ข่าวระดับชาติ - National
กลุ่มคนรักสัตว์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงหลังจากสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ถูกจุดไฟเผา
สงขลา, ไทย 18 กุมภาพันธ์ 2026 คนรักสัตว์ทั่วประเทศแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก หลังพบสุนัขไซบีเรียน ฮัสกีเพศเมียวัย 2 ปี บาดเจ็บสาหัสจากไฟไหม้ และมีข้อมูลชี้ว่าอาจถูกสาดน้ำมันเบนซินก่อนถูกจุดไฟ เป็นการทารุณกรรมที่โหดร้ายเกินรับได้
สุนัขตัวนี้เจ้าของตั้งชื่อว่า “มอลลี่” เธอหายออกจากบ้านในอำเภอเมืองสงขลา ช่วงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้นครอบครัวพยายามตามหาเต็มที่ ทั้งเดินหาและโพสต์ขอความช่วยเหลือทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม วันที่ 15 กุมภาพันธ์ มีคนพบมอลลี่นอนอยู่ข้างถนนในสภาพไหม้เกือบทั่วตัว
พยานในพื้นที่และการประเมินของสัตวแพทย์ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า มีคนตั้งใจสาดน้ำมันแล้วจุดไฟ จนเกิดแผลไหม้ระดับรุนแรงมาก ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ มีเนื้อตายเป็นวงกว้าง และตามมาด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือด
สมชาย จันทวรรณโณ อายุ 52 ปี เจ้าของมอลลี่ รีบนำสุนัขไปรักษาที่คลินิกสัตวแพทย์ใกล้บ้านก่อน จากนั้นจึงส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เพื่อรับการดูแลเฉพาะทาง สัตวแพทย์ระบุว่าอาการอยู่ในขั้นวิกฤต แผลมีน้ำเหลืองไหลมาก ร่างกายขาดน้ำอย่างหนัก ค่าการอักเสบสูง และกินอาหารไม่ได้
แนวทางรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องทุกวัน ทั้งล้างแผล ให้ยาปฏิชีวนะ ทายาฆ่าเชื้อ และเฝ้าระวังอาการในพื้นที่ปลอดเชื้อ ทีมรักษาประเมินว่าการฟื้นตัวอาจใช้เวลาหลายเดือน เพราะต้องรอให้ผิวหนังใหม่ค่อย ๆ สร้างขึ้นทดแทนส่วนที่เสียหาย
ด้านคดีความ สมชายได้เข้าแจ้งความต่อ สภ.เมืองสงขลา โดยมีมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ (Watchdog Thailand Foundation, WDT) เข้าช่วยติดตามคดี ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ รวมถึงบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุที่รายงานว่าอยู่แถวบ้านแหลมกวาง ซึ่งเหตุเกิดช่วงดึก เจ้าหน้าที่เผยว่าพบเบาะแสที่น่าสนใจ และคาดว่าจะติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ภายในไม่กี่วัน
ขณะเดียวกัน กระแสในโซเชียลร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ผู้คนจำนวนมากแชร์ภาพและคลิปอาการบาดเจ็บของมอลลี่ พร้อมเรียกร้องให้ลงโทษหนักที่สุดตามกฎหมายทารุณกรรมสัตว์ หลายโพสต์ติดแฮชแท็กทวงความยุติธรรม และขอให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจริงจังมากขึ้น เพราะหลายคนมองว่าโทษที่มักจบด้วยค่าปรับหรือจำคุกระยะสั้น ยังไม่พอจะยับยั้งคนทำผิดซ้ำ
เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนปัญหาทารุณกรรมสัตว์ในไทยที่เกิดขึ้นเป็นระยะ โดยเฉพาะกับสัตว์เลี้ยงและสัตว์จรจัดที่ปกป้องตัวเองไม่ได้
เหตุคล้ายกันในภาคเหนือยิ่งทำให้สังคมกังวล
ก่อนหน้านี้มีคดีที่ทำให้คนตกใจไม่แพ้กัน เดือนสิงหาคม 2025 ที่จังหวัดลำปาง ตำรวจจับกุมวัยรุ่น 3 คน อายุ 14 ปี หลังถูกกล่าวหาว่าจุดไฟเผาสุนัขสีดำที่พิการ ภายในห้องน้ำร้างใกล้วัดพระธาตุลำปางหลวง กลุ่มผู้ก่อเหตุยังถ่ายคลิปและนำไปเผยแพร่ จนเกิดเสียงวิจารณ์รุนแรงและนำไปสู่การติดตามจับกุมอย่างรวดเร็ว สุนัขตัวนั้นได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว และต้องทนเจ็บปวดอย่างหนักขณะพยายามหลบหนี
แม้สองคดีจะไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกันโดยตรง แต่ภาพรวมทำให้สังคมยิ่งเรียกร้องเรื่องการให้ความรู้ การปลูกฝังความเมตตาต่อสัตว์ และการปรับมาตรการลงโทษให้จริงจังกว่านี้
สื่อท้องถิ่นหลายแห่งติดตามอาการของมอลลี่อย่างใกล้ชิด ซึ่งยิ่งทำให้เสียงโกรธของประชาชนดังขึ้น ขณะเดียวกัน Chiang Rai Times เคยรายงานแนวโน้มคดีทารุณกรรมสัตว์ในภาคเหนือ ทั้งการละเลยและการทำร้ายที่หลายครั้งไม่ถูกแจ้งความ รายงานเหล่านี้ชี้ให้เห็นความจำเป็นของการเฝ้าระวังในชุมชน และช่องทางแจ้งเหตุที่เข้าถึงง่ายเพื่อช่วยสัตว์ที่เสี่ยงอันตราย
กระแสสังคมและข้อเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลง
เสียงจากโซเชียลมีเดียพูดไปในทิศทางเดียวกัน เช่น
- ขอให้ลงโทษสูงสุดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
- ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในฐานะทรมานสัตว์อย่างร้ายแรง และมีเจตนาทำให้ตาย
- แชร์ช่องทางรับบริจาคเพื่อช่วยค่ารักษาของมอลลี่
- เรียกร้องให้มีแคมเปญรณรงค์ลดการทารุณกรรมสัตว์อย่างต่อเนื่อง
นักรณรงค์ด้านสิทธิสัตว์มองว่า แม้ไทยมีความคืบหน้าด้านกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ตั้งแต่ปี 2014 แต่การบังคับใช้ยังไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ด้วยเหตุนี้ กลุ่มอย่าง Watchdog Thailand จึงผลักดันให้ปรับปรุงมาตรการ เช่น เพิ่มค่าปรับ กำหนดโทษจำคุกในคดีร้ายแรง และทำระบบติดตามผู้กระทำผิด
ตอนนี้มอลลี่ยังต่อสู้เพื่อชีวิตภายใต้การดูแลของทีมสัตวแพทย์ เรื่องของเธอทำให้คนไทยจำนวนมากรู้สึกทั้งเศร้าและโกรธ พร้อมกันนั้นก็เกิดแรงผลักให้สังคมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่เดือดไม่นานแล้วเงียบไป
หากต้องการติดตามอาการของมอลลี่และความคืบหน้าคดี สามารถติดตามข่าวจากสื่อท้องถิ่นและองค์กรช่วยเหลือสัตว์ ผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ โปรดติดต่อ สภ.เมืองสงขลาโดยตรง