เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเร่งเครื่องฟื้นเศรษฐกิจ จัดใหญ่ “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026”
เชียงราย – เชียงรายเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมใหญ่ เตรียมจัด “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026” วันที่ 28 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. นี้ หวังกระตุ้นการค้าชายแดน สร้างเงินสะพัดหลายร้อยล้าน…
เชียงราย – เชียงรายเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมใหญ่ เตรียมจัด “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026” วันที่ 28 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. นี้ หวังกระตุ้นการค้าชายแดน สร้างเงินสะพัดหลายร้อยล้าน
ยาบ้าอีกราย">เชียงรายกำลังส่งสัญญาณชัดว่าเศรษฐกิจท้องถิ่นพร้อมกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังเผชิญผลกระทบหนักจากอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดจากพายุยางิในปี 2567 ล่าสุด จังหวัดเตรียมจัดงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026 : Trade Moves, Economy Drives” ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม ถึง 1 เมษายน 2569 ที่สนามฝึกยุวาวัณ อำเภอแม่สาย เพื่อเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้ขายสินค้า พบคู่ค้า และขยายโอกาสทางธุรกิจอย่างจริงจัง
งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้าเท่านั้น แต่ถูกวางให้เป็นเวทีเศรษฐกิจที่รวมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายธุรกิจในพื้นที่เข้ามาทำงานร่วมกัน เป้าหมายคือเปลี่ยนช่วงเวลาหลังวิกฤตให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวที่มั่นคงกว่าเดิม

แถลงข่าวเปิดงานที่เซ็นทรัล เชียงราย ท่ามกลางแรงหนุนจากหลายภาคส่วน
การเปิดตัวงานจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และเครือข่ายผู้ประกอบการในจังหวัดเข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า ภาพรวมของการแถลงข่าวสะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกัน คือเร่งฟื้นเศรษฐกิจฐานราก และช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กกลับมาตั้งหลักได้เร็วขึ้น
ภายในงานมีผู้บริหารจังหวัด เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย สมาคมผู้ประกอบการชายแดน และตัวแทน SME กว่า 50 รายเข้าร่วม บรรยากาศเต็มไปด้วยความคาดหวัง เพราะทุกคนมองตรงกันว่าเชียงรายยังมีศักยภาพสูง และยังเป็นพื้นที่สำคัญของเศรษฐกิจชายแดนภาคเหนือ
รองผู้ว่าฯ ประเสริฐ จิตพลีชีพ ชูแนวคิด 3R เป็นแกนหลักของการฟื้นตัว
นายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า งาน CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026 เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของจังหวัด เพื่อพาเชียงรายก้าวจากช่วงเยียวยาผู้ประสบภัย ไปสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจรอบใหม่ ภายใต้แนวคิด 3R ได้แก่ Rebuild, Reconnect และ Reinforce
รายละเอียดของแนวคิดทั้ง 3 ส่วนมีดังนี้
- Rebuild คือการวางโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้รับมือกับภัยพิบัติได้ดีขึ้น
- Reconnect คือการเชื่อมผู้ประกอบการในพื้นที่เข้ากับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- Reinforce คือการเพิ่มทักษะและความพร้อมให้ SME แข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่
นายประเสริฐระบุเพิ่มเติมว่า พายุยางิในปี 2567 สร้างความเสียหายอย่างมากต่อภาคเกษตรและการค้าชายแดนของจังหวัด แต่เชียงรายจะไม่หยุดอยู่กับปัญหา จังหวัดจะใช้ช่วงเวลานี้วางรากฐานเศรษฐกิจให้แข็งแรงกว่าเดิม เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ที่ต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาว
สำนักงานพาณิชย์เชียงรายยกระดับงาน สู่เวทีเศรษฐกิจครบวงจร
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายเปิดเผยว่า งานปี 2569 ถูกพัฒนาให้ใหญ่ขึ้นและครบมากขึ้น โดยจะใช้โดมแสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่ติดตั้งระบบปรับอากาศ เพื่อรองรับผู้เข้าชมจำนวนมากในแต่ละวัน และช่วยให้การจัดงานมีความพร้อมทั้งด้านพื้นที่และความสะดวกสบาย
ภายในงานจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากกว่า 200 ราย จากเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง สินค้าที่นำมาจัดแสดงครอบคลุมหลายกลุ่ม ซึ่งล้วนเป็นจุดแข็งของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้า GI และสินค้ากลุ่ม BCG ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
การจัดงานในรูปแบบนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีพื้นที่นำเสนอสินค้าอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อและนักลงทุนก็สามารถเห็นศักยภาพของเชียงรายได้ในภาพรวมภายในงานเดียว

ไฮไลต์สำคัญของงาน CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026
จุดเด่นของงานไม่ได้มีแค่จำนวนร้านค้า แต่ยังมีหลายกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการและนักลงทุนโดยตรง ดังนี้
- โดมแสดงสินค้าขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้าง เดินชมงานได้สะดวก และมีระบบปรับอากาศ
- ผู้แสดงสินค้ากว่า 200 ราย ครอบคลุมสินค้าหลายประเภทจากเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง
- สินค้าเด่นของจังหวัด เช่น ชา กาแฟ ผลไม้แห้ง สินค้าเกษตรแปรรูป ผลิตภัณฑ์ GI อย่างชาโบราณเชียงรายและผ้าไหมท้องถิ่น รวมถึงสินค้ากลุ่ม BCG และแบรนด์ชุมชนคุณภาพ
- Business Matching จับคู่ธุรกิจทั้งแบบ onsite และ online ผ่านแอปพลิเคชันเฉพาะของงาน
- กิจกรรมเสริมความรู้ เช่น เวิร์กช็อปพัฒนาผู้ประกอบการ เสวนาแนวโน้มตลาดชายแดน และโซนแสดงสินค้านวัตกรรม
กิจกรรมจับคู่ธุรกิจถือเป็นอีกหัวใจสำคัญของงาน เพราะจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พูดคุยกับนักลงทุนและผู้ซื้อโดยตรง ทั้งจากลาว เมียนมา กรุงเทพฯ และเครือข่ายผู้ค้าออนไลน์จากหลายพื้นที่ของประเทศ
แม่สายคือจุดยุทธศาสตร์ของการค้าชายแดน และงานนี้ช่วยเติมแรงให้พื้นที่
อำเภอแม่สายมีบทบาทสำคัญในฐานะประตูการค้าชายแดนของภาคเหนือ ดังนั้น การเลือกจัดงานที่สนามฝึกยุวาวัณจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางงานไว้ในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจริงของจังหวัดโดยตรง
หลังน้ำท่วม ธุรกิจในพื้นที่ชายแดนหลายแห่งชะลอตัว ทั้งการค้าปลีก การขนส่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ งานนี้จึงเข้ามาช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ และดึงผู้คนกลับมาสร้างความคึกคักให้แม่สายอีกครั้ง
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย งานนี้มีความหมายมาก เพราะช่วยลดต้นทุนการหาตลาด เปิดโอกาสให้พบลูกค้าและคู่ค้าในที่เดียว รวมถึงเพิ่มช่องทางขายไปยังต่างประเทศได้ง่ายขึ้น โดยคาดว่าเงินหมุนเวียนตลอด 5 วันของงานจะไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
นอกจากนั้น งานยังสอดคล้องกับแนวทาง BCG Economy ของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจชีวภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเหมาะกับจุดแข็งของเชียงรายอย่างมาก ทั้งในด้านเกษตร ชุมชน และสินค้าท้องถิ่น
ทุกภาคส่วนจับมือกัน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของเชียงราย
การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย หอการค้าจังหวัดเชียงราย และสมาคมผู้ส่งออกสินค้าเกษตร แต่ละฝ่ายเข้ามาช่วยสนับสนุนในบทบาทที่ต่างกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีโอกาสกลับมาเติบโตได้จริง
เป้าหมายของงานไม่ได้หยุดแค่การขายสินค้าในช่วงจัดงานเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงการต่อยอดธุรกิจในระยะยาว ทั้งเรื่องเครือข่ายการค้า การพัฒนาสินค้า และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของคนท้องถิ่น
นายประเสริฐย้ำว่า จังหวัดต้องการเห็นผู้ประกอบการเชียงรายไม่ได้แค่ฟื้นตัวจากวิกฤต แต่ต้องเดินต่อได้ไกลกว่าเดิม และมีฐานธุรกิจที่มั่นคงมากขึ้น
คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดในระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026 อาจมีส่วนช่วยให้ GDP ของเชียงรายในปี 2569 ขยับเพิ่มขึ้นราว 3 ถึง 5% โดยเฉพาะในภาคการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสองเครื่องยนต์สำคัญของจังหวัด
ผลดีไม่ได้จบเพียงช่วงจัดงาน เพราะเมื่อผู้ประกอบการได้พบคู่ค้าใหม่ ได้รับคำสั่งซื้อ หรือเริ่มสร้างเครือข่ายธุรกิจใหม่ ก็มีโอกาสต่อยอดไปสู่การลงทุนในระยะยาว เช่น โรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร หรือระบบขายออนไลน์ข้ามพรมแดน
อีกด้านหนึ่ง ประชาชนในเชียงราย โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME กว่า 10,000 ราย มีแนวโน้มได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ความรู้ใหม่จากกิจกรรมในงาน และโอกาสในการขยายตลาดของตนเอง
เปิดให้เข้าร่วมฟรีตลอด 5 วัน
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ตลอด 5 วัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 18.00 น. ณ สนามฝึกยุวาวัณ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจทางการของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย หรือเว็บไซต์ของจังหวัดเชียงราย เพื่ออัปเดตรายละเอียดกิจกรรม ตารางงาน และข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วม
เชียงรายกำลังเดินหน้าออกจากช่วงเวลายากลำบากด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และงาน “CHIANG RAI RESILIENCE EXPO 2026” ก็คืออีกก้าวสำคัญของการฟื้นเศรษฐกิจจังหวัดให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ทั้งในวันนี้และในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วัยรุ่น 2 คนจมน้ำเสียชีวิตหลังเรือล่มขณะออกไปตกปลาที่หนองหลวงเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย
ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ
ประเด็นสำคัญ
- กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
- เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
- ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว
ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่
การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน
นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที
การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย
ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร
การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน
ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว
เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย
ประเด็นสำคัญ
- ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
- เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
- เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี
ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์
แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง
ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง
สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม
คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป
คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน
งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน
ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – นักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม
การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก
ประเด็นสำคัญ
- โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
- นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
- กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน
หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ
ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้
หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย
ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด
ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย
การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว
กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ
สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล
โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก
นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว
การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ
ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย
การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoด่านชายแดนเชียงรายยึดยาบ้าได้ 2.89 ล้านเม็ด: จับกุมชาย 4 คน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoอัปเดตด่วน! ปิดถนนแม่สายเชียงรายนาน 2 เดือน



