เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายจับมือเมียนมา เดินหน้าลดหมอกควันข้ามแดน
เชียงรายร่วมกับอำเภอแม่สาย และฝั่งเมียนมา เร่งทำงานร่วมกันเพื่อรับมือไฟป่าและหมอกควันข้ามพรมแดน เป้าหมายหลักคือ ลดพื้นที่เผา และลดควันที่ลอยข้ามไปมาระหว่างไทยกับเมียนมาให้ได้มากที่สุด
กิจกรรมนี้ขับเคลื่อนโดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับจังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และผู้แทนจากเมืองท่าขี้เหล็กและรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยจัดทั้งงานเปิดตัวและประชุมทำงานร่วมกัน
เวทีหลักใช้ชื่อ “เริ่มโครงการสร้างแนวกันไฟเพื่อลดการเผาไหม้ข้ามพรมแดน ความสัมพันธ์ไทย-เมียนมาร์ และความร่วมมือเมืองคู่ขนาน (การประชุมเพื่อลดหมอกควันข้ามพรมแดน)” จัดในแนวพื้นที่ทำแนวกันไฟที่เชื่อมหมู่บ้านคู่ขนาน จุดสำคัญอยู่ที่บ้านผาหมี ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และบ้านสามปี เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา
ลดควันข้ามแดน เพื่ออากาศที่ดีขึ้น
ความร่วมมือนี้เน้นการป้องกันไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง การทำแนวกันไฟตามแนวชายแดน และการดูแลแนวกันไฟให้ใช้งานได้จริงต่อเนื่อง อีกด้านหนึ่ง ทีมงานยังช่วยกันสื่อสารกับชุมชนชายแดนและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อลดการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นต้นทางสำคัญของหมอกควัน
นอกจากนี้ ยังมีการหารือเพื่อเดินหน้ากลไก “เมืองคู่ขนาน” ระหว่างแม่สายและท่าขี้เหล็ก ให้ประสานงานได้เร็วขึ้น และทำงานแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนแบบต่อเนื่องในชีวิตจริง ระยะยาวทั้งสองฝั่งต้องการเห็นป่าฟื้นตัว ควันลดลง และทุกคนได้หายใจอากาศสะอาดร่วมกัน
ผู้เข้าร่วมหลักประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย, ผู้ว่าราชการเมืองท่าขี้เหล็ก ตุน เว่ย ตง, ผู้อำนวยการ TEI ดร.วิจารณ์ สีมาชัย, นายอำเภอแม่สาย วรายุทธ คมบุญ และนายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ ฉัตรชัย ไชยศิริ
ขณะเดียวกัน ผู้นำชุมชน (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) และชาวบ้านจากทั้งสองประเทศก็ลงพื้นที่ร่วมกัน ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมยังเข้ามาช่วยกิจกรรม “ทำแนวกันไฟสองประเทศ” เพื่อผลักดันทางออกของวิกฤตหมอกควันที่กระทบคนทั้งสองฝั่งชายแดน
ไฟลาม ควันข้ามแดน ยังเป็นโจทย์ใหญ่
สถานการณ์ “ไฟลาม ควันข้ามแดน” ยังน่ากังวล โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนแถวตำบลเวียงพางคำ ตำบลแม่สาย ตำบลแม่สายมิตรภาพ และตำบลโป่งงาม ในอำเภอแม่สาย ที่ยังเผชิญไฟป่าซึ่งลุกลามข้ามแนวเขตได้
พื้นที่รอบบ้านผาหมีและผาฮี้เสี่ยงเป็นพิเศษ เพราะภูมิประเทศชันและเป็นหน้าผา ทำให้ควัน ฝุ่น และมลพิษ PM2.5 ถูกลมพัดข้ามฝั่งได้ง่าย ผลกระทบจึงไปถึงสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวันของชุมชนทั้งไทยและเมียนมา
เพราะเหตุนี้ หน่วยงานต่างๆ จึงรวมพลังกันแบบบูรณาการ ยึดตามสภาพจริงของพื้นที่ และเน้นงานที่เห็นผลได้ ไม่ใช่แค่ประชุมบนกระดาษ นอกจากการลงมือทำแนวกันไฟและฝึกปฏิบัติในพื้นที่แล้ว เป้าหมายร่วมยังรวมถึงการลดรอยไหม้ ลดการปะทุซ้ำ และป้องกันไฟลามในจุดเสี่ยงให้ได้มากที่สุด สุดท้ายแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจที่จะปกป้องป่า และพาอากาศที่ดีขึ้นกลับมาสู่แม่สาย รวมถึงชุมชนฝั่งท่าขี้เหล็กในระยะยาว
ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่เกิดซ้ำทุกปีในเชียงราย
ทุกหน้าแล้ง เชียงรายมักเจอปัญหา หมอกควันข้ามแดน กลับมาเป็นประจำ ช่วงที่หนักมักอยู่ราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน อากาศขมุกขมัวและเริ่มไม่ปลอดภัย เพราะมีฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 สะสมสูง แหล่งกำเนิดส่วนหนึ่งมาจากการเผาในพื้นที่เกษตรและไฟป่าในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เช่น ลาว เมียนมา และบางพื้นที่ของไทย
เมื่อกระแสลมตามฤดูกาลพัดเร็ว หมอกควันก็เคลื่อนข้ามพรมแดนได้ง่าย และเข้ามาปกคลุมจังหวัด ทำให้คุณภาพอากาศหลายช่วงลดลงไปอยู่ระดับกระทบต่อสุขภาพ ข้อมูลที่เผยแพร่ทั่วไปมักรายงานว่าช่วงพีกค่า PM2.5 อาจสูงเกิน 50 ถึง 100 µg/m³ ได้ในบางสัปดาห์
ผลกระทบเกิดขึ้นหลายด้าน เช่น อาการระคายเคืองทางเดินหายใจ ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงทัศนวิสัยที่แย่ลง ซึ่งกระทบการเดินทางและงานกลางแจ้ง นอกจากนี้ ธุรกิจท้องถิ่นก็อาจได้รับแรงกดดันเมื่อการท่องเที่ยวชะลอตัว และแผนการทำเกษตรบางอย่างต้องปรับตามสภาพอากาศ
ที่ผ่านมา หน่วยงานและชุมชนพยายามทำงานข้ามพรมแดนมากขึ้น ทั้งโครงการแนวกันไฟไทย ลาว ในพื้นที่อย่างภูชี้ฟ้า รวมถึงความร่วมมือภายใต้ CLEAR Sky Strategy ระหว่างไทย ลาว และเมียนมา ที่มุ่งลดการเผาในที่โล่ง และสนับสนุนการจัดการพื้นที่ให้เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หมอกควันยังกลับมาแทบทุกปี และหน้าแล้งยังเป็นช่วงที่เชียงรายต้องรับมือหนักเสมอ
ชาวบ้านภาคเหนือของไทยเรียกร้องให้เร่งดำเนินการควบคุมฝุ่นละออง PM2.5 และหมอกควัน
สำนักงานกิจการอาเซียนมาเยือนเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการหลอกลวงทางโทรศัพท์
เชียงราย - Chiang Rai News
ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด
เชียงราย – ปริมาณน้ำมันตามปั๊มหลายจุดในจังหวัดเชียงรายลดลงอย่างรวดเร็ว หลังมีคนขับรถจำนวนมากแห่ไปเติมน้ำมันพร้อมกันตลอดทั้งวันวันที่ 3 มีนาคม หลายคนเติมเต็มถัง และบางส่วนเติมใส่แกลลอนสำรองด้วย พอช่วงเย็น ปั๊มหลายแห่งแจ้งว่าน้ำมันหมด และปิดให้บริการก่อนเวลา
จากรายงานในพื้นที่ บางปั๊มหมดดีเซลก่อน ขณะที่บางแห่งหมดแก๊สโซฮอล์ 95 ยังมีบางจุดพอเหลือน้ำมันบางชนิด แต่เริ่มจำกัดการขาย หรือหยุดจ่ายชั่วคราวเมื่อสต็อกใกล้หมด
เช้าวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวในเชียงรายระบุว่า ความต้องการที่พุ่งขึ้นเริ่มจากความกังวลของชาวบ้านต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้คนออกไปเติมเต็มถังมากกว่าปกติ ส่งผลให้ยอดใช้เพิ่มขึ้นในเวลาไม่นาน

ช่วงค่ำของวันที่ 3 มีนาคม ปั๊มน้ำมันหลายแห่งทั่วจังหวัดติดป้ายแจ้งน้ำมันหมด แล้วปิดทำการเร็วขึ้น เหตุการณ์นี้เกิดทั้งในเขตเมืองและอำเภอชายแดน
ด้านหัวหน้าสำนักงานพลังงานจังหวัด (Provincial Energy Office) ประสัก งามสมบัก พร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย สุภามิตร เต็งเผ่า ลงพื้นที่ร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจ เพื่อตรวจสถานีบริการ โดยเน้นแนวชายแดนไทย เมียนมา โดยเฉพาะแม่สายและแม่จัน
