ข่าวการเมือง
พรรคประชาชนมีคะแนนนำอย่างชัดเจน ขณะที่ประเทศไทยใกล้จะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
กรุงเทพฯ — ประเทศไทยเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์กว่า ๆ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปแบบฉบับเร่งด่วนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ การสำรวจความคิดเห็นระดับชาติยังคงแสดงให้เห็นว่าพรรคประชาชน ซึ่งเน้นนโยบายปฏิรูป และผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของพรรคอย่าง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นำหน้าอย่างห่างเหิน
พรรคที่ก่อตั้งขึ้นหลังจากการยุบพรรคก้าวไกล ได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง หลังจากเกิดความวุ่นวายทางการเมืองต่อเนื่องหลายเดือน รวมถึงการล่มสลายของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยในอดีต
จากการสำรวจหลายชุด พรรคประชาชนนำในส่วนบัญชีรายชื่อ โดยมักได้คะแนนอยู่ระหว่างประมาณ 30% ถึงมากกว่า 38% เล็กน้อย ในโพลล่าสุดหลายครั้ง พรรคเพื่อไทยขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับสอง แซงหน้าพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาลอยู่ในอันดับสามเล็กน้อย การแข่งขันนี้สะท้อนถึงความแตกแยกในสังคมระหว่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการการปฏิรูป กับเครือข่ายทางการเมืองเก่าแก่ที่มีฐานมั่นคงในระดับภูมิภาค
ตัวเลขโพลล่าสุดชี้ถึงโมเมนตัมที่ยังคงแข็งแกร่งของพรรคประชาชน
การสำรวจล่าสุดยังคงวางพรรคประชาชนอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่ง ในโพลราษฎร์บัณฑิตครั้งที่สอง ซึ่งสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 11,700 คน พรรคได้รับการสนับสนุน 38.8% ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทย 17.9% และพรรคภูมิใจไทย 15.6% สำหรับการเลือกนายกรัฐมนตรี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (มักเรียกว่า “เติ้ล”) อยู่อันดับหนึ่งที่ 36.7%
ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา การสำรวจของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตระบุว่าพรรคประชาชนได้ประมาณ 33.14% ถึง 34.2% พรรคภูมิใจไทยอยู่ราว 16% และพรรคเพื่อไทยใกล้เคียงหรือตามหลังเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับรอบการเผยแพร่
โพลของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) แสดงให้เห็นพรรคประชาชนที่ประมาณ 30.4% ภูมิใจไทยอันดับสอง 22% และเพื่อไทยอันดับสาม 16% โพลของมติชนและเดลินิวส์ก็ระบุว่า ณัฐพงษ์นำในสนามนายกรัฐมนตรีที่ 35.2% นำหน้าชื่ออื่น ๆ อย่างชัดเจน
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ซึ่งเคยเป็นถิ่นฐานของพรรคเพื่อไทย โพลอีสานของมหาวิทยาลัยขอนแก่นระบุว่าพรรคประชาชนนำในส่วนบัญชีรายชื่อเพียงเล็กน้อยที่ 30.3% เพื่อไทยตามใกล้ ๆ ที่ 30.1% และภูมิใจไทย 27.2% ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ โดยเฉพาะในปี 2566 ที่พรรคเพื่อไทยยังมีฐานแข็งแกร่งกว่าในภูมิภาค
การคาดการณ์ที่นั่งยังแตกต่างกัน บางแบบจำลองภายในและนักวิเคราะห์คาดว่าพรรคประชาชนอาจได้ 150 ที่นั่งหรือมากกว่าในสภาผู้แทนราษฎร 500 ที่นั่ง และมีโอกาสเพิ่มขึ้นหาก turnout สูง แบบจำลองบางส่วนที่อิงนิด้าให้ภูมิใจไทยได้เปรียบในหลายเขตเลือกตั้ง เนื่องจากความสัมพันธ์ในท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระดับชาติในโพลล่าสุดยังเอื้อให้ฝ่ายก้าวหน้า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจและความแตกต่างระหว่างภูมิภาคยังสามารถพลิกผลได้ แต่พรรคประชาชนและณัฐพงษ์ยังคงเป็นผู้นำที่ชัดเจนที่สุด
เหตุใดพรรคประชาชนจึงได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่
การสนับสนุนจากคนไทยรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอายุ 18-35 ปี เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พรรคประชาชนทำคะแนนได้ดี คนกลุ่มนี้活跃บนออนไลน์และรู้สึกหงุดหงิดกับการเมืองแบบเก่า พวกเขามองว่าพรรคนี้เป็นทางตรงสู่การปฏิรูป
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีตผู้ประกอบการเทคโนโลยีวัย 37 ปี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีตัวตนออนไลน์โดดเด่น สอดคล้องกับภาพลักษณ์นี้ เขานำเสนอตัวเองในฐานะคนปฏิบัติจริงและให้ความสำคัญกับรายละเอียด พร้อมข้อความที่ชัดเจนเรื่องความโปร่งใส การต่อต้านคอร์รัปชัน และการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหา เช่น เครือข่ายเงินสีเทา
การเข้าถึงผ่านออนไลน์ เนื้อหาที่แชร์ง่าย และสโลแกน “เชื่อมั่นในประชาชน” ช่วยสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น คล้ายกับกระแสพรรคก้าวไกลในปี 2566
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่จำนวนมากยังสนับสนุนนโยบายของพรรค เช่น การกระจายอำนาจและผลักดันความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น พรรคยังแสดงท่าทีที่สมานฉันท์มากขึ้นต่อประเด็นปฏิรูปกองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อขยายฐาน
คำมั่นสัญญาว่าจะมี “รัฐบาลที่นำโดยประชาชน” ปราศจากกลุ่มอำนาจเก่าแก่ยาวนาน สะท้อนความรู้สึกของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มองว่าพันธมิตรในอดีตไม่เคยนำการปฏิรูปที่แท้จริงมาได้ การมีส่วนร่วมสูงจากคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ จังหวัดภาคกลาง และบางส่วนของภาคเหนือ ช่วยหนุนทั้งที่นั่งเขตและบัญชีรายชื่อ
พรรคเพื่อไทยยังคงมีรากฐานลึกในภาคเหนือและอีสาน
แม้ตัวเลขระดับชาติจะอ่อนลง แต่พรรคเพื่อไทยยังเป็นผู้เล่นสำคัญในภาคเหนือและอีสาน ภูมิภาคเหล่านี้สนับสนุนพรรคสายชินวัตรมาหลายปี
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในชนบทและชนชั้นแรงงานจำนวนมากยังคงชื่นชอบแนวทางประชานิยมของเพื่อไทย เช่น การลดหนี้ การช่วยเหลือค่าครองชีพ การรักษาพยาบาลราคาถูก และความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจในยามยาก
เพื่อไทยยังได้ประโยชน์จากเครือข่ายท้องถิ่นที่สร้างมานานและความสัมพันธ์กับผู้นำท้องถิ่น ในอีสาน พรรคกำลังหาเสียงอย่างเข้มข้น โดยอาศัยแบรนด์ครอบครัวและข้อความเรื่องความมั่นคง
แม้โพลระดับชาติจะแสดงการถดถอย แต่บางโพลภูมิภาคยังแข่งขันสูสี ในบางพื้นที่ การสื่อสารที่เจาะจงช่วยให้เพื่อไทยรักษาหรือกลับมาได้
ฐานเสียงนี้อาจแปรเป็นที่นั่งจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้เพื่อไทยมีบทบาทสำคัญในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง การขยับขึ้นมาอันดับสองในบางโพลชี้ถึงการหาเสียงที่มีประสิทธิภาพในจังหวัดที่มีคะแนนเสียงหนาแน่น แม้จะเสียเปรียบมากขึ้นกับคนรุ่นใหม่และคนเมือง
เมื่อใกล้ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ การเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้วัดว่าคลื่นปฏิรูปสามารถเอาชนะเครื่องจักรการเมืองเก่าแก่ได้หรือไม่ พรรคประชาชนต้องการยุติวงจรการปฏิรูปที่ถูกขัดขวาง โดยมีณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิเป็นผู้นำ
อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของภูมิใจไทยในระดับเขตเลือกตั้ง และความภักดีต่อเพื่อไทยในภูมิภาค ทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายยังไม่แน่นอน
อัตราการออกมาใช้สิทธิ ผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ และการคำนวณพันธมิตร จะเป็นตัวกำหนดรัฐบาลชุดต่อไป ในเชียงรายและทั่วภาคเหนือ ที่แนวคิดปฏิรูปปะทะกับความภักดีที่ยาวนาน การแข่งขันรู้สึกตึงเครียดเป็นพิเศษ ไม่ว่าใครจะชนะ ผลลัพธ์น่าจะกำหนดทิศทางการเมืองไทยไปอีกหลายปี
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ตำรวจจับเกมเมอร์ออนไลน์ หลังล่อลวงเด็กหญิง 12 ปีไปกักในคอนโด
ข่าวการเมือง
“ธรรมนาถ” กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในเชียงราย โดยให้คำมั่นว่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย
เชียงราย – เย็นวันที่ 24 ม.ค. ที่สนามกีฬากลาง จ.เชียงราย พรรคกล้าธรรมจัดเวทีปราศรัยใหญ่ พร้อมเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.เชียงราย 6 คน จากทั้งหมด 7 เขตเลือกตั้ง บรรยากาศคึกคัก มีประชาชนจากหลายพื้นที่มาร่วมฟังราว 10,000 คน ภายในงานมีบอลลูนหาเสียงขนาดใหญ่ช่วยสร้างสีสัน
แกนนำพรรคที่ขึ้นเวทีมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม, ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนางปวีณา หงสกุล ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เนื้อหาปราศรัยหลักเน้นชวนคนเชียงราย “เปลี่ยนจากการเมืองแบบเดิม” พร้อมยกผลงานช่วยเหลือประชาชนในอดีต รวมถึงแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินและที่ดินทำกิน
บนเวทีมีการพูดถึงงานช่วยเหลือประชาชนของมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ในช่วงน้ำท่วมใหญ่ อ.แม่สาย ปลายปี 2567 และแนวคิดตั้ง “ธนาคารประชาชน” เพื่อลดภาระดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังผลักดันการเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และตั้งเป้าในอนาคตให้พัฒนาไปสู่โฉนดที่ดินที่มีสถานะชัดเจนยิ่งขึ้น
อีกหัวข้อที่ถูกหยิบยกคือการส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.พะเยา ซึ่งอยู่ติดกับเชียงราย โดยย้ำว่าเป็นตัวอย่างที่เห็นผลเป็นรูปธรรม
ผู้สมัคร ส.ส. เล่าที่มาและเหตุผลที่ลงสนาม
นายวุฒิชาติ เกรียงเกษร ผู้สมัครเขต 1 บอกว่าเดิมทำงานจิตอาสาและกู้ภัย ลงพื้นที่ช่วยประชาชนช่วงภัยพิบัติหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมแม่น้ำกกในช่วงใกล้เคียงกับเหตุการณ์น้ำท่วมแม่น้ำสาย เขาเล่าว่าระดมกำลังและนำรถออฟโรดที่นำมาโชว์ในงาน ไปช่วยผู้ประสบภัยด้วยตัวเอง
หลังเหตุการณ์คลี่คลาย เขามองเห็นการพัฒนาของ จ.พะเยา ที่ขับเคลื่อนท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และชื่นชอบสไตล์การทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส ที่พูดแล้วทำ จึงตัดสินใจมาร่วมงานเพื่อช่วยประชาชนให้มากขึ้น
ด้านนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ผู้สมัครเขต 7 กล่าวว่าเคยทำงานในองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงรายมานาน 25 ปี เคยเป็นประธานสภา อบจ. 8 ปี และรองนายก อบจ. 1 สมัย จึงรู้ข้อจำกัดของท้องถิ่น ทั้งงบประมาณและอำนาจหน้าที่
เขายกตัวอย่างช่วงที่รัฐบาลชุดก่อนมีงบประมาณ 157,000 ล้านบาท แต่โครงการที่เขาเสนอให้จังหวัดถึง 101 โครงการกลับไม่ได้รับงบแม้แต่บาทเดียว เรื่องนี้ทำให้เขาตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. เพื่อเป็น “ตัวเชื่อม” ระหว่างท้องถิ่นกับกระทรวงต่างๆ
“นฤมล” ชี้หลายพรรคมีแคนดิเดตหลายชื่อ แต่ไม่ใช่ตัวจริง
