ข่าวอาชญากรรม - Crime

คนขับรถประสบอุบัติเหตุในลำปางหลังจากหลับในขณะขับรถ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย

Published

on

ลำปาง – ชายหนุ่มอายุ 26 ปี ขับรถเก๋งคันใหม่เอี่ยมพร้อมครอบครัวจากสมุทรปราการไปเชียงราย เกิดง่วงนอนระหว่างทาง ทำให้รถเสียหลักพุ่งลงไปในร่องน้ำข้างทาง และชนต้นไม้อย่างรุนแรง มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย โดยเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล 1 ราย

เหตุเกิดวันที่ 14 ก.พ.2569 ร.ต.อ.อุดม ตาใจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เกาะคา รับแจ้งรถยนต์ชนต้นไม้บนเกาะกลางถนน บริเวณกิโลเมตรที่ 678-679 พื้นที่บ้านนาแก้วตะวันออก หมู่ 3 ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง จากนั้นรีบไปตรวจสอบ

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์อีซูซุ สีขาว ป้ายแดง ทะเบียน จ.ชลบุรี ด้านหน้าพังเสียหายหนัก รถตกอยู่ในร่องน้ำบนเกาะกลางถนน คนขับทราบชื่อ นายวุฒิชัย พลศิริ อายุ 26 ปี โดยมีผู้โดยสารอีก 3 คน คือ นายพิทยา พลศิริ อายุ 56 ปี นางสาวภิฎฎีญา พลศิริ อายุ 23 ปี และนางฤดี พลศิริ อายุ 48 ปี รวมทั้งหมด 4 คน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทุกคนเดินทางจาก จ.สมุทรปราการ เพื่อไป จ.เชียงราย แต่พอถึงช่วงเกิดเหตุ คนขับมีอาการง่วง ทำให้รถหลุดการควบคุม ไถลลงร่องน้ำเกาะกลางถนนก่อนพุ่งชนต้นไม้แรงมาก อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้บาดเจ็บทั้ง 4 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำส่งโรงพยาบาลเกาะคา

อย่างไรก็ตาม ต่อมานายพิทยา อายุ 56 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนผู้บาดเจ็บที่เหลือยังรักษาตัวอยู่

ตำรวจเตรียมสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะคนที่ต้องขับทางไกล ควรพักผ่อนให้พอ และหยุดพักเป็นระยะ เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการง่วงขณะขับรถ

คนขับรถหลับในระหว่างขับรถในประเทศไทย

การขับรถขณะง่วง หรือหลับในหลังพวงมาลัย เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดซ้ำบนถนนไทยมานาน ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงติดอันดับโลก และมีผู้เสียชีวิตปีละหลายพันคน โดยความอ่อนล้าและอาการง่วงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ

จากรายงานล่าสุดที่อ้างถึงข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข (MOPH) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ในประเทศไทย ระบุว่า “การขับรถง่วง” เป็นสาเหตุอันดับ 3 ของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในประเทศ โดยอ้างอิงจากสถิติของตำรวจ ประเด็นนี้ถูกหยิบย้ำอีกครั้งในช่วงเปิดตัวแคมเปญระดับชาติ “อย่าขับรถขณะง่วงนอน – ตื่นตัวอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยในชีวิต” เมื่อเดือนธันวาคม 2025 ก่อนเทศกาลเดินทางปีใหม่ แคมเปญสื่อสารชัดว่า ความเหนื่อยล้าทำให้การตัดสินใจช้าลง และปฏิกิริยาตอบสนองแย่ลง คล้ายผลของแอลกอฮอล์ แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการพักผ่อนให้พอ เพิ่มความตระหนักรู้ และตรวจความพร้อมด้านสุขภาพก่อนขับขี่

งานศึกษาและแบบสำรวจหลายชิ้น (รวมถึงข้อมูลเก่าที่เคยสำรวจกลุ่มคนขับเชิงพาณิชย์) พบความชุกของอาการง่วงระหว่างขับค่อนข้างสูง ตัวอย่างเช่น คนขับรถบัสและรถบรรทุกจำนวนมากยอมรับว่าเคยง่วงจัดหรือเกิดอาการหลับวูบ (microsleep) ขณะทำงาน อีกทั้งยังพบภาวะง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวันในสัดส่วนที่ไม่น้อยด้วย นอกจากนี้ บางการวิเคราะห์ชี้ว่า เมื่อมีความง่วงเป็นปัจจัยร่วม ความเสี่ยงบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอาจเพิ่มขึ้นราว 2-3 เท่า เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความอ่อนล้า

เหตุการณ์ล่าสุด

ข่าวอุบัติเหตุมักรายงานกรณีที่คนขับหลับใน โดยพบได้ทั้งรถบัส รถบรรทุก รถตู้ และรถส่วนบุคคล เหตุการณ์มักเกิดในทริประยะไกล หรือช่วงดึกถึงเช้ามืดที่ร่างกายล้าเป็นพิเศษ เช่น

  • เดือนมิถุนายน 2025 รถทัวร์ชนบนถนนเพชรเกษม มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 13 ราย หลังคนขับหลับใน
  • เดือนมกราคม 2026 รถยนต์ทะเบียนมาเลเซียในภาคใต้ชนคนเดินเท้าอายุ 75 ปีเสียชีวิต ตำรวจสงสัยว่าคนขับหลับใน จากภาพกล้องหน้ารถที่เห็นรถค่อย ๆ ไหลออกนอกเลน
  • เดือนเมษายน 2025 คนขับรถส่งของอายุ 26 ปีหลับใน พุ่งชนพนักงานทำความสะอาดถนนเสียชีวิต
  • ยังมีอีกหลายกรณี เช่น รถบรรทุกชนแบริเออร์หรือพุ่งเลนสวน รถทัวร์เสียหลักออกนอกเส้นทาง และรถตู้ผู้โดยสารตกไหล่ทาง ซึ่งมักเชื่อมโยงกับความอ่อนล้า

เหตุลักษณะนี้พบได้บ่อยในพื้นที่ท่องเที่ยว (เช่น พัทยา ภูเก็ต) และตามทางหลวง เพราะการเดินทางไกลและการทำงานเป็นกะทำให้พักผ่อนไม่พอ

ภาพรวมที่ควรรู้

ถนนไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุราว 20,000 คนต่อปี เฉลี่ยมากกว่า 50 คนต่อวัน โดยสาเหตุหลักอื่น ๆ ยังรวมถึงการขับเร็ว เมาแล้วขับ และการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มพอ ช่วงวันหยุดยาวอย่างปีใหม่ (ที่มักเรียกว่า “7 วันอันตราย”) หน่วยงานจะเพิ่มการตรวจเข้มหลายด้าน รวมถึงการเฝ้าระวังการขับรถง่วง พร้อมรณรงค์ให้ใช้จุดพักรถและด่านตรวจให้เป็นประโยชน์

โดยทั่วไป ความง่วงมักสัมพันธ์กับการทำงานหลายชั่วโมง (พบบ่อยในคนขับเชิงพาณิชย์) การนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง การขับตอนกลางคืน และปัญหาสุขภาพบางอย่าง

เพื่อความปลอดภัยระหว่างเดินทาง

  • พักทุก ๆ 2 ชั่วโมง หรือเร็วกว่านั้นทันทีถ้าเริ่มล้า
  • เลี่ยงการขับช่วงประมาณ 01.00 ถึง 05.00 น. เพราะเป็นช่วงที่ความตื่นตัวลดลงตามธรรมชาติ
  • นอนให้พอ งดแอลกอฮอล์ และระวังยาที่ทำให้ง่วง ถ้าง่วงให้จอดพักทันที เพราะปลอดภัยกว่าฝืนขับมาก

ถ้าคุณอยู่เชียงราย หรือมีแผนขับรถในภาคเหนือ ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะบางงานศึกษาชี้ว่าพื้นที่ลาดชันหรือเส้นทางภูมิประเทศแบบภาคเหนืออาจเพิ่มความเสี่ยงเมื่อรวมกับความเหนื่อยล้า ขับอย่างมีสติ และพักให้พอทุกครั้งก่อนออกเดินทาง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยิงตัวเองที่ศีรษะด้วยปืนพกขนาด .38 ที่วัดชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง

Trending

Exit mobile version