Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ฟุตบอล

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ เรอัล มาดริด 2-1 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก

เอติฮัด สเตเดียม, เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ, วันที่ 18 มีนาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย กลายเป็นอีกคืนที่แฟนบอลยุโรปพูดถึงกันทั่ว เมื่อ เรอัล มาดริด บุกชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง…

Rebecca Kim

Published

on

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ เรอัล มาดริด 2-1

เอติฮัด สเตเดียม, เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ, วันที่ 18 มีนาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย กลายเป็นอีกคืนที่แฟนบอลยุโรปพูดถึงกันทั่ว เมื่อ เรอัล มาดริด บุกชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง

แม้เจ้าถิ่นจะเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 20 แต่ก็ยังสู้เต็มที่จนเกือบยื้อเกมได้ อย่างไรก็ตาม ประตูในช่วงทดเจ็บของทีมเยือนทำให้แมนซิตี้ต้องแพ้คาบ้าน และจบเส้นทางด้วยสกอร์รวม 1-5 ตกรอบไปอีกครั้ง

เกมนี้เป็นอีกนัดที่เป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องจดจำในฐานะบททดสอบหนักของทีม ขณะที่ อัลบาโร อาร์เบโลอา พาเรอัล มาดริด เล่นด้วยความนิ่งและเฉียบคม แม้จะเป็นซีซันแรกในบทบาทกุนซือเต็มตัวก็ตาม

2026/03/1-3.avif" alt="แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ เรอัล มาดริด 2-1" width="1200" height="800" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/1-3.avif 1200w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/1-3-300x200.avif 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/1-3-1024x683.avif 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/1-3-768x512.avif 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />

สรุปผลการแข่งขันและภาพรวมของเกม – ชมไฮไลท์การแข่งขัน 

ก่อนลงเล่นนัดนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่แล้ว เพราะแพ้มาก่อนในเลกแรกที่ซานติอาโก เบร์นาเบว 0-3 ทำให้เกมที่เอติฮัดพวกเขาจำเป็นต้องยิงอย่างน้อย 4 ประตู หากหวังพลิกสถานการณ์เข้ารอบ

แต่สถานการณ์กลับยิ่งยากขึ้นตั้งแต่ครึ่งแรก เมื่อกัปตันทีม บอร์นาร์โด ซิลวา โดนใบแดงโดยตรงในนาทีที่ 20 หลังใช้มือขวางลูกยิงของ วินิซิอุส จูเนียร์ ผู้ตัดสินเช็ก VAR แล้วชี้เป็นจุดโทษทันที ส่งผลให้แมนซิตี้ต้องเล่น 10 คนแทบตลอดทั้งเกม

ถึงอย่างนั้น ทีมของกวาร์ดิโอลาก็ยังไม่ยอมง่าย ๆ และตามตีเสมอได้จาก เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ จนเกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+4 วินิซิอุสก็มายิงประตูตัดสิน ส่งเรอัล มาดริด บุกชนะ 2-1 และผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายแบบมั่นใจ

แฟนบอลในสนามจำนวน 51,103 คน ต่างปรบมือให้ความพยายามของแมนซิตี้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า เรอัล มาดริด มีความเด็ดขาดและประสบการณ์ในเวทียุโรปเหนือกว่า

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ เรอัล มาดริด 2-1

จังหวะสำคัญของเกม, ใบแดง จุดโทษ และประตูปิดท้ายสุดดราม่า

เกมเปิดมาอย่างดุเดือด และมีหลายจังหวะสำคัญที่เปลี่ยนทิศทางการแข่งขัน

  • นาทีที่ 1: เฟเดริโก วัลเวร์เด ลองส่องไกล แต่บอลยังไม่อันตรายพอ
  • นาทีที่ 20: บอร์นาร์โด ซิลวา โดนใบแดง หลัง VAR ยืนยันว่าใช้มือป้องกันลูกยิงของวินิซิอุส ทำให้แมนซิตี้เหลือ 10 คน
  • นาทีที่ 22: วินิซิอุส จูเนียร์ รับหน้าที่สังหารจุดโทษไม่พลาด เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0
  • นาทีที่ 41: เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยิงตีเสมอ 1-1 จากจังหวะเข้าชาร์จหน้าประตู หลังเพื่อนได้เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ามาอย่างแม่นยำ
  • นาทีที่ 90+1: วินิซิอุสส่งบอลเข้าประตูได้อีกครั้ง แต่ VAR เช็กแล้วริบคืน เพราะอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
  • นาทีที่ 90+4: วินิซิอุส จูเนียร์ ซัดประตูชัย จากลูกครอสของ ออริย็อง ชูอาเมนี่ พาเรอัล มาดริด แซงชนะ 2-1

แม้แมนซิตี้จะยิงมากถึง 22 ครั้ง และเข้ากรอบ 8 หน แต่เรอัล มาดริด มีค่า xG สูงกว่าอยู่ที่ 2.93 ต่อ 1.91 ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า ทีมเยือนใช้โอกาสได้คมกว่า

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ เรอัล มาดริด 2-1

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงและสถิติเด่น

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาในระบบ 4-2-3-1 โดยเป๊ปวางแผนให้ทีมเดินเกมรุกเพื่อทวงสกอร์คืนตั้งแต่ต้น

ตำแหน่ง ผู้เล่น เรตติ้ง (Fotmob)
GK Gianluigi Donnarumma 6.8
RB Matheus Nunes 6.4
CB Abdukodir Khusanov 7.9
CB Rúben Dias 6.6
LB Rayan Aït-Nouri 6.9
CM Bernardo Silva (c) 5.3
CM Rodri 7.8
AM Rayan Cherki 7.1
AM Tijjani Reijnders 6.2
AM Jérémy Doku 7.0
ST Erling Haaland 8.0

ผู้เล่นสำรองที่มีบทบาท: Marc Guéhi, Nathan Aké, Antoine Semenyo, Omar Marmoush, Nico González

ฝั่ง เรอัล มาดริด ใช้แผน 4-4-2 และเน้นเกมสวนกลับที่รวดเร็วและแม่นยำ

ตำแหน่ง ผู้เล่น เรตติ้ง (Fotmob)
GK Thibaut Courtois 7.0
RB Trent Alexander-Arnold 7.5
CB Antonio Rüdiger 6.2
CB Dean Huijsen 6.9
LB Fran García 6.7
CM Federico Valverde (c) 7.2
CM Thiago Pitarch 6.7
CM Aurélien Tchouaméni 8.4
CM Arda Güler 7.3
FW Brahim Díaz 6.6
FW Vinícius Júnior 9.0

ผู้เล่นสำรองสำคัญ: Andriy Lunin, Kylian Mbappé, Eduardo Camavinga, Manuel Ángel, Daniel Carvajal

สถิติโดยรวมของเกมนี้ค่อนข้างสูสี แมนซิตี้ครองบอล 47 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรอัล มาดริด ครอง 53 เปอร์เซ็นต์ เจ้าถิ่นได้เตะมุม 9 ครั้ง ขณะที่ทีมเยือนได้ 6 ครั้ง แม้แมนซิตี้จะยิงมากกว่า 22 ต่อ 14 แต่ความต่างอยู่ที่การจบสกอร์ ซึ่งเรอัลทำได้มีคุณภาพกว่าอย่างชัดเจน

ฟอร์มเด่นของนักเตะและมุมวิเคราะห์หลังเกม

คนที่โดดเด่นที่สุดหนีไม่พ้น วินิซิอุส จูเนียร์ เจ้าของเรตติ้ง 9.0 เขายิง 2 ประตู ทั้งจากจุดโทษและลูกปิดเกมช่วงทดเจ็บ นอกจากนี้ยังสร้างปัญหาให้แนวรับแมนซิตี้ตลอดทั้งนัดด้วยความเร็วและการเล่นแบบตัวต่อตัว

อีกคนที่มีส่วนสำคัญมากคือ ออริย็อง ชูอาเมนี่ ซึ่งได้เรตติ้ง 8.4 เขาช่วยคุมจังหวะแดนกลางได้ดี และยังเป็นคนเปิดบอลให้วินิซิอุสยิงประตูชัยอีกด้วย

ฝั่งแมนซิตี้ แม้ทีมจะเป็นฝ่ายแพ้ แต่ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยังทำผลงานได้ดี เขาได้เรตติ้ง 8.0 จากประตูตีเสมอและความอันตรายในเขตโทษ ส่วน โรดรี กับ อับดูกอดิร์ คูซานอฟ ก็เล่นได้แข็งแกร่งเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนใหญ่ของเกมก็คือใบแดงของบอร์นาร์โด ซิลวา เพราะหลังจากนั้นแมนซิตี้ต้องใช้พลังไปกับการประคองเกมมากขึ้น และเสียความต่อเนื่องในเกมรุกอย่างชัดเจน

หลังจบเกม กวาร์ดิโอลากล่าวว่า ทีมของเขายังเล่นด้วยใจแม้จะเหลือ 10 คน แต่สุดท้ายความนิ่งและประสบการณ์ของเรอัล มาดริด เป็นตัวตัดสินผลการแข่งขัน ขณะที่อาร์เบโลอาแสดงความพอใจกับผลงานลูกทีม พร้อมย้ำว่าทีมเล่นด้วยความเชื่อมั่นตั้งแต่ต้นจนจบ

ผลต่อฤดูกาลของทั้งสองทีม

การตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งนี้ ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหลือลุ้นแชมป์แค่ในพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลถ้วยภายในประเทศเท่านั้น โดยสถานการณ์ในลีกตอนนี้ก็ยังตามหลังอาร์เซนอลอยู่ 9 คะแนน

ส่วนเรอัล มาดริด เดินหน้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ และมีคิวพบกับ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งน่าจะเป็นอีกคู่ใหญ่ที่แฟนบอลรอชมกันมากที่สุดคู่หนึ่งของฤดูกาล

ด้าน คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ลงมาเป็นตัวสำรองราว 20 นาที แม้สภาพร่างกายยังไม่เต็มร้อย แต่การมีเขาอยู่ในทีมก็เพิ่มทางเลือกในเกมรุกให้เรอัล มาดริด ได้ชัดเจน

นัดนี้ย้ำภาพเดิมได้อีกครั้งว่า เมื่อเข้าสู่เวทียุโรป เรอัล มาดริด ยังเป็นทีมที่รับมือยากเสมอ ต่อให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ม้านั่งข้างสนาม พวกเขาก็ยังรักษามาตรฐานของทีมลุ้นแชมป์เอาไว้ได้ครบถ้วน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

บาร์เซโลน่า ถล่มเซบีย่า 5-2 ยึดจ่าฝูงลา ลีกา ต่อเนื่อง, ราฟินญากดแฮตทริก

ฟุตบอล

ฟุตบอลโลก 2026 ทำลายสถิติผู้เข้าชมและครองพื้นที่บนโซเชียลมีเดีย

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ฟุตบอลโลก 2026 ทำลายสถิติผู้เข้าชมสูงสุดเป็นประวัติการณ์และครองพื้นที่บนโซเชียลมีเดีย

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026">ฟุตบอลโลกปี 2026 ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการกีฬาอย่างเป็นทางการแล้ว ทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่นี้สามารถทำลายสถิติยอดผู้เข้าชมในสนามของการแข่งขันครั้งก่อนๆ ทั้งหมดลงได้อย่างราบคาบ

จากรายงานล่าสุดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) พบว่ามีแฟนฟุตบอลจำนวนมหาศาลแห่กันไปชมการแข่งขันสดในสนามกีฬา จำนวนแฟนบอลที่ผ่านประตูสนามกีฬาทั่วโลกในสัปดาห์นี้มีจำนวนถึง 3,605,357 คน และจำนวนนี้ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ การแข่งขัน

ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways

  • ทำลายสถิติปี 1994: ยอดผู้ชมรวม 3.6 ล้านคนในปัจจุบัน ได้แซงหน้าสถิติเดิม 3,587,538 คนของฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพลงได้สำเร็จ
  • อัตราการครองความจุสูงลิ่ว: ทัวร์นาเมนต์นี้มีอัตราการเข้าชมหรือความหนาแน่นของแฟนบอลในสเตเดียมสูงถึง 99.7% ซึ่งถือเป็นสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
  • อานิสงส์จากการปรับระบบใหม่: การขยายรูปแบบการแข่งขันเป็น 48 ทีม และเพิ่มแมตช์การแข่งขันเป็น 104 เกม คือปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดสถิติตัวเลขแฟนบอลถล่มทลายในครั้งนี้

ปัจจัยแห่งความสำเร็จและการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์

ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในด้านยอดผู้ชมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการตัดสินใจครั้งสำคัญขององค์กรลูกหนังระดับโลก การเพิ่มจำนวนทีมจากเดิม 32 ทีมเป็น 48 ทีม ทำให้สัดส่วนของเกมการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แฟนบอลจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้รับโอกาสในการเดินทางเข้ามาเชียร์ชาติตัวเองในสเตเดียมชั้นนำของทวีปอเมริกาเหนือมากขึ้น

นอกจากนี้ การเลือกใช้สนามกีฬาระดับหรูหราที่มีความจุขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ก็มีส่วนช่วยอย่างมาก สนามกีฬาเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้รองรับแฟนบอลได้คราวละหลายหมื่นคนอย่างปลอดภัย ส่งผลให้เกิดแมตช์ประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลเต็มความจุแทบทุกนัด โดยเกมนัดสำคัญที่ทำให้สถิติเดิมถูกทำลายลงอย่างเป็นทางการ คือเกมที่เอกวาดอร์เอาชนะเยอรมนีไปได้ 2 ประตูต่อ 1 ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลที่เข้ามาชมจนเต็มความจุของสนามนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอนาคตของกีฬาฟุตบอล

ยอดผู้ชมระดับปรากฏการณ์นี้ช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและการโรงแรมในเมืองเจ้าภาพอย่างมหาศาล เม็ดเงินจำนวนมากหลังไหลเข้าสู่ชุมชนท้องถิ่นผ่านการจับจ่ายซื้อของ การเดินทาง และการเข้าพักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า กีฬาฟุตบอลได้รับความนิยมอย่างเหนียวแน่นในภูมิภาคอเมริกาเหนือ และพร้อมที่จะเติบโตต่อไปอย่างก้าวกระโดด

ผู้เชี่ยวชาญในวงการกีฬาคาดการณ์ว่า มาตรฐานยอดผู้ชมและระบบการจัดการในฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะกลายเป็นต้นแบบสำคัญให้กับการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ในอนาคต ความร่วมมือร่วมใจกันของทั้งสามประเทศเจ้าภาพ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกขนาดใหญ่สามารถทำออกมาได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จอย่างงดงามเหนือความคาดหมาย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจไซเบอร์ทลายเว็บไซต์พนันฟุตบอลโลก 2026

อัปเดตล่าสุด! ตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม ใครรอด ใครร่วง?

Continue Reading

ฟุตบอล

อัปเดตล่าสุด! ตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม ใครรอด ใครร่วง?

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ตารางคะแนนฟุตบอลโลกฟีฟ่าปี 2026

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026">ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามองสถานการณ์ของทีมโปรด ทัวร์นาเมนต์นี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่มีทีมเข้าร่วมแข่งขันมากถึง 48 ทีมเลยทีเดียว

ขณะนี้การแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มผ่านไปแล้วหลายนัด สถานการณ์ของแต่ละกลุ่มเริ่มชัดเจนและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ บางทีมโชว์ฟอร์มเก่งการันตีการผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายแล้ว ในขณะที่อีกหลายทีมยังต้องลุ้นเหนื่อยในนัดสุดท้าย มาดูตารางคะแนนอัปเดตล่าสุดกันเลยว่าทีมไหนอยู่ในจุดใดบ้าง

ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways

  • ทีมเต็งผงาด: เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี โชว์ฟอร์มสุดแกร่ง เก็บชัยชนะรวด การันตีแชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบแน่นอนแล้ว
  • จบรอบแรกบางกลุ่ม: กลุ่ม A, B และ C แข่งขันครบ 3 นัดแล้ว สวิตเซอร์แลนด์และบราซิลคว้าแชมป์กลุ่มตามลำดับ
  • โควตาพิเศษ: ทีมอันดับสามที่ดีที่สุด 8 ทีมจากทั้งหมด 12 กลุ่ม จะได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายต่อไป
  • การแข่งขันสุดสูสี: ฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความดุเดือดมาก หลายกลุ่มมีคะแนนเบียดกัน ทำให้ต้องลุ้นจนถึงวินาทีสุดท้าย

สรุปตารางคะแนนกลุ่ม A ถึงกลุ่ม D

การแข่งขันในกลุ่มแรกๆ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน บางกลุ่มแข่งจบไปแล้วและได้บทสรุปที่ชัดเจน

กลุ่ม A: เม็กซิโกคว้าแชมป์กลุ่มตามคาด

ในกลุ่มนี้ เม็กซิโกทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเกินต้านทาน พวกเขาเก็บชัยชนะ 3 นัดรวด มี 9 คะแนนเต็ม คว้าแชมป์กลุ่มไปครองได้อย่างสวยงาม แอฟริกาใต้จบอันดับสอง มี 4 คะแนน ส่วนเกาหลีใต้มี 3 คะแนน ต้องไปลุ้นโควตาอันดับสามที่ดีที่สุดต่อไป

ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้เสีย คะแนน
1. เม็กซิโก 3 3 0 0 +6 9
2. แอฟริกาใต้ 3 1 1 1 -1 4
3. เกาหลีใต้ 3 1 0 2 -1 3
4. สาธารณรัฐเช็ก 3 0 1 2 -4 1

กลุ่ม B: สวิตเซอร์แลนด์และแคนาดากอดคอเข้ารอบ

กลุ่มบีแข่งขันครบ 3 นัดเรียบร้อยแล้วเช่นกัน สวิตเซอร์แลนด์ทำผลงานได้คงเส้นคงวา จบอันดับหนึ่งด้วย 7 คะแนน ขณะที่เจ้าภาพร่วมอย่างแคนาดาตามมาเป็นอันดับสองด้วย 4 คะแนน ทั้งสองทีมกอดคอกันผ่านเข้ารอบต่อไปอย่างเป็นทางการ

ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้เสีย คะแนน
1. สวิตเซอร์แลนด์ 3 2 1 0 +4 7
2. แคนาดา 3 1 1 1 +5 4
3. บอสเนียฯ 3 1 1 1 -1 4
4. กาตาร์ 3 0 1 2 -8 1

กลุ่ม C: ทัพแซมบ้าไร้พ่าย นำแชมป์กลุ่ม

ทัพแซมบ้า บราซิล จบแชมป์กลุ่มซีแบบไร้พ่าย พวกเขามี 7 คะแนนเท่ากับทีมม้ามืดอย่างโมร็อกโก แต่บราซิลมีผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า สกอตแลนด์จบอันดับสามด้วย 3 คะแนน ต้องลุ้นเข้ารอบจากโควตาอันดับสามที่ดีที่สุดต่อไป

ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้เสีย คะแนน
1. บราซิล 3 2 1 0 +6 7
2. โมร็อกโก 3 2 1 1 +3 7
3. สกอตแลนด์ 3 1 0 2 -3 3
4. เฮติ 3 0 0 3 -6 0

กลุ่ม D: สหรัฐอเมริกาโชว์ฟอร์มดุ

สหรัฐอเมริกา เจ้าภาพร่วมอีกหนึ่งชาติ โชว์ฟอร์มได้อย่างดุดัน ชนะ 2 นัดรวด เก็บ 6 คะแนนเต็ม การันตีแชมป์กลุ่มดีเรียบร้อยแล้ว ส่วนออสเตรเลียและปารากวัยมี 3 คะแนนเท่ากัน ต้องลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้ายอย่างหนัก

ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้เสีย คะแนน
1. สหรัฐอเมริกา 2 2 0 0 +5 6
2. ออสเตรเลีย 2 1 0 1 0 3
3. ปารากวัย 2 1 0 1 -2 3
4. ตุรกี 2 0 0 2 -3 0

สรุปตารางคะแนนกลุ่ม E ถึงกลุ่ม H

มาดูกันต่อที่กลุ่มกลางตาราง ซึ่งมีทีมยักษ์ใหญ่จากยุโรปลงแข่งขันมากมาย สถานการณ์หลายกลุ่มยังคงเปิดกว้างให้ลุ้นกันต่อ

กลุ่ม E: อินทรีเหล็กผงาดนำฝูง

ทีมชาติเยอรมนีไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยทีเดียว พวกเขาโชว์ฟอร์มสมราคาเต็งแชมป์ เก็บ 6 คะแนนเต็มจากการลงเล่น 2 นัดแรก ผ่านเข้ารอบต่อไปแน่นอนแล้ว ไอวอรี่โคสต์ตามมาเป็นอันดับสองด้วย 3 คะแนน ยังมีโอกาสเข้ารอบสูง

ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้เสีย คะแนน
1. เยอรมนี 2 2 0 0 +7 6
2. ไอวอรี่โคสต์ 2 1 0 1 0 3
3. เอกวาดอร์ 2 0 1 1 -1 1
4. คูราเซา 2 0 1 1 -6 1

กลุ่ม F: อัศวินสีส้มและซามูไรบลูขับเคี่ยวสูสี

เนเธอร์แลนด์และญี่ปุ่นทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและสูสีกันมาก ทั้งสองทีมมี 4 คะแนนเท่ากันจาก 2 นัดแรก สวีเดนยังมีโอกาสเข้ารอบด้วย 3 คะแนน ส่วนตูนิเซียยังไม่มีคะแนน ตกรอบแน่นอนแล้ว

ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้เสีย คะแนน
1. เนเธอร์แลนด์ 2 1 1 0 +4 4
2. ญี่ปุ่น 2 1 1 0 +4 4
3. สวีเดน 2 1 0 1 0 3
4. ตูนิเซีย 2 0 0 2 -8 0

กลุ่ม G: อียิปต์รั้งจ่าฝูง สถานการณ์เปิดกว้าง

กลุ่มนี้สถานการณ์ยังคงเปิดกว้างสำหรับทุกทีม อียิปต์นำเป็นจ่าฝูงมี 4 คะแนน ตามมาด้วยอิหร่านและเบลเยียมที่มี 2 คะแนนเท่ากัน ทุกทีมยังมีลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์ในนัดสุดท้ายได้ทั้งหมด

ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้เสีย คะแนน
1. อียิปต์ 2 1 1 0 +2 4
2. อิหร่าน 2 0 2 0 0 2
3. เบลเยียม 2 0 2 0 0 2
4. นิวซีแลนด์ 2 0 1 1 -2 1

กลุ่ม H: ทัพกระทิงดุจ่อทะลุรอบน็อกเอาต์

สเปนนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มเอช มี 4 คะแนน โอกาสเข้ารอบค่อนข้างสดใสมาก อุรุกวัยและเคปเวิร์ดมี 2 คะแนนเท่ากัน ทั้งสองทีมต้องลุ้นเหนื่อยในนัดตัดสินเพื่อแย่งตั๋วเข้ารอบใบที่สองของกลุ่ม

ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้เสีย คะแนน
1. สเปน 2 1 1 0 +4 4
2. อุรุกวัย 2 0 2 0 0 2
3. เคปเวิร์ด 2 0 2 0 0 2
4. ซาอุดีอาระเบีย 2 0 1 1 -4 1

สรุปตารางคะแนนกลุ่ม I ถึงกลุ่ม L

ในช่วงท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม I ถึง L ก็มีความตื่นเต้นไม่แพ้กัน หลายทีมยักษ์ใหญ่แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่

กลุ่ม I: ฝรั่งเศสและนอร์เวย์ฉลุยเข้ารอบ

ทัพตราไก่ ฝรั่งเศส และทีมชาตินอร์เวย์ กอดคอกันเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายอย่างแน่นอนแล้ว ทั้งคู่เก็บชัยชนะ 2 นัดรวด มี 6 คะแนนเต็ม ทิ้งห่างเซเนกัลและอิรักที่ยังไม่มีคะแนนไปอย่างขาดลอย

ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้เสีย คะแนน
1. ฝรั่งเศส 2 2 0 0 +5 6
2. นอร์เวย์ 2 2 0 0 +4 6
3. เซเนกัล 2 0 0 2 -3 0
4. อิรัก 2 0 0 2 -6 0

กลุ่ม J: ฟ้าขาวอาร์เจนตินาโชว์ฟอร์มแชมป์เก่า

แชมป์เก่า อาร์เจนตินา ยังคงรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ เก็บ 6 คะแนนเต็ม นำเป็นแชมป์กลุ่มอย่างสง่างาม ออสเตรียและแอลจีเรียมีทีมละ 3 คะแนน ต้องดวลกันเพื่อแย่งอันดับสองในนัดสุดท้าย

ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้เสีย คะแนน
1. อาร์เจนตินา 2 2 0 0 +5 6
2. ออสเตรีย 2 1 0 1 0 3
3. แอลจีเรีย 2 1 0 1 -2 3
4. จอร์แดน 2 0 0 2 -3 0

กลุ่ม K และ L: โคลอมเบียและอังกฤษครองความได้เปรียบ

ในกลุ่ม K โคลอมเบียนำเป็นจ่าฝูงด้วย 6 คะแนนเต็ม การันตีการเข้ารอบไปแล้ว ส่วนโปรตุเกสตามมาเป็นอันดับสองด้วย 4 คะแนน ขณะที่กลุ่ม L สิงโตคำราม อังกฤษ นำจ่าฝูงร่วมกับกานา มี 4 คะแนนเท่ากัน

ตารางคะแนนกลุ่ม K

ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้เสีย คะแนน
1. โคลอมเบีย 2 2 0 0 +3 6
2. โปรตุเกส 2 1 1 0 +5 4
3. ดีอาร์ คองโก 2 0 1 1 -1 1
4. อุซเบกิสถาน 2 0 0 2 -7 0

ตารางคะแนนกลุ่ม L

ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้เสีย คะแนน
1. อังกฤษ 2 1 1 0 +2 4
2. กานา 2 1 1 0 +1 4
3. โครเอเชีย 2 1 0 1 -1 3
4. ปานามา 2 0 0 2 -2 0

ฟุตบอลโลกปี 2026 นี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและผลการแข่งขันที่พลิกล็อกมากมาย แฟนๆ กีฬาฟุตบอลสามารถติดตามการแข่งขันนัดต่อไปและดูอัปเดต ตารางคะแนนล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ FIFA ได้ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญในทัวร์นาเมนต์นี้

 

 

 

Continue Reading

ฟุตบอล

นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026">ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม ใครรอด ใครร่วง?">ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026™) ดำเนินมาถึงช่วงเวลาสำคัญในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม I โดยเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ทีมชาตินอร์เวย์ได้ลงสนามพบกับทีมชาติอิรัก ณ สนามบอสตัน สเตเดียม (Boston Stadium) รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เกมนี้ถือเป็นการกลับมาลงเล่นในรายการระดับโลกที่แฟนบอลของทั้งสองประเทศรอคอยมาอย่างยาวนาน นอร์เวย์ไม่ได้ปรากฏตัวในฟุตบอลโลกเลยตั้งแต่ปี 1998 ในขณะที่อิรักก็ห่างหายเวทีนี้ไปตั้งแต่ปี 1986 การพบกันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความคาดหวัง และผลจบลงด้วยชัยชนะอย่างเด็ดขาดของทีมชาตินอร์เวย์ด้วยสกอร์ 4-1

บทสรุปการแข่งขัน: อิรักสู้เต็มที่แต่ต้านความเฉียบคมไม่ไหว

เกมเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้น นอร์เวย์เป็นฝ่ายครองบอลและสร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่อง การต่อบอลของพวกเขาทำได้ดีและไหลลื่น จนกระทั่งในนาทีที่ 29 เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าตัวเก่งจากนอร์เวย์ ก็สามารถทำประตูแรกเบิกร่องให้กับทีมได้สำเร็จ จากจังหวะการทำเกมที่เริ่มต้นจากผู้รักษาประตูและต่อบอลกันอย่างสวยงาม

แต่อิรักก็ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ ในนาทีที่ 39 อายเมน ฮุสเซน ศูนย์หน้าตัวเก๋าของอิรัก โหม่งทำประตูตีเสมอเป็น 1-1 ซึ่งถือเป็น ประตูที่สองในประวัติศาสตร์ของทีมชาติอิรักในฟุตบอลโลก สร้างความดีใจให้กับแฟนบอลชาวอิรักที่เข้ามาชมในสนามเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ความสุขของอิรักอยู่ได้ไม่นาน นาทีที่ 43 ก่อนจบครึ่งแรก ฮาลันด์ ใช้ความผิดพลาดของแนวรับอิรัก ทำประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ทำให้นอร์เวย์ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก

เออร์ลิง ฮาลันด์ กับฟอร์มระดับโลก

เข้าสู่ครึ่งหลัง นอร์เวย์ยังคงเล่นด้วยความมั่นใจและพยายามครองบอลเพื่อกดดันอิรักอย่างต่อเนื่อง ในนาทีที่ 76 เลโอ ออสติการ์ด ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาเป็นตัวสำรอง โหม่งทำประตูที่สามให้นอร์เวย์ทิ้งห่างเป็น 3-1 ทำให้รูปเกมของนอร์เวย์ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 90+6 โชคร้ายตกเป็นของอิรักเมื่อ อายเมน ฮุสเซน สกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเอง (Own Goal) ส่งผลให้จบเกม ทีมชาตินอร์เวย์เอาชนะทีมชาติอิรักไปได้อย่างสวยงาม 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์ (Player of the Match) ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี

อัปเดตตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด

หลังจากผ่านการแข่งขันนัดแรกของหลายๆ กลุ่ม นี่คือสรุปตารางคะแนนและสถานการณ์ปัจจุบันของกลุ่มที่น่าสนใจ เพื่อให้ทุกคนได้ติดตามทิศทางของฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้ง่ายและชัดเจนที่สุด

กลุ่ม I (กลุ่มของนอร์เวย์และอิรัก)

ในกลุ่ม I นอร์เวย์ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงหลังจากการเก็บ 3 คะแนนเต็มและมีผลต่างประตูได้เสียที่ดีเยี่ยม ในขณะที่ทีมชาติฝรั่งเศสก็ทำผลงานได้ดีในนัดเปิดสนามเช่นกัน

  • 1. นอร์เวย์: แข่ง 1, ชนะ 1, เสมอ 0, แพ้ 0, คะแนน 3 (ได้ 4 เสีย 1)
  • 2. ฝรั่งเศส: แข่ง 1, ชนะ 1, เสมอ 0, แพ้ 0, คะแนน 3 (ได้ 3 เสีย 1)
  • 3. เซเนกัล: แข่ง 1, ชนะ 0, เสมอ 0, แพ้ 1, คะแนน 0 (ได้ 1 เสีย 3)
  • 4. อิรัก: แข่ง 1, ชนะ 0, เสมอ 0, แพ้ 1, คะแนน 0 (ได้ 1 เสีย 4)

กลุ่ม D: สหรัฐอเมริกาเปิดตัวสวยงาม

หนึ่งในประเทศเจ้าภาพร่วมอย่างสหรัฐอเมริกา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดเปิดสนาม โดยสามารถยิงคู่แข่งไปถึง 4 ประตู

  • 1. สหรัฐอเมริกา: คะแนน 3 (ได้ 4 เสีย 1)
  • 2. ออสเตรเลีย: คะแนน 3 (ได้ 2 เสีย 0)
  • 3. ตุรกี (Türkiye): คะแนน 0
  • 4. ปารากวัย: คะแนน 0

กลุ่ม E: เยอรมนีโชว์ฟอร์มโหด

ทีมชาติเยอรมนีประกาศศักดาความเป็นทีมเต็งแชมป์ด้วยการถล่มคู่แข่งในนัดแรกไปถึง 7-1 แสดงให้เห็นถึงแนวรุกที่ดุดัน

  • 1. เยอรมนี: คะแนน 3 (ได้ 7 เสีย 1)
  • 2. ไอวอรีโคสต์: คะแนน 3 (ได้ 1 เสีย 0)
  • 3. เอกวาดอร์: คะแนน 0
  • 4. กือราเซา: คะแนน 0

กลุ่ม J: แชมป์เก่าอาร์เจนตินายังคงแข็งแกร่ง

แชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินา เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยความมั่นใจ เก็บ 3 แต้มเต็มได้สำเร็จโดยไม่เสียประตู

  • 1. อาร์เจนตินา: คะแนน 3 (ได้ 3 เสีย 0)
  • 2. ออสเตรีย: ยังไม่ได้ลงแข่ง
  • 3. จอร์แดน: ยังไม่ได้ลงแข่ง
  • 4. แอลจีเรีย: คะแนน 0

(สรุปกลุ่มอื่นๆ ที่น่าสนใจ)

  • กลุ่ม A: เม็กซิโก และ เกาหลีใต้ ต่างเก็บ 3 คะแนนแรกได้สำเร็จ โดยเม็กซิโกนำเป็นจ่าฝูง
  • กลุ่ม C: สกอตแลนด์ สร้างผลงานยอดเยี่ยมขึ้นนำจ่าฝูงของกลุ่ม โดยมี โมร็อกโก และ บราซิล ตามมาหลังจากเสมอกันในนัดแรก 1-1
  • กลุ่ม F: สวีเดน ขึ้นนำจ่าฝูงหลังโชว์ฟอร์มเก่งเอาชนะคู่แข่งไปได้ 5-1

ความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลโลก 2026 และก้าวต่อไป

ศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายถึง 48 ทีม และเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก การขยายจำนวนทีมทำให้แฟนกีฬาได้เห็นชาติที่ห่างหายไปนานอย่างนอร์เวย์และอิรัก ได้กลับมามีพื้นที่และแสดงความสามารถอีกครั้ง ระบบการแข่งขันที่แบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ทำให้ทุกทีมต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายต่อไป

ชัยชนะของนอร์เวย์ในแมตช์นี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงคู่แข่งในกลุ่มฝรั่งเศสและเซเนกัล ว่าพวกเขาเป็นทีมที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยแนวรุกที่จบสกอร์ได้เด็ดขาด ในส่วนของทีมชาติอิรัก แม้จะพ่ายแพ้ในเกมนี้ แต่การทำประตูใส่ทีมแกร่งจากยุโรปได้อย่างรวดเร็ว ก็แสดงให้เห็นถึงใจสู้ของนักเตะ พวกเขาต้องนำข้อผิดพลาดในแนวรับไปแก้ไขเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับนัดต่อไป

การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มยังคงมีความเข้มข้นรออยู่อีกมากมาย แฟนฟุตบอลสามารถติดตามข่าวสาร ผลการแข่งขัน และเรื่องราวของศึกฟุตบอลโลกได้ตลอดเวลาผ่าน เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของฟีฟ่า เพื่อไม่ให้พลาดทุกจังหวะสำคัญของการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่

อัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2026: สรุปผลการแข่งขันและผลงานที่น่าตื่นเต้น

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว
ข่าวกีฬา Sports7 hours ago

กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้
เชียงราย - Chiang Rai News8 hours ago

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News8 hours ago

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News8 hours ago

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News9 hours ago

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย

น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
เชียงราย - Chiang Rai News9 hours ago

น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ

ทำไม Samsung A55 จึงได้รับความนิยมในประเทศไทย?
เทคโนโลยี - Tech10 hours ago

ทำไม Samsung A55 จึงได้รับความนิยมในประเทศไทย?

ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
เชียงใหม่ - Chiang Mai23 hours ago

ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด

นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร
ข่าว - News1 day ago

นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร

กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง

นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026
ฟุตบอล4 weeks ago

นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026

นาทีชีวิต! กู้ภัยระดมกำลังช่วยคนงานพลัดตกตึกไซต์ก่อสร้างเชียงใหม่ เหล็กเส้นเสียบหลังสยอง
เชียงใหม่ - Chiang Mai4 weeks ago

นาทีชีวิต! กู้ภัยระดมกำลังช่วยคนงานพลัดตกตึกไซต์ก่อสร้างเชียงใหม่ เหล็กเส้นเสียบหลังสยอง

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก

อุบัติเหตุสุดสยอง! รถบัสคนงานโรงงานชนท้ายรถโรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี บาดเจ็บ 24 ราย
ข่าว - News4 weeks ago

อุบัติเหตุสุดสยอง! รถบัสคนงานโรงงานชนท้ายรถโรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี บาดเจ็บ 24 ราย

เปิดวิ่งฉลุย! ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 101 เส้นทางใหม่ เชื่อมน่านทะลุลาว ยกระดับการค้าและท่องเที่ยว
ข่าว - News4 weeks ago

เปิดวิ่งฉลุย! ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 101 เส้นทางใหม่ เชื่อมน่านทะลุลาว ยกระดับการค้าและท่องเที่ยว

ตำรวจกำลังตามล่าชายที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 13 ปี นานกว่า 2 ปี
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจกำลังตามล่าชายที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 13 ปี นานกว่า 2 ปี

เหตุการณ์ยิงกันเสียชีวิตที่ฟิตเนส: ตำรวจยิงภรรยาเสียชีวิตเพราะนอกใจ
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

เหตุการณ์ยิงกันเสียชีวิตที่ฟิตเนส: ตำรวจยิงภรรยาเสียชีวิตเพราะนอกใจ

เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่
ฟุตบอล4 weeks ago

เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่

พระวัดดังกำแพงเพชรทารุณสามเณรวัย 14 ปี ใช้บุหรี่จี้แผ่นหลัง
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

แฉพฤติกรรมโหด! พระวัดดังกำแพงเพชรทารุณสามเณรวัย 14 ปี ใช้บุหรี่จี้แผ่นหลัง

Download Our App

Trending