ข่าวอาชญากรรม - Crime
โรงแรมทาชิเลกถูกบุกค้น เจ้าหน้าที่จับกุมนักต้มตุ๋นออนไลน์ชาวต่างชาติ 400 คน
ทาชิเลก – เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเมียนมาร์บุกเข้าตรวจค้นโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งในเขตท่าขี้เหล็ก และจับกุมชาวต่างชาติเกือบ 400 คนที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางออนไลน์ ภายในอาคารพบว่าหลายคนกำลังทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ พร้อมด้วยโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink จำนวนมาก
ฝั่งเจ้าหน้าที่ไทยตามแนวชายแดนไทยเมียนมาใกล้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ระบุว่า การจับกุมเกิดขึ้นช่วงก่อนฟ้าสางของวันที่ 3 มีนาคม หลังมีการสืบสวนธุรกิจต้องสงสัยว่าดำเนินการผิดกฎหมายในสถานที่ดังกล่าว
จุดที่ถูกตรวจค้นคือ โรงแรมทาชิเลก อินเตอร์เนชั่นแนล บนถนนแม่โขง ใจกลางท่าขี้เหล็ก ซึ่งอยู่ตรงข้ามอำเภอแม่สาย เจ้าหน้าที่ระบุว่าโรงแรมดำเนินกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตตามที่กำหนด
ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังพบชาวต่างชาติที่ไม่ใช่สัญชาติเมียนมา 393 คนทำงานอยู่ภายในอาคาร

สรุปผู้ถูกควบคุมตัวตามสัญชาติ
ข้อมูลจากทางการระบุจำนวนผู้ถูกควบคุมตัวดังนี้
- ชาวจีน: 297 คน (ชาย 289 คน, หญิง 8 คน)
- ชาวเวียดนาม: 57 คน (ชาย 46 คน, หญิง 11 คน)
- ชาวมาเลเซีย: 38 คน (ชาย 31 คน, หญิง 7 คน)
- ชาวฟิลิปปินส์: 1 คน (หญิง)
สิ่งของที่ยึดได้ในทาชิเลก
ในช่วงเข้าตรวจค้น มีผู้ถูกควบคุมตัวหลายคนกำลังทำงานที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ โดยเชื่อมต่อผ่าน Starlink satellite internet เจ้าหน้าที่ยังพบโทรศัพท์มือถือมากกว่า 233 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง
รายการของกลางที่เมียนมายึดไว้เป็นหลักฐาน ได้แก่
- คอมพิวเตอร์ 174 เครื่อง
- CPU 70 ชุด
- ชุดรับสัญญาณ Starlink 9 ชุด (รายงานระบุว่าใช้เพื่อหลบเลี่ยงเส้นทางตรวจสอบอินเทอร์เน็ตตามปกติ)
- โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์เชื่อมต่อเพิ่มเติม
หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่เมียนมาจะตรวจสอบความผิดของแต่ละคนเป็นรายกรณี จากนั้นจึงประสานประเทศต้นทางเพื่อส่งตัวกลับ
รายงานในพื้นที่ยังระบุว่า กลุ่มหลอกลวงหลายเครือข่ายไปตั้งฐานตามเมืองชายแดนใกล้ไทย ทำให้ตั้งแต่ต้นปี 2025 ไทยเริ่มจำกัดการส่งน้ำมัน ไฟฟ้า และสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังจุดเสี่ยงสำคัญ
ท่าขี้เหล็กที่ติดกับแม่สายยังเป็นพื้นที่ที่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันฝั่งเมียนมาก็เดินหน้าจัดระเบียบโรงแรม สถานบันเทิง และคาสิโนให้เข้าสู่ระบบกำกับดูแลมากขึ้น เพื่อกันไม่ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายสแกมใช้เป็นที่ตั้งทำงาน
เชียงรายจับมือเมียนมา เดินหน้าลดหมอกควันข้ามแดน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชายคนหนึ่งใช้ดาบซามูไรทำร้ายช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ เนื่องจากเบรกเสีย
ชลบุรี – เรื่องซ่อมเบรกมอเตอร์ไซค์กลายเป็นเหตุรุนแรงในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังลูกค้าชายรายหนึ่งใช้อาวุธคล้ายดาบซามูไรทำร้ายช่างซ่อมจนบาดเจ็บสาหัส ต่อมา ตำรวจจับกุมชายอายุ 53 ปี พร้อมยึดดาบซามูไรที่เชื่อว่าใช้ก่อเหตุได้แล้ว โดยผู้ต้องสงสัยยอมรับว่าเสพยาไอซ์ด้วย ตามรายงานของ ThaiRath
ตำรวจระบุว่า เหตุเกิดช่วงดึกวันที่ 2 มีนาคม เวลาประมาณ 22.30 น. ผู้ต้องสงสัยชื่อ อนุชา บุญถาวร อายุ 53 ปี เดินทางไปยังห้องแถวในซอยหนองใหญ่ 8 หมู่ 6 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง
ที่จุดเกิดเหตุ เขาเข้าไปหา นายณพฤทธิ์ แซ่เมือง อายุ 24 ปี ซึ่งทำงานเป็นช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ ผู้ต้องสงสัยไม่พอใจเรื่องการเปลี่ยนผ้าเบรก และอ้างว่าหลังซ่อมแล้วเบรกยังไม่อยู่เหมือนเดิม
ระหว่างคุยกัน ความขัดแย้งลุกลามเร็ว ตำรวจบอกว่า ช่างพยายามเดินหนีเข้าห้องพัก แต่ผู้ต้องสงสัยเดินตามเข้าไปแล้วใช้ดาบซามูไรฟันใส่
ช่างเย็บ 27 เข็ม บาดแผลเกือบขาดใบหู
ช่างได้รับบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะด้านซ้าย ต้องเย็บถึง 27 เข็ม นอกจากนี้ ใบหูยังถูกฟันจนเกือบขาด ตำรวจระบุ
อีกวันหนึ่งคือวันที่ 3 มีนาคม เวลาประมาณ 20.30 น. พนักงานสอบสวนแจ้งว่า ผู้ต้องสงสัยขับรถกระบะ Nissan NV มาที่ร้านซ่อมและบริเวณที่พักอาศัย
ร้านดังกล่าวเปิดอยู่บนที่ดินของผู้ต้องสงสัย โดยนายจ้างของผู้เสียหายเช่าพื้นที่ทำกิจการ ตำรวจบอกว่า ผู้ต้องสงสัยมีปากเสียงกับเจ้าของร้าน ระหว่างนั้นถือดาบซามูไรและพูดข่มขู่จะปิดร้าน รวมถึงยกเลิกสัญญาเช่า ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ชัดเจน
ต่อมา วันที่ 4 มีนาคม เวลา 16.30 น. ตำรวจ สภ.บางละมุง เข้าจับกุมอนุชา และยึดดาบซามูไรยาวประมาณ 1 เมตรไว้เป็นหลักฐาน ระหว่างสอบสวน ผู้ต้องสงสัยรับสารภาพว่าเป็นคนทำร้ายช่างจริง
ผู้ก่อเหตุรับว่าเสพไอซ์ คุมอารมณ์ไม่ได้
ผู้ต้องสงสัยอ้างว่าโกรธเพราะงานซ่อมเบรกมอเตอร์ไซค์ของลูกชายไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง อีกทั้งยังกล่าวหาว่าถูกช่างพูดจาดูหมิ่นระหว่างโต้เถียง
เขายังบอกตำรวจว่าใช้ด้านสันของดาบ ไม่ได้ใช้คม อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าเสพไอซ์และยอมรับว่าส่งผลต่อการตัดสินใจและการควบคุมอารมณ์ ส่วนการขู่ไล่ที่และยกเลิกการเช่า เขาบอกว่าพูดไปเพราะโมโห
ด้านณพฤทธิ์เล่าว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหากับผู้ต้องสงสัย เขาคิดว่าคุยกันเรื่องงานซ่อมไปแล้ว จึงไม่คาดว่าจะบานปลายถึงขั้นถูกทำร้าย
ขณะนี้ ตำรวจกำลังเตรียมแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ และข้อหาเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ก่อนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์บุกปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ จับกุมชาวเวียดนาม 94 คน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจไซเบอร์บุกปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ จับกุมชาวเวียดนาม 94 คน
กรุงเทพฯ – ตำรวจไซเบอร์บุกเข้าตรวจค้นแหล่งพนันออนไลน์ที่ดำเนินการโดยชาวเวียดนาม ซึ่งเช่าพื้นที่ภายในคอนโดมิเนียมหรูในเขตพระราม 9 พวกเขาควบคุมตัวชาวเวียดนาม 94 คน และยึดคอมพิวเตอร์หลายสิบเครื่องและโทรศัพท์มือถือเกือบ 500 เครื่อง ยังไม่มีใครสารภาพว่าเป็นหัวหน้ากลุ่ม
เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 4 มีนาคม ตำรวจนำโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรุงเทพฯ พร้อมด้วยตำรวจมักกะสัน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่สืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์ บุกเข้าตรวจค้นสำนักงานที่ตั้งอยู่ภายในคอนโดมิเนียมหรูในเขตพระราม 9 กรุงเทพฯ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น สำนักงานอยู่บริเวณชั้น 1 มีการล็อกประตูแน่นหนา และมีคนคอยเฝ้าหน้าทางเข้าแทบตลอดเวลา ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เฝ้าดูพฤติกรรมอยู่ระยะหนึ่ง พบว่าไม่มีพนักงานไทยปะปน และมีการสับเปลี่ยนกะทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้แม่บ้านทำความสะอาดได้เพียงบริเวณล็อบบี้ด้านหน้า แต่เข้าไปในส่วนห้องด้านในไม่ได้ ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัย จึงขอหมายค้นและเข้าตรวจในวันดังกล่าว

ภายในสำนักงาน เจ้าหน้าที่พบชาวเวียดนามทั้งหมด 94 คน แบ่งเป็นชาย 69 คน และหญิง 25 คน จากนั้นได้ตรวจยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ก 68 เครื่อง รวมถึงโทรศัพท์มือถือทั้งที่ใช้งานและยังไม่เปิดใช้งานอีกเกือบ 500 เครื่อง
เมื่อเปิดตรวจสอบหน้าจอคอมพิวเตอร์บางส่วน พบหน้าเว็บพนันออนไลน์ภาษาเวียดนาม มีทั้งเกมพนันออนไลน์และพนันฟุตบอล อีกทั้งมีข้อมูลการเงินเข้าออกในสกุลเงินดองจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าเป็นเว็บพนันเวียดนามที่ย้ายฐานมาทำงานในไทย โดยเน้นลูกค้าชาวเวียดนามเป็นหลัก และมีเงินหมุนเวียนสูง

ส่วนที่มาของพื้นที่เช่า เจ้าหน้าที่ระบุว่าเดิมเป็นพื้นที่ของบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่เช่าพื้นที่ส่วนกลางหลายจุดในคอนโดฯ ก่อนปล่อยเช่าต่ออีกทอดหนึ่ง กลุ่มชาวเวียดนามชุดนี้คาดว่าเพิ่งเข้ามาเช่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทที่เกี่ยวข้อง
ด้านคำให้การ หนึ่งในผู้ต้องหาชาวเวียดนามให้ข้อมูลผ่านล่ามว่า ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่ที่โฮจิมินห์ และเพิ่งเรียนจบด้านดนตรี ต่อมาเห็นประกาศหางานทางออนไลน์ มีคนชวนมาทำงานแนวบริการลูกค้า โดยเสนอเงินเดือน 30,000 บาท เขาจึงเดินทางเข้าไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว พร้อมเพื่อนอีก 6 คน ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่รู้มาก่อนว่าเป็นงานเกี่ยวกับเว็บพนัน เพิ่งมาทราบเมื่อมาถึง และระบุว่าถูกบังคับให้ทำงาน โดยพักอาศัยอยู่ย่านรัชดาฯ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สอบถามผู้ต้องหารายอื่นเพิ่มเติม ทำให้ทราบว่าสำนักงานแบ่งการทำงานเป็น 3 กะ วันที่เข้าตรวจค้นสามารถควบคุมตัวได้ 2 กะ เพราะก่อนหน้านั้นมีรถรับพนักงานออกไปแล้วราว 20 คน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครยอมรับว่าเป็นหัวหน้าหรือผู้ดูแลหลักของขบวนการ
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร และความผิดเกี่ยวกับการลักลอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ ก่อนนำตัวทั้งหมดไปดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ด้านผู้อาศัยในคอนโดฯ ส่วนใหญ่ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ แต่ให้ข้อมูลว่าเคยมีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานที่สำนักงานนี้เป็นกลุ่มใหญ่ตั้งแต่กลางปีก่อน ลูกบ้านเคยร้องเรียนจนกลุ่มนั้นอยู่ได้ไม่นานก็ย้ายออกไป หลังจากปล่อยว่างอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะมีกลุ่มชาวเวียดนามชุดล่าสุดย้ายเข้ามาอีกครั้งช่วงก่อนปีใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
โรงแรมทาชิเลกถูกบุกค้น เจ้าหน้าที่จับกุมนักต้มตุ๋นออนไลน์ชาวต่างชาติ 400 คน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ในคดีลักพาตัวและ “ฆาตกรรม” ผู้จัดการหนุ่ม ตำรวจได้ระบุผู้ต้องสงสัยมากถึง 10 คนว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง
กรุงเทพฯ – ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้ให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคดีลักพาตัวและ “ฆาตกรรม” ผู้จัดการบริษัทอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยระบุว่าจำนวนผู้เกี่ยวข้องอาจเพิ่มขึ้นเป็น 10 คน
ขณะนี้พวกเขากำลังรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานและชันสูตรพลิกศพในวันที่ 5 มีนาคม หากยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตได้แล้ว พวกเขาจะดำเนินการขอหมายจับผู้บงการและดำเนินคดีเพิ่มเติมกับสมาชิกอีก 7 คนในทีมลักพาตัวที่ถูกจับกุมไปแล้วทันที
ช่วงเย็นวันที่ 4 มี.ค. 69 พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อไล่รายละเอียดคดีอุ้มฆ่า นายรุทธ์ หรือ “ท็อป” อายุ 46 ปี ผู้จัดการบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ โดยเน้น 3 ประเด็นหลักคือ การตามจับตัวการที่รับงานและจัดหาทีมอุ้มซึ่งยังหลบหนี, การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาผู้ร่วมขบวนการเพิ่ม, และการเตรียมออกหมายจับผู้บงการหรือผู้จ้างวาน
หลังประชุม ผบช.น. ระบุว่า เหตุเกิดวันที่ 18 ก.พ. ต่อมาญาติไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร วันที่ 19 ก.พ. หลังติดต่อผู้สูญหายไม่ได้ จากนั้นตำรวจเร่งสืบสวนจนเชื่อว่าเหตุอุ้มเกิดขึ้นจริง และมีการวางแผนเป็นขั้นตอน
ข้อมูลล่าสุด ตำรวจเชื่อว่ามีผู้เกี่ยวข้องรวม 9 คน แบ่งเป็นกลุ่มลงมืออุ้ม 8 คน และผู้สั่งการหรือจ้างวาน 1 คน ตอนนี้จับได้แล้ว 7 คน ในจำนวนนี้ศาลให้ประกัน 2 คนเพราะเข้ามอบตัว ส่วนอีก 5 คนถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ขณะที่อีก 1 คนซึ่งเป็นผู้รับงานและจัดทีม ยังหลบหนีอยู่แถวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน และตำรวจเชื่อว่ามีคนช่วยพาหลบหนีด้วย
สำหรับศพที่พบ ตำรวจยังตอบไม่ได้ว่าใช่นายรุทธ์หรือไม่ ต้องรอผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ในวันพรุ่งนี้ (5 มี.ค.) หากยืนยันว่าเป็นผู้สูญหายจริง ตำรวจจะแจ้งข้อหาเพิ่มกับผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย เป็นข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนผู้บงการหรือผู้จ้างวาน ตำรวจระบุว่ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยงแล้ว และหากผลยืนยันว่าศพปริศนาในบ้านร้างจังหวัดลพบุรีคือนายรุทธ์ ก็พร้อมขอศาลออกหมายจับทันที
ด้านแรงจูงใจ ตำรวจวางแนวทางสืบสวนไว้ 2 เรื่องคือ ปมชู้สาว และความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ระหว่างผู้สูญหายกับผู้บงการ ส่วนเจตนาประสงค์ต่อชีวิตยังไม่สรุป จนกว่าจะได้ผลชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิต หากพบว่าเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. ก็จะช่วยตอบประเด็นนี้ได้ชัดขึ้น
ผบช.น. บอกด้วยว่า คดีนี้เข้าข่ายคดีสะเทือนขวัญ และกลุ่มผู้ก่อเหตุมีการเตรียมการล่วงหน้า ตำรวจพบข้อมูลว่ามีการเช่าบ้านในพื้นที่สมุทรปราการเพื่อใช้ก่อเหตุ และตรวจพบร่องรอยคราบเลือดในจุดดังกล่าว อีกทั้งยังมีพฤติการณ์เฝ้าดูความเคลื่อนไหวของผู้สูญหายนานเกิน 1 สัปดาห์ ก่อนลงมือวันที่ 18 ก.พ.
นอกจากนี้ ตำรวจประเมินว่า คดีนี้อาจมีผู้เกี่ยวข้องมากถึง 10 คน ส่วนคนที่อาจเป็นรายที่ 10 จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ยังระบุไม่ได้ในตอนนี้ อย่างไรก็ตามตำรวจย้ำว่า หลักฐานไปถึงใครก็จะดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด
สุดท้าย ผบช.น. ระบุว่า ตอนนี้ตำรวจ “รู้ตัว” ผู้บงการหรือผู้จ้างวานแล้ว เหลือรอผลนิติวิทยาศาสตร์และผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจในวันที่ 5 มี.ค. หากยืนยันว่าศพเป็นนายรุทธ์ จะเดินหน้าขอศาลออกหมายจับทันที
ตำรวจเชียงรายกำลังสอบสวนคดีฆาตกรรมชายสองคนในตำบลแม่ยาว
ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมที่เกิดจากเหตุการณ์ยิงกันที่สถานีขนส่งเชียงราย 2 แล้ว
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoผู้เสพยาเสพติดก่อกวนพิธีการของโรงเรียนมัธยมเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days ago“ปู มัณฑนา” เข้ารับทราบข้อหา หมิ่นประมาท “หนุ่ม กรรชัย” บอกถูกกลั่นแกล้ง และไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว


