ข่าวระดับชาติ - National
สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง
เชียงใหม่ – สัตวแพทย์กำลังตั้งคำถามถึงสาเหตุการตายที่แท้จริงของเสือ 72 ตัวในจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากกรมปศุสัตว์ออกแถลงการณ์ระบุเพียงว่าพบเชื้อไวรัสไข้หวัดสุนัขและแบคทีเรียไมโคพลาสมาในการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ระหว่างเกิดเหตุ คุ้มเสือปิดให้บริการ มีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และเปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ต่อมาวันที่ 21 ก.พ. 2569 สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 ออกหนังสือชี้แจงว่า ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน ไม่พบสารพันธุกรรมของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A แต่พบสารพันธุกรรมของเชื้อ CDV (ไวรัสไข้หัดสุนัข) และพบเชื้อแบคทีเรีย Mycoplasma spp.
ในหนังสือชี้แจงยังระบุว่า Mycoplasma spp. อาจติดต่อผ่านสัตว์พาหะที่ดูดเลือด ติดต่อกันจากการสัมผัสเลือดจากการกัดกัน และอาจถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ อย่างไรก็ตาม กระแสสังคมยังตั้งข้อสงสัย เพราะเสือถูกเลี้ยงในระบบปิด มีมาตรการความสะอาดค่อนข้างเข้ม และไม่ได้อยู่รวมกรงเดียวกันทั้งหมด
อีกจุดที่ถูกพูดถึงมากคือ เสือที่ป่วยและตายอยู่คนละพื้นที่ ระหว่างคุ้มเสือแม่ริมกับคุ้มเสือแม่แตง ซึ่งห่างกันราว 30 กิโลเมตร แต่กลับมีอาการคล้ายกัน
สัตวแพทย์หน้างานชี้ปัจจัยร่วมคือ “อาหารจากแหล่งเดียวกัน”
รายงานข่าวระบุว่า วันที่ 22 ก.พ. 2569 นายสัตวแพทย์วิศิษฎ์ อาศัยธรรมกุล อดีตสัตวแพทย์องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และเป็นหนึ่งในทีมที่ลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงแรก โพสต์ให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก “Visit Arsaithamkul” โดยสะท้อนความกังวลเรื่องการเฝ้าระวังโรคและการจัดการด้านระบาดวิทยา
เขาเล่าว่า ช่วงแรกเสือเริ่มมีอาการซึม เบื่ออาหาร และมีไข้ ต่อมาหลายตัวมีอาการชักและตายเร็ว ขณะผ่าชันสูตรเสือชุดแรกๆ ใน 1 ถึง 2 วันหลังเริ่มป่วย ยังไม่พบรอยโรครุนแรงที่ชี้ชัด จึงต้องตั้งสมมติฐานกว้างๆ ทั้งเชื้อไวรัส สารพิษ หรือแบคทีเรีย
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาว่าเสือทั้งแม่ริมและแม่แตงอยู่ไกลกันมาก แต่กลับป่วยด้วยอาการใกล้เคียงกัน ทีมหน้างานจึงหันไปมอง “ปัจจัยร่วม” ที่เหมือนกันจริงๆ โดยเขาระบุว่า สิ่งที่ตรงกันชัดที่สุดคืออาหาร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์เศรษฐกิจที่มาจากแหล่งเดียวกัน
เขาระบุด้วยว่า ในเสือกว่า 200 ตัวจากทั้ง 2 จุด ที่กินอาหารชุดเดียวกัน พบอาการป่วยเกือบทั้งหมด ยกเว้นลูกเสือ 3 ตัวที่ยังกินนมเป็นหลัก หลังจากนั้นจำนวนเสือป่วยและตายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ความสงสัยเรื่องเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ระหว่างรอผลตรวจ ทีมงานส่งตัวอย่างตรวจหลายแห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยและหน่วยงานชันสูตรของรัฐ
แบ่งระดับอาการ เพื่อวางแนวทางรักษา
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ยังมีเสือจำนวนมาก ทีมสัตวแพทย์แบ่งกลุ่มอาการเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ไม่แสดงอาการ, ป่วยเล็กน้อย, ป่วยปานกลาง, ป่วยหนัก, ป่วยวิกฤต และตาย จากนั้นจึงวางแนวทางดูแลต่างกันในแต่ละกลุ่ม เช่น ยาเสริมภูมิคุ้มกัน ยาลดไข้ ยาควบคุมอาการชัก และยาปฏิชีวนะ
ต่อมาเมื่อเริ่มทราบผลตรวจจากมหาวิทยาลัยว่าเป็นเชื้อไวรัสตามที่สงสัย เสือที่ตายในชุดหลังจึงลดการผ่าชันสูตร เพื่อจำกัดความเสี่ยง ทีมยังทำงานร่วมกับสัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ ต่อเนื่อง ทั้งการตรวจหลักฐานและการทำลายซาก เขายังมองว่ากระแสข่าวลือเรื่องการนำซากไปใช้ประโยชน์นั้นเป็นการตีความเกินจริง
กังวลการสรุปโรคแบบเลือกคำตอบ จนอาจปิดทางบทเรียน
ในโพสต์ดังกล่าว เขาพูดถึงภาพรวมที่ใหญ่กว่าแค่โรคหนึ่งโรค โดยย้ำว่าไม่มีใครอยากให้เกิดความเสียหายกับสัตว์เศรษฐกิจมูลค่าสูง แต่การสรุปเรื่องให้จบแบบเร็วเกินไป หรือเลือก “ชนิดโรค” มาเป็นคำตอบเดียว แล้วจบข่าว อาจทำให้ระบบเฝ้าระวังโรคและการสอบสวนโรคไม่เกิดบทเรียนที่แท้จริง
เขามองว่าเรื่องนี้เชื่อมโยงไปถึงมุมสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ที่ครอบคลุมสัตว์เศรษฐกิจ สัตว์ป่า มนุษย์ และสิ่งแวดล้อม และถ้าปัญหาถูกเก็บเงียบ โอกาสที่ต้นเหตุจริงจะกลับมาก่อเหตุซ้ำก็ยังมีอยู่
เขาทิ้งท้ายด้วยความไม่สบายใจต่อการโยนความผิดแบบหาตัวรับแทน เพราะอาจกระทบความน่าเชื่อถือของวิชาชีพ และทำให้ภาพรวมงานโรคสัตว์ของประเทศถูกมองในแง่ลบทั้งในและต่างประเทศ