Connect with us

Economy

สภาศาสนาของชาวอินโดนีเซียห้ามการเข้ารหัสลับสำหรับชาวมุสลิม

Published

on

ภาพ
ภาพ

ในขณะที่สกุลเงินดิจิทัลคือ เติบโตอย่างมั่นคง ในความนิยม สภาผู้นำศาสนาของอินโดนีเซียได้ประกาศว่า crypto และสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ห้าม สำหรับชาวมุสลิม อินโดนีเซียมีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก และสภาอูเลมาแห่งชาติเป็นหน่วยงานทางศาสนาที่ทำการตัดสินใจตามกฎหมายชาริอะฮ์

ในการปรึกษาหารือและปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ พวกเขาได้พิจารณาแล้วว่า crypto ซึ่งมีรถไฟเหาะพุ่งขึ้นและลดลง คล้ายกับการพนันหรือการพนัน และความไม่แน่นอนสามารถนำไปสู่อันตรายที่แท้จริงได้ ด้วยเหตุนี้ สภาจึงห้ามชาวมุสลิมซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและสกุลเงินดิจิทัล

หัวหน้าฝ่ายกฤษฎีกาประกาศออกมาแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่จะถือเอาง่ายๆ ในประเทศมุสลิมที่มีจำนวนมากเช่นนี้ สภามีอิทธิพลอย่างมาก โดยธนาคารกลางและกระทรวงการคลังของรัฐบาลจะปรึกษาหารือกับพวกเขาก่อนเพื่อให้สอดคล้องกับการตัดสินใจทางการเงินของอิสลาม

Advertisement

ในขณะที่รัฐบาลชาวอินโดนีเซียได้ดำเนินการเพื่อยอมรับการเข้ารหัสลับ มันไม่ใช่รูปแบบสกุลเงินที่ถูกกฎหมายในประเทศสำหรับการชำระเงิน ในทางกลับกัน รัฐบาลอนุญาตให้ซื้อขายเป็นการลงทุนที่คล้ายกับสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า และได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างการแลกเปลี่ยน crypto ภายในสิ้นปี 2564

ธุรกรรม crypto มูลค่าประมาณ 26 พันล้านดอลลาร์เกิดขึ้นในอินโดนีเซียในช่วง 5 เดือนแรกของปี (เทียบกับยอดรวมทั่วโลกประมาณ US $ ล้านล้าน) ธนาคารอินโดนีเซียกำลังพิจารณาที่จะสร้างสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง

แต่ตอนนี้ ตรงกันข้ามกับประเทศอื่นๆ เช่น บาห์เรน ที่สนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่อนุญาตให้ซื้อขาย crypto ในเขตปลอดอากรของดูไบ สภา Ulema แห่งชาติได้แสดงท่าทีเชิงลบอย่างหนักเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลและสินทรัพย์ดิจิทัล

Advertisement

พวกเขากล่าวว่าหากคริปโตสามารถหาหนทางที่แสดงให้เห็นประโยชน์ที่ชัดเจนในขณะที่ปฏิบัติตามหลักการของกฎหมายชาริอะฮ์ เฉพาะชาวมุสลิมผู้ศรัทธาเท่านั้นที่สามารถซื้อขายมันได้ จุดยืนนี้อาจทำให้แนวโน้มการเข้ารหัสลับในอินโดนีเซียเย็นลง ทำให้สถาบันการเงินไม่สร้างสกุลเงินดิจิทัล และห้ามไม่ให้ชาวมุสลิมลงทุนใน crypto หรือสินทรัพย์ดิจิทัล

แหล่งที่มา: อัลญะซีเราะฮฺ

Advertisement

#สภาศาสนาของชาวอนโดนเซยหามการเขารหสลบสำหรบชาวมสลม

Home Page

Click for More Latest News

Advertisement

Source link