ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยชนะเหนือวูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับมาคว้าชัยได้แบบชัดเจนเมื่อวันเสาร์ หลังเปิดเอติฮัด สเตเดียม ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่กำลังผลงานแย่ 2-0 นี่คือชัยชนะนัดแรกในศึกพรีเมียร์ลีก ปี 2026 ของทีม และเป็นสามแต้มที่ช่วยเรียกความมั่นใจกลับมาได้ทันที
ผลการแข่งขันเกมนี้ยุติสถิติไม่ชนะในลีก 4 นัดติดของลูกทีม เป๊ป กวาร์ดิโอลา พร้อมขยับเข้าใกล้กลุ่มหัวตารางมากขึ้น สองประตูในครึ่งแรกจาก โอมาร์ มาร์มูช และ อองตวน เซเมนโย เป็นตัวตัดสินเกม โดยทั้งคู่ใช้ประโยชน์จากการครองบอลเหนือกว่า และการเข้าทำที่ต่อเนื่องของซิตี้ได้อย่างคุ้มค่า
มาร์มูชปลดล็อกก่อน ตั้งแต่ต้นเกม
จังหวะสำคัญแรกมาในนาทีที่ 18 เมื่อมาร์มูชพังประตูขึ้นนำให้ซิตี้ได้สำเร็จ กองหน้าชาวอียิปต์รับบอลแทงทะลุช่องที่แม่นยำจาก โรดรี ก่อนใช้ความแข็งแกร่งเบียดหนีตัวประกบ แล้วแปแบบเยือกเย็นผ่านมือ โชเซ่ ซา เข้าประตูไป เป็นการจบสกอร์ที่เฉียบขาด และทำให้รูปเกมของเจ้าบ้านไหลลื่นขึ้นทันที
เกมนี้มาร์มูชได้ออกสตาร์ตแทน เออร์ลิง ฮาแลนด์ ที่พักไว้ และเขาก็ทำได้ดีเกินพอ การเคลื่อนที่และความนิ่งหน้าเขตโทษทำให้แนวรับวูล์ฟส์ปั่นป่วนตลอด 45 นาทีแรก สะท้อนให้เห็นว่ากวาร์ดิโอลาสามารถหมุนทีมได้โดยคุณภาพไม่ตก
เซเมนโยยิงหนี ก่อนจบครึ่งแรก
ซิตี้มาได้ประตูที่สองในช่วงท้ายครึ่งแรก ปิดงาน 45 นาทีแรกที่พวกเขาคุมเกมแทบทั้งหมด นาทีที่ 42 เซเมนโยฉวยโอกาสจากบอลหลุดหลังจังหวะเปลี่ยนเกมเร็ว ก่อนซัดเต็มข้อจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมบนแบบหมดจด ซาได้แค่มอง และเสียงเฮในสนามก็ดังกระหึ่ม
ประตูนี้ตอกย้ำฟอร์มที่กำลังเข้าฝักของปีกคนนี้ นับตั้งแต่มาอยู่กับทีม เขาเพิ่มมิติให้เกมรุกด้วยความเร็ว ความกล้าลุย และการจบสกอร์ที่ไว้ใจได้ แม้ฮาแลนด์จะนั่งดูจากข้างสนาม ซิตี้ก็ยังสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าขุมกำลังทีมยังลึกพอในช่วงโปรแกรมแน่น
ครึ่งหลังคุมจังหวะอยู่มือ พร้อมเดบิวต์ที่น่าประทับใจ
กลับมาครึ่งหลัง ซิตี้เลือกเล่นแบบคุมสถานการณ์ ลดความเสี่ยง และไม่เปิดช่องให้วูล์ฟส์ได้โต้กลับถนัด พวกเขายังครองบอลสูงเหมือนเดิม ขณะเดียวกันแนวรับก็ทำงานได้เรียบร้อย โดยเฉพาะ มาร์ค เกฮี แนวรับคนใหม่ที่ลงเล่นนัดแรกหลังย้ายมากลางฤดูกาล เขาดูนิ่งกับบอล จ่ายบอลออกจากแดนหลังได้ดี และอ่านเกมช่วยทีมได้หลายครั้ง ส่งผลให้ซิตี้เก็บคลีนชีตได้สำเร็จ
ฝั่งวูล์ฟส์ที่ยังจมอยู่ท้ายตาราง พยายามหาจังหวะเข้าทำจากจุดแข็งของ มาเธอุส คุนญา และ ฮวัง ฮี-ชาน แต่โอกาสจะแจ้งมีน้อย แนวรับยังมีช่องให้โดนเล่นงานหลายรอบ และหลังพักครึ่งพวกเขาแทบสร้างงานให้ เอแดร์ซอน ไม่ได้เลย
ช่วงท้ายเกมกวาร์ดิโอลาส่งฮาแลนด์ลงมาเรียกเสียงเชียร์ แต่เกมอยู่ในการควบคุมของซิตี้อยู่แล้ว จบ 90 นาทีแบบไม่ต้องเร่งเพิ่ม ผลนัดนี้ทำให้ซิตี้ตามหลังจ่าฝูง อาร์เซนอล 4 คะแนน และยังมีเกมตกค้างที่ช่วยให้ภาพลุ้นแชมป์ชัดขึ้น
ไฮไลต์เกม
- 18′ ประตู แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 วูล์ฟส์: มาร์มูชหลุดรับบอลแทงจากโรดรี ก่อนจบสกอร์แบบนิ่งๆ
- 42′ ประตู แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 วูล์ฟส์: เซเมนโยซัดไกลเต็มแรง หลังจังหวะเปลี่ยนเกมเร็ว
- 55′ โอกาสของวูล์ฟส์: คุนญาโหม่งจากลูกเตะมุม บอลข้ามคานแบบได้ลุ้น
- 68′ จังหวะสำคัญเกมรับ: เกฮีตัดบอลได้พอดี ก่อนฮวังจะได้ยิง
- 82′ ฮาแลนด์ลงสนาม: ถูกส่งลงมาช่วงท้าย เกมยังนิ่งและมีจังหวะไม่มาก
ในภาพรวมซิตี้เหนือกว่าชัดเจน พวกเขาครองบอลมากกว่า 65% ยิงรวม 18 ครั้ง (เข้ากรอบ 7) ขณะที่วูล์ฟส์ยิง 6 ครั้ง (เข้ากรอบ 1) ซิตี้ยังผ่านบอลมากกว่า 600 ครั้งด้วยความแม่นยำสูง
ตารางคะแนนผลงานนักเตะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาที | สถิติเด่น | คะแนน |
|---|---|---|---|---|
| Ederson | GK | 90 | คลีนชีต, เซฟ 1 ครั้ง | 7.5 |
| Rúben Dias | CB | 90 | แท็กเกิล 4, เคลียร์ 3 | 8.0 |
| Marc Guehi (เดบิวต์) | CB | 90 | ตัดบอล 2, จ่ายบอลนิ่ง | 8.0 |
| Joško Gvardiol | LB | 90 | จ่ายบอลเข้าเป้า 85%, สร้างโอกาส 1 | 7.8 |
| Kyle Walker | RB | 78 | เติมเกมบ่อย, ช่วยเกมรับดี | 7.6 |
| Rodri | CM | 90 | แอสซิสต์, จ่ายบอลเข้าเป้า 92% | 9.0 |
| Bernardo Silva | CM | 90 | คีย์พาส 3 ครั้ง | 8.2 |
| Phil Foden | AM | 85 | สร้างสรรค์เกม, เลี้ยงผ่าน 4 | 8.1 |
| Antoine Semenyo | RW | 90 | 1 ประตู, ยิงเข้ากรอบ 2 | 8.8 |
| Omar Marmoush | LW | 90 | 1 ประตู, สร้างปัญหาแนวรับตลอด | 8.7 |
| Julián Álvarez | ST | 70 | เชื่อมเกมช่วยเพื่อน | 7.4 |
| Erling Haaland (สำรอง) | ST | 20 | ลงมาช่วงท้ายเกม | 6.8 |
ตารางคะแนนผลงานนักเตะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาที | สถิติเด่น | คะแนน |
|---|---|---|---|---|
| José Sá | GK | 90 | เซฟ 5 ครั้ง, กัน 2 ประตูไม่ไหว | 6.2 |
| Nélson Semedo | RB | 90 | รับมือมาร์มูชลำบาก | 5.8 |
| Craig Dawson | CB | 90 | เคลียร์ 5 ครั้ง, โดนกดดันหนัก | 6.0 |
| Toti Gomes | CB | 90 | แท็กเกิล 3, หลุดตำแหน่งเป็นช่วงๆ | 5.9 |
| Rayan Aït-Nouri | LB | 90 | เติมเกมเป็นระยะ | 6.1 |
| João Gomes | CM | 90 | โดนใบเหลือง, สู้แดนกลาง | 6.3 |
| Mario Lemina | CM | 78 | จ่ายบอลเข้าเป้า 88% | 6.4 |
| Matheus Cunha | AM | 90 | โอกาสดีที่สุดของทีม, โหม่งหลุดกรอบ | 6.7 |
| Hwang Hee-chan | RW | 90 | แยกจากเกม, ได้บอลน้อย | 5.9 |
