เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเร่งเครื่องฟื้นเศรษฐกิจ จัดใหญ่ “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026”
เชียงราย – เชียงรายเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมใหญ่ เตรียมจัด “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026” วันที่ 28 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. นี้ หวังกระตุ้นการค้าชายแดน สร้างเงินสะพัดหลายร้อยล้าน…
เชียงราย – เชียงรายเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมใหญ่ เตรียมจัด “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026” วันที่ 28 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. นี้ หวังกระตุ้นการค้าชายแดน สร้างเงินสะพัดหลายร้อยล้าน
หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงรายกำลังส่งสัญญาณชัดว่าเศรษฐกิจท้องถิ่นพร้อมกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังเผชิญผลกระทบหนักจากอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดจากพายุยางิในปี 2567 ล่าสุด จังหวัดเตรียมจัดงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026 : Trade Moves, Economy Drives” ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม ถึง 1 เมษายน 2569 ที่สนามฝึกยุวาวัณ อำเภอแม่สาย เพื่อเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้ขายสินค้า พบคู่ค้า และขยายโอกาสทางธุรกิจอย่างจริงจัง
งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้าเท่านั้น แต่ถูกวางให้เป็นเวทีเศรษฐกิจที่รวมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายธุรกิจในพื้นที่เข้ามาทำงานร่วมกัน เป้าหมายคือเปลี่ยนช่วงเวลาหลังวิกฤตให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวที่มั่นคงกว่าเดิม
แถลงข่าวเปิดงานที่เซ็นทรัล เชียงราย ท่ามกลางแรงหนุนจากหลายภาคส่วน
การเปิดตัวงานจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และเครือข่ายผู้ประกอบการในจังหวัดเข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า ภาพรวมของการแถลงข่าวสะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกัน คือเร่งฟื้นเศรษฐกิจฐานราก และช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กกลับมาตั้งหลักได้เร็วขึ้น
ภายในงานมีผู้บริหารจังหวัด เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย สมาคมผู้ประกอบการชายแดน และตัวแทน SME กว่า 50 รายเข้าร่วม บรรยากาศเต็มไปด้วยความคาดหวัง เพราะทุกคนมองตรงกันว่าเชียงรายยังมีศักยภาพสูง และยังเป็นพื้นที่สำคัญของเศรษฐกิจชายแดนภาคเหนือ
รองผู้ว่าฯ ประเสริฐ จิตพลีชีพ ชูแนวคิด 3R เป็นแกนหลักของการฟื้นตัว
นายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า งาน CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026 เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของจังหวัด เพื่อพาเชียงรายก้าวจากช่วงเยียวยาผู้ประสบภัย ไปสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจรอบใหม่ ภายใต้แนวคิด 3R ได้แก่ Rebuild, Reconnect และ Reinforce
รายละเอียดของแนวคิดทั้ง 3 ส่วนมีดังนี้
- Rebuild คือการวางโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้รับมือกับภัยพิบัติได้ดีขึ้น
- Reconnect คือการเชื่อมผู้ประกอบการในพื้นที่เข้ากับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- Reinforce คือการเพิ่มทักษะและความพร้อมให้ SME แข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่
นายประเสริฐระบุเพิ่มเติมว่า พายุยางิในปี 2567 สร้างความเสียหายอย่างมากต่อภาคเกษตรและการค้าชายแดนของจังหวัด แต่เชียงรายจะไม่หยุดอยู่กับปัญหา จังหวัดจะใช้ช่วงเวลานี้วางรากฐานเศรษฐกิจให้แข็งแรงกว่าเดิม เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ที่ต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาว
สำนักงานพาณิชย์เชียงรายยกระดับงาน สู่เวทีเศรษฐกิจครบวงจร
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายเปิดเผยว่า งานปี 2569 ถูกพัฒนาให้ใหญ่ขึ้นและครบมากขึ้น โดยจะใช้โดมแสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่ติดตั้งระบบปรับอากาศ เพื่อรองรับผู้เข้าชมจำนวนมากในแต่ละวัน และช่วยให้การจัดงานมีความพร้อมทั้งด้านพื้นที่และความสะดวกสบาย
ภายในงานจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากกว่า 200 ราย จากเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง สินค้าที่นำมาจัดแสดงครอบคลุมหลายกลุ่ม ซึ่งล้วนเป็นจุดแข็งของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้า GI และสินค้ากลุ่ม BCG ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
การจัดงานในรูปแบบนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีพื้นที่นำเสนอสินค้าอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อและนักลงทุนก็สามารถเห็นศักยภาพของเชียงรายได้ในภาพรวมภายในงานเดียว
ไฮไลต์สำคัญของงาน CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026
จุดเด่นของงานไม่ได้มีแค่จำนวนร้านค้า แต่ยังมีหลายกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการและนักลงทุนโดยตรง ดังนี้
- โดมแสดงสินค้าขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้าง เดินชมงานได้สะดวก และมีระบบปรับอากาศ
- ผู้แสดงสินค้ากว่า 200 ราย ครอบคลุมสินค้าหลายประเภทจากเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง
- สินค้าเด่นของจังหวัด เช่น ชา กาแฟ ผลไม้แห้ง สินค้าเกษตรแปรรูป ผลิตภัณฑ์ GI อย่างชาโบราณเชียงรายและผ้าไหมท้องถิ่น รวมถึงสินค้ากลุ่ม BCG และแบรนด์ชุมชนคุณภาพ
- Business Matching จับคู่ธุรกิจทั้งแบบ onsite และ online ผ่านแอปพลิเคชันเฉพาะของงาน
- กิจกรรมเสริมความรู้ เช่น เวิร์กช็อปพัฒนาผู้ประกอบการ เสวนาแนวโน้มตลาดชายแดน และโซนแสดงสินค้านวัตกรรม
กิจกรรมจับคู่ธุรกิจถือเป็นอีกหัวใจสำคัญของงาน เพราะจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พูดคุยกับนักลงทุนและผู้ซื้อโดยตรง ทั้งจากลาว เมียนมา กรุงเทพฯ และเครือข่ายผู้ค้าออนไลน์จากหลายพื้นที่ของประเทศ
แม่สายคือจุดยุทธศาสตร์ของการค้าชายแดน และงานนี้ช่วยเติมแรงให้พื้นที่
อำเภอแม่สายมีบทบาทสำคัญในฐานะประตูการค้าชายแดนของภาคเหนือ ดังนั้น การเลือกจัดงานที่สนามฝึกยุวาวัณจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางงานไว้ในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจริงของจังหวัดโดยตรง
หลังน้ำท่วม ธุรกิจในพื้นที่ชายแดนหลายแห่งชะลอตัว ทั้งการค้าปลีก การขนส่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ งานนี้จึงเข้ามาช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ และดึงผู้คนกลับมาสร้างความคึกคักให้แม่สายอีกครั้ง
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย งานนี้มีความหมายมาก เพราะช่วยลดต้นทุนการหาตลาด เปิดโอกาสให้พบลูกค้าและคู่ค้าในที่เดียว รวมถึงเพิ่มช่องทางขายไปยังต่างประเทศได้ง่ายขึ้น โดยคาดว่าเงินหมุนเวียนตลอด 5 วันของงานจะไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
นอกจากนั้น งานยังสอดคล้องกับแนวทาง BCG Economy ของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจชีวภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเหมาะกับจุดแข็งของเชียงรายอย่างมาก ทั้งในด้านเกษตร ชุมชน และสินค้าท้องถิ่น
ทุกภาคส่วนจับมือกัน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของเชียงราย
การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย หอการค้าจังหวัดเชียงราย และสมาคมผู้ส่งออกสินค้าเกษตร แต่ละฝ่ายเข้ามาช่วยสนับสนุนในบทบาทที่ต่างกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีโอกาสกลับมาเติบโตได้จริง
เป้าหมายของงานไม่ได้หยุดแค่การขายสินค้าในช่วงจัดงานเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงการต่อยอดธุรกิจในระยะยาว ทั้งเรื่องเครือข่ายการค้า การพัฒนาสินค้า และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของคนท้องถิ่น
นายประเสริฐย้ำว่า จังหวัดต้องการเห็นผู้ประกอบการเชียงรายไม่ได้แค่ฟื้นตัวจากวิกฤต แต่ต้องเดินต่อได้ไกลกว่าเดิม และมีฐานธุรกิจที่มั่นคงมากขึ้น
คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดในระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026 อาจมีส่วนช่วยให้ GDP ของเชียงรายในปี 2569 ขยับเพิ่มขึ้นราว 3 ถึง 5% โดยเฉพาะในภาคการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสองเครื่องยนต์สำคัญของจังหวัด
ผลดีไม่ได้จบเพียงช่วงจัดงาน เพราะเมื่อผู้ประกอบการได้พบคู่ค้าใหม่ ได้รับคำสั่งซื้อ หรือเริ่มสร้างเครือข่ายธุรกิจใหม่ ก็มีโอกาสต่อยอดไปสู่การลงทุนในระยะยาว เช่น โรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร หรือระบบขายออนไลน์ข้ามพรมแดน
อีกด้านหนึ่ง ประชาชนในเชียงราย โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME กว่า 10,000 ราย มีแนวโน้มได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ความรู้ใหม่จากกิจกรรมในงาน และโอกาสในการขยายตลาดของตนเอง
เปิดให้เข้าร่วมฟรีตลอด 5 วัน
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ตลอด 5 วัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 18.00 น. ณ สนามฝึกยุวาวัณ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจทางการของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย หรือเว็บไซต์ของจังหวัดเชียงราย เพื่ออัปเดตรายละเอียดกิจกรรม ตารางงาน และข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วม
เชียงรายกำลังเดินหน้าออกจากช่วงเวลายากลำบากด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026” ก็คืออีกก้าวสำคัญของการฟื้นเศรษฐกิจจังหวัดให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ทั้งในวันนี้และในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วัยรุ่น 2 คนจมน้ำเสียชีวิตหลังเรือล่มขณะออกไปตกปลาที่หนองหลวงเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
- โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
- ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง
สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม
แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ
ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน
ประเด็นสำคัญ
- มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
- เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
- ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท
ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น
อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย
นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน
นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง
ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-ลาวมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมาก กองกำลังผาเมือง ของประเทศไทยได้จัดการลาดตระเวนร่วมทางน้ำ ตามแนวลำแม่น้ำโขงครั้งสำคัญ กิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับกองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พิธีสำคัญจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝั่งโขง
ประเด็นสำคัญ
- ความร่วมมือระดับสูง: กองกำลังผาเมืองและกองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ร่วมกันลาดตระเวนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
- จุดศูนย์กลางการทำงาน: กิจกรรมหลักจัดขึ้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์อันดี และยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
ผู้นำสองประเทศร่วมประชุมหารือ
งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ท่านยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย ในขณะที่ฝ่ายลาวนำโดย พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี หัวหน้ากองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน
ในช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้ร่วมให้การต้อนรับ พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี และคณะทำงานอย่างอบอุ่น การต้อนรับจัดขึ้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ หลังจากนั้นคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือข้อราชการที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงของ ตามแผนงานที่วางไว้
การประชุมครั้งนี้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการวางแผนป้องกันปัญหายาเสพติดข้ามชาติตามที่ สำนักข่าวไทยพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นมักรายงานถึงความท้าทายนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหาวิธีการทำงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความรู้สึกปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในทุกๆ วัน
ลาดตระเวนร่วมทางน้ำเพื่อความมั่นคง
เมื่อการประชุมหารือเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริงทันที พวกเขาได้ร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานลาดตระเวนร่วมทางน้ำ โดยใช้จุดสังเกตการณ์บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองประเทศ ได้นำเรือออกลาดตระเวนไปตามลำแม่น้ำโขงอย่างพร้อมเพรียง การทำงานร่วมกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความสามัคคีในการปกป้องพื้นที่ชายแดน การลาดตระเวนร่วมยังช่วยลดช่องโหว่ของการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระดับพื้นที่ การที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงเรือปฏิบัติงานร่วมกัน เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานประสานงานชายแดน ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สร้างความสัมพันธ์ผ่านมื้ออาหาร
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงเช้า คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนและร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน การรับประทานอาหารร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเองนอกห้องประชุม
ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นของผู้นำ จะส่งผลดีต่อการทำงานประสานงานในระดับปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะสามารถติดต่อสื่อสาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฝ่ายไทยได้ร่วมส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายลาวเดินทางกลับอย่างปลอดภัย
พิธีส่งกลับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เช่นเดิม การปฏิบัติภารกิจร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างไทยกับลาว
ในอนาคต เราคงจะได้เห็นกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้กับภูมิภาคอาเซียนของเรา ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงก็จะสามารถไปมาหาสู่ และทำการค้าขายกันได้อย่างสบายใจตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ










