สุขภาพและการแพทย์

หน่วยงานสาธารณสุขเตือนเกี่ยวกับระดับ PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่

Published

on

เชียงใหม่ – เข้าสู่ช่วงหมอกควันหน้าแล้งของภาคเหนือ คุณภาพอากาศในเชียงใหม่ทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด จนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องออกประกาศเตือนต่อเนื่อง หลายอำเภอมีค่าฝุ่น PM2.5 เกินเกณฑ์ปลอดภัย และเริ่มกระทบทั้งคนพื้นที่และนักท่องเที่ยว หน่วยงานย้ำให้รีบป้องกันตัว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เพราะไฟป่าและควันตามฤดูกาลกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อสถานการณ์

ฤดูเผาในภาคเหนือที่คนคุ้นกันดี มักกินช่วงกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม และปี 2026 ก็มาแบบเข้มข้น ข้อมูลล่าสุดพบค่าฝุ่น PM2.5 สูงขึ้นหลายจุด บางพื้นที่วัดได้ถึง 71.3 µg/m³ ในอำเภอทางใต้ เช่น ฮอด ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของไทยที่ 37.5 µg/m³ อย่างมาก ขณะเดียวกัน ค่าที่วัดได้ในภาพรวมของเมืองมักแกว่งอยู่ระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลต่อสุขภาพ โดยพบช่วงประมาณ 37 ถึง 71 µg/m³ สาเหตุหลักมาจากควันเผาในพื้นที่เกษตร จุดความร้อนในป่า และมลพิษที่สะสมใต้สภาพอากาศปิด (อุณหภูมิผกผัน)

เชียงใหม่และเชียงรายเจอรูปแบบนี้แทบทุกปี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสะท้อนความกังวลมากขึ้น เพราะตัวเลขรอบนี้เริ่มกระทบชีวิตประจำวัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว

สาธารณสุขขอให้เฝ้าระวังและป้องกันตัว

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขขอให้คนในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เพราะ PM2.5 เป็นภัยเงียบที่เข้าไปลึกถึงปอด และสามารถผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ คำแนะนำสำคัญที่ควรทำทันที ได้แก่

  • ลดกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการออกกำลังกายหนักในช่วงที่หมอกควันหนา (มักหนักช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่)
  • สวมหน้ากาก N95 หรือระดับใกล้เคียงเมื่อออกนอกบ้าน หากค่าฝุ่นเกินเกณฑ์ปลอดภัย
  • อยู่ในอาคาร ปิดประตูหน้าต่าง และใช้เครื่องฟอกอากาศถ้ามี
  • เช็กคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ผ่านแอป เช่น Air4Thai หรือ IQAir
  • ไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอไม่หยุด หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือแสบตา

กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด โรคหัวใจ หรือเบาหวาน เจ้าหน้าที่เน้นว่าการดูแลตั้งแต่แรกช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

ผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM2.5 ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน จึงเล็ดลอดเข้าไปในระบบทางเดินหายใจได้ง่าย และยังเชื่อมโยงกับการอักเสบในร่างกาย ระยะสั้นมักเริ่มจากอาการระคายเคืองที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

อาการที่พบบ่อยในระยะสั้น ได้แก่

  • ไอและจาม
  • ผิวระคายเคือง หรือมีผื่น
  • แสบตา ตาแดง และระคายเคือง
  • เจ็บคอ คัดจมูก หรือระคายคอ

อาการเหล่านี้เกิดได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเจอฝุ่นสูง และจะหนักขึ้นถ้าอยู่กลางแจ้งนาน

ส่วนผลกระทบระยะยาว หรือการได้รับซ้ำ ๆ มีความเสี่ยงมากกว่า งานวิจัยหลายชิ้นเชื่อมโยงการสูดดม PM2.5 ต่อเนื่องกับโรครุนแรง เช่น

  • ปัญหาระบบหัวใจและหลอดเลือด: หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง และความดันโลหิตสูง
  • โรคระบบทางเดินหายใจ: อาการหอบหืดกำเริบ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และความเสี่ยงมะเร็งปอดที่เพิ่มขึ้น
  • ผลกระทบอื่น ๆ: สมรรถภาพปอดลดลง ภูมิคุ้มกันอ่อนลง และอาจกระทบสุขภาพการทำงานของสมอง

สำหรับเชียงใหม่ที่เจอค่าฝุ่นพุ่งทุกปี การสะสมจากหลายฤดูกาลทำให้ความเสี่ยงยิ่งสูง โดยเฉพาะในช่วงกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม

ทำไมช่วงกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมถึงมีหมอกควันหนักที่สุด

ภูมิประเทศและสภาพอากาศของภาคเหนือเอื้อให้ควันค้างอยู่ใกล้พื้นดิน ช่วงหน้าแล้งฝนตกน้อย ลมอ่อน และเกิดอุณหภูมิผกผัน ทำให้มลพิษระบายออกยาก แหล่งกำเนิดสำคัญ ได้แก่

  • การเผาเศษวัสดุการเกษตร
  • ไฟป่า ซึ่งมีรายงานจุดความร้อนในพื้นที่เชียงใหม่ล่าสุด 182 จุด
  • ควันข้ามแดนจากพื้นที่ใกล้เคียง
  • มลพิษในเมืองจากรถยนต์และภาคอุตสาหกรรม

ปีนี้ไฟป่าในอำเภอทางใต้ดันค่าฝุ่นบางช่วงเข้าสู่ระดับไม่ดีต่อสุขภาพในพื้นที่อย่างฮอด และเมื่อกระแสลมพาควันเข้าหาเมือง ค่าฝุ่นในเขตตัวเมืองก็สะสมเพิ่มตามไปด้วย

ตามสถิติเดิม ค่าฝุ่นมักพีคช่วงมีนาคมถึงเมษายน บางปีทัศนวิสัยแย่จนเที่ยวบินล่าช้า แม้ข้อมูลปี 2026 จะขึ้นลงเป็นวัน ๆ แต่ภาพรวมยังชี้ว่า หากฝนไม่มา หรือไม่มีลมช่วยพัดระบาย ระดับฝุ่นมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง

การรับมือของชุมชนและภาครัฐ

หน่วยงานท้องถิ่นยังคงติดตามค่าฝุ่นจากสถานีตรวจวัดในหลายอำเภอ และในบางปีมีการปิดพื้นที่อุทยานหรือจุดท่องเที่ยวกลางแจ้งบางส่วนเพื่อลดการสัมผัสควัน มาตรการในภาพใหญ่ยังรวมถึงการกวดขันการเผาในที่โล่ง และการผลักดันทางเลือกที่ลดการเผา

ประชาชนสามารถช่วยได้ด้วยการแจ้งเหตุเผาผิดกฎหมาย และร่วมกิจกรรมชุมชนเพื่ออากาศสะอาด ในช่วงเสี่ยงสูง หน่วยงานสาธารณสุขยังมีการแจกหน้ากาก และสื่อสารให้ความรู้เพื่อให้คนดูแลตัวเองได้ทันเวลา

ตลอดฤดูหมอกควันปีนี้ ข้อความจากเจ้าหน้าที่ชัดเจนมาก การระวังคือสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้จริง เมื่อค่าฝุ่น PM2.5 ยังผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น การป้องกันตัวสม่ำเสมอจึงสำคัญที่สุดสำหรับทุกคนในเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารในจังหวัดเชียงรายยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ดที่ฝังไว้ในนาข้าว

Trending

Exit mobile version