ข่าว - News
ญี่ปุ่นขึ้นค่าวีซ่าท่องเที่ยวเป็น 15,000 เยน เริ่ม 1 ก.ค. 2026
โตเกียว – ข่าวนี้ส่งผลกระทบต่อหลายคนที่วางแผนจะเดินทางไปญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าอย่างมีนัยสำคัญเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 50 ปี หากคุณจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายใหม่นี้อาจสูงกว่าที่คุณคาดไว้มาก และช่วงเวลาในการยื่นขอวีซ่าจะมีความสำคัญพอๆ กับงบประมาณการเดินทางของคุณ
ประเด็นสำคัญ:
- มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569
- ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าครั้งเดียวเพิ่มขึ้นจาก 3,000 เยน เป็น 15,000 เยน
- ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าหลายครั้งเพิ่มขึ้นจาก 6,000 เยน เป็น 30,000 เยน
- ผู้ที่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าควรตรวจสอบวันนัดหมายและประเภทวีซ่าที่ต้องการอย่างรวดเร็ว
ถ้าคุณอยู่ในสหรัฐแต่ถือพาสปอร์ตประเทศที่ต้องขอวีซ่า ข่าวนี้ควรอยู่ในลิสต์เรื่องด่วนก่อนจองทริป ส่วนต่างไม่กี่วัน อาจทำให้จ่ายต่างกันหลายหมื่นเยนได้ง่ายๆ
ค่าวีซ่าท่องเที่ยวญี่ปุ่นใหม่มีอะไรเปลี่ยนบ้าง
ภาพรวมเปลี่ยนชัดและแรงมาก ตาม รายงานของ The Japan Times ญี่ปุ่นจะขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ โดยใช้กับคำขอที่ยื่นตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป สำหรับสายท่องเที่ยว จุดที่ต้องดูมีอยู่สองแบบ คือ วีซ่าเข้าเมืองครั้งเดียว และวีซ่าแบบหลายครั้ง
ตารางนี้ช่วยให้เห็นความต่างได้ทันที
| ประเภทวีซ่า | ราคาเดิม | ราคาใหม่ | เริ่มใช้ |
|---|---|---|---|
| เข้าเมืองครั้งเดียว | 3,000 เยน | 15,000 เยน | 1 กรกฎาคม 2026 |
| หลายครั้ง | 6,000 เยน | 30,000 เยน | 1 กรกฎาคม 2026 |
สรุปง่ายๆ คือทั้งสองแบบขึ้น 5 เท่า เหมือนกัน ดังนั้นคนที่ยังใช้ตัวเลขเก่าวางงบเที่ยวอยู่ ควรรีบอัปเดตทันที
จาก 3,000 เยนเป็น 15,000 เยนสำหรับวีซ่าเข้าเมืองครั้งเดียว
คนที่ได้รับผลเต็มๆ คือผู้ยื่นวีซ่าท่องเที่ยวแบบเข้าเมืองครั้งเดียว ซึ่งเป็นแบบที่นักท่องเที่ยวใช้บ่อยที่สุด หากทริปของคุณเป็นการไปญี่ปุ่นครั้งเดียวแล้วกลับ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเพิ่มอีก 12,000 เยนต่อคน
ตัวเลขนี้อาจดูไม่มากเมื่อเทียบกับตั๋วเครื่องบิน แต่พอคูณเป็นครอบครัว ค่าใช้จ่ายจะขยับทันที เช่น 4 คนที่ต้องขอวีซ่าทุกคน จะจ่ายเพิ่มรวม 48,000 เยน เงินก้อนนี้อาจเท่ากับค่าที่พักหนึ่งคืนในโตเกียว หรือค่าเดินทางระหว่างเมืองได้เลย
อีกจุดที่สำคัญคือ วันยื่นคำขอ ไม่ใช่วันเดินทาง ถ้าคุณมีไฟลต์ในเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม แต่ยื่นวีซ่าก่อนวันมีผล คุณยังมีโอกาสจ่ายอัตราเดิมได้
วีซ่าแบบหลายครั้งก็ปรับขึ้นเป็น 30,000 เยน
วีซ่าแบบหลายครั้งเหมาะกับคนที่มีแผนเข้าญี่ปุ่นบ่อย เช่น เดินทางท่องเที่ยวหลายรอบในปีเดียว ไปเยี่ยมครอบครัว หรือมีทริปต่อเนื่องที่ต้องเข้าออกญี่ปุ่นมากกว่าหนึ่งครั้ง ค่าใหม่ที่ 30,000 เยนจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะสำหรับคนที่กำลังคุมงบทั้งปี
แม้ค่าธรรมเนียมจะสูงขึ้น แต่สำหรับบางคน วีซ่าหลายครั้งยังคุ้มกว่า เพราะไม่ต้องยื่นใหม่ทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความคุ้มจะเกิดก็ต่อเมื่อรูปแบบเดินทางของคุณตรงกับเงื่อนไขจริง ถ้ายื่นแบบหลายครั้งทั้งที่ใช้ครั้งเดียว สุดท้ายคุณอาจจ่ายเกินจำเป็นตั้งแต่ต้น
ทำไมญี่ปุ่นถึงขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยวตอนนี้
เหตุผลหลักมาจากเศรษฐกิจ ไม่ใช่การปิดประตูรับนักท่องเที่ยว ข้อมูลล่าสุดระบุไปในทางเดียวกันว่า ญี่ปุ่นมองว่าค่าธรรมเนียมเดิมต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับต้นทุนวันนี้ ทั้งเรื่องเงินเฟ้อ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และค่าเงินเยนที่เปลี่ยนไป ข่าวจาก NHK World ก็ย้ำประเด็นเดียวกันว่า การขึ้นราคานี้เกิดหลังจากใช้อัตราเดิมมานานมาก
เมื่อมองในมุมหน่วยงานรัฐ เหตุผลนี้เข้าใจได้ไม่ยาก งานวีซ่าไม่ได้มีแค่แปะสติกเกอร์ลงพาสปอร์ต แต่มีการตรวจเอกสาร ยืนยันข้อมูล และจัดการคำขอจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ค่าใช้จ่ายเดิมที่ค้างอยู่กับตัวเลขเก่า จึงไม่สอดคล้องกับภาระงานในปัจจุบัน
ค่าธรรมเนียมเดิมไม่เคยเปลี่ยนมาตั้งแต่ปี 1978
ปี 1978 ห่างจากวันนี้เกือบครึ่งศตวรรษแล้ว แค่จุดนี้ก็อธิบายได้มากพอว่าทำไมการขึ้นราคาครั้งนี้ถึงถูกจับตาเป็นพิเศษ ค่าใช้จ่ายแทบทุกอย่างในโลกเปลี่ยนไปหลายรอบ แต่ค่าธรรมเนียมวีซ่าของญี่ปุ่นยังคงเดิมมานานผิดปกติ
เพราะฉะนั้น การปรับครั้งนี้จึงไม่ใช่การขึ้นเล็กน้อย แต่เป็นการรีเซ็ตราคาให้ใกล้กับสภาพจริงมากขึ้น สำหรับผู้เดินทาง สิ่งสำคัญคืออย่ามองว่าเป็นข่าวไกลตัว ถ้าคุณยังต้องใช้วีซ่าท่องเที่ยว ตัวเลขใหม่มีผลกับงบทริปทันที
รัฐบาลมองว่าค่าใหม่ช่วยรับมือจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น
อีกด้านหนึ่ง ญี่ปุ่นกำลังรับผู้เดินทางต่างชาติจำนวนมากกว่าช่วงก่อนหน้า ภาระงานฝั่งวีซ่าจึงมากขึ้นตามไปด้วย ค่าธรรมเนียมที่เก็บเพิ่มอาจช่วยชดเชยต้นทุนงานรับคำขอและการจัดการผู้เดินทางได้ดีขึ้น
การขึ้นค่าวีซ่าครั้งนี้เป็นการปรับตามต้นทุน ไม่ใช่สัญญาณว่าญี่ปุ่นจะลดความสำคัญของการท่องเที่ยว
สำหรับคนที่กำลังลังเลว่าจะกระทบการเข้าประเทศยากขึ้นไหม คำตอบตอนนี้คือข่าวชี้ไปที่เรื่องราคาเป็นหลัก ไม่ได้ชี้ไปที่การเปลี่ยนนโยบายท่องเที่ยวแบบแข็งขึ้น
ถ้าจะไปญี่ปุ่น ควรวางแผนยังไงเพื่อไม่เสียเงินเกินจำเป็น
ส่วนต่าง 12,000 เยนต่อคนสำหรับวีซ่าครั้งเดียว และ 24,000 เยนสำหรับวีซ่าหลายครั้ง ทำให้การวางเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก หากเอกสารของคุณพร้อมแล้ว การยื่นก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 อาจช่วยประหยัดเงินได้ชัดเจน
แต่ความเร็วอย่างเดียวไม่พอ เพราะถ้ายื่นแบบรีบๆ แล้วเอกสารไม่ครบ คุณอาจต้องแก้ไขจนหลุดไปใช้อัตราใหม่แทน ดังนั้น ขั้นตอนที่ดีที่สุดคือเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อน แล้วค่อยจองคิวยื่น
ยื่นก่อน 1 กรกฎาคม 2026 ยังจ่ายอัตราเดิมได้
จุดที่คนพลาดบ่อยคือดูวันบิน แต่ลืมดูวันยื่นคำขอ ข่าวสรุปจาก สรุปอัตราใหม่และวันเริ่มใช้ ระบุชัดว่าอัตราใหม่ใช้กับคำขอที่ยื่นตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป
ถ้าคุณเดินทางหลังจากนั้น แต่ยื่นทันก่อนวันมีผล ก็ยังมีโอกาสจ่ายราคาเดิม อย่างไรก็ตาม แต่ละสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องอาจมีขั้นตอนนัดหมายและชำระเงินต่างกันเล็กน้อย จึงควรตรวจประกาศของจุดยื่นที่คุณใช้โดยตรงก่อนทุกครั้ง
เช็กเอกสารและประเภทวีซ่าให้ตรงกับแผนเดินทาง
อย่าคิดว่าเลือกวีซ่าแบบไหนก็ได้แล้วค่อยไปแก้ทีหลัง ถ้าแผนของคุณมีการออกจากญี่ปุ่นแล้วกลับเข้าอีกครั้ง วีซ่าเข้าเมืองครั้งเดียวอาจไม่พอ และถ้ายื่นผิดประเภท คุณอาจเสียทั้งเวลาและค่าธรรมเนียมซ้ำ
นอกจากนี้ ควรตรวจให้ครบว่าเอกสารการเงิน แผนเดินทาง รูปถ่าย และข้อมูลพาสปอร์ตตรงกันทั้งหมด โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐแต่ไม่ได้ถือพาสปอร์ตสหรัฐ ควรดูเงื่อนไขตามสัญชาติของตัวเอง ไม่ใช่ดูตามประเทศที่พำนักอย่างเดียว
สรุปสุดท้าย
ค่าวีซ่าท่องเที่ยวญี่ปุ่นกำลังขึ้นแรง เริ่มใช้กับคำขอที่ยื่นตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 วีซ่าเข้าเมืองครั้งเดียวจะเป็น 15,000 เยน และวีซ่าหลายครั้งจะเป็น 30,000 เยน ซึ่งเป็นการปรับครั้งใหญ่ครั้งแรกนับจากปี 1978
คนที่ได้รับผลคือผู้เดินทางที่ยังต้องขอ วีซ่าท่องเที่ยว ก่อนเข้าญี่ปุ่น ดังนั้นสิ่งที่ควรทำตอนนี้คือเช็กประเภทวีซ่า วันนัดยื่น และความพร้อมของเอกสารให้เร็วที่สุด เพราะตั๋วเครื่องบินอาจเลื่อนแผนได้ แต่วันที่ยื่นวีซ่ามักเปลี่ยนราคาไม่ได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รัฐมนตรีต่างประเทศชี้แจงว่า สหรัฐฯ ได้ระงับการดำเนินการขอวีซ่าผู้อพยพเป็นการชั่วคราว
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่จับกุมชาวอังกฤษที่ต้องการตัวในข้อหาลักทรัพย์และอยู่เกินกำหนดวีซ่า
ข่าว - News
นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร
เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นในสถานศึกษาชื่อดังของจังหวัดลำปาง เมื่อนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถูกเพื่อนร่วมชั้นทำร้ายร่างกาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในห้องเรียนเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้บาดเจ็บเป็นเด็กชายที่ทำหน้าที่จดชื่อเพื่อนส่งครู ทำให้เพื่อนอีกคนเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง
ชนวนเหตุเริ่มจากการที่เด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุส่งเสียงดังและไม่สนใจทำงานกลุ่มในเวลาเรียน เมื่อถูกจดชื่อรายงานครูจึงเกิดบันดาลโทสะ คว้ากรรไกรในห้องเรียนแทงเพื่อนร่วมชั้นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บาดแผลฉกรรจ์ส่งผลให้ผู้เสียหายต้องเย็บแผลถึง 16 เข็ม ทางครอบครัวผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีทันทีที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง
ประเด็นสำคัญ
- สาเหตุความรุนแรง: เหตุการณ์เกิดจากความขัดแย้งเรื่องการจดชื่อนักเรียนที่ส่งเสียงดังในห้องเรียน ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจและใช้กรรไกรทำร้ายเพื่อนจนต้องเย็บถึง 16 เข็ม
- การเจรจาเยียวยา: ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญลำปางนำคณะผู้บริหารเข้าเยี่ยมและขอโทษผู้ปกครองอย่างเป็นทางการ โดยครอบครัวผู้เสียหายพอใจและเตรียมถอนแจ้งความ
- การปรับปรุงมาตรการ: โรงเรียนเตรียมยกเลิกระบบการให้เด็กจดชื่อเพื่อนบนกระดาน เพื่อลดความขัดแย้งในวัยเดียวกัน และส่งตัวผู้ก่อเหตุเข้ารับการประเมินจิตใจ
