เชียงใหม่ - Chiang Mai
ปาฏิหาริย์! มช. ทำคลอด แฝด 4 แท้ธรรมชาติ รอดปลอดภัยทุกคน
ถือเป็นข่าวดีและเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของวงการแพทย์ไทย เมื่อคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ได้แถลงข่าวความสำเร็จในการทำคลอดทารก “แฝด 4 แท้” จากการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติเป็นครอบครัวแรกของประเทศไทย
เหตุการณ์นี้สร้างความปีติยินดีอย่างมาก เนื่องจากคุณแม่และทารกน้อยทั้งสี่คนมีสุขภาพแข็งแรงและปลอดภัยดี ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า เคสนี้เป็นกรณีที่พบได้ยากมาก โดยมีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 700,000 รายเท่านั้น
ทารกแฝดสี่ชุดนี้เกิดจากไข่ใบเดียวกันและใช้รกร่วมกัน ซึ่งทำให้การตั้งครรภ์ครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงมาก คุณแม่ของเด็กๆ คือ นางสาวฐิติกานต์ สินิรักษาทรัพย์ อายุ 33 ปี ชาวปกาเกอะญอจากอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งถูกส่งตัวมารับการรักษาต่อเมื่ออายุครรภ์ได้ 23 สัปดาห์
ประเด็นสำคัญ
- ความสำเร็จครั้งแรกในไทย: คณะแพทย์ มช. ทำคลอด “แฝด 4 แท้” ที่เกิดจากการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้สำเร็จและทารกปลอดภัยทุกคน
- เคสหายากและเสี่ยงสูง: โอกาสเกิดแฝด 4 แท้จากไข่ใบเดียวและใช้รกเดียวกัน มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 700,000 รายเท่านั้น
- การดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ: ทีมแพทย์ต้องวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อรับมือกับภาวะแทรกซ้อน และเตรียมผ่าคลอดฉุกเฉินสำเร็จในสัปดาห์ที่ 29
ความท้าทายทางการแพทย์และครรภ์เสี่ยงสูง
ในตอนแรก แพทย์วินิจฉัยว่าคุณแม่ตั้งครรภ์แฝดสามที่โรงพยาบาลในเครือ แต่หลังจากที่ทีมเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM) ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทำการตรวจอัลตราซาวนด์อย่างละเอียดแล้ว พบว่าแท้จริงแล้วคุณแม่ตั้งครรภ์แฝดสี่
ทารกแต่ละคนอยู่ในถุงน้ำคร่ำของตัวเอง แต่ทั้งหมดใช้รกร่วมกันเพียง 1 รก ซึ่งถือเป็นความซับซ้อนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างหนัก การตั้งครรภ์ลักษณะนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงรุนแรงหลายประการ โดยเฉพาะภาวะคลอดก่อนกำหนดและการถ่ายเทเลือดระหว่างทารกในครรภ์
เนื่องจากทารกทั้งสี่คนต้องแบ่งปันสารอาหารจากรกเดียวกัน ทำให้มีความเสี่ยงที่ทารกบางคนอาจได้รับเลือดมากเกินไป ในขณะที่บางคนได้รับเลือดไม่เพียงพอ ทีมแพทย์จึงต้องนัดหมายเพื่อตรวจอัลตราซาวด์และติดตามสุขภาพของทารกอย่างใกล้ชิดทุกๆ 1 ถึง 2 สัปดาห์
การวางแผนและการดูแลอย่างใกล้ชิด
รศ.พญ.เฟื่องลดา ทองประเสริฐ หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารก ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการยืดอายุครรภ์ให้ได้นานที่สุด การทำเช่นนี้จะช่วยให้ทารกมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและลดภาวะแทรกซ้อนจากการคลอดก่อนกำหนดให้น้อยที่สุด
นอกจากนี้ ระยะทางที่ห่างไกลจากอำเภอแม่สะเรียงถึงเชียงใหม่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการเดินทางของคุณแม่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ทีมแพทย์ มช. จึงได้ประสานงานกับโรงพยาบาลแม่สะเรียงอย่างใกล้ชิด
มีการเฝ้าระวังโรคแทรกซ้อนที่คุณแม่มักพบ เช่น ครรภ์เป็นพิษและเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ยังได้รับคำปรึกษาจากนักโภชนาการเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับสารอาหารและวิตามินเพียงพอ สำหรับเลี้ยงดูทารกทั้งสี่คนในครรภ์อย่างสมบูรณ์

วินาทีชีวิตและการเตรียมผ่าตัดคลอด
เมื่ออายุครรภ์ก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 27 ทีมแพทย์ได้วางแผนให้คุณแม่เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คุณแม่ได้รับการฉีดยากระตุ้นการทำงานของปอดทารก เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่ต้องคลอดก่อนกำหนด
ทารกทั้งสี่คนอยู่ในท่าก้นและท่าขวาง ซึ่งไม่สามารถคลอดด้วยวิธีธรรมชาติผ่านทางช่องคลอดได้ การผ่าตัดคลอดจึงเป็นทางเลือกเดียวที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับครอบครัวนี้
ทีมแพทย์สหสาขา ทั้งสูติแพทย์ วิสัญญีแพทย์ กุมารแพทย์ และพยาบาล ได้ซักซ้อมแผนการผ่าตัดคลอดฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง มีการเตรียมอุปกรณ์ เลือด และหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) ไว้พร้อมสรรพ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างราบรื่น
ความสำเร็จแห่งการรอคอยและการดูแลหลังคลอด
ในที่สุด เมื่ออายุครรภ์ 29 สัปดาห์ 5 วัน ช่วงเวลาประมาณ 02.30 น. คุณแม่เริ่มมีอาการมดลูกหดรัดตัว แพทย์ตรวจพบว่าปากมดลูกเปิดแล้ว 2 เซนติเมตร ซึ่งเป็นสัญญาณของการเข้าสู่ภาวะคลอดก่อนกำหนด
ทีมแพทย์จึงตัดสินใจให้ยายับยั้งการหดรัดตัวและเตรียมทีมผ่าตัดทันที ทุกขั้นตอนผ่านพ้นไปได้ด้วยดีจนเกิดเป็นปาฏิหาริย์แห่งชีวิตที่น่าชื่นชม ทีมกุมารแพทย์ทารกแรกเกิดพร้อมสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับช่วงต่อในการดูแลระบบทางเดินหายใจของเด็กๆ
ความสำเร็จของ “หนึ่งครรภ์ สี่หัวใจ” ในครั้งนี้ ไม่ได้สะท้อนให้เห็นเพียงแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและการทำงานเป็นทีมของบุคลากรทางการแพทย์ไทย การร่วมมือกันระหว่างโรงพยาบาลต้นทางและโรงพยาบาลศูนย์ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้แม่และเด็กกลุ่มเปราะบางได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีได้อย่างยอดเยี่ยม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจชายแดนร่วมกันสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่อำเภอแม่อาย กองกำลังผาเมืองได้จัดทีมทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดน มาตั้งจุดตรวจบริเวณถนนสาธารณะสายฝาง-แม่จัน ใกล้หมู่บ้านห้วยน้ำเย็น การทำงานร่วมกันครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการแอบขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างมาก
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดอยู่นั้น มีรถกระบะต้องสงสัยคันหนึ่งขับเข้ามาใกล้จุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณไฟและเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้นตามปกติ ทว่าผู้ขับขี่กลับไม่ยอมหยุดรถและตัดสินใจเร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำกำลังขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งไปพบรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ป้ายทะเบียนเชียงใหม่ จอดเสียหลักอยู่บริเวณริมข้างทาง แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับไม่พบตัวคนขับ ซึ่งคาดว่าคนร้ายได้อาศัยความคุ้นเคยกับเส้นทางในป่าหลบหนีไปได้ทันเวลา
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้มากถึง 2.8 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบ 14 ใบ
- ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน ทิ้งรถกระบะและของกลางหลบหนีเข้าป่าไปได้อย่างลอยนวล
- การสกัดจับเกิดขึ้นที่จุดตรวจบนถนนสายฝาง-แม่จัน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรถกระบะคันดังกล่าวอย่างละเอียด ก็พบหลักฐานที่น่าตกใจ ภายในห้องโดยสารและท้ายรถมีกระสอบเป้ที่ถูกดัดแปลงพิเศษจำนวน 14 ใบวางซุกซ่อนอยู่ เมื่อเปิดกระสอบออกดูพบว่าเป็นยาบ้าจำนวนมหาศาล โดยนับรวมกันได้มากถึงประมาณ 2.8 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดรถยนต์และยาเสพติดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง การยึดยาเสพติดล็อตนี้ถือเป็นการตัดวงจรการค้ายาเสพติดครั้งสำคัญที่จะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
แถลงข่าวและเร่งล่าตัวผู้กระทำผิด
หลังจากยึดของกลางได้สำเร็จ ในช่วงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ทางกองกำลังผาเมืองได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อชี้แจงผลการปฏิบัติงานต่อสื่อมวลชน พ.อ.จิรจำนงค์ โกษาวัง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการตรวจสอบของกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากใครสนใจติดตามสถานการณ์เพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่าน ข่าวอาชญากรรม เพื่อดูความคืบหน้าและการขยายผลของคดี ปัจจุบันของกลางทั้งหมดถูกส่งมอบให้กับสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งสืบสวนตามหาตัวคนขับรถมารับโทษต่อไปอย่างเร่งด่วน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
เชียงใหม่ - Chiang Mai
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
เชียงใหม่ – วันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังพร้อมหมายศาล บุกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในอำเภอสันทราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังตำรวจสืบทราบว่า มีการลักลอบขายอาวุธปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก ถือเป็นภัยอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ล่อซื้อปืนจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ใช้ชีวิต ให้คุ้มค่า” ซึ่งโพสต์ขายปืนลมแรงดันสูงในกลุ่มที่มีสมาชิกกว่า 2,200 คน เมื่อทีมตรวจค้นไปถึงบ้านเป้าหมาย พบว่ามีสุนัขเฝ้าบ้าน 3 ตัว โดยหนึ่งในนั้นเป็นสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานที่ดุร้ายมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องนำอาหารไปหลอกล่อให้สุนัขเชื่องและเดินออกไปก่อน จึงจะสามารถบุกเข้าไปในบ้านได้อย่างปลอดภัย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภาค 5 บุกค้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ทลายแหล่งผลิตอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์
- เจ้าหน้าที่ต้องใช้อาหารล่อสุนัขดุร้าย 3 ตัว ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาวัย 50 ปีได้สำเร็จ
- ผู้ต้องหาสั่งอะไหล่จากอินเทอร์เน็ตมาประกอบปืนขาย สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน
เมื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ด้านหลังบ้าน ตำรวจก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกดัดแปลงเป็นโกดังผลิตอาวุธปืนเถื่อน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวนายดวงจันทร์ อายุ 50 ปี ชาวตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย ทันที พร้อมยึดของกลางเป็นปืนลมแรงดันสูง (PCP) จำนวน 4 กระบอก นอกจากนี้ยังพบกล้องเล็ง กระสุนหัวตะกั่ว กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 17 นัด และอุปกรณ์ประกอบปืนอีกหลายรายการ
จากการสอบถามเบื้องต้น นายดวงจันทร์เล่าว่าตนเองเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษา แต่เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เขาใช้ประสบการณ์ที่คลุกคลีกับการทำปืนเถื่อนมานานกว่า 15 ปีเป็นทุนเดิม โดยมักจะสั่งซื้อชิ้นส่วนต่างๆ ผ่านทางแอปพลิเคชันซื้อขายออนไลน์ชื่อดัง จากนั้นก็นำอะไหล่ทั้งหมดมานั่งประกอบชิ้นส่วนในห้องหลังบ้านของตนเอง

รายได้งามจากการขายอาวุธปืนออนไลน์
หลังจากประกอบปืนเสร็จ เขาจะนำสินค้าไปโพสต์ขายในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยตั้งราคาอยู่ที่กระบอกละ 9,500 ถึง 11,500 บาท นายดวงจันทร์รับสารภาพว่าเขาสามารถขายปืนได้ประมาณ 2 ถึง 5 กระบอกต่อเดือน ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000 ถึง 50,000 บาทเลยทีเดียว ขณะนี้ทาง ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
เหตุการณ์จับกุมครั้งนี้ถือเป็นการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ การลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนทางอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องผิดกฎหมายและสร้างความไม่ปลอดภัยในสังคม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนและกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความสงบสุขของประชาชน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ
ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง
เชียงใหม่ - Chiang Mai
เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่
เชียงใหม่ – เชียงใหม่เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 ตุลาคม 2569 อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากชายคนหนึ่งที่เมาแล้วขับรถเก๋งพุ่งชนพนักงานทำความสะอาดของเทศบาลนครเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เธอกำลังปฏิบัติหน้าที่กวาดถนนอยู่รอบคูเมืองอย่างขยันขันแข็ง
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจอย่างมากให้กับเพื่อนร่วมงานที่ยืนเห็นเหตุการณ์ ยาบ้า 26.5 ล้านเม็ด">ตำรวจและหน่วยกู้ภัยรีบเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พวกเขาพบร่างของผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์และต้องเร่งนำตัวคนขับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
ประเด็นสำคัญ
- ชายวัย 48 ปี ขับรถเก๋งด้วยความเมา พุ่งชนพนักงานกวาดถนนของเทศบาลนครเชียงใหม่
- ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 67 ปี เธอถูกชนและลากไปกับพื้นถนนจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
- ผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของคนขับพุ่งสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด
จุดเกิดเหตุริมคูเมืองเชียงใหม่
เหตุการณ์สลดนี้เกิดขึ้นบนถนนบุญเรืองฤทธิ์ บริเวณหน้าร้านกาแฟชื่อดังในตัวเมืองเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุและรีบลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบ พร้อมกับประสานงานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีเทา จอดอยู่บริเวณข้างทาง นอกจากนี้ยังพบร่างของนางสาวสมจิตร จะอือ อายุ 67 ปี พนักงานกวาดขยะของเทศบาล ติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์คันดังกล่าว
ทีมกู้ภัยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำร่างของเธอออกมาและหวังจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายเธอก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในที่สุด ท่ามกลางความตกใจและเสียใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์
ผลตรวจแอลกอฮอล์พุ่งสูงเกินกฎหมาย
จากการสอบสวนพบว่ารถยนต์คันก่อเหตุขับโดยนายชุมนัดภ์ มณีศิริ อายุ 48 ปี ในตอนที่เกิดเหตุเขามีอาการคล้ายคนเมาสุราอย่างหนัก เขาขับรถมาตามเส้นทางปกติก่อนจะเสียหลักพุ่งชนผู้เคราะห์ร้ายอย่างจัง
ตำรวจไม่ได้รอช้า รีบควบคุมตัวนายชุมนัดภ์ไปที่สถานีตำรวจเมืองเชียงใหม่ทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของเขา เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีต่อไป
ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ออกมาสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดไว้หลายเท่า ตำรวจจึงควบคุมตัวเขาไว้ดำเนินคดี ก่อนที่ทนายความของผู้ก่อเหตุจะเดินทางมายื่นเรื่องขอประกันตัวในเวลาต่อมา
ปัญหาเมาแล้วขับที่ยังแก้ไม่หาย
อุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับมักนำมาซึ่งความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เสมอ ชุมชนในเชียงใหม่ต่างพากันแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนางสาวสมจิตรที่ต้องมาจบชีวิตลงขณะทำงานสุจริต หลายคนเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดมากขึ้น การขับรถขณะมึนเมาสุราไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังทำลายครอบครัวและอนาคตของผู้กระทำผิดด้วย

แนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน
เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ ผู้คนบนท้องถนนไม่ควรต้องมาเสี่ยงชีวิตเพียงเพราะความประมาทของใครบางคน การปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
หน่วยงานท้องถิ่นอาจต้องพิจารณาเพิ่มแสงสว่างและป้ายเตือนในจุดที่พนักงานต้องทำงานในเวลากลางคืนหรือเช้ามืด มาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยในอนาคตได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ
ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
ข่าวกีฬา Sports4 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด




