การเงิน
หน่วยงานสาธารณสุขของประเทศไทยเตือนถึง “การระบาดของโรคหัด”
เชียงราย – หน่วยงานสาธารณสุขของประเทศไทยได้ออกคำเตือนอีกครั้งสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศ ท่ามกลางการระบาดของโรคหัดที่ยังคงเกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยเรียกร้องให้ฉีดวัคซีนโดยทันทีเพื่อควบคุมไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายนี้ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2026
วันนี้ (5 มกราคม 2569) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค อัปเดตสถานการณ์โรคหัดในประเทศไทยว่า ช่วงเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน 2568 แนวโน้มผู้ป่วยยืนยันมีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับปี 2567 โดยอ้างอิงข้อมูลจากกองระบาดวิทยา ที่ติดตามผู้ป่วยไข้ออกผื่นหรือผู้สงสัยโรคหัดและหัดเยอรมัน ผ่านโปรแกรมโรคกำจัด กวาดล้าง
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 30 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานผู้ป่วยไข้ออกผื่นหรือสงสัยหัดและหัดเยอรมันรวม 2,126 ราย ในจำนวนนี้พบผู้ป่วยยืนยันจากผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ 486 ราย และผู้ป่วยที่มีประวัติเชื่อมโยงทางระบาดวิทยากับโรคหัด 79 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 0.86 ต่อประชากรแสนคน ยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต
สำหรับปี 2568 ภาพรวมผู้ป่วยโรคหัดลดลง โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 63) พบในหลายจังหวัดนอกพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ระบาดหลักในปี 2567 อีกทั้งมีรายงานผู้ป่วยในจังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยในปี 2567 มาก่อน ได้แก่ กระบี่, ชัยภูมิ, เชียงราย, ตราด, ตาก, บึงกาฬ, พระนครศรีอยุธยา, พังงา, เพชรบุรี, มหาสารคาม, ยโสธร, ศรีสะเกษ, สระแก้ว, สุรินทร์, หนองบัวลำภู และอ่างทอง
นพ.มณเฑียร กล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ กำลังจับตาการระบาดของโรคหัดในวงกว้าง หลังพบผู้ติดเชื้อที่สนามบินหลัก 2 แห่งช่วงเทศกาลปีใหม่ ไวรัสหัดแพร่ทางอากาศได้ง่าย และคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานราว 2 ชั่วโมง ขณะเดียวกันสหรัฐฯ รายงานผู้ป่วยสะสมมากกว่า 2,000 ราย ซึ่งเชื่อมโยงกับการฉีดวัคซีนที่ลดลง
ขอให้ประชาชนตระหนักแต่ไม่ตื่นตระหนก โรคหัดป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งคนส่วนใหญ่เคยได้รับแล้ว ควรดูแลสุขอนามัยให้ดี และถ้ามีไข้สูงร่วมกับผื่น หลังเดินทางกลับจากพื้นที่ที่มีรายงานการระบาด ควรรีบปรึกษาแพทย์
รู้จักโรคหัด อาการเป็นอย่างไร
โรคหัด (Measles) เป็นโรคติดเชื้อไวรัส ติดต่อผ่านระบบทางเดินหายใจ หลังได้รับเชื้อประมาณ 10-14 วันจึงเริ่มมีอาการ ช่วง 3-4 วันแรกมักคล้ายไข้หวัด แต่จะรุนแรงกว่า ก่อนผื่นขึ้นประมาณ 1-2 วัน อาจพบจุดสีขาวเล็ก ๆ มีขอบแดงบริเวณกระพุ้งแก้มด้านใน ตรงข้ามฟันกราม
หลังเริ่มมีไข้ราว 3-4 วัน ผื่นมักเริ่มขึ้นบริเวณหลังหูและแนวไรผม แล้วลามไปที่ใบหน้าและลำคอ จากนั้นกระจายลงลำตัว แขน และขา โรคหัดอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและสมองอักเสบ โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้มีภูมิต้านทานต่ำ หากมีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก ปวดหู มีน้ำหนองไหลจากหู ชัก ซึมลงมาก หรือท้องเสียรุนแรง ควรไปพบแพทย์ทันที
นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เสริมว่า โรคหัดยังเป็นโรคประจำถิ่นที่พบต่อเนื่องในไทย และขณะนี้ยังไม่มีการประกาศห้ามเดินทาง โดยคำแนะนำการป้องกันโรคหัดสำหรับประชาชน มีดังนี้
- สร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน
ขอความร่วมมือผู้ปกครองพาบุตรหลานรับวัคซีนให้ครบตามกำหนด ผู้ที่เคยติดเชื้อแล้วมักมีภูมิคุ้มกันยาวนานหลายสิบปี วัคซีนหัดมีประสิทธิภาพสูง และอยู่ในแผนวัคซีนพื้นฐานของไทย หากฉีดครบก็สบายใจได้ - ดูแลสุขอนามัย
สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่แออัด และล้างมือบ่อย ๆ ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัดและโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ - เฝ้าระวังอาการหลังเดินทาง
หากเพิ่งกลับจากต่างประเทศหรือพื้นที่ที่มีการระบาด ให้สังเกตตัวเอง หากมีไข้สูง ไอ ตาแดง และมีผื่นขึ้น ควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง - แยกตัวเมื่อป่วย ลดการแพร่เชื้อ
ผู้ป่วยโรคหัดควรแยกจากผู้อื่นอย่างน้อย 4 วันหลังผื่นขึ้น หากต้องการข้อมูลเพิ่ม ติดต่อสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
กรุงเทพฯ โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า และโรคแพนิค ครองแชมป์ปัญหาสุขภาพจิตในที่ทำงาน