ข่าวธุรกิจ Business
เชียงรายพร้อมก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรือง! ผลักดันการเปลี่ยนเชียงของและเชียงแสนให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์อาเซียน-จีนตอนใต้
เชียงราย – จังหวัดเชียงรายกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านเศรษฐกิจและการค้าชายแดน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันกับต่างประเทศอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดมีการเสนอแนวคิดขับเคลื่อนเชิงรุกเพื่อเปลี่ยนโฉมเมืองหน้าด่านให้กลายเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค
ดร.ณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง จังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาศักยภาพด้านคมนาคมและการขนส่งสินค้าในอำเภอเชียงของและอำเภอเชียงแสน การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการเก็บข้อมูลจริงเพื่อผลักดันนโยบายจัดตั้ง “Big Hub Center” อย่างเป็นรูปธรรม โครงการดังกล่าวจะช่วยเชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่างประเทศไทย เมียนมา สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผ่านระบบโลจิสติกส์ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways
- ศูนย์กลางคมนาคม 4 มิติ: เชียงรายเป็นจังหวัดเดียวในภาคเหนือที่มีระบบขนส่งครบวงจร ทั้งทางราง ทางถนน ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้มากถึง 15–30%
- จุดเปลี่ยนสำคัญปี 2571: รถไฟสายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ เตรียมเปิดให้บริการในปี 2571 ซึ่งจะเชื่อมสินค้าจากภาคกลางตรงสู่จีนผ่านเส้นทาง R3A และแม่น้ำโขง
- ข้อเสนอเขตปลอดอากรและตลาดกลาง: เสนอตั้งศูนย์กระจายสินค้าพร้อมห้องเย็น (Free Zone) ที่อำเภอเชียงของ เพื่อรองรับการส่งออกผลไม้สดของไทยไปประเทศจีนโดยตรง
ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย
เชียงรายถือเป็นจังหวัดที่มีชัยภูมิเหมาะสมที่สุดสำหรับการเป็นประตูการค้าสู่ตลาดจีนตอนใต้ ปัจจุบันรัฐบาลไทยและประเทศเพื่อนบ้านได้ร่วมมือกันบำรุงรักษาเส้นทางถนน R3A อย่างต่อเนื่อง เส้นทางนี้เชื่อมโยงจากอำเภอเชียงของผ่าน สปป.ลาว ไปถึงเมืองบ่อหานและนครคุนหมิงของจีน ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งทางบกที่สั้นและมีประสิทธิภาพสูง
นอกจากการขนส่งทางบกแล้ว การขนส่งทางน้ำผ่านแม่น้ำโขงก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ภายใต้การดูแลของ การท่าเรือแห่งประเทศไทย เป็นท่าเรือระหว่างประเทศแห่งเดียวในภาคเหนือที่มีศักยภาพสูง ท่าเรือแห่งนี้มีแอ่งจอดเรือขนาดใหญ่ คลังสินค้า และระบบห้องเย็นที่พร้อมรองรับการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศในทุกรูปแบบ
สถิติการเติบโตและการเชื่อมโยงกับท่าเรือกวนเหล่ย
จากรายงานตัวเลขสรุปในรอบปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา พบว่าท่าเรือเชียงแสนมีปริมาณสินค้าผ่านเข้าออกเป็นจำนวนมาก โดยมีสินค้าขาเข้าอยู่ที่ 41,455 ตัน และสินค้าขาออกสูงถึง 145,648 ตัน ตัวเลขนี้สะท้อนชัดเจนว่า เชียงรายคือประตูการค้าหลักที่สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างมหาศาลในแต่ละปี
จุดเด่นของการขนส่งทางน้ำคือการเชื่อมต่อโดยตรงกับท่าเรือกวนเหล่ย ในมณฑลยูนนานของประเทศจีน การขนส่งเส้นทางนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถส่งสินค้าตรงสู่ตลาดจีนได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านประเทศที่สามหรืออ้อมไปยังท่าเรือชายฝั่งทะเล การขนส่งทางเรือจึงช่วยลดต้นทุนให้แก่สินค้าเกษตรและวัสดุก่อสร้างได้อย่างชัดเจน
กลยุทธ์รวมการขนส่ง 4 รูปแบบเพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ
หากประเทศไทยสามารถเชื่อมต่อระบบรถไฟ เส้นทางถนน R3A ท่าเรือเชียงแสน ท่าเรือกวนเหล่ย และสนามบินเชียงรายเข้าด้วยกัน จะเกิดระบบที่เรียกว่า Rail–Road–River–Air Logistics เป็นแห่งแรก การบูรณาการรอบด้านนี้จะช่วยให้การกระจายสินค้าในลุ่มแม่น้ำโขงมีความสมบูรณ์แบบ และยกฐานะเชียงรายให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่แท้จริง
ในปัจจุบัน สินค้านำเข้าจากประเทศจีนส่วนใหญ่ยังต้องขนส่งอ้อมผ่านทางประเทศเวียดนาม หรือผ่านด่านทางภาคอีสานของไทย เช่น มุกดาหารและนครพนม ซึ่งทำให้มีระยะทางไกลและต้องเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งหลายครั้ง การปรับปรุงเส้นทางขนส่งที่เชียงรายจะช่วยลดเวลาเดินทางลง 1–3 วัน และลดต้นทุนโลจิสติกส์รวมลงได้ถึง 15–30%
การผลักดันระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือและการเพิ่มเครื่องมือสากล
การพัฒนาพื้นที่ชายแดนแห่งนี้จะส่งผลดีโดยตรงต่อกลุ่มเกษตรกรไทย ผู้ส่งออกผลไม้สด เช่น ทุเรียน มังคุด และลำไย จะสามารถรักษาคุณภาพสินค้าให้สดใหม่ด้วยระบบคลังห้องเย็นที่ทันสมัย ดร.ณพลเดช จึงเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งเขตปลอดอากร (Free Zone) เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ทั้งไทยและต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม ท่าเรือเชียงแสนยังคงมีข้อจำกัดด้านเครื่องมือตรวจปล่อยสินค้า เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีเครื่องเอกซเรย์ตรวจตู้คอนเทนเนอร์ (Container X-ray Scanner) เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้วิธีเปิดตู้ตรวจด้วยแรงงานคน ซึ่งทำให้เสียเวลาและเพิ่มต้นทุน รัฐบาลจึงควรเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อซื้อเครื่องปั้นจั่นยกตู้และเครื่องเอกซเรย์ที่ทันสมัย เพื่อยกระดับท่าเรือให้มีมาตรฐานสากลต่อไป.
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อุทยานแห่งชาติเชียงรายปิดให้บริการช่วงฤดูฝน: ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน
อุทยานแห่งชาติเชียงรายปิดให้บริการช่วงฤดูฝน: ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน
ข่าวธุรกิจ Business
โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 79
โดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย">เชียงราย – เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท ชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสการพักผ่อนริมแม่น้ำท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น นำเสนอโปรโมชั่น บัตรกำนัลราคาดีที่สุดแห่งปี ในงาน “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79” โดยเปิดให้จองรอบ Pre-Sale ออนไลน์ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 25 สิงหาคม 2569 ก่อนเข้าพบกัน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธ G36 ระหว่างวันที่ 20 – 23 สิงหาคม 2569
ภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย ครั้งที่ 79" width="350" height="233" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/word-image-46422-2.png 309w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/word-image-46422-2-300x200.png 300w" sizes="auto, (max-width: 350px) 100vw, 350px" /> 
ไฮไลต์โปรโมชั่นห้องพักสุดพิเศษ (สำหรับเข้าพักวันนี้ – 31 มี.ค. 2570):
- ห้องดีลักซ์ การ์เดนวิว: ราคาเริ่มต้นเพียง 2,999 บาทสุทธิ / คืน (ส.ค. – 30 ก.ย. 2569) และ 3,499 บาทสุทธิ / คืน (1 ต.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2570)
- สิทธิพิเศษเพิ่มเติม:
- รับสิทธิ์ซื้อบุฟเฟต์อาหารเช้าราคาพิเศษเพียง 399 บาทสุทธิ / 2 ท่าน
- เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี เข้าพักร่วมกับผู้ปกครองฟรีสูงสุด 2 ท่าน
- ข้อเสนอพิเศษสุด: เมื่อเข้าพักภายในเดือนสิงหาคม – กันยายน 2569 รับ รีสอร์ทเครดิต 300 บาทสุทธิ / คืน สำหรับใช้บริการห้องอาหารและสปา

แพ็กเกจสปา และผ่อนคลาย ณ ภาวาตี สปา:
- บัตรกำนัล ภาวาตี สปา: ราคาเพียง 1,199 บาทสุทธิ / ท่าน สำหรับนวดดีพทิชชู่ นวดสวีดิช หรือนวดอโรมา 60 นาที (ใช้ได้ถึง 31 มี.ค. 2570)
- บัตรกำนัล One Day Pass Retreat: ราคา 2,899 บาทสุทธิ / 2 ท่าน รวมนวดไทยหรือนวดอโรมา 60 นาที ที่ภาวาตี สปา พร้อมชุดชายามบ่าย 1 เซ็ต ที่ห้องอาหารฟาโวล่า
ช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ (วันนี้ – 25 ส.ค. 2569):
- เว็บไซต์: https://bit.ly/lmcrttt79
- แอป Marriott Bonvoy: โค้ดโปรโมชั่น E4000
- LINE SHOPPING: https://shop.line.me/@lmchiangrai (ซื้อบัตรกำนัลห้องพัก 5 ใบ แถม 1 ใบฟรี)
- Megatix: https://megatix.in.th/events/le-meridien-chiang-rai-resort-thai-tiew-thai-79th
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก โทร. 053 603 333 อีเมล rsvn.chiangrai@lemeridien.com หรือ LINE @lmchiangrai
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกแมริออท บอนวอย®: สมัครฟรีได้ที่ https://bit.ly/lmcrpr
เกี่ยวกับ เลอ เมอริเดียน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท
เลอ เมอริเดียน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ถือกำเนิดขึ้นที่กรุงปารีสในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นยุคที่การเดินทางเต็มไปด้วยเสน่ห์และความหรูหรามีสไตล์ แบรนด์ยังคงเฉลิมฉลองเสน่ห์ของวัฒนธรรมจากทั่วโลกผ่านกลิ่นอายแบบยุโรปที่สะท้อนวิถีการใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยม ปัจจุบัน เลอ เมอริเดียน มีโรงแรมและรีสอร์ทกว่า 120 แห่งในมากกว่า 35 ประเทศและเขตปกครอง ครอบคลุมจุดหมายปลายทางตั้งแต่มัลดีฟส์ถึงโมนาโก และตั้งแต่ซานตา โมนิกาไปจนถึงมณฑลเสฉวน ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lemeridien.com หรือติดตามเราทาง เฟสบุ๊ก, อินสตาแกรม และ เอ็กซ์
เลอ เมอริเดียน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ แมริออท บอนวอย® (Marriott Bonvoy®) โปรแกรมการเดินทางระดับโลกจาก Marriott International ซึ่งมอบพอร์ตโฟลิโอแบรนด์โรงแรมชั้นนำ ประสบการณ์สุดพิเศษผ่าน แมริออท บอนวอย โมเมนต์ (Marriott Bonvoy Moments) และสิทธิประโยชน์เหนือระดับ อาทิ คืนเข้าพักฟรี และการยกระดับสถานะสมาชิก อีลิท (Elite) สมัครสมาชิกฟรีหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม ได้ที่ marriottbonvoy.com
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายล้ำหน้า! แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว “M-Water” ใช้ AI รับมือวิกฤตน้ำท่วม
ข่าวธุรกิจ Business
เชียงรายเดินหน้า “หมอหนี้ชุมชน” กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน
โดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย">เชียงราย – วันที่ 4 สิงหาคม 2569 จังหวัดเชียงรายได้ก้าวไปอีกขั้นในการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการ “หมอหนี้ชุมชน” อย่างเป็นทางการ งานนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐและเครือข่ายชุมชนทั่วจังหวัดเข้าร่วมถึง 120 คน
ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกคน การแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง เราจำเป็นต้องสร้างความรู้ด้านการจัดการเงิน การวิเคราะห์หนี้ และปลูกฝังวินัยการออมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ครอบครัว
ประเด็นสำคัญ
- การเปิดตัวโครงการ: เชียงรายเริ่มโครงการ “หมอหนี้ชุมชน” เพื่อให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาหนี้สินให้ชาวบ้านอย่างเป็นระบบ
- ความร่วมมือระดับจังหวัด: หน่วยงานรัฐและสถาบันการเงินหลายแห่งจับมือกันเพื่อฝึกอบรมบุคลากรในชุมชน
- เป้าหมายหลัก: มุ่งเน้นการให้ความรู้ด้านการเงิน ลดปัญหาหนี้ครัวเรือน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
โครงการนี้เกิดจากการผนึกกำลังของหลายหน่วยงานสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาจังหวัดเชียงราย สำนักงานคลังจังหวัดเชียงราย และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พวกเขาร่วมกันฝึกอบรมและพัฒนา “หมอหนี้ชุมชน” ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็น หมอหนี้เหล่านี้จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำและช่วยชาวบ้านวางแผนจัดการหนี้สินได้อย่างเหมาะสม
