เชียงใหม่ - Chiang Mai
การไล่ล่าอย่างเข้มข้นในเชียงใหม่ส่งผลให้ยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 2.4 ล้านเม็ด
เชียงใหม่ – ตำรวจได้เปิดฉากปฏิบัติการไล่ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามจังหวัดอย่างดุเดือด เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อหน่วยปฏิบัติการพิเศษของตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่จากอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ไปยังจังหวัดลำพูน
เมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แกะรอยตามเบาะแส ก็พบรถยนต์ต้องสงสัยเป็นรถเก๋งฮอนด้าสีเขียว ทะเบียนนครสวรรค์ ขับผ่านแยกดอยติมุ่งหน้าไปยังอำเภอป่าซาง ทว่าคนร้ายในรถกลับไหวตัวทันและพยายามเหยียบคันเร่งหลบหนีการจับกุมอย่างสุดชีวิต การขับรถไล่ล่าจึงเกิดขึ้นไปตามเส้นทางชุมชน ก่อนที่คนร้ายจะตัดสินใจทิ้งรถไว้ในซอยแคบ
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways
- การไล่ล่าข้ามจังหวัด: ตำรวจภูธรภาค 5 สกัดจับรถเก๋งต้องสงสัยขนยาเสพติดจากเชียงใหม่มุ่งหน้าลำพูนอย่างระทึก
- ยึดของกลางล็อตใหญ่: พบยาบ้าซุกซ่อนในรถเก๋งที่ถูกจอดทิ้งไว้จำนวน 8 กระสอบ รวมทั้งหมดกว่า 2.4 ล้านเม็ด
- คนร้ายยังหลบหนี: ผู้ต้องสงสัยทิ้งรถหนีเข้าป่าลำไย ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งระดมกำลังปิดล้อมและค้นหาตัวอย่างเร่งด่วน
การไล่ล่ามาสิ้นสุดลงบริเวณถนนใกล้สุสานบ้านแซม ตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง เมื่อรถเก๋งคันดังกล่าวขับเข้าไปในซอยลึกและแคบ คนร้ายเห็นจวนตัวจึงตัดสินใจจอดรถทิ้งไว้ พวกเขาอาศัยความชำนาญพื้นที่และความมืด วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าสวนลำไยของชาวบ้านบริเวณนั้น เจ้าหน้าที่ต้องกระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ทันที
จากการเข้าตรวจค้นรถเก๋งฮอนด้า สีเขียว หมายเลขทะเบียน กต 5647 นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่พบของกลางที่น่าตกใจ ภายในรถมีกระสอบทึบแสงสีดำซุกซ่อนอยู่ถึง 8 กระสอบ เมื่อตำรวจเปิดออกดูจึงพบว่าเป็นยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีนบรรจุอยู่เต็มกระสอบ
ยึดยาบ้ามหาศาลกว่า 2.4 ล้านเม็ด
ยาบ้าที่พบในแต่ละกระสอบมีจำนวนมากถึง 300,000 เม็ด เมื่อนับรวมทั้งหมดแล้ว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 2,400,000 เม็ดเลยทีเดียว นับเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ที่สำคัญมาก เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งมอบให้สถานีตำรวจภูธรป่าซาง เพื่อใช้เป็นหลักฐานและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน ตำรวจภูธรภาค 5 ไม่ได้ลดละความพยายาม พวกเขาได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการปูพรมค้นหาในพื้นที่บ้านแซมและบริเวณใกล้เคียงในตำบลม่วงน้อย มีการตั้งด่านสกัดตามถนนสายต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายอาจใช้เป็นเส้นทางหลบหนี
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติด แต่ลำพังกำลังตำรวจอาจไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ หากใครพบเห็นบุคคลแปลกหน้าหรือผู้ต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบได้ทันที เพื่อนำไปสู่การจับกุมตัวคนร้าย
ความร่วมมือจากชุมชนคือหูตาที่สำคัญที่สุดในการกวาดล้างอาชญากรรม จนถึงช่วงเย็นของวันเกิดเหตุ แม้จะยังไม่พบตัวคนร้าย แต่การสกัดกั้นยาเสพติดกว่าสองล้านเม็ดไม่ให้ทะลักเข้าสู่ชุมชน ถือเป็นความสำเร็จก้าวใหญ่ที่ช่วยปกป้องสังคมจากภัยร้ายนี้ได้สำเร็จ
ปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดในภาคเหนือ
พื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่แก๊งค้ายาเสพติดมักใช้เป็นเส้นทางลำเลียง การจับกุมในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าขบวนการค้ายามีการปรับเปลี่ยนวิธีหลบหลีกตลอดเวลา พวกเขามักใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและเส้นทางชุมชนเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจหลักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานอย่างหนักตลอดเวลา เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรองและติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้กระทำผิด การใช้เทคโนโลยีและการสืบสวนเชิงลึกมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้สามารถสกัดจับยาเสพติดล็อตใหญ่ได้อย่างทันท่วงที
หน่วยงานความมั่นคงจะนำหลักฐานที่ได้จากรถเก๋งคันนี้ไปขยายผลต่อ เพื่อทลายเครือข่ายยาเสพติดนี้ให้สิ้นซาก การตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงและเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง จะเป็นเบาะแสสำคัญในการตามล่าตัวการใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ระทึก! ทหารพรานปะทะเดือดแก๊งค้ายาชายแดนเชียงใหม่ ยึดยาบ้า 6 แสนเม็ด
ปะทะกันอย่างดุเดือดในเชียงใหม่! แก๊งค้ายาเสพติดยิงปะทะกับตำรวจ เสียชีวิต 1 ราย ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจชายแดนร่วมกันสกัดกั้นยาเสพติด">ขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่อำเภอแม่อาย กองกำลังผาเมืองได้จัดทีมทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดน มาตั้งจุดตรวจบริเวณถนนสาธารณะสายฝาง-แม่จัน ใกล้หมู่บ้านห้วยน้ำเย็น การทำงานร่วมกันครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการแอบขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างมาก
