ฟุตบอล
แอสตัน วิลล่า เอาชนะ เวสต์แฮม 2-0 เสริมความแข็งแกร่งในการลุ้นติดอันดับท็อปโฟร์
แอสตัน วิลล่า ของ อูไน เอเมรี กลับมาเก็บชัยได้อีกครั้ง หลังเปิดบ้านชนะ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 31 ที่วิลล่า ปาร์ค เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ผลนัดนี้ช่วยให้วิลล่าหยุดช่วงไร้ชัย 3 เกมติด…
แอสตัน วิลล่า ของ อูไน เอเมรี กลับมาเก็บชัยได้อีกครั้ง หลังเปิดบ้านชนะ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 31 ที่วิลล่า ปาร์ค เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ผลนัดนี้ช่วยให้วิลล่าหยุดช่วงไร้ชัย 3 เกมติด และยังรักษาพื้นที่ท็อปโฟร์เอาไว้ได้แบบมั่นคง โดยมีแต้มมากกว่าลิเวอร์พูล 5 คะแนน ส่วนเวสต์ แฮม ยังจมอยู่ในโซนตกชั้น และสถานการณ์ก็น่าเป็นห่วงไม่น้อย
ตลอดทั้งเกม วิลล่าดูดีกว่าชัดเจน โดยเฉพาะในครึ่งแรก ทีมของเอเมรีคุมจังหวะได้หมด ทั้งการครองบอล การขึ้นเกม และจำนวนโอกาสยิง สถิติออกมาชัดเจนว่าเจ้าถิ่นครองบอล 59% ส่วนเวสต์ แฮม มี 41% ขณะที่จำนวนครั้งในการยิงอยู่ที่ 23 ต่อ 9 ครั้ง ชัยชนะนัดนี้ยังมีความหมายต่อ โอลลี่ วัตกินส์ เป็นพิเศษ เพราะเขาเพิ่งหลุดจากรายชื่อทีมชาติอังกฤษของ โธมัส ทูเคิล และตอบกลับด้วยผลงานในสนามได้ตรงจุด
2026/03/2-20.webp" alt="แอสตัน วิลล่า เอาชนะ เวสต์แฮม 2-0 " width="1280" height="731" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/2-20.webp?w=1280&ssl=1 1280w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/2-20.webp?resize=300%2C171&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/2-20.webp?resize=1024%2C585&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/2-20.webp?resize=768%2C439&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
สรุปเกมและจังหวะสำคัญ – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
แอสตัน วิลล่า เริ่มเกมด้วยความมั่นใจ หลังเพิ่งมีผลการแข่งขันที่ดีในยูโรปาลีกมาก่อน ไม่นานนัก เจ้าถิ่นก็ได้ประตูออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 15 จากลูกยิงไกลของ จอห์น แม็คกินน์ กัปตันทีมซัดด้วยเท้าซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบอย่างสวยงาม หลังรับบอลสั้นจาก เจดอน ซานโช่ จากลูกฟรีคิกที่เล่นเร็วโดย แม็ตตี้ แคช ประตูนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะหลังจากนั้นวิลล่าคุมเกมได้แทบทั้งหมด
จากนั้น วิลล่ายังเดินหน้าบุกต่อเนื่อง ลูคัส ดิญญ์ มีโอกาสลุ้นประตู แต่ มาดส์ เฮอร์มันเซ่น ยังเซฟเอาไว้ได้ยอดเยี่ยม ขณะเดียวกัน อามาดู โอนานา ก็มีจังหวะโหม่งแต่บอลข้ามคานไป อีกด้านหนึ่ง เวสต์ แฮม รอดเสียหายหนัก เพราะ กอนสตันติโนส มาวโรปานอส ช่วยเคลียร์บอลบนเส้นถึง 2 ครั้ง ทำให้ทีมเยือนยังตามหลังแค่ลูกเดียวเมื่อจบครึ่งแรก
กลับมาครึ่งหลัง เวสต์ แฮม พยายามแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัว และขยับรูปแบบการเล่นให้แน่นขึ้น อย่างไรก็ตาม พวกเขายังสร้างความอันตรายได้ไม่มาก เพราะวิลล่ายังเพรสได้ดีและตัดเกมสวนกลับได้เร็ว
นาทีที่ 68 เจ้าบ้านมาได้ประตูย้ำชัย 2-0 จาก โอลลี่ วัตกินส์ จังหวะเริ่มจาก โมแกน โรเจอร์ส พาบอลลุยเข้าเขตโทษก่อนยิงเรียดไปติดเซฟของเฮอร์มันเซ่น แต่บอลไม่พ้นอันตราย และวัตกินส์ตามเข้ามาซ้ำไม่พลาด ประตูนี้ช่วยให้เขาหยุดสถิติยิงไม่ได้ในลีก 6 นัดติดต่อกัน และเป็นคำตอบที่ชัดเจนต่อการถูกตัดชื่อจากทีมชาติอังกฤษ
จังหวะเด่นของเกม
- นาทีที่ 15, จอห์น แม็คกินน์ ซัดไกลสุดสวย พาวิลล่าขึ้นนำ 1-0
- ช่วงท้ายครึ่งแรก, มาวโรปานอส เคลียร์บอลจากเส้นประตู 2 ครั้ง ช่วยเวสต์ แฮม ไม่ให้เสียเพิ่ม
- นาทีที่ 55, วิลล่าได้จุดโทษในจังหวะแรก แต่ VAR เช็กแล้วเปลี่ยนคำตัดสิน หลังมาวโรปานอสเข้าสกัดโดนบอลก่อน
- นาทีที่ 68, วัตกินส์ตามซ้ำจ่อ ๆ ส่งวิลล่านำห่าง 2-0
- ช่วงท้ายเกม, วิลล่าคุมพื้นที่ได้หมด และไม่เปิดช่องให้เวสต์ แฮม กลับมาได้เลย
ตารางคะแนนนักเตะแอสตัน วิลล่า (อ้างอิงจาก Sky Sports)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | เรตติ้ง |
|---|---|---|
| เอมิเลียโน มาร์ติเนซ | GK | 6 |
| แม็ตตี้ แคช | RB | 7 |
| เอซรี คอนซา | CB | 7 |
| ปาอู ตอร์เรส | CB | 7 |
| ลูคัส ดิญญ์ | LB | 7 |
| รอส บาร์คลีย์ | CM | 7 |
| อามาดู โอนานา | CM | 8 |
| เจดอน ซานโช่ | RW | 7 |
| โมแกน โรเจอร์ส | AM | 7 |
| จอห์น แม็คกินน์ | LW | 7 |
| โอลลี่ วัตกินส์ | ST | 8 |
(ตัวสำรอง: ยูริ ติเลมันส์ 7, ดักลาส ลุยซ์ 6, ลีออน เบลีย์ 6, เอมิลิอาโน บูเอ็นเดีย 6)
แมนออฟเดอะแมตช์: โอลลี่ วัตกินส์
ตารางคะแนนนักเตะเวสต์ แฮม ยูไนเต็ด (อ้างอิงจาก Sky Sports)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | เรตติ้ง |
|---|---|---|
| มาดส์ เฮอร์มันเซ่น | GK | 5 |
| กอนสตันติโนส มาวโรปานอส | CB | 8 |
| อักเซล ดิซาซี | CB | 6 |
| เฟรดดี พอตส์ | CB | 6 |
| อารอน วัน-บิสซาก้า | RB | 5 |
| โทมัส โซเช็ค | CM | 6 |
| มาเตอุส เฟร์นานเดส | CM | 6 |
| เอล ฮาจิ มาลิก ดิอูฟ | LB | 6 |
| จาร์ร็อด โบเวน | RW | 6 |
| วาเลนติน คาสเตลลาโนส | ST | 6 |
| ปาโบล | LW | 5 |
(ตัวสำรอง: คัลลัม วิลสัน 7, อดามา ตราโอเร 6, ซุงกูตู มากัสซา 6, โมฮามาดู กานเต 5)
สถิติการแข่งขัน
- ครองบอล: แอสตัน วิลล่า 59%, เวสต์ แฮม 41%
- โอกาสยิง: 23 ครั้ง, 9 ครั้ง
- ยิงเข้ากรอบ: 7 ครั้ง, 1 ครั้ง
- เตะมุม: 6 ครั้ง, 6 ครั้ง
- ฟาวล์: 3 ครั้ง, 7 ครั้ง
- ใบเหลือง: 0, 1
- xG (Expected Goals): 1.67, 0.94
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพรวมของเกมได้ตรงมาก โดยเฉพาะจำนวนยิงเข้ากรอบที่วิลล่าทำได้เหนือกว่าชัดเจน เวสต์ แฮม แทบไม่มีช่วงเวลาที่กดดันเจ้าถิ่นได้จริงจัง
มุมมองหลังเกม
เอเมรีวางแผนมาดี และปรับทีมได้ลงตัว แม้จะเปลี่ยนตัวจริงจากนัดก่อนถึง 3 ราย เขาเลือกส่ง แม็ตตี้ แคช, ปาอู ตอร์เรส และ เจดอน ซานโช่ กลับมาเป็นตัวจริง ซึ่งทุกคนตอบสนองได้ดี ระบบ 4-2-3-1 ของวิลล่าทำงานลื่นไหล โดยเฉพาะตรงกลางสนามที่ อามาดู โอนานา กับ รอส บาร์คลีย์ ช่วยกันคุมจังหวะ และพาทีมเล่นง่ายขึ้นมาก
ฝั่งเวสต์ แฮม ของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต เจอปัญหาตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม เมื่อ ฌอง-แคลร์ โทดิโบ มีอาการบาดเจ็บระหว่างวอร์มอัพ ทำให้ต้องปรับแผนกะทันหัน และส่ง เฟรดดี พอตส์ ลงมาแทน ซึ่งส่งผลต่อความนิ่งในแนวรับพอสมควร
หลังจบเกม วัตกินส์ยอมรับตรง ๆ ว่าช่วงที่ผ่านมาเขาทำได้ไม่ดีนัก แต่ยังเชื่อมั่นในตัวเอง เขายังบอกด้วยว่าการไม่มีชื่อในทีมชาติทำให้เขามุ่งมั่นมากขึ้น ขณะที่เอเมรีพอใจผลงานของลูกทีม โดยเฉพาะครึ่งแรกที่เขามองว่าเป็นหนึ่งในครึ่งแรกที่ดีที่สุดของทีมในบ้านฤดูกาลนี้ ที่สำคัญคือวิลล่าปิดเกมสวนกลับของเวสต์ แฮม ได้อยู่หมัด
ทางฝั่งผู้จัดการทีมเวสต์ แฮม ก็ยอมรับว่าทีมของเขาเล่นได้ไม่ดีพอในครึ่งแรก และแพ้การดวลหลายจังหวะ แม้ครึ่งหลังจะพยายามปรับแล้ว แต่ก็ยังไม่ดีพอจะเปลี่ยนเกม ผลแพ้นัดนี้ทำให้เวสต์ แฮม ยังตามพื้นที่ปลอดภัยอยู่ 3 แต้ม และแต้มยังเท่ากับทีมอันดับ 18
ผลต่ออันดับพรีเมียร์ลีก
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้แอสตัน วิลล่ายึดอันดับ 4 ต่อไปได้แบบแน่นขึ้น และเมื่อหลายทีมในกลุ่มหัวตารางสะดุดในสัปดาห์เดียวกัน สถานการณ์ลุ้นพื้นที่ยุโรปจึงยิ่งเข้มข้นมากขึ้น สำหรับเวสต์ แฮม นี่คือความพ่ายแพ้ที่เจ็บพอตัว เพราะพวกเขาพลาดโอกาสสำคัญในการขยับหนีโซนอันตราย แถมโปรแกรมนัดต่อไปก็ยังไม่ง่าย
ภาพรวมของเกม Aston Villa vs West Ham 2-0 บอกชัดว่าวิลล่ากลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้ง พวกเขาเล่นเป็นระบบ มีความมั่นใจ และจบสกอร์ได้เด็ดขาด ส่วนเวสต์ แฮม ยังต้องรีบแก้หลายจุด หากไม่อยากปล่อยให้สถานการณ์หนีตกชั้นหนักกว่าเดิม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นอตติงแฮม ฟอเรสต์ ถล่มท็อตแนม 3-0
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ อาร์เซนอล 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศคาราบาวคัพ
ฟุตบอล
ฟุตบอลโลก 2026 ทำลายสถิติผู้เข้าชมและครองพื้นที่บนโซเชียลมีเดีย
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026">ฟุตบอลโลกปี 2026 ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการกีฬาอย่างเป็นทางการแล้ว ทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่นี้สามารถทำลายสถิติยอดผู้เข้าชมในสนามของการแข่งขันครั้งก่อนๆ ทั้งหมดลงได้อย่างราบคาบ
จากรายงานล่าสุดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) พบว่ามีแฟนฟุตบอลจำนวนมหาศาลแห่กันไปชมการแข่งขันสดในสนามกีฬา จำนวนแฟนบอลที่ผ่านประตูสนามกีฬาทั่วโลกในสัปดาห์นี้มีจำนวนถึง 3,605,357 คน และจำนวนนี้ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ การแข่งขัน
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways
- ทำลายสถิติปี 1994: ยอดผู้ชมรวม 3.6 ล้านคนในปัจจุบัน ได้แซงหน้าสถิติเดิม 3,587,538 คนของฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพลงได้สำเร็จ
- อัตราการครองความจุสูงลิ่ว: ทัวร์นาเมนต์นี้มีอัตราการเข้าชมหรือความหนาแน่นของแฟนบอลในสเตเดียมสูงถึง 99.7% ซึ่งถือเป็นสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
- อานิสงส์จากการปรับระบบใหม่: การขยายรูปแบบการแข่งขันเป็น 48 ทีม และเพิ่มแมตช์การแข่งขันเป็น 104 เกม คือปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดสถิติตัวเลขแฟนบอลถล่มทลายในครั้งนี้
ปัจจัยแห่งความสำเร็จและการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในด้านยอดผู้ชมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการตัดสินใจครั้งสำคัญขององค์กรลูกหนังระดับโลก การเพิ่มจำนวนทีมจากเดิม 32 ทีมเป็น 48 ทีม ทำให้สัดส่วนของเกมการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แฟนบอลจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้รับโอกาสในการเดินทางเข้ามาเชียร์ชาติตัวเองในสเตเดียมชั้นนำของทวีปอเมริกาเหนือมากขึ้น
นอกจากนี้ การเลือกใช้สนามกีฬาระดับหรูหราที่มีความจุขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ก็มีส่วนช่วยอย่างมาก สนามกีฬาเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้รองรับแฟนบอลได้คราวละหลายหมื่นคนอย่างปลอดภัย ส่งผลให้เกิดแมตช์ประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลเต็มความจุแทบทุกนัด โดยเกมนัดสำคัญที่ทำให้สถิติเดิมถูกทำลายลงอย่างเป็นทางการ คือเกมที่เอกวาดอร์เอาชนะเยอรมนีไปได้ 2 ประตูต่อ 1 ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลที่เข้ามาชมจนเต็มความจุของสนามนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอนาคตของกีฬาฟุตบอล
ยอดผู้ชมระดับปรากฏการณ์นี้ช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและการโรงแรมในเมืองเจ้าภาพอย่างมหาศาล เม็ดเงินจำนวนมากหลังไหลเข้าสู่ชุมชนท้องถิ่นผ่านการจับจ่ายซื้อของ การเดินทาง และการเข้าพักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า กีฬาฟุตบอลได้รับความนิยมอย่างเหนียวแน่นในภูมิภาคอเมริกาเหนือ และพร้อมที่จะเติบโตต่อไปอย่างก้าวกระโดด
ผู้เชี่ยวชาญในวงการกีฬาคาดการณ์ว่า มาตรฐานยอดผู้ชมและระบบการจัดการในฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะกลายเป็นต้นแบบสำคัญให้กับการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ในอนาคต ความร่วมมือร่วมใจกันของทั้งสามประเทศเจ้าภาพ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกขนาดใหญ่สามารถทำออกมาได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จอย่างงดงามเหนือความคาดหมาย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์ทลายเว็บไซต์พนันฟุตบอลโลก 2026
อัปเดตล่าสุด! ตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม ใครรอด ใครร่วง?
ฟุตบอล
อัปเดตล่าสุด! ตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม ใครรอด ใครร่วง?
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026">ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามองสถานการณ์ของทีมโปรด ทัวร์นาเมนต์นี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่มีทีมเข้าร่วมแข่งขันมากถึง 48 ทีมเลยทีเดียว
ขณะนี้การแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มผ่านไปแล้วหลายนัด สถานการณ์ของแต่ละกลุ่มเริ่มชัดเจนและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ บางทีมโชว์ฟอร์มเก่งการันตีการผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายแล้ว ในขณะที่อีกหลายทีมยังต้องลุ้นเหนื่อยในนัดสุดท้าย มาดูตารางคะแนนอัปเดตล่าสุดกันเลยว่าทีมไหนอยู่ในจุดใดบ้าง
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways
- ทีมเต็งผงาด: เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี โชว์ฟอร์มสุดแกร่ง เก็บชัยชนะรวด การันตีแชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบแน่นอนแล้ว
- จบรอบแรกบางกลุ่ม: กลุ่ม A, B และ C แข่งขันครบ 3 นัดแล้ว สวิตเซอร์แลนด์และบราซิลคว้าแชมป์กลุ่มตามลำดับ
- โควตาพิเศษ: ทีมอันดับสามที่ดีที่สุด 8 ทีมจากทั้งหมด 12 กลุ่ม จะได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายต่อไป
- การแข่งขันสุดสูสี: ฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความดุเดือดมาก หลายกลุ่มมีคะแนนเบียดกัน ทำให้ต้องลุ้นจนถึงวินาทีสุดท้าย
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม A ถึงกลุ่ม D
การแข่งขันในกลุ่มแรกๆ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน บางกลุ่มแข่งจบไปแล้วและได้บทสรุปที่ชัดเจน
กลุ่ม A: เม็กซิโกคว้าแชมป์กลุ่มตามคาด
ในกลุ่มนี้ เม็กซิโกทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเกินต้านทาน พวกเขาเก็บชัยชนะ 3 นัดรวด มี 9 คะแนนเต็ม คว้าแชมป์กลุ่มไปครองได้อย่างสวยงาม แอฟริกาใต้จบอันดับสอง มี 4 คะแนน ส่วนเกาหลีใต้มี 3 คะแนน ต้องไปลุ้นโควตาอันดับสามที่ดีที่สุดต่อไป
