เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวบ้านภาคเหนือของไทยเรียกร้องให้เร่งดำเนินการควบคุมฝุ่นละออง PM2.5 และหมอกควัน
เชียงใหม่ – ชาวบ้านผู้ชนะคดีต่อศาลปกครอง กรณีหน่วยงานรัฐถูกมองว่าละเลยการจัดการฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมตัวแทนเครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือ เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ขอให้เร่งเดินหน้าตามคำพิพากษาให้ครบถ้วน โดยเฉพาะแผนปฏิบัติการและงบประมาณที่ต้องใช้จริง
กลุ่มผู้ยื่นหนังสือระบุว่า แม้รัฐได้ประกาศ “เขตควบคุมมลพิษ” ครอบคลุม 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอนแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดแผนภาคปฏิบัติที่ชัดเจน ทำให้การแก้ปัญหาฝุ่นควันในช่วงวิกฤติยังเดินแบบเดิมๆ และประชาชนจำนวนมากก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีการประกาศเขตควบคุมมลพิษเกิดขึ้น
ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ทวงแผนและงบ ก่อนเข้าช่วงวิกฤติฝุ่นควันปี 2569
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569 นายภูมิ วชรเจริญผลิตผล ชาวอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เดินทางมาพร้อมนายวิทยา ครองทรัพย์ และนายบัณรส บัวคลี่ ผู้ประสานงานเครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัดการทำงานตามคำพิพากษา
หนังสือดังกล่าวย้ำว่า ภาคเหนือกำลังเข้าสู่ช่วงที่สถานการณ์ฝุ่นควันมักรุนแรง (กุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม) แต่แผนการทำงานที่เป็นรูปธรรมยังไม่ชัดเจน ทั้งในแง่มาตรการ รายละเอียดการทำงาน และงบประมาณรองรับ โดยมีนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รับหนังสือเพื่อนำเสนอไปตามขั้นตอน
ชนะคดีตั้งแต่ปี 2568 แต่ยังไม่เห็นแผนลงมือทำ
นายภูมิระบุว่า ได้ยื่นฟ้องตั้งแต่ปี 2564 และในปี 2568 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้รัฐบาลประกาศเขตควบคุมมลพิษใน 4 จังหวัดดังกล่าว ในช่วงกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่มักเกิดค่าฝุ่นสูง
แต่หลังประกาศแล้ว กลับยังไม่เห็นแผนปฏิบัติและงบที่ชัดเจน เคยสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้รับคำตอบที่ตรงประเด็น อีกทั้งประชาชนจำนวนมากรับรู้เพียง “ห้ามเผา” ซึ่งเป็นมาตรการที่ทำซ้ำมาหลายปี และผลลัพธ์ก็ยังไม่พอจะหยุดวิกฤติ PM2.5 ได้
เตือนหากค่าฝุ่นเกินมาตรฐานเกิน 7 วัน เตรียมเดินหน้าฟ้อง ม.157
นายภูมิย้ำว่า การมายื่นหนังสือครั้งนี้ต้องการให้หน่วยงานเดินตามคำพิพากษาโดยเร็ว โดยเฉพาะแผนที่ชัดเจน เพราะตอนนี้เข้าใกล้ช่วงปัญหาแล้ว และตามประกาศได้ให้อำนาจจังหวัดจัดทำแผนและดำเนินการ
เขาระบุด้วยว่า ยังให้โอกาสและจะติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าค่าฝุ่น PM2.5 หรือมลพิษอากาศของจังหวัดเชียงใหม่สูงเกินมาตรฐานติดต่อกันเกิน 7 วัน จะยื่นฟ้องตามมาตรา 157 กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่รับหนังสือ ชี้จังหวัดทำแผน 5 ปีแล้ว อยู่ระหว่างรอส่วนกลางพิจารณา
ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ระบุว่า ได้รับหนังสือไว้แล้วและจะนำเสนอตามลำดับชั้น พร้อมกล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษ และส่งให้ส่วนกลางพิจารณาแล้ว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ระหว่างรอผล จังหวัดยังเดินหน้าทำงานเต็มที่ในทุกด้าน เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยตั้งเป้าลดจุดเผาไหม้และจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานลงให้ได้ 20%
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝุ่น PM2.5 ล่วงหน้า 7 วัน
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายฉลองครบรอบ 764 ปี เมืองก่อตั้ง
เชียงราย – วันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 (2026) เมืองเชียงรายจัดงานครบรอบ 764 ปีของการก่อตั้งตลอดทั้งวัน มีทั้งพิธีการและการแสดงวัฒนธรรม เพื่อรำลึกถึง พ่อขุนเม็งรายมหาราช ผู้สร้างเมืองเชียงราย และเป็นบุคคลสำคัญของประวัติศาสตร์ล้านนา
ช่วงเช้าเริ่มด้วยบรรยากาศสงบที่ วัดดอยงำเมือง โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชิป ปงชัย พร้อมรองผู้ว่าฯ และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกันถวายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และโบราณสถานในพื้นที่
ในพิธียังมีการ ห่มผ้าพระธาตุที่เกี่ยวข้องกับพ่อขุนเม็งราย ซึ่งเป็นจุดยึดเหนี่ยวทางใจของชาวเชียงรายมาอย่างยาวนาน
ต่อมาที่ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช (ห้าแยกพ่อขุน) ข้าราชการและประชาชนร่วมทำพิธีสักการะ พร้อมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลของเมือง
ไฮไลต์ของงาน: ฟ้อนเมืองถวายสักการะพญาเม็งราย
ช่วงที่คนรอชมมากที่สุดคือการแสดง “ฟ้อนเมืองไหว้สาปูชาพญามังราย” การฟ้อนพื้นเมืองที่จัดขึ้นเพื่อถวายความเคารพผู้ก่อตั้งเมือง มีผู้ร่วมแสดงมากกว่า 1,000 คน ทั้งข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และชาวเชียงราย
ผู้แสดงสวม ชุดพื้นเมืองล้านนา ฟ้อนอย่างพร้อมเพรียงและอ่อนช้อย สื่อถึงความรัก ความกตัญญู และความภูมิใจในรากเหง้าของบ้านเกิด
กิจกรรมตลอดวันยังมีอีกหลายช่วง เช่น
- 15:30 น. ขบวนแห่เฉลิมฉลองครบรอบ 764 ปี ออกเดินจาก โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม มุ่งหน้าไปยัง กองบิน 416 (พื้นที่สนามบินเก่า)
- 19:00 น. พิธีเปิดงาน รำลึกพ่อขุนเม็งรายมหาราช และงาน กาชาดเชียงราย 2569
งานครบรอบครั้งนี้ช่วยย้ำบทบาทของพ่อขุนเม็งรายในการรวมผู้คนในล้านนากว่า 700 ปีก่อน และยังเป็นแรงส่งให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าประเพณีท้องถิ่นของเชียงราย
พ่อขุนเม็งรายมหาราช กับเมืองเชียงราย
พ่อขุนเม็งรายมหาราชเป็นบุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์เชียงราย ทรงประสูติในปี 1238 และเป็นกษัตริย์ที่มีวิสัยทัศน์ด้านการปกครอง
ทรงสร้างเมืองเชียงรายในปี 1262 และต่อมาวางรากฐานอาณาจักรล้านนาให้เติบโตครอบคลุมพื้นที่กว้างในภาคเหนือของไทย หลายคนจดจำพระองค์ไม่ใช่แค่ในฐานะนักรบ แต่ยังเป็น “พ่อขุน” ที่ทำให้ชุมชนอยู่ร่วมกันได้ และช่วยหล่อหลอมวัฒนธรรมที่สืบต่อมาถึงปัจจุบัน
มรดกด้านการปกครองและการรวมบ้านเมือง
ก่อนยุคพ่อขุนเม็งราย พื้นที่ภาคเหนือยังแบ่งเป็นกลุ่มเมืองเล็กหลายแห่ง พระองค์ใช้ทั้งการเจรจาและกำลัง เพื่อรวบรวมให้เป็นปึกแผ่นเป็นหนึ่งเดียว มีเรื่องเล่าถึงความสัมพันธ์ไมตรีกับกษัตริย์สุโขทัยและพะเยา ซึ่งช่วยให้บ้านเมืองสงบ และเอื้อต่อการค้าขายและการดำรงชีวิต
แม้ภายหลังจะย้ายศูนย์กลางไปเชียงใหม่ แต่คนเชียงรายยังยกย่องพระองค์ว่าเป็นผู้ก่อตั้งเมือง และเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนเมืองเชียงรายเสมอ
การรำลึกในทุกปี
เชียงรายมีงานประจำปีที่หลายคนรู้จักในชื่อ Wai Sa Phaya Mengrai Festival หรือเทศกาลพ่อขุนเม็งราย โดยมักจัดช่วง 26 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์
- พิธีสักการะ เริ่มที่อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายใจกลางเมือง ผู้คนมาวางดอกไม้ ธูป เทียน และทำพิธีไหว้สาเพื่อแสดงความเคารพ
- ขบวนแห่ในเมือง มีทั้งชุดล้านนา การฟ้อนรำ และการนำเสนอเรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่
- ของกิน ดนตรี และงานฝีมือท้องถิ่น บรรยากาศงานคึกคักด้วยร้านอาหารพื้นเมือง ดนตรีล้านนา การแสดงบนเวที รวมถึงการประกวดสินค้าเกษตรและงานหัตถกรรม
ทุกวันนี้ อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย ยังเป็นจุดที่คนเชียงรายแวะมากราบไหว้ ขอพรเรื่องงาน เดินทาง และความปลอดภัย เป็นภาพสะท้อนว่าความผูกพันกับผู้ก่อตั้งเมืองยังอยู่ใกล้ตัวเสมอ
เชียงราย - Chiang Rai News
หมู่บ้านต่างๆ ในภูมิภาคทาลยัคของเมียนมาร์กำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวกลุ่มลักพาตัวชาวจีน
เชียงราย – ชาวบ้านในอำเภอท่าขี้เหล็ก รัฐฉานตะวันออก ประเทศเมียนมาร์ ติดกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย ต่างวิตกกังวลอีกครั้งหลังจากมีรายงานการกลับมาแพร่ระบาดของการลักพาตัวเรียกค่าไถ่
มีผู้สูญหายไปแล้วสองคนภายในหนึ่งสัปดาห์ และเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดตามตัวพบได้ มีข้อสงสัยว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางออนไลน์หรือแก๊งฉ้อโกง
รายงานจาก ข่าวพม่า ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ม.ค. 2569 เกิดเหตุลักพาตัวในเขตตัวเมืองท่าขี้เหล็กหลายครั้ง รายล่าสุดเป็นหญิงอายุราว 40 ปี ถูกอุ้มตัวบริเวณใกล้ร้านชเว เดอะโฮมบิวดิ้งสันทราย ช่วงเช้าวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ตอนนี้ทางการเมียนมายังอยู่ระหว่างสอบสวน และยังไม่พบตัวผู้ถูกลักพาตัว
อีกเหตุเกิดก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ช่วงเที่ยงวัน มีรายงานว่าชายชาวบ้านสันทรายถูกชาย 4 คนพาตัวออกไปจากบ้าน
ท่าขี้เหล็กเคยเผชิญเหตุลักพาตัวหลายครั้งในปี 2566 รูปแบบมีทั้งอุ้มเงียบๆ และบางครั้งใช้อาวุธบุกตามร้านค้าเพื่อชิงตัวเป้าหมาย บางเคสเข้าไปถึงในบ้าน หรือปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนถนนย่านตลาดอาข่าแล้วพาคนหายไปหลายราย ช่วงนั้นมีผู้เสียหายบางส่วนได้กลับบ้านหลังมีการจ่ายเงินให้ขบวนการ แต่ก็มีหลายรายที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต โดยคดีส่วนใหญ่ถูกเชื่อมโยงกับกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ทำงานเป็นระบบ
ชาวท่าขี้เหล็กรายหนึ่งเล่าว่า ได้ยินข่าวคนร้ายสวมหน้ากากจอดรถแล้วอุ้มคนไป ทำให้ตำรวจต้องปิดกั้นพื้นที่เพื่อค้นหา พร้อมระบุว่าเมื่อมีแก๊งคนจีนเข้ามาในเมือง ก็มักได้ยินข่าวการลักพาตัวลักษณะนี้ และเชื่อว่ากลุ่มเหล่านี้อาจกลับมาเคลื่อนไหวในท่าขี้เหล็กอีกครั้ง
รายงานยังกล่าวถึงปัญหาแก๊งสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ที่ลากยาวมาหลายปี ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2568 รัฐบาลไทยงดส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง กระแสไฟฟ้า และอินเตอร์เน็ตไปยังประเทศเมียนมา 5 จุด ซึ่งรวมถึงพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็กด้วย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ญาติช็อก จัดงานศพไปแล้ว หนุ่มเชียงรายวัย 48 กลับมาปรากฏตัวต่อหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News
ญาติช็อก จัดงานศพไปแล้ว หนุ่มเชียงรายวัย 48 กลับมาปรากฏตัวต่อหน้า
เชียงราย – ญาติพากันตกใจ หลังเพิ่งจัดพิธีศพให้ชายชาวเชียงรายวัย 48 ปี แต่เจ้าตัวกลับมาถึงบ้านแบบมีชีวิต ทำให้ต้องประสานกู้ภัยช่วยขุดหลุม เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตตัวจริงส่งคืนญาติ
วันที่ 25 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ หน่วยกู้ภัยทัพยั้งแม่จันได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือให้เข้าดำเนินการขุดศพในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตส่งมอบให้ญาติ หลังเกิดความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนยืนยันตัวผู้เสียชีวิต
เหตุเริ่มจากครอบครัวของนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี เข้าใจว่าเขาเสียชีวิตที่ จ.เชียงใหม่ จึงนำศพมาจัดพิธีทางศาสนาเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา ก่อนนำไปฝังไว้ตามประเพณี
ต่อมานายเอเดินทางกลับมาบ้าน และปรากฏตัวต่อหน้าญาติพี่น้อง ทำให้ทุกคนช็อกและสับสน เพราะเพิ่งจัดงานศพให้ไปไม่นาน แต่กลับเห็นเจ้าตัวมายืนอยู่ตรงหน้า
เมื่อญาติตั้งสติและสอบถามรายละเอียดจนเริ่มเห็นภาพว่าเกิดการเข้าใจผิด จึงประสานหน่วยกู้ภัยทัพยั้งแม่จันให้ช่วยขุดศพที่ฝังไว้ เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตตัวจริงส่งคืนให้ญาติที่ อ.แม่สรวย เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาให้ถูกต้องตามความเชื่อต่อไป
เบื้องต้นอยู่ระหว่างตรวจสอบขั้นตอนการยืนยันตัวบุคคลของผู้เสียชีวิต ว่าผิดพลาดตรงจุดใด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
“ธรรมนาถ” กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในเชียงราย โดยให้คำมั่นว่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย
-
ฟุตบอล6 days ago
บาร์เซโลนาเอาชนะ สลาเวีย ปราก 4-2 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก คลาสสิก
-
ข่าวธุรกิจ6 days ago
การปฏิรูปการนำเงินตราต่างประเทศกลับประเทศของไทยก่อให้เกิดการถกเถียง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจทางหลวงจับคู่รักลอบขนไอซ์กว่า 100 กก
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เทศกาลบอลลูนนานาชาติสิงห์ปาร์คฉลองครบรอบ 10 ปี