| Jørgen Strand Larsen | ST | 70 | มีส่วนกับเกมน้อย | 5.7 |
| Pablo Sarabia | LW | 65 | ถูกเปลี่ยนตัวค่อนข้างเร็ว | 5.8 |
ชัยชนะนัดนี้ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้แรงส่งก่อนโปรแกรมต่อไป ส่วนวูล์ฟส์ยังต้องเร่งแก้ปัญหาแบบด่วน หากหวังขยับหนีโซนอันตรายจากการตกชั้นในพรีเมียร์ลีก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เฟเนร์บาห์เช่พลาดท่าคาบ้าน แพ้แอสตัน วิลลา 0-1 ในศึก UEFA Europa League
ฟุตบอล
คริสตัล พาเลซ พบกับ เชลซี คริสตัล พาเลซ พ่ายแพ้ให้กับเชลซี 3-1
เซลเฮิร์สต์ พาร์ก, ลอนดอน – เชลซีโชว์ฟอร์มคุมเกมได้อยู่หมัด บุกชนะคริสตัล พาเลซ 3-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกที่เล่นกันดุเดือดและมีจังหวะให้ลุ้นตลอด 90 นาที ทีมของกุนซือเลียม โรเซเนียร์จบสกอร์คม และรับมือกับแรงกดดันได้ดี ก่อนที่พาเลซจะเสียเปรียบหนักในครึ่งหลังจากการโดนใบแดง
สามแต้มเกมนี้ส่งเชลซีกลับขึ้นท็อปโฟร์ เพิ่มความมั่นใจในเส้นทางลุ้นตั๋วแชมเปียนส์ ลีก ส่วนคริสตัล พาเลซยังเจอปัญหาเดิมทั้งเกมรับที่พลาดง่าย และเรื่องวินัยที่ทำให้ทีมลำบาก
เอสเตวาโอเปิดฉากสวย, แล้วจ่ายให้จัว เปโดรหนีห่าง
จุดเปลี่ยนแรกเกิดขึ้นในครึ่งแรก เมื่อดาวรุ่งวัยทีนอย่าง เอสเตวาโอ วิลเลียน ที่ได้โอกาสลงแทนโคล พาลเมอร์ซึ่งมีอาการเจ็บ สร้างความต่างทันที เขารับบอลทางขวา ตัดเข้าในก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งเสียบมุมบนชนิดที่ดีน เฮนเดอร์สันพุ่งสุดตัวก็เอาไม่อยู่ เชลซีขึ้นนำ และเริ่มคุมจังหวะเกมได้ชัดเจน
ไม่นานหลังจากนั้น เอสเตวาโอยังทำแอสซิสต์ด้วยการแทงทะลุช่องแบบพอดีเท้าให้ จัว เปโดร หลุดเข้าไปจบสกอร์อย่างเยือกเย็น กองหน้าชาวบราซิลเลือกทางจบได้เด็ดขาด ล็อกผ่านผู้รักษาประตูก่อนส่งบอลเข้าประตูโล่งๆ ช่วยให้เชลซีหนีเป็น 2-0
ใบแดงทำเกมเปลี่ยน, พาเลซเหลือ 10 คน
ครึ่งหลังรูปเกมเริ่มเอนเอียงชัดขึ้น เมื่อมิดฟิลด์พาเลซ อดัม วอร์ตัน โดนใบแดงโดยตรงจากจังหวะเข้าบอลที่รุนแรง ผู้ตัดสินดาร์เรน อิงแลนด์มองว่าเป็นการเล่นอันตราย ทำให้เจ้าบ้านต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คน และต้องถอยลงไปตั้งรับมากขึ้น
ถึงจะเสียเปรียบเรื่องตัวผู้เล่น แต่พาเลซยังไม่ยอมง่ายๆ พวกเขาได้ประตูไล่มา 1-2 จากตัวสำรอง ฌอง ฟิลิปป์ มาเตตา ที่โหม่งจากลูกเตะมุมเข้าไปอย่างหนักหน่วง แฟนเจ้าถิ่นได้เฮกันลั่น และเกมกลับมามีลุ้นอยู่ช่วงสั้นๆ
จุดโทษจังหวะก้ำกึ่ง, แฟร์นานเดซยิงไม่พลาด
เชลซีกลับมาทิ้งห่างเป็นสองลูกจากจุดโทษที่มีเสียงถกเถียง หลังผู้ตัดสินให้แฮนด์บอลในเขตโทษกับแนวรับพาเลซ มักซ็องซ์ กาโกต์ (หรือจังหวะปะทะในกรอบที่ใกล้เคียงกัน) ก่อนที่ เอ็นโซ แฟร์นานเดซ จะรับหน้าที่สังหาร เขายิงจากระยะ 12 หลาแบบนิ่งๆ ส่งบอลเข้าประตู ทำให้สกอร์เป็น 3-1 และทำให้เกมค่อนข้างจบ
ชัยชนะนัดนี้ยังเป็นสัญญาณที่ดีของเชลซีในเกมเยือนช่วงหลังๆ ที่เริ่มเก็บผลลัพธ์ได้ตามที่ต้องการ ภายใต้การคุมทีมของโรเซเนียร์
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- ประตู 1-0 ของเอสเตวาโอ ปั่นโค้งจากหน้าเขตโทษเข้าเสียบมุมสวยงาม
- ประตู 2-0 ของจัว เปโดร รับบอลทะลุช่องก่อนจบแบบคมกริบ
- ใบแดงของวอร์ตัน เปลี่ยนรูปเกมให้พาเลซลำบากทันที
- ประตูไล่ 1-2 ของมาเตตา โหม่งจากลูกเตะมุมอย่างเด็ดขาด
- จุดโทษของแฟร์นานเดซ ยิงนิ่งๆ ปิดเกมเป็น 3-1
บรรยากาศในสนามเป็นสไตล์เกมลอนดอนตอนใต้ เสียงเชียร์ดังตลอด และมีจังหวะปะทะกันหนักพอสมควร
11 ตัวจริงเชลซี และสถิติเด่น
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | ผลงานเด่น |
|---|---|---|
| GK | Robert Sánchez | ออกบอลดี, เซฟจังหวะสำคัญ |
| RB | Reece James (c) | นำทีมดี, เติมเกมด้านข้าง |
| CB | Trevoh Chalobah | ยืนตำแหน่งนิ่ง, เคลียร์บอลดี |
| CB | Benoît Badiashile | ชนะลูกกลางอากาศหลายจังหวะ |
| LB | Marc Cucurella | วิ่งไม่หมด,ช่วยทั้งรับและรุก |
| CM | Andrey Santos | ขยันไล่เพรส, เติมเข้ากรอบเขตโทษ |
| CM | Moisés Caicedo | คุมแดนกลาง, ตัดเกมได้บ่อย |
| RW | Estêvão Willian | 1 ประตู 1 แอสซิสต์, เด่นสุดในสนาม |
| CAM | Enzo Fernández | ยิงจุดโทษ, จ่ายบอลสร้างเกม |
| LW | Pedro Neto | เลี้ยงกินตัว, วิ่งหาช่องอันตราย |
| ST | João Pedro | ทำประตู, เก็บบอลช่วยทีม |
เชลซีครองบอลราว 58% มีโอกาสยิง 14 ครั้ง (เข้ากรอบ 7) ส่วนพาเลซยิง 9 ครั้ง (เข้ากรอบ 3) ความแม่นยำในการจ่ายของเชลซีอยู่ที่ 88% สะท้อนว่าทีมเล่นด้วยความมั่นใจและคุมเกมได้ดี
11 ตัวจริงคริสตัล พาเลซ และสถิติเด่น
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | ผลงานเด่น |
|---|---|---|
| GK | Dean Henderson | เซฟช่วยทีมหลายครั้ง |
| RB | [Typical RB, e.g. Daniel Muñoz] | เกมรับมีปัญหา, โดนโจมตีบ่อย |
| CB | Maxence Caquot | เกี่ยวข้องกับจังหวะเสียจุดโทษ |
| CB | [Central defender] | ยืนได้ดีช่วงแรก, แต่ทีมเสียรูปหลังเหลือ 10 คน |
| LB | Tyrick Mitchell | เติมเกมช่วยขึ้นบอล, มีจังหวะครอส |
| CM | Adam Wharton | โดนใบแดง, ส่งผลต่อเกมชัดเจน |
| CM | [Midfielder] | สู้ในแดนกลาง, แต่ต้องถอยรับมากขึ้น |
| AM | Eberechi Eze | พยายามสร้างสรรค์, แต่พื้นที่น้อย |
| RW | [Winger] | มีส่วนร่วมไม่มาก |
| LW | [Winger] | ได้ลุ้นเป็นพักๆ แต่ไม่ต่อเนื่อง |
| ST | Jean-Philippe Mateta | ทำประตู, จุดเด่นของทีม |
หลังเหลือ 10 คน พาเลซเสียการครองบอลไปพอสมควรในครึ่งหลัง แม้จะพยายามเร่งช่วงท้าย แต่คุณภาพในจังหวะสุดท้ายยังไม่พอจะเจาะแนวรับเชลซีให้ลุ้นมากกว่านี้
ความเห็นหลังเกม
เลียม โรเซเนียร์กล่าวชมลูกทีมว่า เอสเตวาโอแสดงให้เห็นถึงความพิเศษ ทีมคุมเกมได้ และสมควรได้สามแต้ม
ฝั่งกุนซือพาเลซแสดงความไม่พอใจกับจังหวะใบแดงและจุดโทษ เขามองว่าทีมยังอยู่ในเกมจนกระทั่งโดนไล่ออก และย้ำว่าทีมต้องแก้เรื่องเกมรับให้ดีกว่านี้
โปรแกรมต่อไป
เชลซีหวังต่อยอดฟอร์มดีเพื่อไต่อันดับต่อเนื่อง ส่วนคริสตัล พาเลซต้องรีบหยุดผลงานแกว่งให้ได้ เกมนี้สะท้อนชัดว่าในฤดูกาลนี้ ระยะห่างของสองทีมจากลอนดอนเริ่มเห็นภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ อาร์เซนอล 3-2
ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ อาร์เซนอล 3-2
ลอนดอน – เกมพรีเมียร์ลีกที่เอมิเรตส์ สเตเดียม เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2026 กลายเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่แฟนบอลพูดถึงไปอีกนาน เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพลิกจากตามหลัง 0-2 กลับมาแซงชนะจ่าฝูงอาร์เซนอล 3-2 แบบใจหายใจคว่ำ ประตูชัยนาที 87 ของมาเธอุส คุนญ่าเป็นช็อตตัดสินเกม ส่งผลให้ช่องว่างบนหัวตารางของอาร์เซนอลเหลือเพียง 4 แต้ม และทำให้บรรยากาศลุ้นแชมป์กลับมาร้อนขึ้นอีกครั้ง
อาร์เซนอลออกนำสวย, แต่ครึ่งหลังคุมเกมไม่อยู่
ช่วงต้นเกมอาร์เซนอลดูพร้อมเดินหน้าคว้าชัยในบ้านตามสไตล์ของมิเกล อาร์เตต้า พวกเขาครองบอลเยอะ ไล่เพรสสูงจนยูไนเต็ดต่อเกมลำบาก และมาได้ประตูขึ้นนำในนาที 18 จากจังหวะเปิดบอลแม่นๆ ของบูกาโย ซาก้า ก่อนที่มิเกล เมริโนจะโหม่งเต็มๆ ส่งแฟนเจ้าถิ่นเฮลั่น
ก่อนหมดครึ่งแรก อาร์เซนอลหนีไปเป็น 2-0 จากเกมสวนกลับที่มาร์ติน โอเดการ์ดเริ่มจังหวะ แล้วไหลให้เดแคลน ไรซ์กดไกลราว 25 หลา บอลพุ่งเสียบมุมล่างแบบหมดจด ช่วงนั้นยูไนเต็ดแทบหาช่องจบไม่ได้ แดนหลังอาร์เซนอลที่มีวิลเลียม ซาลิบาและกาเบรียล มากัลเญสคุมอยู่ยังแน่นเหมือนเดิม
แต่พอครึ่งหลังเริ่มไปทิศทางเริ่มเปลี่ยน เมื่อไมเคิล คาร์ริคปรับแท็กติกให้ทีมยืนสูงขึ้น และเจาะพื้นที่ริมเส้นได้บ่อยขึ้น
ยูไนเต็ดเร่งเครื่อง, ไล่ตีเสมอจนสนามเงียบ
ประตูไล่มา 2-1 เกิดขึ้นในนาที 58 จากแพทริค ดอร์กู ฟูลแบ็กดาวรุ่งชาวเดนมาร์กที่เพิ่งย้ายมาช่วงซัมเมอร์ เขาเก็บบอลหลุดมาในเขตโทษก่อนกดเต็มข้อ บอลพุ่งผ่านดาบิด ราย่าแบบแทบไม่มีเวลาเซฟ ประตูนี้ทำให้ยูไนเต็ดกลับมามีความมั่นใจชัดเจน และเริ่มเป็นฝ่ายคุมจังหวะมากขึ้น
อาร์เซนอลพยายามแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัว แต่จังหวะของเกมยังไหลไปทางทีมเยือน บรูโน แฟร์นันด์สเกือบตีเสมอได้ทันทีจากระยะใกล้ ทว่าเจ้าตัวยิงออกไปแบบน่าเสียดาย
กระทั่งนาที 72 ยูไนเต็ดได้ประตู 2-2 จากเกมสวนกลับที่ราสมุส ฮอยลุนด์พาบอลขึ้นมาแล้วจ่ายต่อให้แฟร์นันด์สยิง บอลไปแฉลบก่อนลอยข้ามราย่าเข้าประตู บรรยากาศในเอมิเรตส์เงียบลงทันตา และยูไนเต็ดเริ่มเชื่อว่า 3 แต้มอยู่ไม่ไกล