2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg" alt="นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร" width="1920" height="1080" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?w=1920&ssl=1 1920w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=300%2C169&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=1024%2C576&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=768%2C432&ssl=1 768w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=1536%2C864&ssl=1 1536w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?w=1480&ssl=1 1480w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ความคืบหน้าล่าสุดในเย็นวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ภราดา ดร.วิทยา เทพกอม ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ได้นำคณะครูและสมาคมผู้ปกครองเข้าพบครอบครัวผู้เสียหาย ทางผู้บริหารได้มอบกระเช้าขอโทษและร่วมพูดคุยแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ
มารดาของเด็กชายที่บาดเจ็บเปิดเผยว่า ตนต้องการให้เหตุการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาของโรงเรียน การลงโทษและดูแลเด็กต้องทำอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เด็กพัฒนาพฤติกรรมที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังขอให้โรงเรียนประสานผู้ปกครองฝ่ายผู้ก่อเหตุ พาลูกไปตรวจสภาพจิตใจด้วย
โรงเรียนเตรียมปรับกฎห้องเรียน ลดขัดแย้งในกลุ่มนักเรียน
หลังจากการพูดคุยอย่างยาวนาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเข้าใจอันดีและได้ข้อสรุปที่พอใจทั้งสองฝ่าย ครอบครัวผู้เสียหายระบุว่าเห็นความตั้งใจจริงของโรงเรียนในการแก้ปัญหา จึงเตรียมเดินทางไปถอนแจ้งความที่สถานีตำรวจ
ด้านผู้บริหารโรงเรียนระบุว่า ผู้ปกครองของเด็กผู้ก่อเหตุยอมรับผิดและพร้อมให้ความร่วมมือในการเยียวยาทุกขั้นตอน โรงเรียนจะนำเด็กเข้าสู่กระบวนการดูแลตามระเบียบของสถานศึกษาอย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้ ทางโรงเรียนรับปากจะทบทวนวิธีดูแลนักเรียนในห้องเรียนร่วมกับครูประจำชั้น โดยจะปรับเปลี่ยนระบบการให้เด็กจดชื่อเพื่อนที่คุยกันบนกระดาน เนื่องจากวิธีนี้อาจสร้างแรงกดดันและความขัดแย้งในกลุ่มเด็กวัยเดียวกันโดยไม่จำเป็น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ครูชื่อดังถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายนักเรียนอย่างโหดร้าย
เหตุไฟฟ้ารั่วที่ค่ายพักแรมของโรงเรียน ส่งผลให้นักเรียนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย
ข่าว - News
สุดเศร้า! ครอบครัวรับร่าง ส.ต.ต.หญิง เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดเชียงราย
แม่น้ำโขงในจังหวัดเหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย">เชียงราย – บดบังไปด้วยคราบน้ำตาและความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อครอบครัวและเพื่อนพ้องตำรวจเดินทางมาร่วมส่งดวงวิญญาณของข้าหลวงตัวน้อยอย่างสมเกียรติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ณ ร้านโรงเบียร์ชื่อดังย่านลาดพร้าว
ทางด้านครอบครัวของ ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี อายุ 24 ปี ยังคงอยู่ในอาการช็อกและปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชนอย่างเข้าใจได้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความวังเวียงขณะที่ญาติสนิทร่วมกันเคาะโลงศพเพื่อเรียกประคองดวงวิญญาณให้เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเดิม ณ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- การสูญเสียบุคลากรตำรวจ: ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี วัย 24 ปี สังกัดตำรวจสันติบาล ปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
- เพิ่งเริ่มต้นชีวิตราชการ: ผู้เสียชีวิตเพิ่งได้รับการประดับยศตำรวจมาได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ก่อนจะประสบอุบัติเหตุทางอัคคีภัยร้ายแรงในครั้งนี้
- ส่งร่างกลับมาตุภูมิ: ครอบครัวได้รับศพออกจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
สำหรับผู้เสียชีวิตรายนี้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญ ณ ทำเนียบรัฐบาล การจากไปก่อนวัยอันควรสร้างความตกใจและสะเทือนใจให้แก่เพื่อนร่วมงานในองค์กรเป็นอย่างมาก
ตามรายงานข่าวสารของสำนักข่าวชื่อดังอย่าง ข่าวสดออนไลน์ ระบุว่า มีกลุ่มเพื่อนข้าราชการตำรวจจำนวนมากเดินทางมาร่วมไว้อาลัยในพิธีรับร่าง หลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวเมื่อต้องส่งเพื่อนรักกลับบ้านเกิดเป็นครั้งสุดท้าย
นอกจากนี้ในเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวดังกล่าวยังส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งนาย คือ สิบตำรวจตรี สิทธิโชค ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทร่วมงานของผู้ตายด้วยเช่นกัน
อนาคตที่ดับวูบลงในเวลาเพียง 3 เดือน
ผู้ร่วมพิธีเปิดเผยว่า ส.ต.ต.หญิง เปมิกา เพิ่งจะผ่านพิธีประดับยศข้าราชการตำรวจอย่างเป็นทางการมาได้เพียงแค่ 3 เดือนเศษเท่านั้น ความฝันในเส้นทางสีกากีที่เพิ่งเริ่มต้นกลับต้องมาจบลงอย่างกะทันหันจากภัยพิบัติที่ไม่มีใครคาดคิด
ในขณะนี้ร่างอันไร้วิญญาณได้ถูกเคลื่อนย้ายโดยรถกู้ภัยของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มุ่งหน้าสู่บ้านสันทรายงาม ตำบลสันทรายงาม อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อจัดพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีของครอบครัวต่อไป
โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่พรากชีวิตบุคลากรที่มีความสามารถไป แต่ยังสร้างบาดแผลลึกในใจให้กับครอบครัวและสะท้อนถึงความปลอดภัยในสถานบันเทิงที่ต้องได้รับการกวดขันอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! น้ำป่าซัดพญาเม็งราย เชียงราย อพยพชาวบ้านกลางดึก กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
ข่าว - News
โศกนาฏกรรมในกรุงเทพฯ!! เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ผับลาดพร้าว คร่าชีวิต 27 ราย
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ใจกลางกรุงช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เมื่อเกิดเพลิงไหม้รุนแรงภายในร้านอาหารชื่อดังย่านลาดพร้าว เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุจำนวนมากถึง 27 ราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบรายที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุร้ายเมื่อเวลาประมาณ 23.57 น. ของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยจุดเกิดเหตุคือร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ตั้งอยู่บริเวณใกล้ซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รถดับเพลิงจากหลายสถานีต้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วนที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- ยอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 27 ราย: แบ่งเป็นชาย 9 ราย และหญิง 18 ราย โดยส่วนใหญ่ติดอยู่ภายในบริเวณห้องน้ำของร้าน
- ผู้บาดเจ็บอีก 18 ราย: เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันทีหลังจากช่วยเหลือออกมาได้