ระหว่างการตรวจ เจ้าหน้าที่พบว่าหลายปั๊มหยุดจำหน่ายชั่วคราว หรือปิดก่อนเวลา เพราะน้ำมันหมดในถัง ผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่า จะมีการส่งน้ำมันเข้ามาเพิ่มตั้งแต่เช้าวันที่ 4 มีนาคม และหลังได้รับของแล้ว การให้บริการน่าจะกลับมาเป็นปกติครบทุกรายการ

สุภามิตร เต็งเผ่า ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์แล้ว และยืนยันว่าประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ โดยมีปริมาณสำรองรองรับได้ราว 30 ถึง 60 วัน แม้เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ
เธอยังขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก หากพบพฤติกรรมที่ดูผิดปกติ เช่น ปั๊มปิดโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือแจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายได้
ขณะเดียวกัน มีรายงานฝั่งท่าขี้เหล็ก เมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามเชียงรายว่า มีผู้ค้าบางรายซื้อน้ำมันจากปั๊มแล้วนำไปแบ่งใส่ขวดเล็กเพื่อขายต่อ ทำให้ราคาเพิ่มเร็ว
ช่วงต้นวัน ขวดขนาด 1.50 ลิตร มีรายงานว่าขายอยู่ราว 100 ถึง 200 บาท แต่พอตกเย็น ราคาขยับขึ้นมาประมาณ 250 บาท ขณะที่ปริมาณลดลงเหลือราว 700 มิลลิลิตร
สถานีบริการน้ำมันเชียงรายพบแถวยาวเหยียดเนื่องจากความตื่นตระหนกเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน
เชียงราย - Chiang Rai News
รวบคู่สามีภรรยาคดีฉ้อโกงในเชียงราย เจอปืนลูกโม่ .38 ทำเองคาตัว
เชียงราย – ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมสามีภรรยาที่มีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเองอยู่กับฝ่ายชาย เจ้าตัวยอมรับพกไว้เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยระหว่างหลบหนี
คดีนี้เริ่มจาก ตำรวจได้รับเบาะแส จากประชาชนในพื้นที่ ระบุว่าถนนช่วงยาวและค่อนข้างเปลี่ยว ระหว่างอำเภอเทิงกับอำเภอพญาเม็งราย มักได้ยินเสียงคล้ายประทัดหรือเสียงปืนดังเป็นระยะ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่มั่นใจ
เพราะเหตุนี้ หลายหน่วยงานจึงประสานกำลังและตั้งจุดเฝ้าระวังตามเส้นทางตั้งแต่ช่วงเช้า
เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นชายหญิงขี่รถจักรยานยนต์สีดำ รุ่น CBR ใช้ความเร็วสูงจากฝั่งอำเภอเทิง มุ่งหน้าไปทางอำเภอพญาเม็งราย ตำรวจให้สัญญาณเรียกตรวจ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหนีไปทางบ้านสันป่าสัก ตำบลเม็งราย
จากนั้นตำรวจติดตามอย่างใกล้ชิด และสกัดรถได้ตอนเลี้ยวเข้าถนนซอยในหมู่ 3 ตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว ทั้งสองมีท่าทีลุกลี้ลุกลนและดูมีพิรุธ
ตำรวจตรวจค้นตัวผู้ขับขี่ และตรวจสอบกระเป๋าสะพายสีเขียวเข้มที่พกติดตัว พบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเอง ไม่มีเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก

ตรวจพบมีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่กรุงเทพฯ
ต่อมาตำรวจตรวจสอบข้อมูลผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อคือ
- วรัญยู อายุ 33 ปี ชาวอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
- ฉัตรแก้ว อายุ 38 ปี ชาวตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย
เมื่อเช็กกับฐานข้อมูลหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบทั้งสองมีหมายจับค้างอยู่ เชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงในท้องที่ตำรวจกรุงเทพมหานคร
ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ ร่วมกันหลอกลวงในลักษณะเงินกู้ และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือบิดเบือนจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน
ระหว่างทำบันทึกจับกุม วรัญยูรับว่าอาวุธปืนเป็นของตน เขาบอกว่าหยิบออกจากบ้านในอำเภอเทิง เพราะต้องการพกไว้ป้องกันตัว ระหว่างเดินทางไปซ่อนอยู่บ้านญาติในอำเภอพญาเม็งราย
ตำรวจแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พญาเม็งราย และประสาน สน.ตลิ่งชัน เพื่อดำเนินการตามหมายจับต่อไป

ตำรวจเชียงรายจับขบวนการลักลอบขนอะโวคาโดข้ามแดน ยึดของกลางกว่า 4.9 ตัน
อีกคดีในจังหวัดเชียงราย ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยลักลอบนำเข้าอะโวคาโดจากเมียนมาเข้าประเทศไทย บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย พร้อมยึดของกลางมากกว่า 4.9 ตัน โดยตำรวจระบุว่าไม่พบเอกสารศุลกากร และไม่มีเอกสารตรวจสุขอนามัยหรือเอกสารตรวจพืชตามขั้นตอน
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2026 ผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัดสั่งการให้สืบสวนและดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย 3 ราย ได้แก่ กิตติพงษ์ อายุ 42 ปี ชาวอำเภอสอง จังหวัดแพร่, กิตติกรณ์ อายุ 36 ปี ชาวอำเภอเมืองกำแพงเพชร และ ทรงพล อายุ 34 ปี ชาวตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่า ทั้งสามร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ขนย้าย ครอบครอง หรือจำหน่ายสินค้า ที่ควรรู้ว่าเป็นของนำเข้าที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร
การจับกุมเกิดขึ้นหลังชุดลาดตระเวนตรวจเข้มแนวชายแดนไทยเมียนมาในพื้นที่แม่สาย ระหว่างตรวจจุดใกล้อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในหมู่ 13 ตำบลแม่สาย พบรถกระบะส่วนบุคคล 2 คันจอดอยู่ใกล้กัน
คันแรกเป็นรถกระบะสีขาว ทะเบียนกำแพงเพชร บรรทุกอะโวคาโด 113 ลัง ลังละ 25 กิโลกรัม รวม 2,825 กิโลกรัม ส่วนคันที่สองเป็นรถกระบะสีขาว ทะเบียนกำแพงเพชรเช่นกัน บรรทุก 50 ลัง รวม 1,250 กิโลกรัม
ตำรวจระบุว่า กิตติพงษ์ และ กิตติกรณ์ เป็นคนขับรถกระบะทั้งสองคัน ขณะที่ ทรงพล อยู่บริเวณอาคารพาณิชย์ในช่วงตรวจค้น
หลังตรวจสอบสินค้า เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอะโวคาโดมาจากเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามอำเภอแม่สาย อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ต้องสงสัยไม่สามารถแสดงใบอนุญาตนำเข้า ใบรับรองสุขอนามัยจากประเทศต้นทาง หรือเอกสารตรวจจากด่านกักกันพืชได้ ตำรวจจึงยึดของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สถานีบริการน้ำมันเชียงรายพบแถวยาวเหยียดเนื่องจากความตื่นตระหนกเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน
ผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก” ก่อนสงกรานต์
เชียงราย - Chiang Rai News
สถานีบริการน้ำมันเชียงรายพบแถวยาวเหยียดเนื่องจากความตื่นตระหนกเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน
เชียงราย – บริเวณชายแดนแม่สายคึกคักตั้งแต่เมื่อคืนและต่อเนื่องมาจนถึงเช้าวันนี้ เนื่องจากคนไทยและชาวเมียนมาร์จากฝั่งท่าขี้เหล็กต่างพากันไปเติมน้ำมันที่ปั๊มหลายแห่ง สาเหตุหลักมาจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและข่าวที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
พอสะพานมิตรภาพไทยเมียนมาเปิดเวลา 06.30 น. รถยนต์และรถจักรยานยนต์จากฝั่งเมียนมาก็ไหลเข้ามาในอำเภอแม่สายต่อเนื่อง หลายคนกังวลว่าไทยอาจงดส่งออกน้ำมันไปประเทศรอบข้าง จึงรีบมาเติมไว้ก่อน ส่งผลให้ความต้องการในพื้นที่พุ่งขึ้นในช่วงสั้นๆ
ด้านสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายรายงานว่า สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายออกมาตรการคุมเข้ม ตามข้อสั่งการของนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยย้ำชัดให้สถานีบริการทุกแห่ง “ห้ามปฏิเสธการขาย” และ “ห้ามกักตุนเพื่อเก็งกำไร” ในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวน พร้อมสื่อสารว่าไทยยังบริหารจัดการได้ และยังไม่มีสัญญาณขาดแคลนตามที่หลายคนกังวล
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ถูกสั่งให้ลงพื้นที่ติดตามพฤติกรรมการจำหน่ายอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงก่อนปรับขึ้นราคา เพราะมักมีการอ้าง “น้ำมันหมด” เพื่อหวังผลประโยชน์ นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยืนยันด้วยว่าน้ำมันในประเทศยังเพียงพอ แม้ไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ แต่มีแผนรองรับไว้แล้ว
จังหวัดยังขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือซื้อกักตุนเกินจำเป็น เพราะยิ่งแห่ซื้อพร้อมกัน จะยิ่งทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเทียม และกระทบคนที่จำเป็นต้องใช้จริง

6 มาตรการเร่งด่วน ดูแลสถานการณ์น้ำมันในอำเภอแม่สาย
- ให้คนไทยได้ใช้ก่อน สถานีบริการต้องจัดสรรน้ำมันให้ประชาชนชาวไทยเป็นอันดับแรก เพื่อใช้ทำเกษตร เดินทาง และขนส่งในชีวิตประจำวัน
- ห้ามขายใส่ภาชนะอื่นเด็ดขาด ยกเว้นกรณีจำเป็นเพื่อเกษตรกรรมหรือก่อสร้าง โดยต้อง ลงทะเบียน ระบุชื่อและวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน
- ต่างชาติต้องลงทะเบียนทุกครั้ง ชาวต่างชาติที่เข้ามาเติมน้ำมันในพื้นที่แม่สาย ต้องลงทะเบียนก่อนรับบริการ
- เติมเกินจำเป็น หรือเติมวนหลายรอบ ให้ปฏิเสธขายทันที หากพบพฤติกรรมเติมมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน หรือเข้าข่าย “เวียนเติม” ให้สถานีบริการหยุดขายในทันที
- แนะนำกระจายไปจุดใกล้เคียง หากแม่สายตึงตัว ถ้าน้ำมันในแม่สายเริ่มไม่พอ ให้ประชาชนไปใช้บริการในอำเภอใกล้เคียงที่ยังมีสต็อกเพียงพอ
- พบโกง กักตุน หรือปฏิเสธขายแบบไม่มีเหตุผล ให้แจ้งทันที จังหวัดย้ำว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด และดำเนินการถึงที่สุดกับผู้กระทำผิด
ผู้ว่าฯเชียงรายย้ำว่า มาตรการทั้งหมดตั้งใจจัดระเบียบให้คนในพื้นที่มีพลังงานใช้อย่างทั่วถึง โดยให้ความสำคัญกับปากท้องและปัจจัยการผลิตของคนท้องถิ่นก่อน
ช่องทางแจ้งเหตุ
หากพบปั๊มน้ำมันปฏิเสธการขาย หรือมีพฤติกรรมกักตุนโดยไร้เหตุผล แจ้งได้ที่ สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย โทร. 081-6926662 (สายด่วน 24 ชม.)
ผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก ก่อนสงกรานต์
เชียงรายแมนเปิดเผยที่มาของเลขล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล กวาดเงินรางวัลไปถึง 60 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoผู้เสพยาเสพติดก่อกวนพิธีการของโรงเรียนมัธยมเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days ago“ปู มัณฑนา” เข้ารับทราบข้อหา หมิ่นประมาท “หนุ่ม กรรชัย” บอกถูกกลั่นแกล้ง และไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว


