่า ความมั่นคงด้านพลังงานไม่ได้จบแค่โรงไฟฟ้าหรือคลังเชื้อเพลิง แต่จะมีความหมายจริงก็ต่อเมื่อไฟฟ้าไปถึงทุกบ้าน และช่วยให้ชีวิตของคนดีขึ้นอย่างจับต้องได้
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวการประชุมจังหวัด หรือรายงานเชิงเทคนิคของระบบไฟฟ้าเท่านั้น แต่เป็นภาพสะท้อนช่องว่างระหว่างนโยบายระดับชาติ กับชีวิตจริงของคนในชุมชนห่างไกล
ด้านหนึ่ง เชียงรายกำลังเร่งหาทางออกให้ 2,870 ครัวเรือนใน 238 หมู่บ้าน 15 อำเภอ ด้วยการใช้ช่องทางกฎหมาย งบภาครัฐ และพลังงานแสงอาทิตย์มาช่วยผลักดันงานให้เดินหน้า
อีกด้านหนึ่ง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานก็ยืนยันว่า ระบบไฟฟ้าของไทยยังมีเสถียรภาพ และพร้อมรองรับความต้องการใช้ไฟสูงในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม
แม้ตอนนี้จะยังไม่มีบทสรุปที่สมบูรณ์ แต่ทิศทางเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่า ไทยกำลังพยายามดูแลทั้งความมั่นคงของระบบ และความเป็นธรรมในการเข้าถึงไฟฟ้าไปพร้อมกัน
สำหรับครอบครัวในเชียงรายที่อยู่โดยไม่มีไฟฟ้ามานาน สิ่งที่สำคัญมากที่สุดอาจเป็นเรื่องนี้เอง คือปัญหาของพวกเขาไม่ได้ถูกมองข้ามอีกต่อไป แต่ถูกยกระดับเป็นปัญหาสาธารณะที่ต้องมีคำตอบอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เห็นด่านแล้วไหวตัวทัน คนขนยาบ้าทิ้ง จยย. กลางทาง ก่อนหนีเข้าป่าชานเมืองเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของประเทศเมียนมาบุกเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายหลังหนึ่งในเขตตัวเมืองท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสว่ามีการลักลอบผลิตยาเสพติดในพื้นที่ดังกล่าว การเข้าตรวจค้นอย่างรวดเร็วทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และพื้นที่ไว้ได้ทั้งหมด
ภายในบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหาจำนวนสองคน เป็นชายหนึ่งคนและหญิงอีกหนึ่งคน ทราบชื่อคือ นาย Sai Ngin อายุ 31 ปี และนางสาว Ma Nan San Fong อายุ 29 ปี ทั้งสองคนถูกพบตัวอยู่ภายในบ้านพร้อมกับของกลางจำนวนมากที่ใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติด การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของทางการในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง
สรุปประเด็นสำคัญ
- ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ: ตำรวจเมียนมาบุกค้นบ้านในท่าขี้เหล็กเมื่อวันที่ 16 ต.ค. หลังพบข้อมูลการผลิตยาเสพติด
- การจับกุมและยึดของกลาง: รวบตัวนาย Sai Ngin และนางสาว Ma Nan San Fong พร้อมสารตั้งต้นมูลค่ามหาศาล
- เป้าหมายต่อไป: เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายขบวนการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง
รายละเอียดของกลางมูลค่ามหาศาล
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบของกลางหลายรายการที่มีมูลค่าสูงมาก โดยเฉพาะน้ำมันคีตามีนในแกลลอนรวมกว่า 26.15 ลิตร ซึ่งประเมินมูลค่าได้ถึง 7.845 พันล้านจัต นอกจากนี้ยังพบยาบ้าจำนวน 200 เม็ด มูลค่า 80,000 จัต และผงคีตามีนอีก 30 กรัม มูลค่า 270,000 จัต
สิ่งที่น่าสนใจคือ เจ้าหน้าที่ยังพบโรลออนระงับกลิ่นกายปริมาณ 9 ลิตร มูลค่า 45,000 จัต และโทรศัพท์มือถืออีก 4 เครื่อง ซึ่งคาดว่าถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการผลิตและติดต่อซื้อขายยาเสพติด ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการตบตาเจ้าหน้าที่ของกลุ่มผู้กระทำผิด
สำนักงานคณะกรรมการเพื่อการควบคุมยาเสพติดเมียนมา หรือ CCDAC Myanmar ได้เข้ามาดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด ทางหน่วยงานได้ตั้งข้อหาหนักเกี่ยวกับคดียาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทกับผู้ต้องหาทั้งสองคน ขณะนี้ทั้งคู่ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่สถานีตำรวจท่าขี้เหล็กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อขยายผลการสืบสวน เป้าหมายสำคัญคือการหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นๆ รวมถึงกลุ่มนายทุนที่คอยสั่งการอยู่เบื้องหลัง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก
เชียงราย – ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นภัยร้ายแรงที่คุกคามสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดหน่วยงานรัฐได้เร่งปราบปรามอย่างหนักเพื่อตัดตอนขบวนการเหล่านี้ สำนักงาน ป.ป.ส. นำโดย ปปส.ภาค 1 ได้เปิดปฏิบัติการขยายผลสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการทลายเครือข่ายที่ใช้วิธีซุกซ่อนยาเสพติดที่แนบเนียนมากยิ่งขึ้น
ปฏิบัติการนี้อยู่ภายใต้การนำของ นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ปปส.ภาค 1 เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันช่วยให้สามารถแกะรอยและจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้รวมกว่า 1.16 ล้านเม็ด ที่ลักลอบซุกซ่อนมาในถังน้ำมันพลาสติก
- จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการรับ ลำเลียง และกระจายยาเสพติด
- อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่ากว่า 1.83 ล้านบาท เพื่อตัดวงจรการเงินของเครือข่าย
การจับกุมครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นจากการทำงานด้านข่าวกรองและการสืบสวนที่รัดกุม เมื่อวันที่ 13 และ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพัสดุเป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจค้นคลังพัสดุของบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในพัสดุที่เตรียมจัดส่ง พวกเขาพบยาบ้าจำนวนถึง 500,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิด ยาเสพติดเหล่านี้ถูกยัดไว้ในถังน้ำมันพลาสติกจำนวน 5 ถังเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
การค้นพบครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานทันที หลังจากนั้น พวกเขาได้วางแผนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้รับปลายทางต่อไป
การใช้วิธีส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งเอกชนเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยขึ้น ขบวนการค้ายาเสพติดมักปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็มีการปรับแผนและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเช่นกัน

ขยายผลจับกุมและทลายแหล่งพักยาเสพติด
หลังจากยึดของกลางล็อตแรกได้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น ในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลาต่อมา ปปส.ภาค 1 ได้ประสานงานกับตำรวจ บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังผสมได้บุกเข้าจับกุมเป้าหมายตามที่ได้สืบสวนไว้
ปฏิบัติการนี้นำไปสู่การรวบตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย ผู้ต้องหาเหล่านี้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการรับและลำเลียงยาเสพติด นอกจากนี้ พวกเขายังทำหน้าที่พักเก็บและเตรียมกระจายยาบ้าไปยังพื้นที่ต่างๆ อีกด้วย
เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านเช่าแห่งหนึ่งที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นฐานปฏิบัติการ บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับแกะและแยกยาบ้าออกจากถังน้ำมัน ผลการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่เพิ่มเติมอีกถึง 661,000 เม็ด
รวมของกลางที่ตรวจยึดได้จากปฏิบัติการทั้งสองจุดเป็นจำนวนมหาศาล ยาบ้าที่ถูกยึดได้มีจำนวนทั้งสิ้น 1,161,000 เม็ด การยึดยาเสพติดจำนวนนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายลงสู่ชุมชนและเยาวชนได้เป็นจำนวนมาก

ตัดท่อน้ำเลี้ยง ทลายวงจรการเงินเครือข่าย
นอกจากการจับกุมและยึดยาเสพติดแล้ว การตัดท่อน้ำเลี้ยงก็เป็นสิ่งสำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด กฎหมายนี้มุ่งเน้นการลงโทษผู้กระทำความผิดเพื่อการค้าและผู้ที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในสังคม
ทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ตรวจสอบประกอบด้วยยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 1 คัน และรถยนต์ตู้ฮุนได รุ่น H1 สีดำ อีก 1 คัน มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ประเมินเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1,830,000 บาท
การยึดทรัพย์สินเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อทำลายโครงสร้างทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าขยายผลเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม การดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดจะช่วยตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน หากใครพบเห็นเบาะแสหรือได้รับความเดือดร้อนจากยาเสพติด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที ประชาชนสามารถโทรศัพท์แจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สายด่วนนี้เป็นที่พึ่งสำหรับทุกปัญหายาเสพติดในชุมชน ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างสูงสุดตามมาตรฐานสากล เราต้องร่วมมือกันเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ช็อก! เพื่อนสนิทฆ่าหนุ่มพิการขายหวย ทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดเหตุสลดขึ้นที่จังหวัดน่าน เมื่อหนุ่มพิการอาชีพขายลอตเตอรี่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเพื่อนสนิทของผู้ตายเอง เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุลงมืออย่างโหดเหี้ยมเพื่อล้างหนี้เพียงเล็กน้อย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าวังผา ได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนพบเบาะแสสำคัญ นำไปสู่การจับกุมนายเอก อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าลงมือฆ่านายทัตธพงษ์ อายุ 45 ปี ผู้พิการขายลอตเตอรี่ โดยอ้างว่าบันดาลโทสะจากการถูกทวงหนี้ค่าหวย
ประเด็นสำคัญ
- เพื่อนสนิทรับสารภาพ: นายเอกยอมรับว่าฆ่าเพื่อนสนิทที่เป็นผู้พิการ เพื่อล้างหนี้สินค่าหวยจำนวน 5,000 บาท
- ซ่อนเร้นอำพรางศพ: ผู้ก่อเหตุนำร่างผู้เสียชีวิตยัดใส่กระสอบปุ๋ย ก่อนนำไปทิ้งลงแม่น้ำน่านเพื่อปิดบังความผิด
- ตำรวจเร่งสอบสวนปมชิงทรัพย์: เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด เนื่องจากผู้ตายอาจมีเงินสดติดตัวกว่า 30,000 บาท
การหายตัวไปและการค้นหา
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา ญาติได้เข้าแจ้งความว่าผู้ตายหายตัวไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ แผงลอตเตอรี่ และเงินสดจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ร่วมกันระดมกำลังออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ ในช่วงแรก การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบากและเต็มไปด้วยความหวังที่จะพบเขายังมีชีวิตอยู่
จุดเปลี่ยนของคดีนี้มาจากการทำงานอย่างหนักของฝ่ายสืบสวน ซึ่งได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ภาพจากกล้องแสดงให้เห็นความผิดปกติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหาย ตำรวจจึงตัดสินใจเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำอย่างละเอียด จนกระทั่งเขายอมเปิดปากรับสารภาพในที่สุด
ปมสังหารโหดล้างหนี้หวย
ผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองซื้อลอตเตอรี่เงินเชื่อจากผู้ตายจนเป็นหนี้สะสมถึง 10,000 บาท เขาได้จ่ายคืนไปแล้วครึ่งหนึ่ง จึงเหลือหนี้ค้างชำระอีกเพียง 5,000 บาทเท่านั้น ในวันเกิดเหตุ ทั้งคู่ได้นัดพบกันเพื่อพูดคุยเรื่องการชำระหนี้ส่วนที่เหลือ แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว
นายเอกอ้างว่าตนเองดื่มสุราจนมีอาการมึนเมา เมื่อพบกันที่บริเวณทางเข้าสวนยางพารา ทั้งสองคนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ผู้ตายได้ขู่ว่าจะไปทวงเงินจากภรรยาและแม่ยายของผู้ก่อเหตุ คำพูดนี้ทำให้นายเอกเกิดความโมโหสุดขีด จึงลงมือบีบคอผู้ตายจนล้มลงกับพื้น
หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุได้ใช้ท่อนไม้ฟาดซ้ำที่ร่างของผู้ตายจนแน่นิ่งไป เมื่อตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว เขาจึงลากร่างไร้วิญญาณเข้าไปซ่อนในสวนยางพารา จากนั้นได้ไปหากระสอบปุ๋ยมาใส่ศพ แล้วขนขึ้นรถจักรยานยนต์ไปทิ้งลงแม่น้ำน่านเพื่อหวังจะทำลายหลักฐาน
ปฏิบัติการค้นพบร่างผู้เสียชีวิต
หลังจากการรับสารภาพ ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุและจุดทิ้งศพทันที เจ้าหน้าที่พบรอยเลือด หน้ากากอนามัย และท่อนไม้ที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่ในสวนยางพารา นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกถอดป้ายทะเบียนไปซ่อนไว้ที่ห้างนาของยายผู้ต้องหาอีกด้วย ตามรายงานข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์
ในส่วนของการค้นหาร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยและญาติได้ล่องเรือไปตามแม่น้ำน่านอย่างไม่ลดละ ในที่สุดก็ได้รับแจ้งว่าพบศพถูกบรรจุในกระสอบ ลอยไปติดกิ่งไม้ที่บริเวณบ้านดอนแก่ง ตำบลตาลชุม ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ผู้ต้องหาอ้างว่าทิ้งศพไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร
สภาพศพเมื่อถูกพบนั้นเริ่มขึ้นอืด โดยมีมือและเท้าโผล่ออกมาจากปากกระสอบที่ไม่ได้ถูกมัดไว้แน่นหนา เจ้าหน้าที่จึงกู้ร่างขึ้นมาและนำส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลน่าน เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดและหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ
แม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ แต่ทางตำรวจยังคงตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็น ญาติของผู้ตายระบุว่า ในวันเกิดเหตุผู้ตายอาจพกเงินสดติดตัวไปมากกว่า 30,000 บาท เนื่องจากเขามีอาชีพปล่อยเงินกู้ด้วย ข้อมูลนี้ทำให้คดีนี้อาจมีแรงจูงใจอื่นซ่อนเร้นอยู่
เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตรวจสอบอย่างละเอียดว่า การฆาตกรรมครั้งนี้เป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังเคยให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับจุดทิ้งศพ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาไปงมหาในสระน้ำถึง 4 แห่ง ก่อนที่เขาจะยอมรับความจริงในภายหลัง
คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงในสังคมที่เกิดจากปัญหาหนี้สินเพียงเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างถึงที่สุด ครอบครัวของผู้สูญเสียยังคงอยู่ในความโศกเศร้าและหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แม่สายตื่นตัว! สธ.ลุยตรวจสารหนูในน้ำ เร่งปกป้องสุขภาพ
ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย