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. เม็กซิโก | 3 | 3 | 0 | 0 | +6 | 9 |
| 2. แอฟริกาใต้ | 3 | 1 | 1 | 1 | -1 | 4 |
| 3. เกาหลีใต้ | 3 | 1 | 0 | 2 | -1 | 3 |
| 4. สาธารณรัฐเช็ก | 3 | 0 | 1 | 2 | -4 | 1 |
กลุ่ม B: สวิตเซอร์แลนด์และแคนาดากอดคอเข้ารอบ
กลุ่มบีแข่งขันครบ 3 นัดเรียบร้อยแล้วเช่นกัน สวิตเซอร์แลนด์ทำผลงานได้คงเส้นคงวา จบอันดับหนึ่งด้วย 7 คะแนน ขณะที่เจ้าภาพร่วมอย่างแคนาดาตามมาเป็นอันดับสองด้วย 4 คะแนน ทั้งสองทีมกอดคอกันผ่านเข้ารอบต่อไปอย่างเป็นทางการ
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. สวิตเซอร์แลนด์ | 3 | 2 | 1 | 0 | +4 | 7 |
| 2. แคนาดา | 3 | 1 | 1 | 1 | +5 | 4 |
| 3. บอสเนียฯ | 3 | 1 | 1 | 1 | -1 | 4 |
| 4. กาตาร์ | 3 | 0 | 1 | 2 | -8 | 1 |
กลุ่ม C: ทัพแซมบ้าไร้พ่าย นำแชมป์กลุ่ม
ทัพแซมบ้า บราซิล จบแชมป์กลุ่มซีแบบไร้พ่าย พวกเขามี 7 คะแนนเท่ากับทีมม้ามืดอย่างโมร็อกโก แต่บราซิลมีผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า สกอตแลนด์จบอันดับสามด้วย 3 คะแนน ต้องลุ้นเข้ารอบจากโควตาอันดับสามที่ดีที่สุดต่อไป
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. บราซิล | 3 | 2 | 1 | 0 | +6 | 7 |
| 2. โมร็อกโก | 3 | 2 | 1 | 1 | +3 | 7 |
| 3. สกอตแลนด์ | 3 | 1 | 0 | 2 | -3 | 3 |
| 4. เฮติ | 3 | 0 | 0 | 3 | -6 | 0 |
กลุ่ม D: สหรัฐอเมริกาโชว์ฟอร์มดุ
สหรัฐอเมริกา เจ้าภาพร่วมอีกหนึ่งชาติ โชว์ฟอร์มได้อย่างดุดัน ชนะ 2 นัดรวด เก็บ 6 คะแนนเต็ม การันตีแชมป์กลุ่มดีเรียบร้อยแล้ว ส่วนออสเตรเลียและปารากวัยมี 3 คะแนนเท่ากัน ต้องลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้ายอย่างหนัก
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. สหรัฐอเมริกา | 2 | 2 | 0 | 0 | +5 | 6 |
| 2. ออสเตรเลีย | 2 | 1 | 0 | 1 | 0 | 3 |
| 3. ปารากวัย | 2 | 1 | 0 | 1 | -2 | 3 |
| 4. ตุรกี | 2 | 0 | 0 | 2 | -3 | 0 |
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม E ถึงกลุ่ม H
มาดูกันต่อที่กลุ่มกลางตาราง ซึ่งมีทีมยักษ์ใหญ่จากยุโรปลงแข่งขันมากมาย สถานการณ์หลายกลุ่มยังคงเปิดกว้างให้ลุ้นกันต่อ
กลุ่ม E: อินทรีเหล็กผงาดนำฝูง
ทีมชาติเยอรมนีไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยทีเดียว พวกเขาโชว์ฟอร์มสมราคาเต็งแชมป์ เก็บ 6 คะแนนเต็มจากการลงเล่น 2 นัดแรก ผ่านเข้ารอบต่อไปแน่นอนแล้ว ไอวอรี่โคสต์ตามมาเป็นอันดับสองด้วย 3 คะแนน ยังมีโอกาสเข้ารอบสูง
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. เยอรมนี | 2 | 2 | 0 | 0 | +7 | 6 |
| 2. ไอวอรี่โคสต์ | 2 | 1 | 0 | 1 | 0 | 3 |
| 3. เอกวาดอร์ | 2 | 0 | 1 | 1 | -1 | 1 |
| 4. คูราเซา | 2 | 0 | 1 | 1 | -6 | 1 |
กลุ่ม F: อัศวินสีส้มและซามูไรบลูขับเคี่ยวสูสี
เนเธอร์แลนด์และญี่ปุ่นทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและสูสีกันมาก ทั้งสองทีมมี 4 คะแนนเท่ากันจาก 2 นัดแรก สวีเดนยังมีโอกาสเข้ารอบด้วย 3 คะแนน ส่วนตูนิเซียยังไม่มีคะแนน ตกรอบแน่นอนแล้ว
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. เนเธอร์แลนด์ | 2 | 1 | 1 | 0 | +4 | 4 |
| 2. ญี่ปุ่น | 2 | 1 | 1 | 0 | +4 | 4 |
| 3. สวีเดน | 2 | 1 | 0 | 1 | 0 | 3 |
| 4. ตูนิเซีย | 2 | 0 | 0 | 2 | -8 | 0 |
กลุ่ม G: อียิปต์รั้งจ่าฝูง สถานการณ์เปิดกว้าง
กลุ่มนี้สถานการณ์ยังคงเปิดกว้างสำหรับทุกทีม อียิปต์นำเป็นจ่าฝูงมี 4 คะแนน ตามมาด้วยอิหร่านและเบลเยียมที่มี 2 คะแนนเท่ากัน ทุกทีมยังมีลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์ในนัดสุดท้ายได้ทั้งหมด
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. อียิปต์ | 2 | 1 | 1 | 0 | +2 | 4 |
| 2. อิหร่าน | 2 | 0 | 2 | 0 | 0 | 2 |
| 3. เบลเยียม | 2 | 0 | 2 | 0 | 0 | 2 |
| 4. นิวซีแลนด์ | 2 | 0 | 1 | 1 | -2 | 1 |
กลุ่ม H: ทัพกระทิงดุจ่อทะลุรอบน็อกเอาต์
สเปนนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มเอช มี 4 คะแนน โอกาสเข้ารอบค่อนข้างสดใสมาก อุรุกวัยและเคปเวิร์ดมี 2 คะแนนเท่ากัน ทั้งสองทีมต้องลุ้นเหนื่อยในนัดตัดสินเพื่อแย่งตั๋วเข้ารอบใบที่สองของกลุ่ม
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. สเปน | 2 | 1 | 1 | 0 | +4 | 4 |
| 2. อุรุกวัย | 2 | 0 | 2 | 0 | 0 | 2 |
| 3. เคปเวิร์ด | 2 | 0 | 2 | 0 | 0 | 2 |
| 4. ซาอุดีอาระเบีย | 2 | 0 | 1 | 1 | -4 | 1 |
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม I ถึงกลุ่ม L
ในช่วงท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม I ถึง L ก็มีความตื่นเต้นไม่แพ้กัน หลายทีมยักษ์ใหญ่แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่
กลุ่ม I: ฝรั่งเศสและนอร์เวย์ฉลุยเข้ารอบ
ทัพตราไก่ ฝรั่งเศส และทีมชาตินอร์เวย์ กอดคอกันเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายอย่างแน่นอนแล้ว ทั้งคู่เก็บชัยชนะ 2 นัดรวด มี 6 คะแนนเต็ม ทิ้งห่างเซเนกัลและอิรักที่ยังไม่มีคะแนนไปอย่างขาดลอย
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. ฝรั่งเศส | 2 | 2 | 0 | 0 | +5 | 6 |
| 2. นอร์เวย์ | 2 | 2 | 0 | 0 | +4 | 6 |
| 3. เซเนกัล | 2 | 0 | 0 | 2 | -3 | 0 |
| 4. อิรัก | 2 | 0 | 0 | 2 | -6 | 0 |
กลุ่ม J: ฟ้าขาวอาร์เจนตินาโชว์ฟอร์มแชมป์เก่า
แชมป์เก่า อาร์เจนตินา ยังคงรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ เก็บ 6 คะแนนเต็ม นำเป็นแชมป์กลุ่มอย่างสง่างาม ออสเตรียและแอลจีเรียมีทีมละ 3 คะแนน ต้องดวลกันเพื่อแย่งอันดับสองในนัดสุดท้าย
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. อาร์เจนตินา | 2 | 2 | 0 | 0 | +5 | 6 |
| 2. ออสเตรีย | 2 | 1 | 0 | 1 | 0 | 3 |
| 3. แอลจีเรีย | 2 | 1 | 0 | 1 | -2 | 3 |
| 4. จอร์แดน | 2 | 0 | 0 | 2 | -3 | 0 |
กลุ่ม K และ L: โคลอมเบียและอังกฤษครองความได้เปรียบ
ในกลุ่ม K โคลอมเบียนำเป็นจ่าฝูงด้วย 6 คะแนนเต็ม การันตีการเข้ารอบไปแล้ว ส่วนโปรตุเกสตามมาเป็นอันดับสองด้วย 4 คะแนน ขณะที่กลุ่ม L สิงโตคำราม อังกฤษ นำจ่าฝูงร่วมกับกานา มี 4 คะแนนเท่ากัน
ตารางคะแนนกลุ่ม K
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. โคลอมเบีย | 2 | 2 | 0 | 0 | +3 | 6 |
| 2. โปรตุเกส | 2 | 1 | 1 | 0 | +5 | 4 |
| 3. ดีอาร์ คองโก | 2 | 0 | 1 | 1 | -1 | 1 |
| 4. อุซเบกิสถาน | 2 | 0 | 0 | 2 | -7 | 0 |
ตารางคะแนนกลุ่ม L
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. อังกฤษ | 2 | 1 | 1 | 0 | +2 | 4 |
| 2. กานา | 2 | 1 | 1 | 0 | +1 | 4 |
| 3. โครเอเชีย | 2 | 1 | 0 | 1 | -1 | 3 |
| 4. ปานามา | 2 | 0 | 0 | 2 | -2 | 0 |
ฟุตบอลโลกปี 2026 นี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและผลการแข่งขันที่พลิกล็อกมากมาย แฟนๆ กีฬาฟุตบอลสามารถติดตามการแข่งขันนัดต่อไปและดูอัปเดต ตารางคะแนนล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ FIFA ได้ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญในทัวร์นาเมนต์นี้
