เชียงราย - Chiang Rai News
Chiang Rai Times- หนังสือพิมพ์เชียงรายไทมส์ฉลองครบรอบ 19 ปี
Chiang Rai Times คือเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษแบบไม่แสวงหากำไร ที่นำเสนอข่าวท้องถิ่น ภูมิภาค และข่าวต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2007 เพื่อให้ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยว และคนท้องถิ่นที่อ่านอังกฤษได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงได้ง่ายขึ้น…
Chiang Rai Times คือเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษแบบไม่แสวงหากำไร ที่นำเสนอข่าวท้องถิ่น ภูมิภาค และข่าวต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2007 เพื่อให้ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยว และคนท้องถิ่นที่อ่านอังกฤษได้ติดตามความเคลื่อนไหวของตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า">เชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงได้ง่ายขึ้น
เชียงรายอยู่ท่ามกลางภูเขาเขียวขจี ใกล้ชายแดนไทย ลาว และเมียนมา พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำจึงดึงดูดทั้งผู้มาเยือนและผู้พำนักระยะยาวจากหลายประเทศ เพราะมีผู้คนหลากหลาย ข่าวภาษาอังกฤษที่ชัดเจนจึงสำคัญมาก ทั้งชาวต่างชาติ นักเดินทาง เจ้าของกิจการ และคนไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษ ต่างต้องการข้อมูลที่เชื่อถือได้ ตั้งแต่นโยบายเมือง การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจท้องถิ่น ข่าวท่องเที่ยว ไปจนถึงเหตุการณ์ใหญ่ของโลก
ตรงนี้เองที่ Chiang Rai Times เข้ามามีบทบาท หลายคนมองว่าเป็นแหล่งข่าวภาษาอังกฤษที่อัปเดตสม่ำเสมอและโฟกัสพื้นที่ ภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะ จังหวัดเชียงราย เว็บไซต์ทำงานในรูปแบบสื่อออนไลน์ไม่แสวงหากำไร ภายใต้ชื่อ CTN News และตลอดเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ก็ช่วยเติมช่องว่างที่สื่อใหญ่ๆ มักรายงานภาคเหนือแบบผิวเผิน
จุดเริ่มต้นและการเติบโตช่วงแรก
ตามข้อมูลภาพรวม Chiang Rai Times เปิดตัวในปี 2007 ในฐานะพอร์ทัลข่าวภาษาอังกฤษอิสระแบบไม่แสวงหากำไร ช่วงนั้นเชียงรายเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นจากการท่องเที่ยว การค้าชายแดน และจำนวนชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นความต้องการข่าวภาษาอังกฤษที่ไว้ใจได้จึงสูงขึ้นเรื่อยๆ
ตั้งแต่แรก เว็บไซต์เน้นข่าวที่กระทบชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่เป็นหลัก ทั้งข่าวท้องถิ่นและข่าวภูมิภาค พร้อมคัดเลือกข่าวต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับผู้อ่านในเชียงรายด้วย รายงานยุคแรกครอบคลุมการเมือง ธุรกิจ กิจกรรมชุมชน และเรื่องท่องเที่ยวใน จังหวัดเชียงราย มากกว่าจะไล่ตามกระแสระดับประเทศ และยังหยิบเรื่องที่สื่อส่วนกลางมักมองข้ามขึ้นมาเล่าให้ครบ
เมื่อเข้าสู่ช่วงปี 2010s แพลตฟอร์มก็ขยับเป็นแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่กว้างขึ้น มีหมวดประกาศ บัญชีรายชื่อธุรกิจ และคู่มือท่องเที่ยวเพิ่มเข้ามา แนวทางที่เน้นออนไลน์ตั้งแต่ต้นช่วยให้ปรับตัวได้ดีในช่วงที่คนอ่านสื่อสิ่งพิมพ์ลดลง และหันไปอ่านข่าวบนเว็บมากขึ้น ปัจจุบันเว็บไซต์มีผู้อ่านรวมมากกว่าหนึ่งล้านคนต่อปี และลงข่าวอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ด้วยภาษาอ่านง่ายและตรงประเด็น
แหล่งข่าวภาษาอังกฤษที่หาได้ยากในภาคเหนือตอนบน
ภาคเหนือของไทยมีหลายจังหวัดที่มีวัฒนธรรมเข้มข้น และมีคนใช้ภาษาอังกฤษอยู่ไม่น้อย เช่น เชียงราย, เชียงใหม่, ลำปาง พะเยา และจังหวัดใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม สื่อข่าวภาษาอังกฤษที่ทำข่าวประจำในพื้นที่ยังมีไม่มาก
แม้ เชียงใหม่ จะมีสื่อที่ทำมานานอย่าง Chiang Mai Citylife (เริ่มในปี 1991) แต่สื่อที่ให้ความสำคัญกับ เชียงราย และภาคเหนือตอนบนแบบต่อเนื่องยังมีจำกัด หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษระดับชาติอย่าง Bangkok Post และ The Nation มักลงข่าวภูมิภาคแบบสั้นๆ ส่วนสื่อออนไลน์อื่นๆ เช่น The Thaiger ก็รายงานข่าวทั่วไทยเป็นหลัก แต่ไม่ได้เจาะเชียงรายในแบบเดียวกับที่ Chiang Rai Times ทำ
ด้วยเหตุนี้ Chiang Rai Times จึงกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญสำหรับคนที่อ่านไทยไม่ถนัด แต่ต้องการเข้าใจประเด็นท้องถิ่น เช่น ปัญหาคุณภาพอากาศ มลพิษในแม่น้ำ กิจกรรมชุมชน และความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของพื้นที่
เน้นข่าวชัดเจน อัปเดตไว และอ่านเข้าใจง่าย
Chiang Rai Times ให้ความสำคัญกับความถูกต้องและความรวดเร็ว พร้อมเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา ในเดือนมีนาคม 2024 เว็บไซต์เปิดตัวแพลตฟอร์มที่ปรับโฉมใหม่ เพื่อให้อ่านง่ายขึ้นและขยายการนำเสนอข่าวให้ครอบคลุมกว่าเดิม โดย Editor-in-Chief Somsak Jitman ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโจทย์ผู้อ่านยุคใหม่ ควบคู่กับการรักษามาตรฐานงานข่าว
ประเด็นที่รายงานเป็นประจำ เช่น
- การเมืองท้องถิ่น และนโยบายสาธารณะใน เชียงราย
- ธุรกิจ และเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงเกษตรและท่องเที่ยว
- ชีวิตชุมชน งานสังคม และกิจกรรมวัฒนธรรม
- ท่องเที่ยว วัด ชุมชนชาติพันธุ์บนดอย และแหล่งธรรมชาติ
- ข่าวภูมิภาคและข่าวโลก ที่โยงกลับมาที่ภาคเหนือของไทย
เพราะทำงานแบบไม่แสวงหากำไร เว็บไซต์จึงโฟกัสงานบริการสาธารณะได้เต็มที่ และยังช่วยสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นกับกิจกรรมชุมชนไปพร้อมกัน โดยคงความเป็นอิสระของกองบรรณาธิการไว้
รายงานต่อเนื่อง ช่วยให้คนเห็นภาพเชียงรายชัดขึ้น
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Chiang Rai Times ติดตามเหตุการณ์สำคัญใน ภาคเหนือของไทย อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงด้านการค้าชายแดน หรือการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวหลังโควิด นอกจากนี้ยังนำเสนอเรื่องที่สะท้อนตัวตนของเชียงราย เช่น วัดสมัยล้านนา และความหลากหลายของชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ทำให้ผู้อ่านทั่วโลกเห็นภาพจังหวัดนี้ชัดขึ้น
เมื่อมียอดเข้าชมระดับหลักล้านต่อปี เว็บไซต์ก็มีส่วนต่อการรับรู้ของคนต่อภูมิภาคนี้ด้วย ผลที่ตามมาคือช่วยเพิ่มความสนใจด้านท่องเที่ยว และทำให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีเหตุผลระหว่างคนท้องถิ่น ผู้ย้ายมาอยู่ใหม่ และผู้มาเยือน
นักข่าวและทีมบรรณาธิการ
Chiang Rai Times ทำงานร่วมกับนักเขียนและผู้สื่อข่าวหลายคนที่ติดตามพื้นที่ภาคเหนือ บางช่วงชื่อผู้เขียนอาจเปลี่ยนไปตามเวลา แต่แนวทางยังคงพึ่งพานักข่าวท้องถิ่นและผู้สื่อข่าวภูมิภาคที่เข้าใจผู้คนและบริบทของพื้นที่
Editor-in-Chief Anna Wong ดูแลการทำงานประจำวัน โดยเน้นความถูกต้อง และการนำเสนอข่าวให้เข้ากับการอ่านบนออนไลน์ ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ยังเผยแพร่งานจากผู้เขียนที่มีความคุ้นเคยกับประเด็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งช่วยเสริมมุมมองและความน่าเชื่อถือของเนื้อหา
โดยรวมแล้ว ทีมผสมผสานข่าวท้องถิ่นกับข่าวต่างประเทศที่คัดเลือกมาอย่างเหมาะสม และยังยึดเชียงรายเป็นศูนย์กลางของการรายงานข่าวเสมอ
รางวัลและการยอมรับ
Chiang Rai Times ได้รับความสนใจในฐานะสื่อภูมิภาคที่ทำงานต่อเนื่อง ในปี 2023 เว็บไซต์ได้รับการยอมรับเป็นผู้ชนะใน Media Innovator Awards ซึ่งสะท้อนแนวทางการทำสื่อและการทำงานด้านข่าวใน ภาคเหนือของไทย มาอย่างยาวนาน
ผู้อ่านจำนวนมากชื่นชมว่าเว็บไซต์ช่วยทำให้ข่าวท้องถิ่นตามอ่านได้ง่าย และยังเชื่อมโยงให้เห็นภาพใหญ่ได้พอดี ที่สำคัญคือความสม่ำเสมอตั้งแต่ปี 2007 ทำให้ความไว้วางใจในชุมชนค่อยๆ เติบโตขึ้น
ก้าวต่อไป
เมื่อ เชียงราย เปลี่ยนแปลงจากการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เกษตรยั่งยืน และโครงการข้ามพรมแดน Chiang Rai Times ยังตั้งใจรายงานข่าวด้วยความชัดเจนและรอบคอบ การปรับปรุงเว็บไซต์ล่าสุดก็ช่วยเปิดทางให้เข้าถึงผู้อ่านได้กว้างขึ้น และรองรับรูปแบบการมีส่วนร่วมที่มากขึ้นในอนาคต
ในช่วงที่ข้อมูลผิดๆ แพร่กระจายได้เร็วบนออนไลน์ สื่อข่าวแบบไม่แสวงหากำไรแห่งนี้ยังยืนบนหลักข้อมูลจริง และทำหน้าที่เป็นแหล่งข่าวภาษาอังกฤษสำหรับผู้อ่านทั่ว ภาคเหนือของไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่ chiangraitimes.com หรือช่องทางโซเชียลของ CTN News โดย Chiang Rai Times ยังเป็นตัวอย่างของสื่อที่ยืนอยู่กับชุมชน และเติบโตได้บนโลกออนไลน์อย่างมั่นคง
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า
เชียงราย – เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน ได้ผนึกกำลังกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นระหว่างเวลา 22.00 ถึง 24.00 น. บริเวณหน้าตู้ยามตำบลสันติสุข อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย เพื่อตั้งจุดตรวจสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชนในชุมชน
การปฏิบัติงานนี้ดำเนินการตามแผนที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นำข้อมูลอาชญากรรมมาวิเคราะห์อย่างละเอียด ทีมงานนำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ ผู้กำกับการ สภ.พาน พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจและ น.ส.พิชญกานต์ ตาดทอง กำนันตำบลสันติสุข ทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดจุดตรวจที่เหมาะสมที่สุด การใช้ข้อมูลจริงมาวางแผนช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- กำลังเจ้าหน้าที่ร่วม 30 นาย ตั้งด่านเครือข่ายใยแมงมุมในตำบลสันติสุขเพื่อสกัดกั้นยาเสพติด
- ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอาชญากรรมเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตั้งจุดตรวจและป้องกันเหตุร้าย
- จับกุมชายวัย 33 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 10 เม็ด และตั้งข้อหาหนักเรื่องการเสพยาขณะขับขี่
ผลลัพธ์จากการตั้งจุดตรวจใยแมงมุม
จากการตรวจตราอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้หนึ่งราย ผู้ต้องหาเป็นชายชาวตำบลสันติสุข อายุ 33 ปี ซึ่งขับขี่ยานพาหนะผ่านเข้ามายังจุดตรวจ เมื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 10 เม็ดอยู่ในความครอบครอง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานทันที
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ข้อหาหลักคือการครอบครองยาเสพติดให้โทษและการเสพยาเสพติดในขณะขับขี่ยานพาหนะ ขณะนี้ผู้ต้องหาได้ถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว เหตุการณ์นี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สะท้อนการทำงานอย่างหนักของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อความสงบสุขของประชาชน
พลังของชุมชนในการต้านภัยยาเสพติด
ความสำเร็จในคืนดังกล่าวไม่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่ง ฝ่ายปกครองและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต่างมีบทบาทสำคัญในการลงพื้นที่ การทำงานแบบบูรณาการนี้ช่วยยกระดับการป้องกันปัญหายาเสพติดในอำเภอพานได้อย่างเป็นรูปธรรม
ชาวบ้านในตำบลสันติสุขต่างรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเห็นการทำงานที่จริงจังและใกล้ชิดประชาชน การตั้งด่านแบบเครือข่ายใยแมงมุมจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมในพื้นที่ ทุกฝ่ายหวังว่าความร่วมมือนี้จะทำให้จังหวัดเชียงรายน่าอยู่และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติการครั้งสำคัญเพื่อรักษาความปลอดภัยในจังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5">ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ พวกเขาได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อตั้งจุดตรวจความปลอดภัย ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นบริเวณหน้าตลาดล้านเมือง ตำบลสันทราย โดยมีเป้าหมายหลักในการป้องกันเหตุร้ายและดูแลประชาชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ใช้แผนปฏิบัติการที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่เน้นความแม่นยำและการใช้ข้อมูลจริง เจ้าหน้าที่จะนำสถิติและสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาวิเคราะห์ เพื่อหาจุดที่ควรตั้งด่านตรวจให้เกิดประโยชน์สูงสุด วิธีนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่การสุ่มตรวจทั่วไป แต่เป็นการวางกำลังเพื่อป้องกันและสกัดกั้นคนทำผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญ
- ยกระดับความปลอดภัย: ตำรวจภาค 5 สนธิกำลังตั้งด่าน “ใยแมงมุม” ทั่วเชียงรายเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
- จับกุมผู้กระทำผิด: ด่านแม่คำ อำเภอแม่จัน สามารถรวบตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดได้ 1 รายอย่างรวดเร็ว
- ใช้ข้อมูลทำงาน: แผนใยแมงมุมใช้การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เพื่อจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่อย่างแม่นยำและตรงจุด
ผลงานด่านแม่คำ สกัดจับเครือข่ายยาเสพติด
ในคืนเดียวกันนั้น แผนเครือข่ายใยแมงมุมก็แสดงผลงานอย่างชัดเจนในอีกพื้นที่หนึ่งของจังหวัด พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่จัน ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมกันตั้งด่านตรวจสกัด พวกเขาประจำการอยู่ที่บริเวณด่านตรวจแม่คำ อำเภอแม่จัน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจร การทำงานเป็นไปอย่างเข้มงวดและรัดกุมตามนโยบายระดับจังหวัดที่วางเอาไว้
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างขะมักเขม้น พวกเขาได้เรียกตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยตามหลักการทำงาน ผลจากการตรวจค้นอย่างละเอียด ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมชายผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดได้จำนวนหนึ่ง การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การตั้งด่านแบบมีข้อมูลรองรับนั้น สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดของสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างแท้จริง โดยสามารถติดตาม ข่าวสารตำรวจภูธรภาค 5 เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางทางการ
อำเภอแม่จันถือเป็นพื้นที่สำคัญที่มีการสัญจรไปมาอย่างหนาแน่น และเชื่อมต่อกับหลายอำเภอ การตั้งจุดตรวจที่ด่านแม่คำจึงเป็นการตัดวงจรการขนส่งสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างดีเยี่ยม เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้กระทำผิดเล็ดลอดไปได้ การสกัดจับครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ยาเสพติดจะกระจายเข้าสู่ชุมชนตอนใน
บูรณาการกำลัง สร้างความอุ่นใจให้ชุมชน
การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและฝ่ายปกครอง ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการนี้ราบรื่นและประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างรู้หน้าที่และเป้าหมายของตนเองอย่างชัดเจน การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบและเชื่อมโยงข้อมูลกันเหมือนใยแมงมุม ทำให้ผู้กระทำผิดหลบหนีได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา
เป้าหมายสูงสุดของปฏิบัติการทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมผู้ทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่คือการดูแลความสงบเรียบร้อยให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดล้านเมือง หรือชาวบ้านที่เดินทางไปมาในยามวิกาล ต่างรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น พวกเขามีความมั่นใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ในอนาคต คาดว่าทางเจ้าหน้าที่จะยังคงใช้แผนเครือข่ายใยแมงมุมนี้ต่อไป พร้อมทั้งปรับปรุงข้อมูลให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้การทำงานของตำรวจมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ประชาชนเองก็สามารถเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
การเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงราย ด้วยการทำงานที่โปร่งใส ใช้ข้อมูลจริง และร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทำให้ความหวังที่จะเห็นชุมชนปลอดภัยจากเหตุร้ายต่างๆ เข้าใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม">เชียงราย – เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน ได้นำกำลังตั้งจุดตรวจยาเสพติดที่บริเวณด่านตรวจปูแกง ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย การปฏิบัติงานครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายบนถนนพหลโยธิน
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้มีรถบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา รถคันนี้เดินทางมาจากอำเภอเมืองเชียงรายและกำลังมุ่งหน้าไปยังจังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่พบว่ารถมีลักษณะน่าสงสัยจึงได้เรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด โดยพบผู้ขับขี่คือ นายวรวุฒิ อายุ 32 ปี และมีแฟนสาวคือ น.ส.ปภัสรา อายุ 33 ปี นั่งโดยสารมาด้วย ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย
ประเด็นสำคัญ
-
ตำรวจด่านปูแกงจับกุมหนุ่มสาวชาวหนองคาย ลักลอบขนยาไอซ์จำนวน 350 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระบะดัดแปลง
-
ผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับจ้างขนยาจากชายแดนแม่สาย ไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ แลกกับค่าตอบแทน 300,000 บาท
-
เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสืบสวนขยายผล เพื่อกวาดล้างผู้ว่าจ้างและเครือข่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ในตอนแรก การตรวจสอบภายนอกรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมท่าทางที่มีพิรุธ จึงได้ทำการตรวจค้นรถอย่างละเอียดอีกครั้ง จนกระทั่งพบว่าบริเวณพื้นกระบะด้านหลังถูกดัดแปลงอย่างแนบเนียนให้เป็นช่องลับใต้ท้องรถ ช่องลับนี้ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการขันนอตจึงจะสามารถเปิดออกได้
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดช่องลับ พวกเขาพบซองชาเขียวบรรจุสุญญากาศ 350 ซองเรียงกันอย่างแน่นหนาอยู่ภายใน การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแต่ละซองบรรจุยาเมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) ประมาณ 1 กิโลกรัม รวมทั้งหมด 350 กิโลกรัม ผู้ต้องสงสัยทั้งสองถูกจับกุมในทันที
สารภาพรับจ้างขนส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ให้การรับสารภาพว่า พวกตนไปรับยาเสพติดจำนวนนี้มาจากพื้นที่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ทางฝั่งอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป้าหมายคือการลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดไปส่งให้ผู้รับในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ต้องหาเปิดเผยว่าได้รับค่าจ้างในการขนส่งครั้งนี้เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท
หลังจากทำการจับกุมและสอบสวนเบื้องต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งมอบให้กับชุดสืบสวน สภ.พาน นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับชุดขยายผลยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทางตำรวจจะเร่งสืบสวนเพื่อขยายผลไปถึงตัวผู้ว่าจ้างและทลายเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดนี้ให้สิ้นซาก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoเชียงรายอัปเกรดระบบเตือนภัยน้ำท่วม-ดินถล่ม รับมือภัยพิบัติ
-
ข่าว - News4 days agoสลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