การทำงานร่วมกันครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการแก้ปัญหาในระดับท้องถิ่น เมื่อผู้นำชุมชนมีความรู้ พวกเขาก็สามารถส่งต่อความเข้าใจที่ถูกต้องให้เพื่อนบ้านได้ วิธีนี้ช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงคำปรึกษาได้ง่ายและเป็นกันเองมากขึ้น ชุมชนจึงมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ดีขึ้น

เป้าหมายหลักและการสร้างเครือข่ายที่มั่นคง
เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้คือการสร้างเครือข่ายจัดการหนี้ที่เข้มแข็งในระดับหมู่บ้าน เมื่อเครือข่ายแข็งแรง ความมั่นคงทางการเงินของชุมชนก็จะตามมา โครงการนี้มุ่งหวังที่จะลดปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงรายให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง ทุกคนจะได้มีชีวิตที่มั่นคงและสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างยั่งยืน การมีสุขภาพการเงินที่ดีถือเป็นรากฐานสำคัญของความสุขในครอบครัว

วิธีการทำงานของหมอหนี้ในพื้นที่
เมื่อผ่านการอบรมแล้ว หมอหนี้ชุมชนจะลงพื้นที่พูดคุยและรับฟังปัญหาของลูกบ้านในแต่ละชุมชน พวกเขาจะใช้เครื่องมือวิเคราะห์หนี้ที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยแยกแยะและจัดลำดับความสำคัญของหนี้สิน จากนั้นจะร่วมกันวางแผนการจ่ายเงินคืนที่สอดคล้องกับรายได้ของแต่ละครอบครัว
การให้คำปรึกษาจะเป็นไปอย่างเป็นความลับและเต็มไปด้วยความเข้าใจ ซึ่งจะช่วยลดความเครียดของลูกหนี้ลงได้มาก ชาวบ้านจะรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยถึงปัญหาของตนเอง แทนที่จะหันไปพึ่งพาการกู้เงินนอกระบบที่อันตรายและมีดอกเบี้ยสูง
ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของโครงการนี้จะขึ้นอยู่กับการเปิดใจของชาวบ้านและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย จังหวัดเชียงรายกำลังเดินหน้าสู่การเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยั่งยืนให้พื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้ต่อไป ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ระทึกขวัญเชียงราย! ชายป่วยจิตเวชคลั่งถือมีดบุกโรงเรียน ตำรวจล้อมจับวุ่น
สมาคมกีฬาเชียงราย จัดหนัก! มอบอุปกรณ์กีฬา-อัดฉีดโค้ช เตรียมทัพเยาวชนลุยศึก “สุราษฎร์ธานีเกมส์”
ข่าวธุรกิจ Business
มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น
รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง">เชียงใหม่ – กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ 8 แห่ง ร่วมกันจัดงาน “วิจิตรภูษา ภูมิปัญญาสร้างสรรค์ แพรพรรณท้องถิ่นไทย” ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต งานนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยด้านสิ่งทอ และนำความรู้ไปช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีเปิดงานแสดงสินค้าและผลงานวิจัยด้านสิ่งทออย่างยิ่งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ งานนี้เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตภาคเหนือทั้ง 8 แห่ง นำโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป้าหมายหลักคือการนำความรู้จากห้องเรียนมาสู่การปฏิบัติจริงในชุมชน
นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน ท่านได้เน้นย้ำถึงการใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าทอของไทย ทั้งนี้เพื่อให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกยุคใหม่
ประเด็นสำคัญ
- งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
- มุ่งเน้นการนำงานวิจัยมาพัฒนาผ้าทอไทย เพื่อสร้างรายได้จริงให้ชุมชนท้องถิ่น
- มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น แฟชั่นโชว์ การเสวนา และร้านขายสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน
เกิดอะไรขึ้นในงานนี้?