ฟุตบอล
นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026">ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม ใครรอด ใครร่วง?">ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026™) ดำเนินมาถึงช่วงเวลาสำคัญในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม I โดยเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ทีมชาตินอร์เวย์ได้ลงสนามพบกับทีมชาติอิรัก ณ สนามบอสตัน สเตเดียม (Boston Stadium) รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เกมนี้ถือเป็นการกลับมาลงเล่นในรายการระดับโลกที่แฟนบอลของทั้งสองประเทศรอคอยมาอย่างยาวนาน นอร์เวย์ไม่ได้ปรากฏตัวในฟุตบอลโลกเลยตั้งแต่ปี 1998 ในขณะที่อิรักก็ห่างหายเวทีนี้ไปตั้งแต่ปี 1986 การพบกันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความคาดหวัง และผลจบลงด้วยชัยชนะอย่างเด็ดขาดของทีมชาตินอร์เวย์ด้วยสกอร์ 4-1
บทสรุปการแข่งขัน: อิรักสู้เต็มที่แต่ต้านความเฉียบคมไม่ไหว
เกมเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้น นอร์เวย์เป็นฝ่ายครองบอลและสร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่อง การต่อบอลของพวกเขาทำได้ดีและไหลลื่น จนกระทั่งในนาทีที่ 29 เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าตัวเก่งจากนอร์เวย์ ก็สามารถทำประตูแรกเบิกร่องให้กับทีมได้สำเร็จ จากจังหวะการทำเกมที่เริ่มต้นจากผู้รักษาประตูและต่อบอลกันอย่างสวยงาม
แต่อิรักก็ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ ในนาทีที่ 39 อายเมน ฮุสเซน ศูนย์หน้าตัวเก๋าของอิรัก โหม่งทำประตูตีเสมอเป็น 1-1 ซึ่งถือเป็น ประตูที่สองในประวัติศาสตร์ของทีมชาติอิรักในฟุตบอลโลก สร้างความดีใจให้กับแฟนบอลชาวอิรักที่เข้ามาชมในสนามเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ความสุขของอิรักอยู่ได้ไม่นาน นาทีที่ 43 ก่อนจบครึ่งแรก ฮาลันด์ ใช้ความผิดพลาดของแนวรับอิรัก ทำประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ทำให้นอร์เวย์ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก
เออร์ลิง ฮาลันด์ กับฟอร์มระดับโลก
เข้าสู่ครึ่งหลัง นอร์เวย์ยังคงเล่นด้วยความมั่นใจและพยายามครองบอลเพื่อกดดันอิรักอย่างต่อเนื่อง ในนาทีที่ 76 เลโอ ออสติการ์ด ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาเป็นตัวสำรอง โหม่งทำประตูที่สามให้นอร์เวย์ทิ้งห่างเป็น 3-1 ทำให้รูปเกมของนอร์เวย์ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 90+6 โชคร้ายตกเป็นของอิรักเมื่อ อายเมน ฮุสเซน สกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเอง (Own Goal) ส่งผลให้จบเกม ทีมชาตินอร์เวย์เอาชนะทีมชาติอิรักไปได้อย่างสวยงาม 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์ (Player of the Match) ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี
อัปเดตตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด
หลังจากผ่านการแข่งขันนัดแรกของหลายๆ กลุ่ม นี่คือสรุปตารางคะแนนและสถานการณ์ปัจจุบันของกลุ่มที่น่าสนใจ เพื่อให้ทุกคนได้ติดตามทิศทางของฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้ง่ายและชัดเจนที่สุด
กลุ่ม I (กลุ่มของนอร์เวย์และอิรัก)
ในกลุ่ม I นอร์เวย์ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงหลังจากการเก็บ 3 คะแนนเต็มและมีผลต่างประตูได้เสียที่ดีเยี่ยม ในขณะที่ทีมชาติฝรั่งเศสก็ทำผลงานได้ดีในนัดเปิดสนามเช่นกัน
- 1. นอร์เวย์: แข่ง 1, ชนะ 1, เสมอ 0, แพ้ 0, คะแนน 3 (ได้ 4 เสีย 1)
- 2. ฝรั่งเศส: แข่ง 1, ชนะ 1, เสมอ 0, แพ้ 0, คะแนน 3 (ได้ 3 เสีย 1)
- 3. เซเนกัล: แข่ง 1, ชนะ 0, เสมอ 0, แพ้ 1, คะแนน 0 (ได้ 1 เสีย 3)
- 4. อิรัก: แข่ง 1, ชนะ 0, เสมอ 0, แพ้ 1, คะแนน 0 (ได้ 1 เสีย 4)
กลุ่ม D: สหรัฐอเมริกาเปิดตัวสวยงาม
หนึ่งในประเทศเจ้าภาพร่วมอย่างสหรัฐอเมริกา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดเปิดสนาม โดยสามารถยิงคู่แข่งไปถึง 4 ประตู
- 1. สหรัฐอเมริกา: คะแนน 3 (ได้ 4 เสีย 1)
- 2. ออสเตรเลีย: คะแนน 3 (ได้ 2 เสีย 0)
- 3. ตุรกี (Türkiye): คะแนน 0
- 4. ปารากวัย: คะแนน 0
กลุ่ม E: เยอรมนีโชว์ฟอร์มโหด
ทีมชาติเยอรมนีประกาศศักดาความเป็นทีมเต็งแชมป์ด้วยการถล่มคู่แข่งในนัดแรกไปถึง 7-1 แสดงให้เห็นถึงแนวรุกที่ดุดัน
- 1. เยอรมนี: คะแนน 3 (ได้ 7 เสีย 1)
- 2. ไอวอรีโคสต์: คะแนน 3 (ได้ 1 เสีย 0)
- 3. เอกวาดอร์: คะแนน 0
- 4. กือราเซา: คะแนน 0
กลุ่ม J: แชมป์เก่าอาร์เจนตินายังคงแข็งแกร่ง
แชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินา เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยความมั่นใจ เก็บ 3 แต้มเต็มได้สำเร็จโดยไม่เสียประตู
- 1. อาร์เจนตินา: คะแนน 3 (ได้ 3 เสีย 0)
- 2. ออสเตรีย: ยังไม่ได้ลงแข่ง
- 3. จอร์แดน: ยังไม่ได้ลงแข่ง
- 4. แอลจีเรีย: คะแนน 0
(สรุปกลุ่มอื่นๆ ที่น่าสนใจ)
- กลุ่ม A: เม็กซิโก และ เกาหลีใต้ ต่างเก็บ 3 คะแนนแรกได้สำเร็จ โดยเม็กซิโกนำเป็นจ่าฝูง
- กลุ่ม C: สกอตแลนด์ สร้างผลงานยอดเยี่ยมขึ้นนำจ่าฝูงของกลุ่ม โดยมี โมร็อกโก และ บราซิล ตามมาหลังจากเสมอกันในนัดแรก 1-1
- กลุ่ม F: สวีเดน ขึ้นนำจ่าฝูงหลังโชว์ฟอร์มเก่งเอาชนะคู่แข่งไปได้ 5-1
ความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลโลก 2026 และก้าวต่อไป
ศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายถึง 48 ทีม และเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก การขยายจำนวนทีมทำให้แฟนกีฬาได้เห็นชาติที่ห่างหายไปนานอย่างนอร์เวย์และอิรัก ได้กลับมามีพื้นที่และแสดงความสามารถอีกครั้ง ระบบการแข่งขันที่แบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ทำให้ทุกทีมต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายต่อไป
ชัยชนะของนอร์เวย์ในแมตช์นี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงคู่แข่งในกลุ่มฝรั่งเศสและเซเนกัล ว่าพวกเขาเป็นทีมที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยแนวรุกที่จบสกอร์ได้เด็ดขาด ในส่วนของทีมชาติอิรัก แม้จะพ่ายแพ้ในเกมนี้ แต่การทำประตูใส่ทีมแกร่งจากยุโรปได้อย่างรวดเร็ว ก็แสดงให้เห็นถึงใจสู้ของนักเตะ พวกเขาต้องนำข้อผิดพลาดในแนวรับไปแก้ไขเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับนัดต่อไป
การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มยังคงมีความเข้มข้นรออยู่อีกมากมาย แฟนฟุตบอลสามารถติดตามข่าวสาร ผลการแข่งขัน และเรื่องราวของศึกฟุตบอลโลกได้ตลอดเวลาผ่าน เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของฟีฟ่า เพื่อไม่ให้พลาดทุกจังหวะสำคัญของการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่
อัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2026: สรุปผลการแข่งขันและผลงานที่น่าตื่นเต้น
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ



สถิติการแข่งขัน