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดอยู่นั้น มีรถกระบะต้องสงสัยคันหนึ่งขับเข้ามาใกล้จุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณไฟและเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้นตามปกติ ทว่าผู้ขับขี่กลับไม่ยอมหยุดรถและตัดสินใจเร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำกำลังขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งไปพบรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ป้ายทะเบียนเชียงใหม่ จอดเสียหลักอยู่บริเวณริมข้างทาง แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับไม่พบตัวคนขับ ซึ่งคาดว่าคนร้ายได้อาศัยความคุ้นเคยกับเส้นทางในป่าหลบหนีไปได้ทันเวลา
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้มากถึง 2.8 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบ 14 ใบ
- ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน ทิ้งรถกระบะและของกลางหลบหนีเข้าป่าไปได้อย่างลอยนวล
- การสกัดจับเกิดขึ้นที่จุดตรวจบนถนนสายฝาง-แม่จัน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรถกระบะคันดังกล่าวอย่างละเอียด ก็พบหลักฐานที่น่าตกใจ ภายในห้องโดยสารและท้ายรถมีกระสอบเป้ที่ถูกดัดแปลงพิเศษจำนวน 14 ใบวางซุกซ่อนอยู่ เมื่อเปิดกระสอบออกดูพบว่าเป็นยาบ้าจำนวนมหาศาล โดยนับรวมกันได้มากถึงประมาณ 2.8 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดรถยนต์และยาเสพติดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง การยึดยาเสพติดล็อตนี้ถือเป็นการตัดวงจรการค้ายาเสพติดครั้งสำคัญที่จะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
แถลงข่าวและเร่งล่าตัวผู้กระทำผิด
หลังจากยึดของกลางได้สำเร็จ ในช่วงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ทางกองกำลังผาเมืองได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อชี้แจงผลการปฏิบัติงานต่อสื่อมวลชน พ.อ.จิรจำนงค์ โกษาวัง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการตรวจสอบของกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากใครสนใจติดตามสถานการณ์เพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่าน ข่าวอาชญากรรม เพื่อดูความคืบหน้าและการขยายผลของคดี ปัจจุบันของกลางทั้งหมดถูกส่งมอบให้กับสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งสืบสวนตามหาตัวคนขับรถมารับโทษต่อไปอย่างเร่งด่วน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
เชียงใหม่ - Chiang Mai
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด">เชียงใหม่ – วันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังพร้อมหมายศาล บุกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในอำเภอสันทราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังตำรวจสืบทราบว่า มีการลักลอบขายอาวุธปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก ถือเป็นภัยอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ล่อซื้อปืนจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ใช้ชีวิต ให้คุ้มค่า” ซึ่งโพสต์ขายปืนลมแรงดันสูงในกลุ่มที่มีสมาชิกกว่า 2,200 คน เมื่อทีมตรวจค้นไปถึงบ้านเป้าหมาย พบว่ามีสุนัขเฝ้าบ้าน 3 ตัว โดยหนึ่งในนั้นเป็นสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานที่ดุร้ายมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องนำอาหารไปหลอกล่อให้สุนัขเชื่องและเดินออกไปก่อน จึงจะสามารถบุกเข้าไปในบ้านได้อย่างปลอดภัย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภาค 5 บุกค้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ทลายแหล่งผลิตอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์
- เจ้าหน้าที่ต้องใช้อาหารล่อสุนัขดุร้าย 3 ตัว ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาวัย 50 ปีได้สำเร็จ
- ผู้ต้องหาสั่งอะไหล่จากอินเทอร์เน็ตมาประกอบปืนขาย สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน
เมื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ด้านหลังบ้าน ตำรวจก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกดัดแปลงเป็นโกดังผลิตอาวุธปืนเถื่อน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวนายดวงจันทร์ อายุ 50 ปี ชาวตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย ทันที พร้อมยึดของกลางเป็นปืนลมแรงดันสูง (PCP) จำนวน 4 กระบอก นอกจากนี้ยังพบกล้องเล็ง กระสุนหัวตะกั่ว กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 17 นัด และอุปกรณ์ประกอบปืนอีกหลายรายการ
จากการสอบถามเบื้องต้น นายดวงจันทร์เล่าว่าตนเองเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษา แต่เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เขาใช้ประสบการณ์ที่คลุกคลีกับการทำปืนเถื่อนมานานกว่า 15 ปีเป็นทุนเดิม โดยมักจะสั่งซื้อชิ้นส่วนต่างๆ ผ่านทางแอปพลิเคชันซื้อขายออนไลน์ชื่อดัง จากนั้นก็นำอะไหล่ทั้งหมดมานั่งประกอบชิ้นส่วนในห้องหลังบ้านของตนเอง