นาทีของคุนญ่า, ปั่นไกลสุดคมปิดเกม
ช่วงท้ายเกมหลายคนเริ่มคิดว่าอาจจบด้วยผลเสมอ แต่แล้วนาที 87 มาเธอุส คุนญ่าก็สร้างช็อตเด็ดของเกม เขารับบอลแถวระยะประมาณ 30 หลา แตะหนึ่งจังหวะแล้วซัดเต็มแรง บอลพุ่งเสียบมุมบนแบบสุดเอื้อม ราย่าทำได้แค่มอง ส่งแฟนทีมเยือนเฮกันสุดเสียง
อาร์เซนอลโหมบุกในช่วงทดเจ็บ แต่แนวรับยูไนเต็ดที่มีแฮร์รี แม็กไกวร์คุมพื้นที่ยังยืนกันได้ดี จบเกมเป็นชัยชนะสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเป็นการบุกชนะที่เอมิเรตส์ครั้งแรกของทีมตั้งแต่ปี 2020 พร้อมกันนั้นยังเป็นผลที่ทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2026 เข้มขึ้นกว่าเดิม
หลังเกม อาร์เตต้ายอมรับว่าทีม “เล่นไม่ถึงมาตรฐานของเรา” และเสียสมาธิในครึ่งหลัง ขณะที่คาร์ริคชมลูกทีมเรื่องความใจสู้ พร้อมบอกว่าทีม “สู้จนวินาทีสุดท้าย นี่คือสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องทำให้ได้”
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- 18′: เมริโนโหม่งให้อาร์เซนอลนำ จากลูกเปิดของซาก้า
- 42′: ไรซ์ซัดไกลเสียบมุม หนีเป็น 2-0
- 58′: ดอร์กูซัดเต็มข้อในเขตโทษ พายูไนเต็ดไล่มา
- 72′: แฟร์นันด์สยิงแฉลบลอยข้ามราย่า ตีเสมอ 2-2
- 87′: คุนญ่าซัดไกลเสียบมุมบน กลายเป็นประตูชัย
เกมนี้มีครบทั้งความเข้มข้น จังหวะสวนกลับเร็ว และประตูสวยๆ หลายลูก โดยเฉพาะช่วงท้ายที่ยูไนเต็ดเร่งเกมได้ต่อเนื่อง และจบสกอร์ได้คมกว่าจริงๆ
สถิติการแข่งขันของอาร์เซนอล
| สถิติ | อาร์เซนอล | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด |
|---|---|---|
| การครองบอล (%) | 62 | 38 |
| ยิงทั้งหมด | 14 | 12 |
| ยิงเข้ากรอบ | 5 | 6 |
| เตะมุม | 8 | 4 |
| ฟาวล์ | 10 | 13 |
| ใบเหลือง | 2 | 3 |
| จ่ายบอลสำเร็จ | 512 | 298 |
| ค่า Expected Goals (xG) | 1.8 | 2.1 |
อาร์เซนอลครองเกมมากกว่า แต่จบไม่คมพอ และพลาดช่วงครึ่งหลังจนโดนลงโทษทันที
สถิติการแข่งขันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
| สถิติ | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | อาร์เซนอล |
|---|---|---|
| การครองบอล (%) | 38 | 62 |
| ยิงทั้งหมด | 12 | 14 |
| ยิงเข้ากรอบ | 6 | 5 |
| เตะมุม | 4 | 8 |
| ฟาวล์ | 13 | 10 |
| ใบเหลือง | 3 | 2 |
| จ่ายบอลสำเร็จ | 298 | 512 |
| ค่า Expected Goals (xG) | 2.1 | 1.8 |
ยูไนเต็ดเน้นจังหวะสวนกลับและจบสกอร์ได้เฉียบกว่า ตัวเลข xG ก็สะท้อนว่าพวกเขาสร้างโอกาสคุณภาพได้ไม่น้อย
ผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2026
ผลนี้ทำให้สถานการณ์บนหัวตารางตึงขึ้นทันที อาร์เซนอลยังนำอยู่ แต่ระยะห่างเหลือ 4 แต้ม และทีมตามอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้กับลิเวอร์พูลก็พร้อมฉวยโอกาส ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชัยชนะนัดนี้ช่วยเพิ่มแรงส่งและทำให้การขยับเข้าโซนท็อปโฟร์ดูเป็นไปได้มากขึ้น ก่อนเข้าสู่ช่วงโปรแกรมแน่นๆ
เกมที่เอมิเรตส์นัดนี้ชัดเจนว่า ไม่มีเกมไหนง่ายในพรีเมียร์ลีก ต่อให้ขึ้นนำสองลูกก็ยังประมาทไม่ได้ และคืนวันที่ 25 มกราคม 2026 อาร์เซนอลได้บทเรียนเต็มๆ จากการเร่งเครื่องของแมนฯ ยูไนเต็ดในครึ่งหลัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
เชียงราย ยูไนเต็ด เจาะไม่เข้า เสมอ อยุธยา ยูไนเต็ด 0-0 ศึกไทยลีก 1
ฟุตบอล
เชียงราย ยูไนเต็ด เจาะไม่เข้า เสมอ อยุธยา ยูไนเต็ด 0-0 ศึกไทยลีก 1
เชียงราย – เกมไทยลีก 1 ที่สิงห์ เชียงราย สเตเดียม จบลงแบบไม่มีสกอร์ เมื่อสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอ อยุธยา ยูไนเต็ด 0-0 ในช่วงบ่ายวันเสาร์ เจ้าถิ่นครองบอลและบุกมากกว่า แต่ยังเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูไม่ได้ ส่วนทีมเยือนจากเมืองประวัติศาสตร์อย่างอยุธยาเก็บแต้มสำคัญกลับบ้าน ด้วยการเล่นเกมรับเป็นระบบและมีวินัย
ครึ่งแรกอึดอัด เชียงรายครองบอล แต่ติดแน่นหน้ากรอบ
สภาพอากาศทางเหนือปลอดโปร่ง อุณหภูมิราว 23 องศา เหมาะกับการเล่นฟุตบอล เชียงรายเริ่มเกมได้ดี พยายามเร่งจังหวะตั้งแต่ต้น ครองบอลเป็นส่วนใหญ่ และเน้นขึ้นเกมทางริมเส้นผ่านความเร็วของ มนตรี พรมสวัสดิ์ และ คาร์ลอส ยูรี แนวรุกชาวบราซิล
อยุธยา ยูไนเต็ด ตั้งรับในระบบ 4-1-4-1 บีบพื้นที่แน่น และยืนตำแหน่งกันดี ทำให้จังหวะเข้าทำของเจ้าบ้านไม่ไหลลื่นเท่าที่ต้องการ นาทีที่ 12 อิทสึกิ เอโนโมโตะ ได้หลุดยิงจากบอลแทงของ กาเบรียล เอ็นริเก้ แต่ผู้รักษาประตูอยุธยาปัดได้ รีบาวด์ตกมาเข้าทาง จอร์แดน เอมาวีเว แต่โดนสไลด์บล็อกบนเส้นแบบหวุดหวิด
ทีมเยือนมีโอกาสสวนกลับเป็นระยะ และทำให้แนวรับเจ้าบ้านต้องระวัง นาทีที่ 28 กองหน้าอยุธยาเก็บบอลยาวได้ก่อนจะพยายามหลุดเข้าไป แต่ อภิรักษ์ วรวงษ์ ออกมาปิดมุมเร็ว เซฟไว้ได้ ครึ่งแรกจบ 0-0 เชียงรายครองบอลราว 58% แต่ยิงตรงกรอบได้เพียง 3 ครั้ง
ครึ่งหลังเช็คบิลไม่ลง ชนคานก็มี สุดท้ายยังเงียบ
กลับมาครึ่งหลัง เชียงรายเพิ่มความดุดัน ส่งตัวรุกอย่าง เสฏฐสิทธิ์ สุวรรณเสฏ และ สิทธิโชค กันหนู ลงมาช่วยเติมพลังเกมรุก เจ้าบ้านกดดันต่อเนื่อง และดันแนวรุกขึ้นสูงจนอยุธยาต้องถอยลงไปตั้งรับยาว นาทีที่ 55 มาร์โก บัลลินี ขึ้นโหม่งจากลูกเตะมุมได้เต็มๆ แต่บอลข้ามคานไปนิดเดียว
อยุธยายังยืนเกมรับได้เหนียว แดนกลางช่วยกรองหน้ากรอบเขตโทษดี ทำให้เชียงรายได้แค่จังหวะครึ่งโอกาส ช่วงนาทีที่ 68 แฟนเจ้าถิ่นเกือบได้เฮ เมื่อ คาร์ลอส ยูรี ลากตัดเข้าในหนีสองตัวประกบ ก่อนซัดไกลราว 20 หลา บอลพุ่งชนคานดังสนั่นทั้งสนาม ทั้งที่ผู้รักษาประตูหมดสิทธิ์แล้ว บอลเด้งออกมาและถูกเคลียร์ทิ้ง ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจุดโทษจากแฟนเจ้าบ้านในจังหวะชุลมุน
ช่วงท้ายเกมเชียงรายเปิดเกมแลกเต็มตัว เอดูอาร์โด ตัวสำรองได้ปั่นโค้งในนาทีที่ 82 แต่ยังติดเซฟปลายมือ อยุธยาคุมทรงเกมได้ตามแผน เน้นป้องกันพื้นที่หน้ากรอบ และรอโต้กลับเป็นครั้งคราว สุดท้ายไม่มีทีมไหนเจาะได้ หมดเวลาเสมอ 0-0 แฟนบอลในสนามความจุ 16,000 ที่นั่งได้แต่ถอนหายใจ เพราะหวังเห็นประตูจากเจ้าถิ่น
เสียงหลังเกม และภาพรวมบนตารางไทยลีก
กุนซือเชียงรายให้สัมภาษณ์หลังเกมแบบตรงไปตรงมา: “เราสร้างโอกาสได้เยอะพอจะชนะ แต่ต้องชมอยุธยา เขาป้องกันกันสุดๆ เราต้องคมกว่านี้ในพื้นที่สุดท้าย” ด้านโค้ชอยุธยาชมลูกทีมว่า: “มาเยือนเชียงรายแล้วได้แต้มถือว่ายอดเยี่ยม เกมนี้ทำให้เห็นว่าเราสู้ในลีกสูงสุดได้”
ผลเสมอนัดนี้ทำให้เชียงรายยังอยู่แถวกลางตาราง ประมาณอันดับ 8 และยังต้องหาความสม่ำเสมอในฤดูกาล 2025/2026 ต่อไป ขณะที่อยุธยา ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่ เก็บอีก 1 แต้มสำคัญเพื่อหนีโซนอันตราย และยังคงทำผลงานเกมเยือนได้ดี ติดอันดับ 3 ของลีกในเวลานี้
เกมนี้ยังเหมือนกับนัดแรกของฤดูกาลที่ทั้งคู่เสมอกัน 1-1 ทำให้การเจอกันของสองทีมเริ่มมีสีสันมากขึ้นเรื่อยๆ
สถิติการแข่งขัน: เชียงราย ยูไนเต็ด
| รายการ | เชียงราย ยูไนเต็ด |
|---|---|
| ครองบอล | 59% |
| ยิงทั้งหมด | 14 |
| ยิงเข้ากรอบ | 5 |
| เตะมุม | 8 |
| ฟาวล์ | 11 |
| ใบเหลือง | 2 |
| ใบแดง | 0 |
| ผ่านบอลสำเร็จ | 412 |
สถิติการแข่งขัน: อยุธยา ยูไนเต็ด
| รายการ | อยุธยา ยูไนเต็ด |
|---|---|
| ครองบอล | 41% |
| ยิงทั้งหมด | 6 |
| ยิงเข้ากรอบ | 2 |
| เตะมุม | 3 |
| ฟาวล์ | 15 |
| ใบเหลือง | 3 |
| ใบแดง | 0 |
| ผ่านบอลสำเร็จ | 278 |
แม้ฤดูกาลนี้หลายสนามจะมีสกอร์เกิดขึ้นเยอะ แต่คู่นี้เป็นเกมที่เน้นแท็กติกและเกมรับชัดเจน เชียงรายต้องรีบกลับไปแก้จบสกอร์ก่อนเกมนัดถัดไป ส่วนอยุธยากลับบ้านพร้อมความมั่นใจ หลังเก็บแต้มจากทีมที่เล่นในบ้านได้แข็งแกร่งเสมอ แม้วันนั้นตาข่ายจะไม่ขยับก็ตาม
ข่าวสารกีฬายอดนิยม:
เฟเนร์บาห์เช่พลาดท่าคาบ้าน แพ้แอสตัน วิลลา 0-1 ในศึก UEFA Europa League
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะที่บรรทุกชาวจีน 7 คน ประสบอุบัติเหตุระหว่างการไล่ล่าของตำรวจ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาฆาตกรรมพนักงานต้อนรับโรงแรม และขโมยโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องและกระเป๋าถือ 1 ใบ
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ส้มโอเวียงแก่น” ในจังหวัดเชียงรายได้รับสถานะ GI ใหม่
-
ฟุตบอล6 days ago
อาร์เซนอลบุกชนะอินเตอร์ 3-1 ที่ซาน ซิโร, ฟอร์มแกร่งในแชมเปียนส์ลีก
