- ใช้เวลาควบคุมเพลิง 35 นาที: เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจาก 4 สถานีหลักร่วมมือกันฉีดน้ำสกัดจนสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้สำเร็จ
เมื่อเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสารเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังลุกไหม้โครงสร้างอาคารอย่างรุนแรงและรวดเร็วมาก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ผู้ที่อยู่ด้านในไม่สามารถมองเห็นทางออกได้สะดวก
รายงานข่าวจาก สำนักข่าว MGR Online ระบุว่ามีผู้ติดค้างอยู่ภายในร้านเป็นจำนวนมากในขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องจัดกำลังพร้อมถังเคมีและสายฉีดน้ำแรงดันสูงจำนวน 3 หัวฉีด เพื่อลุยฝ่ากลุ่มควันเข้าไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตอย่างสุดความสามารถ
นักดับเพลิงต้องใช้เวลาทำงานอย่างต่อเนื่องประมาณ 35 นาที จึงจะสามารถควบคุมสถานการณ์และทำให้เพลิงสงบลงได้ จากนั้นทีมกู้ภัยได้เริ่มภารกิจค้นหาร่างของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บตามจุดต่างๆ ภายในตัวอาคารที่ถูกไฟไหม้เสียหาย
ความสูญเสียครั้งใหญ่และจุดพบศพสะเทือนใจ
จากการเดินสำรวจและตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดหลังจากเพลิงสงบลง เจ้าหน้าที่ต้องพบกับภาพที่น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดพุ่งสูงถึง 27 ราย โดยแบ่งออกเป็นผู้ชาย 9 ราย และผู้หญิงอีก 18 ราย นอนเสียชีวิตในสภาพถูกไฟคลอกและสำลักควัน
จุดที่น่าสะเทือนใจที่สุดคือบริเวณห้องน้ำของร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบร่างของผู้เสียชีวิตแออัดกันอยู่เป็นจำนวนมาก คาดว่าผู้ตายพยายามวิ่งหนีเปลวไฟเข้าไปหลบภัยในห้องน้ำ แต่กลับติดอยู่ภายในและไม่สามารถเปิดประตูออกมาได้เนื่องจากไฟล้อมรอบไว้หมดแล้ว
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุดมีจำนวนทั้งหมด 18 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีบาดแผลจากการถูกไฟลวกตามร่างกายและระบบทางเดินหายใจขัดข้อง โดยทีมแพทย์และพยาบาลได้เร่งให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่งรอบพื้นที่เกิดเหตุ
ขั้นตอนต่อไปและการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง
ในเวลานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เนื่องจากโครงสร้างอาคารบางส่วนอาจจะมีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวลงมาหลังจากโดนความร้อนเป็นเวลานาน
ทีมกองพิสูจน์หลักฐานเตรียมเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงเช้า เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่มีการสรุปว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือความประมาทจากส่วนใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งสรุปความเสียหายทั้งหมดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อุบัติเหตุสุดสลด: รถไฟด่วนเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ชนคนบนรางรถไฟเสียชีวิต
ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้รถทัวร์ นครชัยแอร์ กรุงเทพฯ-น่าน ผู้โดยสาร 21 ชีวิตหนีรอดหวุดหวิด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เชียงรายก้าวล้ำ! เปิดศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทุกวัย สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ยั่งยืน