รายได้งามจากการขายอาวุธปืนออนไลน์
หลังจากประกอบปืนเสร็จ เขาจะนำสินค้าไปโพสต์ขายในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยตั้งราคาอยู่ที่กระบอกละ 9,500 ถึง 11,500 บาท นายดวงจันทร์รับสารภาพว่าเขาสามารถขายปืนได้ประมาณ 2 ถึง 5 กระบอกต่อเดือน ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000 ถึง 50,000 บาทเลยทีเดียว ขณะนี้ทาง ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
เหตุการณ์จับกุมครั้งนี้ถือเป็นการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ การลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนทางอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องผิดกฎหมายและสร้างความไม่ปลอดภัยในสังคม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนและกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความสงบสุขของประชาชน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ
ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง
เชียงใหม่ - Chiang Mai
เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด">เชียงใหม่ – เชียงใหม่เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 ตุลาคม 2569 อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากชายคนหนึ่งที่เมาแล้วขับรถเก๋งพุ่งชนพนักงานทำความสะอาดของเทศบาลนครเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เธอกำลังปฏิบัติหน้าที่กวาดถนนอยู่รอบคูเมืองอย่างขยันขันแข็ง
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจอย่างมากให้กับเพื่อนร่วมงานที่ยืนเห็นเหตุการณ์ ตำรวจและหน่วยกู้ภัยรีบเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พวกเขาพบร่างของผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์และต้องเร่งนำตัวคนขับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
ประเด็นสำคัญ
- ชายวัย 48 ปี ขับรถเก๋งด้วยความเมา พุ่งชนพนักงานกวาดถนนของเทศบาลนครเชียงใหม่
- ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 67 ปี เธอถูกชนและลากไปกับพื้นถนนจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
- ผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของคนขับพุ่งสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด
จุดเกิดเหตุริมคูเมืองเชียงใหม่
เหตุการณ์สลดนี้เกิดขึ้นบนถนนบุญเรืองฤทธิ์ บริเวณหน้าร้านกาแฟชื่อดังในตัวเมืองเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุและรีบลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบ พร้อมกับประสานงานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีเทา จอดอยู่บริเวณข้างทาง นอกจากนี้ยังพบร่างของนางสาวสมจิตร จะอือ อายุ 67 ปี พนักงานกวาดขยะของเทศบาล ติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์คันดังกล่าว
ทีมกู้ภัยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำร่างของเธอออกมาและหวังจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายเธอก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในที่สุด ท่ามกลางความตกใจและเสียใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์

ผลตรวจแอลกอฮอล์พุ่งสูงเกินกฎหมาย
จากการสอบสวนพบว่ารถยนต์คันก่อเหตุขับโดยนายชุมนัดภ์ มณีศิริ อายุ 48 ปี ในตอนที่เกิดเหตุเขามีอาการคล้ายคนเมาสุราอย่างหนัก เขาขับรถมาตามเส้นทางปกติก่อนจะเสียหลักพุ่งชนผู้เคราะห์ร้ายอย่างจัง
ตำรวจไม่ได้รอช้า รีบควบคุมตัวนายชุมนัดภ์ไปที่สถานีตำรวจเมืองเชียงใหม่ทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของเขา เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีต่อไป
ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ออกมาสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดไว้หลายเท่า ตำรวจจึงควบคุมตัวเขาไว้ดำเนินคดี ก่อนที่ทนายความของผู้ก่อเหตุจะเดินทางมายื่นเรื่องขอประกันตัวในเวลาต่อมา

ปัญหาเมาแล้วขับที่ยังแก้ไม่หาย
อุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับมักนำมาซึ่งความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เสมอ ชุมชนในเชียงใหม่ต่างพากันแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนางสาวสมจิตรที่ต้องมาจบชีวิตลงขณะทำงานสุจริต หลายคนเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดมากขึ้น การขับรถขณะมึนเมาสุราไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังทำลายครอบครัวและอนาคตของผู้กระทำผิดด้วย
แนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน
เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ ผู้คนบนท้องถนนไม่ควรต้องมาเสี่ยงชีวิตเพียงเพราะความประมาทของใครบางคน การปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
หน่วยงานท้องถิ่นอาจต้องพิจารณาเพิ่มแสงสว่างและป้ายเตือนในจุดที่พนักงานต้องทำงานในเวลากลางคืนหรือเช้ามืด มาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยในอนาคตได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ
ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoเชียงรายอัปเกรดระบบเตือนภัยน้ำท่วม-ดินถล่ม รับมือภัยพิบัติ