ดร.นฤมล กล่าวว่าหลายพรรคเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหลายคน แต่สุดท้ายอาจไม่ใช่คนที่จะได้เป็นจริง ต่างจากพรรคกล้าธรรมที่เสนอ ร.อ.ธรรมนัส เพียงคนเดียว และย้ำว่าพรรคพูดตรง ทำได้คือทำ ทำไม่ได้ก็อธิบายเหตุผลให้ชัด
เธอยกตัวอย่างนโยบายที่พรรคยืนยันว่าทำได้ เช่น การเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนด และแนวคิด “ซื้อปุ๋ยคนละครึ่ง” รวมถึงการตั้งธนาคารประชาชนที่ตั้งเป้าดอกเบี้ยไม่เกิน 4% โดยเปรียบเทียบว่าดอกเบี้ยบางแหล่งอยู่ระดับ 6-7% ซึ่งประชาชนแบกรับหนักเกินไป
“ปวีณา” บอกมาทำงานเพราะพรรคเปิดพื้นที่ให้ทำงานเพื่อสังคมเต็มที่
นางปวีณา เล่าว่าเดินทางไปเชียงรายบ่อย เพราะทำงานช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกหลอกไปทำงานฝั่งประเทศเมียนมา เธอบอกว่าพรรคกล้าธรรมเข้าใจปัญหาสังคม และเปิดโอกาสให้เธอทำงานเพื่อสังคมได้เต็มที่ จึงตัดสินใจมาร่วมทีม
“ธรรมนัส” ย้ำลงพื้นที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงเลือกตั้ง
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าก่อนขึ้นเวทีวันนี้ เขาและหัวหน้าพรรคลงพื้นที่ อ.เชียงของ และ อ.แม่สรวย เพื่อรับฟังปัญหาและติดตามการแก้ไข โดยย้ำว่าทำงานต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ช่วงหาเสียง
เขาพูดถึงปัญหาที่ดินทำกินที่ทำมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ จนเกิดการขับเคลื่อนเรื่องเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และตั้งเป้าพัฒนาต่อให้เป็นโฉนดที่ดินในอนาคต
อีกประเด็นคือเรื่องน้ำใน จ.เชียงราย ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลลงสู่แม่น้ำโขงจำนวนมาก เขาระบุว่าจะผลักดันการกักเก็บน้ำให้เพียงพอในหน้าแล้ง และช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก
ส่วนปัญหาสารตกค้างในแม่น้ำที่ไหลมาจากเหมืองฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เขาบอกว่าได้สั่งการให้สำรองน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคไว้แล้วในระดับหนึ่ง ส่วนการแก้ระยะยาวต้องอาศัยการเจรจากับประเทศเมียนมา
ชูพรรคใหม่ของคนเหนือ และยก “พะเยาโมเดล” เป็นตัวอย่าง
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงการแข่งขันกับพรรคอื่นในพื้นที่ที่ครองฐานเสียงมานานว่า เขาทำงานมาตั้งแต่ปี 2562 และช่วงปี 2566 ที่เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ชาวเชียงรายต่อเนื่อง เขาย้ำว่าพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคใหม่ และเป็นพรรคของคนเหนือ ไม่เป็นตัวแทนหรือนอมินีของใคร
เขายืนยันบนเวทีว่าพรรคกล้าธรรมมีแคนดิเดตนายกฯ “ตัวจริง” ไม่ใช่ชื่อที่ตั้งไว้เพื่อหลอกตา พร้อมอ้างว่าผลสำรวจหลายสำนักทำให้พรรคอยู่ในกลุ่มท็อป 5 ต่อเนื่อง และเชื่อว่าพรรคมีจุดขายของตัวเอง
ช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส เชิญชวนชาวเชียงรายให้ตัดสินใจว่าจะอยู่กับการเมืองแบบเดิม หรือจะลองทางเลือกใหม่ พร้อมยกตัวอย่างงานท่องเที่ยวที่ จ.พะเยา โดยบอกว่าสถิติ ม.ค. ถึง ธ.ค. ระบุว่า GDP ด้านท่องเที่ยวของพะเยาเพิ่มขึ้น 10.82 เป็นอันดับ 1 ของ 17 จังหวัดภาคเหนือ ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศติดลบ 2 และย้ำว่าการขับเคลื่อนขึ้นอยู่กับ “คนทำ” และ “ผู้นำของแต่ละจังหวัด”
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สนามบินหลักของไทยเพิ่มมาตรการตรวจสอบด้านสุขภาพ หลังพบรายงานการพบเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดีย
ข่าวการเมือง
ทักษิณ ชินวัตร รณรงค์หาเสียงให้พรรคเพื่อไทย ก่อนเลือกตั้ง อบจ.เชียงราย
เชียงราย – เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อสนับสนุนนางสาวสลักจฤฏฐ์ ติยะไพรัช ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ซึ่งจัดขึ้นที่อำเภอแม่จัน บ้านเกิดของเธอ โดยมีประชาชนมากกว่า 20,000 คนเข้าร่วมฟังการปราศรัยที่เวทีโรงเรียนแม่จันวิทยาคม
เนื้อหาการปราศรัยของนายทักษิณยังคงเน้นแนวทางเดิม เช่น การประกาศว่าสูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะได้รับเงิน 10,000 บาท ในวันที่ 29 มกราคม และมีโครงการพัฒนาสำหรับเยาวชนในเดือนมีนาคม รัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจในปี 2025 พร้อมกับการแก้ปัญหายาเสพติดให้หมดไปในปีเดียวกัน
ในประเด็นอื่น เช่น การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานอยู่ในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา รวมถึงปัญหาการพนันออนไลน์ที่มีผู้เล่นกว่า 2.5-4 ล้านคนต่อวัน โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีเยาวชนต่ำกว่า 20 ปีเข้าร่วมมากน้อยเพียงใด รัฐบาลจึงมีแผนทำให้การพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย พร้อมตั้งกฎเกณฑ์ การเก็บภาษี และห้ามผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเล่น หากพบว่าติดพนันจะถูกส่งให้แพทย์รักษา
ในด้านการศึกษา นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวนายกรัฐมนตรี กำลังเจรจากับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อนำเงินมาช่วยสนับสนุนการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีแผนลดค่าไฟฟ้าจาก 4.18 บาทต่อหน่วย เหลือ 3.70 บาทต่อหน่วยโดยเร็วที่สุด
นายทักษิณกล่าวเพิ่มเติมว่า เขาต้องเกี่ยวข้องในหลายเรื่องเพราะเคยเป็นสมาชิกคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งทำให้ต้องดูแลหลายด้าน ในอดีตพรรคไทยรักไทยเคยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า 370 คน แต่ปัจจุบันมีจำนวนลดลง ทำให้ต้องมีตัวแทนระดับท้องถิ่นอย่างเช่น อบจ. โดยเฉพาะที่เชียงราย ซึ่งนางสาวสลักจฤฏฐ์มีนโยบายที่ดี เช่น การจัดตั้งศูนย์โดรนในทุกตำบลเพื่อทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ
ในประเด็นราคาน้ำมัน นายทักษิณวิจารณ์ว่าประเทศไทยอิงราคาน้ำมันกับตลาดโลกผ่านสิงคโปร์ ทั้งที่สิงคโปร์ไม่มีน้ำมันเลย แต่เรียกเก็บค่าการตลาดและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ หากแก้ไขปัญหาได้ ราคาน้ำมันจะลดลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้มาลงทุน
การปราศรัยในอำเภอแม่จันจบลงเวลาประมาณ 17.30 น. ก่อนที่นายทักษิณจะเดินทางกลับ ขณะที่จังหวัดเชียงรายเตรียมเลือกตั้งนายกและสมาชิกอบจ. ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้สมัครตำแหน่งนายกอบจ. มีทั้งหมด 3 คน ได้แก่ นางสาวอธิฐาธร วรรณชัยธนาวงษ์ หมายเลข 1 นางสาวสลักจฤฏฐ์ หมายเลข 2 และนางสาวจิราพร หมื่นไชยวงษ์ หมายเลข 3
ท่าอากาศยานเชียงรายรับผู้โดยสารต่างชาติเพิ่มขึ้น 240%
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago
Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
ญาติช็อก จัดงานศพไปแล้ว หนุ่มเชียงรายวัย 48 กลับมาปรากฏตัวต่อหน้า
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจชายแดนเชียงรายยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ด หลังไล่ล่ารถยนต์
-
ข่าวระดับชาติ - National6 days ago
นักเรียนชั้น ม.1 หวาดกลัวสุดขีด หลังถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแกและดูถูกเหยียดหยามที่โรงเรียน





