เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายใช้ปืนประจำตัวฆ่าตัวตาย
เชียงราย – ตำรวจชั้นประทวน สังกัด สภ.เชียงแสน ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองภายในบ้านญาติ ภรรยาเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับร้องไห้หนัก บอกกับคนใกล้ชิดว่าเขากำลังเจอแรงกดดันเรื่องส่วนตัว ขณะเดียวกัน ผู้กำกับ…
เชียงราย – ตำรวจชั้นประทวน สังกัด สภ.เชียงแสน ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองภายในบ้านญาติ ภรรยาเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับร้องไห้หนัก บอกกับคนใกล้ชิดว่าเขากำลังเจอแรงกดดันเรื่องส่วนตัว ขณะเดียวกัน ผู้กำกับ สภ.แม่สายลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการสอบสวน
ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ตำรวจ สภ.แม่สายได้รับแจ้งเหตุว่าตำรวจชั้นประทวนจาก เชียงแสน">สภ.เชียงแสน ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตัวเองเสียชีวิต บนเตียงภายในบ้านคุณย่า ที่บ้านปงเหนือ หมู่ 8 ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย เชียงราย">จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จึงรีบไปตรวจสอบ
บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว จุดพบศพอยู่ในห้องนอนของคุณย่า พบร่าง ด.ต.สุชากรี ศรีแก้ว สังกัด สภ.เชียงแสน นอนหงายอยู่บนเตียง สวมเสื้อเครื่องแบบสีกากีแขนยาว และกางเกงสีดำ ใกล้มือขวาพบปืนพกขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกาย บาดแผลกระสุนปืนเข้าบริเวณขมับขวา และทะลุออกที่ขมับซ้าย
นางสายปาน มูลตาศรี ผู้เป็นมารดา ให้ข้อมูลทั้งน้ำตาว่า ลูกชายเป็นตำรวจรุ่นลำปาง 07 รับราชการได้ราว 3 ถึง 4 ปี เป็นคนอัธยาศัยดี เพื่อนร่วมงานและคนในบ้านรักใคร่ ก่อนเกิดเหตุไม่เห็นสัญญาณว่าจะคิดสั้น แต่ช่วงหลังอาจมีปากเสียงเล็กน้อยกับแฟนสาว เขาอาศัยอยู่กับแฟนที่แม่เปิน แต่บางครั้งจะไปหามารดาที่ห้วยไคร้ และแวะมาพักที่บ้านของคุณย่า นางจันทร์ ศรีแก้ว เป็นครั้งคราว
ตำรวจเชียงรายใช้ปืนประจำตัวฆ่าตัวตาย" width="1280" height="720" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/01/Dtbezn3nNUxytg04ay0C1i0hFGGBk007enBTrqqji2vrgh.webp 1280w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/01/Dtbezn3nNUxytg04ay0C1i0hFGGBk007enBTrqqji2vrgh-300x169.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/01/Dtbezn3nNUxytg04ay0C1i0hFGGBk007enBTrqqji2vrgh-1024x576.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/01/Dtbezn3nNUxytg04ay0C1i0hFGGBk007enBTrqqji2vrgh-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />
มารดาเล่าว่า ด.ต.สุชากรีเป็นคนรักครอบครัว ชอบดูแลแม่และญาติ ๆ จนใคร ๆ ก็เอ็นดู ก่อนเกิดเหตุเขาไปหาที่บ้านห้วยไคร้ และกอดแม่แน่นนานผิดปกติ ระหว่างช่วยรดน้ำผัก แม่สังเกตว่าเขาดูไม่ค่อยสบายใจ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา
ด้านคุณย่าให้การว่า หลานชายมาถึงบ้านในวันเกิดเหตุและกอดกันอย่างอบอุ่น สีหน้าและท่าทีดูปกติ ยังพูดคุยหยอกล้อเหมือนเดิม หลังจากนั้นคุณย่าออกไปทำธุระแถวบ้าน ส่วนหลานชายเดินเข้าไปในห้องนอน
เมื่อกลับมา คุณย่าเรียกชื่อหลายครั้ง คิดว่าอาจอยู่ในห้องน้ำหรือกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอน พอเปิดประตูเข้าไปก็พบหลานนอนหงายอยู่บนเตียง เรียกเท่าไรก็ไม่ตอบ เห็นใบหน้าซีดจึงรีบพยายามปฐมพยาบาล ก่อนสังเกตเห็นอาวุธปืนวางอยู่ข้างตัว จึงรีบร้องเรียกคนช่วยและแจ้งเจ้าหน้าที่
สุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายในไทย
เรื่องสุขภาพจิตในไทยยังเป็นปัญหาที่หลายคนมองไม่เห็นจากภายนอก ข้อมูลของกรมสุขภาพจิตสะท้อนภาพที่น่ากังวล ปี 2567 มีคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมากกว่า 1.3 ล้านคนอยู่กับภาวะซึมเศร้า ขณะที่การสำรวจและคัดกรองช่วงปี 2563 ถึง 2568 พบว่าประมาณ 9% เข้าข่ายเสี่ยงซึมเศร้า 5% เสี่ยงฆ่าตัวตาย และราว 8% มีความเครียดสูง ในกลุ่มที่ได้รับการคัดกรองจำนวนมาก เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเป็นกลุ่มที่เปราะบางกว่า เห็นสัดส่วนความเครียด อาการซึมเศร้า และความคิดทำร้ายตัวเองสูงขึ้น
อัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเพิ่มราว 32% ในช่วงปี 2560 ถึง 2565 ปี 2567 มีผู้เสียชีวิต 5,217 ราย คิดเป็น 8.02 ต่อประชากรแสนคน เฉลี่ยวันละประมาณ 15 คน และยังมีความพยายามทำร้ายตัวเองราว 34,000 ครั้ง ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ชายประมาณ 80% และมักใช้วิธีที่รุนแรง ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อย ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจ ความขัดแย้งในครอบครัว เรื่องความสัมพันธ์ การถูกคุกคามบนโซเชียลมีเดีย และผลกระทบหลังโควิด ปัญหายังซ้ำด้วยตราบาปทางสังคม การเข้าถึงการรักษาที่ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดที่แพทย์เฉพาะทางมีจำกัด และทรัพยากรดูแลไม่พอ
ไทยเริ่มขับเคลื่อนงานป้องกันมากขึ้น ผ่านแผนปฏิบัติการป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติถึงปี 2573 ซึ่งสอดคล้องแนวทาง LIVE LIFE ขององค์การอนามัยโลก เน้นการเฝ้าระวัง ลดการเข้าถึงวิธีทำร้ายตัวเอง สร้างระบบดูแลในโรงเรียน และการรายงานข่าวอย่างรับผิดชอบ อีกด้านยังมีการทำงานเชิงรุก เช่น HOPE Taskforce ที่ทำงานร่วมกับตำรวจและผู้มีอิทธิพลออนไลน์เพื่อช่วยเหลือคนที่มีสัญญาณเสี่ยงบนโลกออนไลน์ รวมถึงแพลตฟอร์มอย่าง “Tor-Tuem-Jai” เพื่อช่วยคัดกรองและพาเข้าระบบดูแลให้เร็วขึ้น
แหล่งช่วยเหลือที่ติดต่อได้
- สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีและเป็นความลับ (กรมสุขภาพจิต)
- สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รับฟังและช่วยประสานการช่วยเหลือ
- Samaritans of Thailand ให้การรับฟังทั้งไทยและอังกฤษ โทร 02-713-6793 (ภาษาไทย เที่ยงถึง 22.00 น.) หรือฝากข้อความเพื่อให้ติดต่อกลับสำหรับภาษาอังกฤษ
- แอป Mental Health Check-In สำหรับประเมินตัวเองและรับการส่งต่อ
การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ คนใกล้ตัว ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานช่วยเหลือพร้อมรับฟัง การได้คุยกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงได้จริง และทำให้หลายคนกลับมายืนได้อีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ตำรวจไล่ล่าชายวัย 82 ปี ไปยังเชียงใหม่ หลังก่อเหตุชนแล้วหนี
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า
เชียงราย – เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน ได้ผนึกกำลังกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นระหว่างเวลา 22.00 ถึง 24.00 น. บริเวณหน้าตู้ยามตำบลสันติสุข อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย เพื่อตั้งจุดตรวจสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชนในชุมชน
การปฏิบัติงานนี้ดำเนินการตามแผนที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นำข้อมูลอาชญากรรมมาวิเคราะห์อย่างละเอียด ทีมงานนำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ ผู้กำกับการ สภ.พาน พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจและ น.ส.พิชญกานต์ ตาดทอง กำนันตำบลสันติสุข ทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดจุดตรวจที่เหมาะสมที่สุด การใช้ข้อมูลจริงมาวางแผนช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- กำลังเจ้าหน้าที่ร่วม 30 นาย ตั้งด่านเครือข่ายใยแมงมุมในตำบลสันติสุขเพื่อสกัดกั้นยาเสพติด
- ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอาชญากรรมเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตั้งจุดตรวจและป้องกันเหตุร้าย
- จับกุมชายวัย 33 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 10 เม็ด และตั้งข้อหาหนักเรื่องการเสพยาขณะขับขี่
ผลลัพธ์จากการตั้งจุดตรวจใยแมงมุม
จากการตรวจตราอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้หนึ่งราย ผู้ต้องหาเป็นชายชาวตำบลสันติสุข อายุ 33 ปี ซึ่งขับขี่ยานพาหนะผ่านเข้ามายังจุดตรวจ เมื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 10 เม็ดอยู่ในความครอบครอง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานทันที
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ข้อหาหลักคือการครอบครองยาเสพติดให้โทษและการเสพยาเสพติดในขณะขับขี่ยานพาหนะ ขณะนี้ผู้ต้องหาได้ถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว เหตุการณ์นี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สะท้อนการทำงานอย่างหนักของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อความสงบสุขของประชาชน
พลังของชุมชนในการต้านภัยยาเสพติด
ความสำเร็จในคืนดังกล่าวไม่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่ง ฝ่ายปกครองและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต่างมีบทบาทสำคัญในการลงพื้นที่ การทำงานแบบบูรณาการนี้ช่วยยกระดับการป้องกันปัญหายาเสพติดในอำเภอพานได้อย่างเป็นรูปธรรม
ชาวบ้านในตำบลสันติสุขต่างรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเห็นการทำงานที่จริงจังและใกล้ชิดประชาชน การตั้งด่านแบบเครือข่ายใยแมงมุมจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมในพื้นที่ ทุกฝ่ายหวังว่าความร่วมมือนี้จะทำให้จังหวัดเชียงรายน่าอยู่และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติการครั้งสำคัญเพื่อรักษาความปลอดภัยในจังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5">ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ พวกเขาได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อตั้งจุดตรวจความปลอดภัย ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นบริเวณหน้าตลาดล้านเมือง ตำบลสันทราย โดยมีเป้าหมายหลักในการป้องกันเหตุร้ายและดูแลประชาชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ใช้แผนปฏิบัติการที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่เน้นความแม่นยำและการใช้ข้อมูลจริง เจ้าหน้าที่จะนำสถิติและสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาวิเคราะห์ เพื่อหาจุดที่ควรตั้งด่านตรวจให้เกิดประโยชน์สูงสุด วิธีนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่การสุ่มตรวจทั่วไป แต่เป็นการวางกำลังเพื่อป้องกันและสกัดกั้นคนทำผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญ
- ยกระดับความปลอดภัย: ตำรวจภาค 5 สนธิกำลังตั้งด่าน “ใยแมงมุม” ทั่วเชียงรายเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
- จับกุมผู้กระทำผิด: ด่านแม่คำ อำเภอแม่จัน สามารถรวบตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดได้ 1 รายอย่างรวดเร็ว
- ใช้ข้อมูลทำงาน: แผนใยแมงมุมใช้การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เพื่อจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่อย่างแม่นยำและตรงจุด
ผลงานด่านแม่คำ สกัดจับเครือข่ายยาเสพติด
ในคืนเดียวกันนั้น แผนเครือข่ายใยแมงมุมก็แสดงผลงานอย่างชัดเจนในอีกพื้นที่หนึ่งของจังหวัด พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่จัน ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมกันตั้งด่านตรวจสกัด พวกเขาประจำการอยู่ที่บริเวณด่านตรวจแม่คำ อำเภอแม่จัน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจร การทำงานเป็นไปอย่างเข้มงวดและรัดกุมตามนโยบายระดับจังหวัดที่วางเอาไว้
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างขะมักเขม้น พวกเขาได้เรียกตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยตามหลักการทำงาน ผลจากการตรวจค้นอย่างละเอียด ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมชายผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดได้จำนวนหนึ่ง การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การตั้งด่านแบบมีข้อมูลรองรับนั้น สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดของสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างแท้จริง โดยสามารถติดตาม ข่าวสารตำรวจภูธรภาค 5 เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางทางการ
อำเภอแม่จันถือเป็นพื้นที่สำคัญที่มีการสัญจรไปมาอย่างหนาแน่น และเชื่อมต่อกับหลายอำเภอ การตั้งจุดตรวจที่ด่านแม่คำจึงเป็นการตัดวงจรการขนส่งสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างดีเยี่ยม เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้กระทำผิดเล็ดลอดไปได้ การสกัดจับครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ยาเสพติดจะกระจายเข้าสู่ชุมชนตอนใน
บูรณาการกำลัง สร้างความอุ่นใจให้ชุมชน
การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและฝ่ายปกครอง ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการนี้ราบรื่นและประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างรู้หน้าที่และเป้าหมายของตนเองอย่างชัดเจน การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบและเชื่อมโยงข้อมูลกันเหมือนใยแมงมุม ทำให้ผู้กระทำผิดหลบหนีได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา
เป้าหมายสูงสุดของปฏิบัติการทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมผู้ทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่คือการดูแลความสงบเรียบร้อยให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดล้านเมือง หรือชาวบ้านที่เดินทางไปมาในยามวิกาล ต่างรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น พวกเขามีความมั่นใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ในอนาคต คาดว่าทางเจ้าหน้าที่จะยังคงใช้แผนเครือข่ายใยแมงมุมนี้ต่อไป พร้อมทั้งปรับปรุงข้อมูลให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้การทำงานของตำรวจมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ประชาชนเองก็สามารถเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
การเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงราย ด้วยการทำงานที่โปร่งใส ใช้ข้อมูลจริง และร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทำให้ความหวังที่จะเห็นชุมชนปลอดภัยจากเหตุร้ายต่างๆ เข้าใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม">เชียงราย – เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน ได้นำกำลังตั้งจุดตรวจยาเสพติดที่บริเวณด่านตรวจปูแกง ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย การปฏิบัติงานครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายบนถนนพหลโยธิน
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้มีรถบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา รถคันนี้เดินทางมาจากอำเภอเมืองเชียงรายและกำลังมุ่งหน้าไปยังจังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่พบว่ารถมีลักษณะน่าสงสัยจึงได้เรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด โดยพบผู้ขับขี่คือ นายวรวุฒิ อายุ 32 ปี และมีแฟนสาวคือ น.ส.ปภัสรา อายุ 33 ปี นั่งโดยสารมาด้วย ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย
ประเด็นสำคัญ
-
ตำรวจด่านปูแกงจับกุมหนุ่มสาวชาวหนองคาย ลักลอบขนยาไอซ์จำนวน 350 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระบะดัดแปลง
-
ผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับจ้างขนยาจากชายแดนแม่สาย ไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ แลกกับค่าตอบแทน 300,000 บาท
-
เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสืบสวนขยายผล เพื่อกวาดล้างผู้ว่าจ้างและเครือข่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ในตอนแรก การตรวจสอบภายนอกรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมท่าทางที่มีพิรุธ จึงได้ทำการตรวจค้นรถอย่างละเอียดอีกครั้ง จนกระทั่งพบว่าบริเวณพื้นกระบะด้านหลังถูกดัดแปลงอย่างแนบเนียนให้เป็นช่องลับใต้ท้องรถ ช่องลับนี้ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการขันนอตจึงจะสามารถเปิดออกได้
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดช่องลับ พวกเขาพบซองชาเขียวบรรจุสุญญากาศ 350 ซองเรียงกันอย่างแน่นหนาอยู่ภายใน การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแต่ละซองบรรจุยาเมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) ประมาณ 1 กิโลกรัม รวมทั้งหมด 350 กิโลกรัม ผู้ต้องสงสัยทั้งสองถูกจับกุมในทันที
สารภาพรับจ้างขนส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ให้การรับสารภาพว่า พวกตนไปรับยาเสพติดจำนวนนี้มาจากพื้นที่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ทางฝั่งอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป้าหมายคือการลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดไปส่งให้ผู้รับในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ต้องหาเปิดเผยว่าได้รับค่าจ้างในการขนส่งครั้งนี้เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท
หลังจากทำการจับกุมและสอบสวนเบื้องต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งมอบให้กับชุดสืบสวน สภ.พาน นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับชุดขยายผลยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทางตำรวจจะเร่งสืบสวนเพื่อขยายผลไปถึงตัวผู้ว่าจ้างและทลายเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดนี้ให้สิ้นซาก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoเชียงรายอัปเกรดระบบเตือนภัยน้ำท่วม-ดินถล่ม รับมือภัยพิบัติ
-
ข่าว - News4 days agoสลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

