Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ประกาศเตือนภัยมลพิษทางอากาศ เชียงราย ค่า PM2.5 พุ่งสูงถึง 193.2 ขณะที่ไฟป่ากำลังลุกลาม

เชียงราย – สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ในประเทศไทยยังคงอยู่ในขั้นวิกฤต โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่พบค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินมาตรฐานจนกลายเป็นสีแดงเข้ม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนในหลายจังหวัด…

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ประกาศเตือนภัยมลพิษทางอากาศ เชียงราย ค่า PM2.5 พุ่งสูงถึง 193.2 ขณะที่ไฟป่ากำลังลุกลาม

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ในประเทศไทยยังคงอยู่ในขั้นวิกฤต โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่พบค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินมาตรฐานจนกลายเป็นสีแดงเข้ม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนในหลายจังหวัด

จากการรายงานล่าสุดของ ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ประจำวันที่ 17 เมษายน 2569 พบว่าจังหวัดเชียงรายกลายเป็นพื้นที่ที่น่ากังวลที่สุด โดยวัดค่าฝุ่นได้สูงถึง 193.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่ามาตรฐานไปหลายเท่าตัว และขยับขึ้นแซงหน้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่เคครองแชมป์ฝุ่นหนามาอย่างยาวนาน

https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/wp-content/uploads/2026/04/Screenshot-2026-04-02-at-06-07-13-Mueang-Chiang-Rai-Air-Pollution-Real-time-Air-Quality-Index

เปิดพิกัด 42 จังหวัด พื้นที่สีแดงและส้มที่ต้องเฝ้าระวัง

ภาพรวมทั้งประเทศในขณะนี้ พบฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานรวมกว่า 42 จังหวัด โดยแบ่งเป็นโซนต่างๆ ดังนี้:

  • ภาคเหนือ: ถือเป็นจุดวิกฤตที่สุด โดยพบค่าฝุ่นระหว่าง 56.9 – 193.2 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานเกือบทุกจังหวัด เช่น เชียงใหม่, น่าน, พะเยา, ลำพูน และลำปาง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: สถานการณ์หนักไม่แพ้กัน วัดค่าฝุ่นได้สูงถึง 210.2 มคก./ลบ.ม. ในบางพื้นที่ เช่น บึงกาฬ, หนองคาย, นครพนม และขอนแก่น
  • ภาคกลางและภาคตะวันตก: มีหลายพื้นที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มและแดง วัดค่าได้ 26.2 – 56.6 มคก./ลบ.ม. ครอบคลุมจังหวัดสระบุรี, ลพบุรี และกาญจนบุรี
  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล: อยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบในบางจุด โดยวัดได้ 19.6 – 35.9 มคก./ลบ.ม.

ในขณะที่ภาคใต้และภาคตะวันออกยังคงมีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก เนื่องจากมีกระแสลมและสภาพอากาศที่ช่วยระบายฝุ่นได้ดีกว่าพื้นที่อื่นๆ

ผู้ว่าฯ เชียงรายเปิดปฏิบัติการ "อากาศสดใส" เร่งลดการสะสม PM2.5 ทั่วจังหวัด

คำแนะนำในการดูแลตัวเองเมื่อฝุ่นบุกเมือง

กรมควบคุมมลพิษ และ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่สีแดงและสีส้มปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาระบบทางเดินหายใจที่อาจเกิดขึ้นตามมา

  1. งดกิจกรรมกลางแจ้ง: หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน โดยเฉพาะการออกกำลังกายกลางแจ้ง
  2. สวมหน้ากากป้องกัน: หากต้องออกจากบ้าน ควรใช้หน้ากาก N95 ที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้จริง
  3. ปิดประตูหน้าต่าง: เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองเล็ดลอดเข้าไปภายในที่พักอาศัย และควรใช้เครื่องฟอกอากาศหากทำได้
  4. สังเกตอาการผิดปกติ: หากมีอาการไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ หรือแน่นหน้าอก ควรปรึกษาแพทย์ทันที

อนาคตของอากาศสะอาดในไทย

แม้ภาครัฐจะพยายามใช้เทคโนโลยีดาวเทียมในการติดตามจุดความร้อนและการเผาไหม้ในพื้นที่ป่า แต่สภาพอากาศที่นิ่งและลมน้อยในช่วงนี้ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ได้ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai หรือเว็บไซต์ airbkk.com เพื่อวางแผนการใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ปลอดภัยจากฝุ่นร้าย

วิกฤตครั้งนี้ย้ำเตือนให้เราเห็นว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการดูแลสุขภาพปอดในช่วงที่อากาศเป็นพิษเช่นนี้ คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคนในครอบครัว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายประกาศสงครามกับผู้วางเพลิง หลังโดรนจับภาพผู้ก่อเหตุเผาป่าได้คาหนังคาเขา

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก

เชียงราย – เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของประเทศเมียนมาบุกเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายหลังหนึ่งในเขตตัวเมืองท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสว่ามีการลักลอบผลิตยาเสพติดในพื้นที่ดังกล่าว การเข้าตรวจค้นอย่างรวดเร็วทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และพื้นที่ไว้ได้ทั้งหมด

ภายในบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหาจำนวนสองคน เป็นชายหนึ่งคนและหญิงอีกหนึ่งคน ทราบชื่อคือ นาย Sai Ngin อายุ 31 ปี และนางสาว Ma Nan San Fong อายุ 29 ปี ทั้งสองคนถูกพบตัวอยู่ภายในบ้านพร้อมกับของกลางจำนวนมากที่ใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติด การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของทางการในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ: ตำรวจเมียนมาบุกค้นบ้านในท่าขี้เหล็กเมื่อวันที่ 16 ต.ค. หลังพบข้อมูลการผลิตยาเสพติด
  • การจับกุมและยึดของกลาง: รวบตัวนาย Sai Ngin และนางสาว Ma Nan San Fong พร้อมสารตั้งต้นมูลค่ามหาศาล
  • เป้าหมายต่อไป: เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายขบวนการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง

รายละเอียดของกลางมูลค่ามหาศาล

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบของกลางหลายรายการที่มีมูลค่าสูงมาก โดยเฉพาะน้ำมันคีตามีนในแกลลอนรวมกว่า 26.15 ลิตร ซึ่งประเมินมูลค่าได้ถึง 7.845 พันล้านจัต นอกจากนี้ยังพบยาบ้าจำนวน 200 เม็ด มูลค่า 80,000 จัต และผงคีตามีนอีก 30 กรัม มูลค่า 270,000 จัต

สิ่งที่น่าสนใจคือ เจ้าหน้าที่ยังพบโรลออนระงับกลิ่นกายปริมาณ 9 ลิตร มูลค่า 45,000 จัต และโทรศัพท์มือถืออีก 4 เครื่อง ซึ่งคาดว่าถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการผลิตและติดต่อซื้อขายยาเสพติด ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการตบตาเจ้าหน้าที่ของกลุ่มผู้กระทำผิด

สำนักงานคณะกรรมการเพื่อการควบคุมยาเสพติดเมียนมา หรือ CCDAC Myanmar ได้เข้ามาดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด ทางหน่วยงานได้ตั้งข้อหาหนักเกี่ยวกับคดียาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทกับผู้ต้องหาทั้งสองคน ขณะนี้ทั้งคู่ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่สถานีตำรวจท่าขี้เหล็กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อขยายผลการสืบสวน เป้าหมายสำคัญคือการหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นๆ รวมถึงกลุ่มนายทุนที่คอยสั่งการอยู่เบื้องหลัง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก

เชียงราย – ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นภัยร้ายแรงที่คุกคามสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดหน่วยงานรัฐได้เร่งปราบปรามอย่างหนักเพื่อตัดตอนขบวนการเหล่านี้ สำนักงาน ป.ป.ส. นำโดย ปปส.ภาค 1 ได้เปิดปฏิบัติการขยายผลสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการทลายเครือข่ายที่ใช้วิธีซุกซ่อนยาเสพติดที่แนบเนียนมากยิ่งขึ้น

ปฏิบัติการนี้อยู่ภายใต้การนำของ นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ปปส.ภาค 1 เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันช่วยให้สามารถแกะรอยและจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประเด็นสำคัญ

  • เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้รวมกว่า 1.16 ล้านเม็ด ที่ลักลอบซุกซ่อนมาในถังน้ำมันพลาสติก
  • จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการรับ ลำเลียง และกระจายยาเสพติด
  • อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่ากว่า 1.83 ล้านบาท เพื่อตัดวงจรการเงินของเครือข่าย

การจับกุมครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นจากการทำงานด้านข่าวกรองและการสืบสวนที่รัดกุม เมื่อวันที่ 13 และ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพัสดุเป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจค้นคลังพัสดุของบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในพัสดุที่เตรียมจัดส่ง พวกเขาพบยาบ้าจำนวนถึง 500,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิด ยาเสพติดเหล่านี้ถูกยัดไว้ในถังน้ำมันพลาสติกจำนวน 5 ถังเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

การค้นพบครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานทันที หลังจากนั้น พวกเขาได้วางแผนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้รับปลายทางต่อไป

การใช้วิธีส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งเอกชนเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยขึ้น ขบวนการค้ายาเสพติดมักปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็มีการปรับแผนและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเช่นกัน

<a href= ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก" width="1000" height="1172" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/10/image2-1.jpg 1000w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/10/image2-1-256x300.jpg 256w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/10/image2-1-874x1024.jpg 874w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/10/image2-1-768x900.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" />

 

ขยายผลจับกุมและทลายแหล่งพักยาเสพติด

หลังจากยึดของกลางล็อตแรกได้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น ในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลาต่อมา ปปส.ภาค 1 ได้ประสานงานกับตำรวจ บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังผสมได้บุกเข้าจับกุมเป้าหมายตามที่ได้สืบสวนไว้

ปฏิบัติการนี้นำไปสู่การรวบตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย ผู้ต้องหาเหล่านี้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการรับและลำเลียงยาเสพติด นอกจากนี้ พวกเขายังทำหน้าที่พักเก็บและเตรียมกระจายยาบ้าไปยังพื้นที่ต่างๆ อีกด้วย

เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านเช่าแห่งหนึ่งที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นฐานปฏิบัติการ บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับแกะและแยกยาบ้าออกจากถังน้ำมัน ผลการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่เพิ่มเติมอีกถึง 661,000 เม็ด

รวมของกลางที่ตรวจยึดได้จากปฏิบัติการทั้งสองจุดเป็นจำนวนมหาศาล ยาบ้าที่ถูกยึดได้มีจำนวนทั้งสิ้น 1,161,000 เม็ด การยึดยาเสพติดจำนวนนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายลงสู่ชุมชนและเยาวชนได้เป็นจำนวนมาก

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก

ตัดท่อน้ำเลี้ยง ทลายวงจรการเงินเครือข่าย

นอกจากการจับกุมและยึดยาเสพติดแล้ว การตัดท่อน้ำเลี้ยงก็เป็นสิ่งสำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด กฎหมายนี้มุ่งเน้นการลงโทษผู้กระทำความผิดเพื่อการค้าและผู้ที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในสังคม

ทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ตรวจสอบประกอบด้วยยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 1 คัน และรถยนต์ตู้ฮุนได รุ่น H1 สีดำ อีก 1 คัน มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ประเมินเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1,830,000 บาท

การยึดทรัพย์สินเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อทำลายโครงสร้างทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าขยายผลเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม การดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดจะช่วยตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

สุดท้ายนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน หากใครพบเห็นเบาะแสหรือได้รับความเดือดร้อนจากยาเสพติด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที ประชาชนสามารถโทรศัพท์แจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สายด่วนนี้เป็นที่พึ่งสำหรับทุกปัญหายาเสพติดในชุมชน ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างสูงสุดตามมาตรฐานสากล เราต้องร่วมมือกันเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ

รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

 

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ช็อก! เพื่อนสนิทฆ่าหนุ่มพิการขายหวย ทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน

Naree Srisuk

Published

on

ช็อก! เพื่อนสนิทฆ่าหนุ่มพิการขายหวย ทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – เกิดเหตุสลดขึ้นที่จังหวัดน่าน เมื่อหนุ่มพิการอาชีพขายลอตเตอรี่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเพื่อนสนิทของผู้ตายเอง เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุลงมืออย่างโหดเหี้ยมเพื่อล้างหนี้เพียงเล็กน้อย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าวังผา ได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนพบเบาะแสสำคัญ นำไปสู่การจับกุมนายเอก อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าลงมือฆ่านายทัตธพงษ์ อายุ 45 ปี ผู้พิการขายลอตเตอรี่ โดยอ้างว่าบันดาลโทสะจากการถูกทวงหนี้ค่าหวย

ประเด็นสำคัญ

  • เพื่อนสนิทรับสารภาพ: นายเอกยอมรับว่าฆ่าเพื่อนสนิทที่เป็นผู้พิการ เพื่อล้างหนี้สินค่าหวยจำนวน 5,000 บาท
  • ซ่อนเร้นอำพรางศพ: ผู้ก่อเหตุนำร่างผู้เสียชีวิตยัดใส่กระสอบปุ๋ย ก่อนนำไปทิ้งลงแม่น้ำน่านเพื่อปิดบังความผิด
  • ตำรวจเร่งสอบสวนปมชิงทรัพย์: เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด เนื่องจากผู้ตายอาจมีเงินสดติดตัวกว่า 30,000 บาท

การหายตัวไปและการค้นหา

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา ญาติได้เข้าแจ้งความว่าผู้ตายหายตัวไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ แผงลอตเตอรี่ และเงินสดจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ร่วมกันระดมกำลังออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ ในช่วงแรก การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบากและเต็มไปด้วยความหวังที่จะพบเขายังมีชีวิตอยู่

จุดเปลี่ยนของคดีนี้มาจากการทำงานอย่างหนักของฝ่ายสืบสวน ซึ่งได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ภาพจากกล้องแสดงให้เห็นความผิดปกติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหาย ตำรวจจึงตัดสินใจเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำอย่างละเอียด จนกระทั่งเขายอมเปิดปากรับสารภาพในที่สุด

ปมสังหารโหดล้างหนี้หวย

ผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองซื้อลอตเตอรี่เงินเชื่อจากผู้ตายจนเป็นหนี้สะสมถึง 10,000 บาท เขาได้จ่ายคืนไปแล้วครึ่งหนึ่ง จึงเหลือหนี้ค้างชำระอีกเพียง 5,000 บาทเท่านั้น ในวันเกิดเหตุ ทั้งคู่ได้นัดพบกันเพื่อพูดคุยเรื่องการชำระหนี้ส่วนที่เหลือ แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว

นายเอกอ้างว่าตนเองดื่มสุราจนมีอาการมึนเมา เมื่อพบกันที่บริเวณทางเข้าสวนยางพารา ทั้งสองคนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ผู้ตายได้ขู่ว่าจะไปทวงเงินจากภรรยาและแม่ยายของผู้ก่อเหตุ คำพูดนี้ทำให้นายเอกเกิดความโมโหสุดขีด จึงลงมือบีบคอผู้ตายจนล้มลงกับพื้น

หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุได้ใช้ท่อนไม้ฟาดซ้ำที่ร่างของผู้ตายจนแน่นิ่งไป เมื่อตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว เขาจึงลากร่างไร้วิญญาณเข้าไปซ่อนในสวนยางพารา จากนั้นได้ไปหากระสอบปุ๋ยมาใส่ศพ แล้วขนขึ้นรถจักรยานยนต์ไปทิ้งลงแม่น้ำน่านเพื่อหวังจะทำลายหลักฐาน

ปฏิบัติการค้นพบร่างผู้เสียชีวิต

หลังจากการรับสารภาพ ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุและจุดทิ้งศพทันที เจ้าหน้าที่พบรอยเลือด หน้ากากอนามัย และท่อนไม้ที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่ในสวนยางพารา นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกถอดป้ายทะเบียนไปซ่อนไว้ที่ห้างนาของยายผู้ต้องหาอีกด้วย ตามรายงานข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ในส่วนของการค้นหาร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยและญาติได้ล่องเรือไปตามแม่น้ำน่านอย่างไม่ลดละ ในที่สุดก็ได้รับแจ้งว่าพบศพถูกบรรจุในกระสอบ ลอยไปติดกิ่งไม้ที่บริเวณบ้านดอนแก่ง ตำบลตาลชุม ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ผู้ต้องหาอ้างว่าทิ้งศพไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร

สภาพศพเมื่อถูกพบนั้นเริ่มขึ้นอืด โดยมีมือและเท้าโผล่ออกมาจากปากกระสอบที่ไม่ได้ถูกมัดไว้แน่นหนา เจ้าหน้าที่จึงกู้ร่างขึ้นมาและนำส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลน่าน เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดและหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ

แม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ แต่ทางตำรวจยังคงตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็น ญาติของผู้ตายระบุว่า ในวันเกิดเหตุผู้ตายอาจพกเงินสดติดตัวไปมากกว่า 30,000 บาท เนื่องจากเขามีอาชีพปล่อยเงินกู้ด้วย ข้อมูลนี้ทำให้คดีนี้อาจมีแรงจูงใจอื่นซ่อนเร้นอยู่

เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตรวจสอบอย่างละเอียดว่า การฆาตกรรมครั้งนี้เป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังเคยให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับจุดทิ้งศพ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาไปงมหาในสระน้ำถึง 4 แห่ง ก่อนที่เขาจะยอมรับความจริงในภายหลัง

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงในสังคมที่เกิดจากปัญหาหนี้สินเพียงเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างถึงที่สุด ครอบครัวของผู้สูญเสียยังคงอยู่ในความโศกเศร้าและหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แม่สายตื่นตัว! สธ.ลุยตรวจสารหนูในน้ำ เร่งปกป้องสุขภาพ

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

พาเที่ยวงาน Freedom 250 อเมริกันแฟร์ เชียงใหม่ สุดยิ่งใหญ่
เชียงใหม่ - Chiang Mai10 hours ago

งานมหกรรมเสรีภาพ 250 ปี เชียงใหม่ เฉลิมฉลองความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา

ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก
ข่าวอาชญากรรม - Crime11 hours ago

ตำรวจเมียนมาร์ททลายแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในเมืองทาชีเลิก

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก
ข่าวอาชญากรรม - Crime11 hours ago

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก

AIS ได้เผยแพร่ "รายงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศไทย ปี 2026" แล้ว
เทคโนโลยี - Tech11 hours ago

AIS ได้เผยแพร่ “รายงานข่าวความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทยประจำปี 2026” แล้ว

ปาฏิหาริย์! มช. ทำคลอด แฝด 4 แท้ธรรมชาติ รอดปลอดภัยทุกคน
เชียงใหม่ - Chiang Mai1 day ago

ปาฏิหาริย์! มช. ทำคลอด แฝด 4 แท้ธรรมชาติ รอดปลอดภัยทุกคน

ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด

กระบะคนงาน 12 ชีวิต เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า แม่จัน เจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
ข่าวกีฬา Sports1 day ago

นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ

เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย

นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
เทคโนโลยี - Tech2 days ago

นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด
ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

โออิชิ ส่ง “สตรอว์เบอร์รี่ คิส” รสใหม่ ราคา 10 บาท พร้อมแคมเปญแจกโชคใหญ่

สลด! น้ำป่าพัดหญิงวัย 54 ปีดับ พบศพห่าง 5 กม. ที่แม่สรวย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

พบศพหญิงอายุ 54 ปี จากเชียงราย ที่ถูกกระแสน้ำท่วมฉับพลันพัดพาไปแล้ว

เรื่องเศร้า: เด็กหญิงอายุ 15 ปีจากเชียงรายอยู่ในอาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตแล้ว
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เรื่องเศร้า: เด็กหญิงอายุ 15 ปีจากเชียงรายอยู่ในอาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตแล้ว

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
การเงิน -Finance2 weeks ago

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

Download Our App

Trending