Connect with us

Crime News

ร้องดีเอสไอต่างชาติถูกหลอกซื้อที่สูญ 2พันล้าน

Published

on

ร้องดีเอสไอต่างชาติถูกหลอกซื้อที่สูญ 2พันล้าน

“ศรีสุวรรณ” ร้องดีเอสไอเอาผิดนายอำเกอบ้านลาด-กรมที่ดินใช้อำนาจโดยมิชอบออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน น.ส.3 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเพชรบุรีให้นายทุนหลอกขายชาวต่างชาติ เสียหายรวม 2พันล้านบาท

ที่กรมสอบสวนคดีพิตษ (Dsi) นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน นำชาวต่างชาติสัญชาติรัสเชียและอังกฤษ พบ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ ยื่นคำร้องเอาผิดนายอำเภอบ้านลาดและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอบ้านลาด จ.เพชรบุรี เนื่องจากมีชาวต่างชาติกว่า 100 ราย ถูกบริษัทต่างชาติที่มาจดทะเบียนในประเทศไทย โดยมีคนไทยเป็นนอมินีให้ ทำการหลอกขายบ้านพักพร้อมที่ดินจัดสรรให้ ในโครงการ “Phetchaburi Park Project” ประกอบไปด้วยโรงแรม คอนโดมิเนียม บ้านดี่ยว สวนอาหารและสวนน้ำ ในพื้นที่กว่า 555 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลไร่โคก อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

ได้ทำการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ของที่ดินทั้งหมดในโครงการดังกล่าว ซึ่งมีทั้งหมด 21 แปลง เนื้อที่รวม 555 ไร่ 1 งาน 49 ตรว. ซึ่งอยู่ในรูปของน.ส.3 แต่ปรากฏว่า ที่ดินทั้งหมด 99 % อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ายางหัก-เขาปุ้มจริง ตามกฏกระทรวง ฉบับที่ 458(พ,,2515) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2507 เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2515 และเมื่อตรวจสอบต่อไปว่า น.ส.3 ดังกล่าวนั้น ได้ทำการออกโดยกรมที่ดินช่วงปื2533 ภายหลังจากการประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติแล้ว จึงเชื่อว่าการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส 3 ทั้ง 21 แปลงดังกล่าวของกรมที่ดิน น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอาจมีการรวมมือกันกระทำผิดอย่างเป็นกระบวนการ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157

ทั้งนี้ ที่ดินดังกล่าว สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี ได้ทำการลงไปรังวัดสำรวจตรวจสอบพิกัดของที่ดินแล้วตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.63 และรายงานให้อธิบดีกรมป่าไม้ทราบแล้วว่าที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนฯ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการใด

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่ากรณีนี้กระทบภาพลักษณ์ของประเทศและมีข้อมูลว่าบริษัทนี้มีคนไทยเป็นนอมีนี มีเจ้าของเป็นชาวอังกฤษ และรัสเซีย เปิดขายเฉพาะชาวต่างชาติไม่ขายคนไทย ขณะนี้เจ้าของจริงได้หอบเงินออกจากไทยไปแล้วซึ่งเป็นมูลค่าเสียหายจำนวนมาก ส่วนนอมินีไทยยังอยู่แต่ได้ทุบอาคารสำนักงานขายปิดไปแล้ว

นายมาคอส เฮิร์ท (Marcos Hurst) ผู้เสียหาย กล่าวว่า ได้จองซื้อคอนโดมิเนียม 3 ล้านบาทในคอมเพล็กซ์ดังกล่าวตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว ปัจจุบันโครงการสร้างเสร็จแล้วแต่ไม่มีการโอน เมื่อรู้ว่าโครงการส่อเค้าว่าอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนและถูกหลอกเจ้าของโครงการได้เจรจาจะ ซื้อคืน แต่ที่สุดก็เงียบหายไป

ด้านอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า จะเร่งตรวจสอบเนื่องจากคดีนี้มีความเสียหายมูลค่าสูงและเป็นพื้นที่กว่า 555ไร่ มีการกระทำส่อในการบุกรุกป่า ซึ่งเข้าข่าย ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษด้วย.

อ่านข่าว CTN เพิ่มเติม

Advertisement Enter ad code hereEnter ad code here

Interesting For You

ข่าวที่น่าสนใจ



ข่าวที่น่าสนใจ




Advertisement Enter ad code hereEnter ad code here

Interesting For You

Copyright © 2021 CTN News - Chiangrai Times

Ads Block Detector Powered by codehelppro.com

ตรวจพบตัวบล็อกโฆษณา!!!

เราตรวจพบว่าคุณกำลังใช้ส่วนขยายเพื่อบล็อกโฆษณา โปรดสนับสนุนเราด้วยการปิดการใช้งานตัวบล็อกโฆษณาเหล่านี้

Disable Ad Block

Join Our Website

Powered by Live Score & Live Score App