เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเร่งเครื่องฟื้นเศรษฐกิจ จัดใหญ่ “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026”
เชียงราย – เชียงรายเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมใหญ่ เตรียมจัด “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026” วันที่ 28 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. นี้ หวังกระตุ้นการค้าชายแดน สร้างเงินสะพัดหลายร้อยล้าน…
เชียงราย – เชียงรายเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมใหญ่ เตรียมจัด “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026” วันที่ 28 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. นี้ หวังกระตุ้นการค้าชายแดน สร้างเงินสะพัดหลายร้อยล้าน
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงรายกำลังส่งสัญญาณชัดว่าเศรษฐกิจท้องถิ่นพร้อมกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังเผชิญผลกระทบหนักจากอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดจากพายุยางิในปี 2567 ล่าสุด จังหวัดเตรียมจัดงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026 : Trade Moves, Economy Drives” ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม ถึง 1 เมษายน 2569 ที่สนามฝึกยุวาวัณ อำเภอแม่สาย เพื่อเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้ขายสินค้า พบคู่ค้า และขยายโอกาสทางธุรกิจอย่างจริงจัง
งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้าเท่านั้น แต่ถูกวางให้เป็นเวทีเศรษฐกิจที่รวมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายธุรกิจในพื้นที่เข้ามาทำงานร่วมกัน เป้าหมายคือเปลี่ยนช่วงเวลาหลังวิกฤตให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวที่มั่นคงกว่าเดิม
แถลงข่าวเปิดงานที่เซ็นทรัล เชียงราย ท่ามกลางแรงหนุนจากหลายภาคส่วน
การเปิดตัวงานจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และเครือข่ายผู้ประกอบการในจังหวัดเข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า ภาพรวมของการแถลงข่าวสะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกัน คือเร่งฟื้นเศรษฐกิจฐานราก และช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กกลับมาตั้งหลักได้เร็วขึ้น
ภายในงานมีผู้บริหารจังหวัด เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย สมาคมผู้ประกอบการชายแดน และตัวแทน SME กว่า 50 รายเข้าร่วม บรรยากาศเต็มไปด้วยความคาดหวัง เพราะทุกคนมองตรงกันว่าเชียงรายยังมีศักยภาพสูง และยังเป็นพื้นที่สำคัญของเศรษฐกิจชายแดนภาคเหนือ
รองผู้ว่าฯ ประเสริฐ จิตพลีชีพ ชูแนวคิด 3R เป็นแกนหลักของการฟื้นตัว
นายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า งาน CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026 เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของจังหวัด เพื่อพาเชียงรายก้าวจากช่วงเยียวยาผู้ประสบภัย ไปสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจรอบใหม่ ภายใต้แนวคิด 3R ได้แก่ Rebuild, Reconnect และ Reinforce
รายละเอียดของแนวคิดทั้ง 3 ส่วนมีดังนี้
- Rebuild คือการวางโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้รับมือกับภัยพิบัติได้ดีขึ้น
- Reconnect คือการเชื่อมผู้ประกอบการในพื้นที่เข้ากับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- Reinforce คือการเพิ่มทักษะและความพร้อมให้ SME แข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่
นายประเสริฐระบุเพิ่มเติมว่า พายุยางิในปี 2567 สร้างความเสียหายอย่างมากต่อภาคเกษตรและการค้าชายแดนของจังหวัด แต่เชียงรายจะไม่หยุดอยู่กับปัญหา จังหวัดจะใช้ช่วงเวลานี้วางรากฐานเศรษฐกิจให้แข็งแรงกว่าเดิม เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ที่ต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาว
สำนักงานพาณิชย์เชียงรายยกระดับงาน สู่เวทีเศรษฐกิจครบวงจร
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายเปิดเผยว่า งานปี 2569 ถูกพัฒนาให้ใหญ่ขึ้นและครบมากขึ้น โดยจะใช้โดมแสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่ติดตั้งระบบปรับอากาศ เพื่อรองรับผู้เข้าชมจำนวนมากในแต่ละวัน และช่วยให้การจัดงานมีความพร้อมทั้งด้านพื้นที่และความสะดวกสบาย
ภายในงานจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากกว่า 200 ราย จากเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง สินค้าที่นำมาจัดแสดงครอบคลุมหลายกลุ่ม ซึ่งล้วนเป็นจุดแข็งของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้า GI และสินค้ากลุ่ม BCG ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
การจัดงานในรูปแบบนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีพื้นที่นำเสนอสินค้าอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อและนักลงทุนก็สามารถเห็นศักยภาพของเชียงรายได้ในภาพรวมภายในงานเดียว
ไฮไลต์สำคัญของงาน CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026
จุดเด่นของงานไม่ได้มีแค่จำนวนร้านค้า แต่ยังมีหลายกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการและนักลงทุนโดยตรง ดังนี้
- โดมแสดงสินค้าขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้าง เดินชมงานได้สะดวก และมีระบบปรับอากาศ
- ผู้แสดงสินค้ากว่า 200 ราย ครอบคลุมสินค้าหลายประเภทจากเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง
- สินค้าเด่นของจังหวัด เช่น ชา กาแฟ ผลไม้แห้ง สินค้าเกษตรแปรรูป ผลิตภัณฑ์ GI อย่างชาโบราณเชียงรายและผ้าไหมท้องถิ่น รวมถึงสินค้ากลุ่ม BCG และแบรนด์ชุมชนคุณภาพ
- Business Matching จับคู่ธุรกิจทั้งแบบ onsite และ online ผ่านแอปพลิเคชันเฉพาะของงาน
- กิจกรรมเสริมความรู้ เช่น เวิร์กช็อปพัฒนาผู้ประกอบการ เสวนาแนวโน้มตลาดชายแดน และโซนแสดงสินค้านวัตกรรม
กิจกรรมจับคู่ธุรกิจถือเป็นอีกหัวใจสำคัญของงาน เพราะจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พูดคุยกับนักลงทุนและผู้ซื้อโดยตรง ทั้งจากลาว เมียนมา กรุงเทพฯ และเครือข่ายผู้ค้าออนไลน์จากหลายพื้นที่ของประเทศ
แม่สายคือจุดยุทธศาสตร์ของการค้าชายแดน และงานนี้ช่วยเติมแรงให้พื้นที่
อำเภอแม่สายมีบทบาทสำคัญในฐานะประตูการค้าชายแดนของภาคเหนือ ดังนั้น การเลือกจัดงานที่สนามฝึกยุวาวัณจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางงานไว้ในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจริงของจังหวัดโดยตรง
หลังน้ำท่วม ธุรกิจในพื้นที่ชายแดนหลายแห่งชะลอตัว ทั้งการค้าปลีก การขนส่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ งานนี้จึงเข้ามาช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ และดึงผู้คนกลับมาสร้างความคึกคักให้แม่สายอีกครั้ง
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย งานนี้มีความหมายมาก เพราะช่วยลดต้นทุนการหาตลาด เปิดโอกาสให้พบลูกค้าและคู่ค้าในที่เดียว รวมถึงเพิ่มช่องทางขายไปยังต่างประเทศได้ง่ายขึ้น โดยคาดว่าเงินหมุนเวียนตลอด 5 วันของงานจะไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
นอกจากนั้น งานยังสอดคล้องกับแนวทาง BCG Economy ของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจชีวภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเหมาะกับจุดแข็งของเชียงรายอย่างมาก ทั้งในด้านเกษตร ชุมชน และสินค้าท้องถิ่น
ทุกภาคส่วนจับมือกัน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของเชียงราย
การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย หอการค้าจังหวัดเชียงราย และสมาคมผู้ส่งออกสินค้าเกษตร แต่ละฝ่ายเข้ามาช่วยสนับสนุนในบทบาทที่ต่างกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีโอกาสกลับมาเติบโตได้จริง
เป้าหมายของงานไม่ได้หยุดแค่การขายสินค้าในช่วงจัดงานเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงการต่อยอดธุรกิจในระยะยาว ทั้งเรื่องเครือข่ายการค้า การพัฒนาสินค้า และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของคนท้องถิ่น
นายประเสริฐย้ำว่า จังหวัดต้องการเห็นผู้ประกอบการเชียงรายไม่ได้แค่ฟื้นตัวจากวิกฤต แต่ต้องเดินต่อได้ไกลกว่าเดิม และมีฐานธุรกิจที่มั่นคงมากขึ้น
คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดในระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026 อาจมีส่วนช่วยให้ GDP ของเชียงรายในปี 2569 ขยับเพิ่มขึ้นราว 3 ถึง 5% โดยเฉพาะในภาคการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสองเครื่องยนต์สำคัญของจังหวัด
ผลดีไม่ได้จบเพียงช่วงจัดงาน เพราะเมื่อผู้ประกอบการได้พบคู่ค้าใหม่ ได้รับคำสั่งซื้อ หรือเริ่มสร้างเครือข่ายธุรกิจใหม่ ก็มีโอกาสต่อยอดไปสู่การลงทุนในระยะยาว เช่น โรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร หรือระบบขายออนไลน์ข้ามพรมแดน
อีกด้านหนึ่ง ประชาชนในเชียงราย โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME กว่า 10,000 ราย มีแนวโน้มได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ความรู้ใหม่จากกิจกรรมในงาน และโอกาสในการขยายตลาดของตนเอง
เปิดให้เข้าร่วมฟรีตลอด 5 วัน
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ตลอด 5 วัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 18.00 น. ณ สนามฝึกยุวาวัณ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจทางการของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย หรือเว็บไซต์ของจังหวัดเชียงราย เพื่ออัปเดตรายละเอียดกิจกรรม ตารางงาน และข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วม
เชียงรายกำลังเดินหน้าออกจากช่วงเวลายากลำบากด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026” ก็คืออีกก้าวสำคัญของการฟื้นเศรษฐกิจจังหวัดให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ทั้งในวันนี้และในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วัยรุ่น 2 คนจมน้ำเสียชีวิตหลังเรือล่มขณะออกไปตกปลาที่หนองหลวงเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย