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้จับมือกับเพื่อนมหาวิทยาลัยอีก 7 แห่ง จัดงานใหญ่นี้ขึ้นมา มหาวิทยาลัยที่ร่วมจัดงานได้แก่ เชียงราย ลำปาง อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิบูลสงคราม และเพชรบูรณ์ ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานมากมายที่ได้จากการลงพื้นที่วิจัยจริงๆ ของอาจารย์และนักศึกษา
ในวันเปิดงาน มีผู้บริหารจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมงานอย่างคับคั่ง รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้กล่าวรายงานถึงความตั้งใจของงาน งานนี้ช่วยเชื่อมโยงสถาบันการศึกษากับชาวบ้านเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิด สิ่งนี้จะช่วยเปลี่ยนภูมิปัญญาดั้งเดิมให้กลายเป็นสินค้าที่ทันสมัยมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงที่น่าสนใจอย่างการเสวนาเรื่องการปรับตัวของผ้าไทยในยุคปัจจุบัน และที่พลาดไม่ได้คือแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ แฟชั่นโชว์ชุด “มรดกโขน ผ้าทอพิษณุโลก สู่ชุดพระราชทาน” แสดงให้เห็นถึงการนำผ้าทอท้องถิ่นมาตัดเย็บได้อย่างงดงามและทรงคุณค่า
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อชุมชน?
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดงานแสดงสินค้าทั่วไปเพื่อขายของ แต่เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับหมู่บ้าน กระทรวง อว. ให้ความสำคัญอย่างมากกับการนำความรู้สมัยใหม่มาช่วยชาวบ้านทำงาน การทำเช่นนี้สอดคล้องกับแนวคิดการทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
นายดนุพร ปุณณกันต์ กล่าวว่า การเล่าเรื่องราวหรือประวัติความเป็นมาของผ้าแต่ละผืน จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ เราต้องสอนให้เยาวชนและผู้ประกอบการรุ่นใหม่รู้จักการทำการตลาดแบบบอกเล่าเรื่องราว สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าเข้าใจและเห็นคุณค่าของผ้าไทยมากขึ้นกว่าเดิม
หากเราสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับความเก่งกาจดั้งเดิมของชาวบ้านได้ ผ้าทอไทยก็จะไม่ใช่แค่ของฝากตามเทศกาลอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีราคาสูง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องปากท้องในชุมชนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด?
กลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์เต็มๆ คือชาวบ้านและกลุ่มแม่บ้านทอผ้าในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง พวกเขาจะได้เรียนรู้วิธีการใหม่ๆ ในการผลิตผ้าให้มีสีสันสวยงามและใช้งานได้ทนทานมากขึ้น กลุ่มที่สองคือนักศึกษาและอาจารย์ ที่ได้นำทฤษฎีจากในห้องเรียนมาทดลองแก้ปัญหาจริงในพื้นที่
นอกจากนี้ ผู้บริโภคหรือผู้ที่มาร่วมงานก็จะได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ในราคาที่ยุติธรรมโดยตรงจากผู้ผลิต ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสอนทำงานฝีมือให้ผู้ที่สนใจได้ลองทำด้วยตัวเอง ถือเป็นการเรียนรู้ที่สนุกและได้ลงมือทำจริง
ตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับความสวยงามของวัฒนธรรมที่ถูกนำมาปรับปรุงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย คุณจะได้เห็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม การเล่นดนตรีพื้นบ้าน และเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอย่างเป็นกันเอง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตคืออะไร?
ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากงานนี้ จะถูกนำไปต่อยอดในการพัฒนาหมู่บ้านต่างๆ ในภาคเหนือต่อไป มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 8 แห่งยืนยันที่จะทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจะช่วยดูแลตั้งแต่การออกแบบลายผ้า ไปจนถึงการหาช่องทางขายของออนไลน์ให้ชาวบ้าน
การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย และชาวบ้าน จะเป็นรากฐานที่แข็งแรงในการพัฒนาประเทศ หากคุณสนใจอ่านข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำงานวิจัยมาช่วยชุมชน สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เว็บไซต์ของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สำหรับใครที่อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่หรือพื้นที่ใกล้เคียง วันนี้ (26 กรกฎาคม 2569) ยังคงเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน คุณสามารถเดินทางไปร่วมงานได้ที่ลาน GRAND HALL 03 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต นี่คือโอกาสดีที่คุณจะได้สนับสนุนสินค้าจากฝีมือคนไทยอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ค้างชำระค่าปรับจราจรในประเทศไทย? บอกลาป้ายภาษีประจำปีของคุณได้เลย!
คำเตือนสภาพอากาศรุนแรงของประเทศไทย: พื้นที่สีแดงเผชิญอุทกภัยและภัยแล้งรุนแรง
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoด่วน! AIS เตือนลูกค้าอัปเดตข้อมูลซิมก่อน 31 ส.ค. 2569 ป้องกันโดนตัดสัญญาณ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoด่านชายแดนเชียงรายยึดยาบ้าได้ 2.89 ล้านเม็ด: จับกุมชาย 4 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย ที่แม่สาย จังหวัดเชียงราย




